หลังจากกิจกรรมช่วงเช้า
ก็พักผ่อนรับลมทะเลไปเรื่อย
จนสิบเอ็ดโมงกว่า ครอบครัวติตี้ก็แพลนมื้อเที่ยงทันที
แมวดื้อเองยังไม่ทันย่อยอาหารเช้าดี
ปกติก็ไม่ค่อยได้มีอาหารเช้ากะเค้าเท่าไหร่
มื้อแรกของวันก็บ่าย (บางวันไปเย็น หรือไม่ก็รวบมื้อเดียวดึกๆ เลยก็มี)
แต่ว่าครอบครัวติตี้ต้องทานอาหารตรงเวลา
เข้าใจว่าด้วยเรื่องสุขภาพและเป็นสิ่งที่ทำกันมาต่อเนื่อง
เที่ยงตรง แมวดื้อก็ไปนั่งอยู่ในร้านอาหารริมทะเลเรียบร้อย
กับข้าวไม่กี่อย่าง แต่แมวดื้อต้องรับหน้าที่เป็นหน่วยเก็บกวาด
กว่าจะหมดได้ เล่นเอาเกือบจุกไปเหมือนกัน
เพราะต้องทำเวลาด้วย
จะมามัวนั่งเล่นตามสไตล์แมวดื้อก็มิควร

เมื่อมื้อเที่ยงจบลง
และไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน
ก็จบลงด้วยการกลับรีสอร์ท
ทำให้แมวดื้อได้สำรวจรีสอร์ทแห่งนี้แบบจริงๆ จังๆ เสียที
ว่าทำไมติตี้ก็ได้ชอบที่นี่
หลังจากเดินไปเดินมา ไปชะเง้อตามห้องต่างๆ
ก็สรุปเอาเองว่า ที่นี่มีจุดเด่นในเรื่อง “ห่างไกลจากที่อื่น”
ซึ่งแน่นอนว่า หากมาพักที่นี่ จะได้ความสงบ
จริงๆ ในสถานที่แบบนี้ ก็เหมาะกับคนสองกลุ่ม
หนึ่ง.. คือคนที่รู้ว่าจะมาทำอะไร
เช่นมาถึง แล้วไปเที่ยวที่อุทยานใกล้เคียง
หรือมาพักผ่อน ชิลๆ นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือ
ไม่ต้องสนใจ คนอื่นสักเท่าไหร่
หรือ
สอง.. คือคนที่ไม่รู้ว่าจะมาทำอะไร
แบบอกหักรักมังคุด เอ้ย.. อกหักรักคุด
อยากมาเมาๆ ตื่นสายๆ ร้องไห้ริมหาดทราย
ก็มาที่นี่ได้ ไม่ค่อยมีใครเท่าไหร่ (ที่มีก็น้อยมากจนเหมือนจะไม่มีใครสนใจใคร)
มันเลยเหมือนกับว่า มาที่นี่แล้ว สามารถเป็นตัวของตัวเองได้
(ตราบใดที่ไม่ไปรบกวนคนอื่นนะ)
ไม่มีเคเบิ้ลทีวี ไม่มีอินเทอร์เนท ไม่มีบาร์ ดิสโก้เทค
มีเพียงหาดทราย ทะเล เกาะ ภูเขา ลมทะเลเย็นๆ แค่นั้น
หรือไม่อยากจะสัมผัสน้ำทะเล ก็มีสระว่ายน้ำให้เกาะขอบสระ รับลมและวิวจากทะเลได้เช่นกัน

แมวดื้อก็คว้ากล้อง ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

สักพัก สาวๆ ก็ออกมานั่งเล่นชิลๆ กัน
มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย

ลมเย็นๆ แม้ว่าจะมีแดดแรงอยู่บ้าง
แต่ด้วยหมอน ที่นอน บรรยากาศ ก็ชวนให้หลับสักงีบเสียจริง