เสาร์อาทิตย์นี้แมวดื้อไปเขาใหญ่
จากการเตรียมงานของเพื่อนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนึง
ที่พยายามติดตามเพื่อนๆ ในรุ่น
ทั้งที่จบปีเดียวกัน หรือทั้งตกหล่นไประหว่างทาง
หรือออกไปแสวงหาหนทางที่ตนเองชอบก่อนหน้านั้น
จนเกิดเป็นทริปนี้ขึ้นมา

นัดเจอกันที่ฟาร์มโชคชัย
ซึ่งก็ตามแต่สะดวก
ใครไม่สะดวกค้างก็ไปพบปะเพื่อนฝูงแล้วแยกย้าย
ใครไม่มีรถไปก็นัดแนะกันเป็นกรุ๊ปเล็กๆ เดินทางกันเอง
แมวดื้อนัดเพื่อนไว้ที่คณะฯ แต่เช้าตรู่
ซึ่งก็ทำให้มาถึงฟาร์มโชคชัยเป็นกลุ่มแรก

ไปถึงแมวดื้อก็จัดการ เติมพลังงานให้ตัวเอง
เพราะรู้ว่างานนี้ ตัวใครตัวมัน
ขืนมานั่งรอกันอยู่ คงไม่ได้ทานอะไรเป็นแน่แท้

หลังจากจัดการ กาแฟ และสเต็คเรียบร้อย
(ซัดโฮกสเต็คมื้อเช้าเลย)
เพื่อนๆ ก็ทยอยกันมา ซึ่งก็เม้าท์มอยกันตามประสาคนไม่ได้เจอกันนานนับสิบปี
ตามปกติ วันหยุด หรือเสาร์อาทิตย์ คนก็เยอะอยู่แล้ว
ยิ่งพวกเราทยอยมากันเป็นกลุ่มใหญ่ ก็ทำให้ร้านเล็กไปถนัดตา
แถมมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เนื่องจากเพื่อนๆ หลายคนสั่งแล้วย้ายโต๊ะไปนั่งคุยกับเพื่อนที่โต๊ะอื่น
ตอนพนักงานมาเสิร์ฟ ตอนคิดเงิน ก็เลยทำให้สับสนวุ่นวายกันพอสมควร

ได้เวลาบ่ายกว่า พวกเราที่จะค้างกันที่เขาใหญ่ หรือจะขึ้นเขาใหญ่ก็เริ่มเดินทาง
มีเพื่อนๆ หลายคนกลับกทม.เลย ณ จุดนี้ก็มีเหมือนกัน
เรียกว่ามาเพราะสปิริตจริงๆ

หลายคนหนีแวะเที่ยว ถ่ายรูปที่ palio
ส่วนแมวดื้อขึ้นเขาใหญ่เลย
ที่จริงแมวดื้อก็อยากแวะถ่ายรูปเหมือนกัน ถ้าขับรถมาเองก็คงแวะไปแล้ว
แต่ไม่มีเพื่อนที่ชอบถ่ายรูปร่วมอุดมการณ์ เลยได้แต่มองตาปริบๆ ตอนรถวิ่งผ่านไป
รอเพื่อนๆ ขับรถมารวมกันที่ด้านหน้า จะได้สักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่กันด้วย
แมวดื้อก็บ้าเดินถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย
อาร์ตไปไหม

บางคนเป็นใหญ่เป็นโตในคณะฯ กันแล้ว บางคนก็มีตำแหน่งสูงทางราชการ
คิดๆ ดูแล้ว ไม่น่าเชื่อ เพราะวีรกรรมสมัยเรียนเยอะมาก

จากนั้นก็ขับรถต่อขึ้นไปถึงด้านบน
ตรงนี้ แมวดื้อมานึกๆ ดูแล้ว จำได้ว่าแทบจะไม่เคยดูวิวทิวทรรศน์ข้างทางแบบนี้
เพราะมากี่ทีก็อยู่บนรถ มัวแต่คุย หรือร้องเพลง อะไรอยู่ตลอด
(บางครั้งหลับด้วยซ้ำ)
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
เป็นวิวที่ไม่คุ้นตา
ขอเปิดกระจกรับลมสักหน่อย
อากาศยามบ่าย ลมเย็นๆกระทบหน้าจนคิดไปว่าคืนนี้หนาวแน่!!

รอเพื่อนๆ ติดต่อเรื่องบ้านพัก
จากนั้นก็เดินเท้าไปยังบ้าน ที่ไม่ไกล
แดดค่อนข้างแรง แต่ลมพัดเรื่อยๆ

เมื่อไปถึงก็เจอเจ้าบ้านนอนอยู่เต็มไปหมด
บางตัวมีแผลจากการเกาและปรสิต
แม้หน้าตาบางตัวอาจไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ก็สามารถเข้าไปใกล้จนถึงตัวได้

บ้านหลังใหญ่ มีหลายห้อง
แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย

หลังจากเก็บข้าวของ ชาร์จไฟ
พักผ่อนตามอัธยาศัย ก็แวะไปน้ำตก ก่อนพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า

บนเขาใหญ่ เจ้าหน้าที่จะทำการปิดเป็นส่วนๆ ตามเวลา
คนที่เคยไป น่าจะรู้กันดี ส่วนใครที่ไม่เคยไปก็ศึกษาข้อมูลกันสักนิด
จะได้ไม่เสียเวลา เสียอารมณ์
จากตรงนี้ มีเพื่อนอีกบางส่วนขับรถกลับกทม.กันเลย
อากาศเริ่มเย็นๆ แล้ว แมวดื้อก็รายงานตัวกับติตี้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์เริ่มจะไม่ค่อยดี
ติตี้เองก็ต้องไปขายของ อาทิตย์นี้เลยไม่ได้เจอกัน
ถือเป็นวันอาทิตย์แรกเลยที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่คบกันมา
คิดถึงติตี้ที่สุด

หลังจากนั้น พอกลับมาถึงบ้านพัก
ก็ได้เวลาทำอาหารกัน คนละไม้ละมือ
เหมือนไปค่ายก็ไม่ปาน ทำไปด้วย ทานไปด้วย
เม้าท์มอยกันสนุกสนาน

เมื่อถึงเวลาดึกดื่น
ถ้าเป็นเข้าค่ายแบบเมื่อก่อน ก็คงได้เวลาชุมนุมรอบกองไฟ
แต่ตอนนี้ พวกเราก็ได้แต่เพียงล้อมวง รื้อฟื้นความหลัง
อัพเดตชีวิตปัจจุบัน ไล่ตั้งแต่รหัส (ประจำตัวนิสิต) 01 จนถึงคนสุดท้าย
แทบไม่น่าเชื่อว่า พวกเราไม่ได้ใช้รหัสประจำตัวนิสิตกันร่วมสิบปี
แต่ก็ไม่เคยลืมรหัสของตัวเองและเพื่อนๆ ที่อยู่ติดกัน
แม้จะลืมชื่อจริงของเพื่อนบางคน เพราะเรียกนิคเนมหรือชื่อบุพการีจนติดปากไปบ้าง

และแน่นอน มาเจอพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้
จะพลาด “ตั้งวง” ได้ยังไง
ของพร้อม ขาพร้อม
หยิบกระดาษ ปากกาโดยพลัน

:roll::roll:

เช้าวันรุ่งขึ้น
มีเพื่อนๆ กลับกทม.ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อปฏิบัติภาระกิจ
เหลือกลุ่มเล็กๆ เก็บข้าวของ ทำความสะอาด
ขนาดว่ากลุ่มที่จัดทริปขึ้นมา จัดค่ายกันเป็นประจำ
ก็ยังคาดคะเน เสบียงผิดพลาด
มีอาหารแห้ง ผลไม้ ของใช้ เหลือมากมาย
แบ่งๆ กันไปใช้บ้าง ให้ข้างๆ บ้านพักไปบ้าง ก็ยังเหลือเยอะอยู่ดี

กลุ่มที่เหลืออยู่ไปแจมกันต่อมื้อเที่ยง
และแอบเข้าไปเที่ยวชมฟาร์มโชคชัย
ที่คุณเพื่อนเป็นสัตวแพทย์ดูแลอยู่
(ปกติไม่ได้เข้าไปชมกันง่ายๆ นะ)

บ่ายแก่ๆ ได้เวลาแยกย้าย
ไว้เจอกันใหม่นะสหาย

สำหรับเพื่อนๆ ที่แวะเข้ามา
ไปดูรูปจากลิงก์ข้างล่างนี้นะ

VET56CU trip 2011

:arrow::arrow: