NaughtyCat

Think Different DiaryBlog

Menu Close

Month: December 2012 (page 1 of 2)

Bye 2012

กลับจากตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ก็ได้เวลาลงเล่นน้ำ
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินลงทะเลไปกันทันที
โดยหารู้ไม่ว่าชายหาดด้านหน้าวันนี้มีเปลือกหอยและก้อนหินเต็มไปหมด
ด้วยความเคยชิน ไหนๆ ก็ลงน้ำมาแล้ว แมวดื้อพยายามจะออกไปลึกๆ ให้พ้นแนวดังกล่าว
แต่คุณพ่อติตี้ไปเหยียบเปลือกหอยเข้า ก็เลยต้องเปลี่ยนแผน ขึ้นไปเล่นน้ำในสระคลอรีนแทน

หลังจากนั้น แมวดื้อเองก็มีโอกาสจะแอบไปลงทะเลคนเดียวอีกครั้ง
จึงพบว่าหาดตรงด้านหน้าของรีสอร์ทนั้นเป็นเส้นทางที่กระแสลมพัดมาตรงๆ
นั่นหมายความว่ากระแสน้ำก็จะพัดพาเอาเปลือกหอยและก้อนหินมาในทิศทางตรงๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
แมวดื้อก็เลยเดินเบี่ยงออกไปจากแนวกลาง
ด้วยความที่เป็นอ่าวเล็กๆ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องระดับน้ำทะเลแบบชายหาดชะอำสักเท่าไหร่
ปรากฏว่าเจอพื้นที่ที่ทรายสะอาดมาก แทบไม่มีเปลือกหอยหรือก้อนหินเลย
แมวดื้อก็เล่นน้ำ (คนเดียว) อยู่พักใหญ่ ก่อนจะมีหน่วยกู้ภัยขับสกู๊ตเตอร์เข้ามาถามหาฝรั่ง (ชาวต่างชาตินะ..ไม่ใช่ผลไม้)
เหตุจากมีคนแจ้งไปว่าชาวต่างชาตินายหนึ่งว่ายน้ำตอนบ่าย จู่ๆ ก็หายไปจากอ่าวซะอย่างนั้น
ทั้งที่อ่าวตรงนี้ จะไม่มีนักท่องเที่ยวแบบขาจรมาเล่นน้ำ
จะมีก็แค่คนที่พักที่นี่ (มี 2 รีสอร์ทติดกันแค่นั้น) และตามหาทั่วทั้งสองรีสอร์ทแล้ว กลับไม่พบนายคนนั้นเลย
แม้แมวดื้อจะเล่นน้ำไม่ลึกมาก แต่พอได้ยินก็หวั่นๆ ยังไงก็เพลย์เซฟเอาไว้ก่อน ขึ้นจากทะเลมานอนเล่นรับลมก็ได้

ครอบครัวติตี้ไปอาบน้ำล้างตัวกันแล้ว
แต่แมวดื้อก็ยังนอนรับลม มองดูผู้คนกระหยิบมือ ที่มีไม่ถึง 30 คน
รีสอร์ทเล็กๆ มันก็เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนดีจริงๆ
แมวดื้อแทบไม่กลัวของหายเลย
วางกล้อง วางไอโฟนไว้ที่เก้าอี้แล้วเดินไปไหนมาไหนได้อย่างค่อนข้างสบายใจ
คืนนี้จะมี new year party ส่งท้ายปี 2012
พนักงานก็จัดเตรียมมื้อค่ำ ที่เห็นแว่บๆ ว่ามีบาร์บีคิว และอาหารทะเล
มีการเอาโต๊ะลงไปวางบนหาดทราย จัดตกแต่งให้เข้าธีมชายหาด
ซึ่งมันอาร์ตดีนะ แมวดื้อชอบ แต่ว่าก็กลัวเรื่องของลมที่จะพัดทรายขึ้นมาด้วย
ไหนจะเรื่องไฟอีก ต่อให้จุดเทียน แต่นั่งทานดินเนอร์มืดๆ (แทนที่จะสลัวๆ ) คงไม่สนุกเท่าไหร่ เลยตัดสินใจขอผู้จัดการนั่งโต๊ะข้างบนแทน
แมวดื้อก็ปล่อยอารมณ์ความคิดให้ฟุ้งเฟ้อไปกับสายลมและเสียงคลื่นตรงหน้า
จนได้เวลาพลบค่ำ ติตี้เดินมาตามให้แมวดื้อไปอาบน้ำ

รูปนี้ถ่ายตอนนั่งไปได้พักใหญ่ๆ แล้วนะ
ตอนแรกพระจันทร์ยังไม่พ้นจากน้ำ ยังไม่พ้นหลังเกาะตรงหน้า
แถมคืนนี้เมฆเยอะอีก คิดว่าจะไม่ได้เห็นพระจันทร์แล้วเชียว
แต่สุดท้ายก็เผยโฉมออกมาให้เราได้ยลกัน
ฉากตรงหน้าสวยปานถูกเซตขึ้นดั่งซีรีส์ชื่อดัง revenge ที่แมวดื้อกับติตี้ติดกันงอมแงม
อาหารโดยรวมโอเคนะ แมวดื้อลิ้นจรเข้อยู่แล้ว เอนจอยอีตติ้งตลอดแหละ
แต่คุณพี่สาวบอกไม่ค่อยปลื้ม ถ้าแมวดื้อจำไม่ผิด ปีก่อนโน้นที่แมวดื้อมาอาหารจะเลิศหรูกว่านี้พอสมควร
ทั้งนี้ทั้งนั้น แมวดื้อก็ไม่ได้ช่วยแกะอาหารทะเลแบบเป็นกิจลักษณะสักเท่าไหร่ ค่ำนี้ต้องยกนิ้วให้ติตี้ ที่แกะปูจนหมด
ปีก่อนโน้นติตี้ก็แกะให้แมวดื้อหมดเลย ติตี้น่ารักที่สุด

:winklove::winklove:

หลังจากทานกันจนอิ่ม คุณพ่อติตี้ก็จะกลับห้องพักผ่อนล่ะ
แมวดื้อก็เลยทวงถามทางรีสอร์ท ที่แจ้งเอาไว้ว่าจะมีกิจกรรมลอยโคมด้วย
ซึ่งแมวดื้อเดาเอาไว้ว่าทางรีสอร์ทคงจะเก็บเอาไว้ให้ลอยกันตอนเที่ยงคืน
ส่งท้ายปีเก่า ลอยอะไรไม่ดีออกไป เปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามาแทนที่ อารมณ์ประมาณนั้น
แต่ทำยังไงได้ล่ะ สมาชิกไม่รอถึงเที่ยงคืนหรอก ปล่อยโคมตอนนี้เลยก็แล้วกัน

หลังจากคุณพ่อและคุณพี่ติตี้ไปนอนกันหมดแล้ว
อากาศก็เริ่มเย็นๆ ติตี้ก็เริ่มจะง่วง
ก็เลยตัดสินใจเข้านอนกันดีกว่า
ปีนี้ไม่ได้ countdown นะ

Make a Wish

Hua Hin Sam Phan Nam Floating Market

เช้าวันหยุดที่อากาศเย็นๆ
ไม่มีแมวตัวซนมาปลุกอย่างเช่นเคย
แมวดื้อไม่อยากลุกจากที่นอนเลย
แต่ก็แอบอู้ไม่ไปทักทายพระอาทิตย์ตอนแสงแรก
พอตื่นแล้วก็รีบตรงดิ่งไป ณ ริมหาดเลยทีเดียว

ลมเย็นๆ กับเสียงคลื่นแตกฟองเบาๆ เป็นระยะ
ทำให้เราปล่อยความคิดไปได้เรื่อยๆ จนลืมเวลาที่เดินไปช้าๆ
โต๊ะตัวเก่า กับภาพที่คุ้นตา

ภาพความทรงจำ การผจญภัยเล็กๆ ของแมวดื้อเมื่อปีก่อนโน้น ฉายซ้ำ
เมื่อเห็นกำแพงไม้ที่อยู่ตรงหน้า
แมวดื้อเดินตัดป่าย่อมๆ อันมืดมิดออกสู่ทะเล เพื่อมาเซอร์ไพรส์ติตี้
ติตี้ตัวสั่นและน้ำตาซึมเมื่อเห็นแมวดื้อจากตรงนี้

:blink::blink:

มื้อเช้าง่ายๆ กับบรรยากาศเงียบๆ ไม่วุ่นวาย
เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Brassiere Beach
ทำให้ติตี้หลงรักที่นี่และอยากจะมาเติมพลังชีวิตในทุกๆ ปี

หลังจากมื้อเช้าสิ้นสุดลง
สมองก็ได้ทำงานวางแผนสำหรับมื้อเที่ยงทันที
เอิ้ก..เอิ้ก
ติตี้แพลนว่าจะไปตลาดน้ำเอาไว้อยู่แล้ว
แมวดื้อก็ช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะจำได้เคยอ่านผ่านตาว่าตลาดน้ำที่หัวหินมีอยู่หลายแห่ง
ซึ่งจริงๆ หากคนที่ชื่นชอบตลาดน้ำ ตลาดเก่า ตลาดโบราณ แบบแมวดื้อ
ก็คงจะเดาออกว่า “หัวหิน” เมืองชายหาดขึ้นชื่อนั้น ไม่น่าจะมี ตลาดน้ำ “ดั้งเดิม” เป็นแน่
แน่นอนว่า เราจะนึกไปถึง “ตลาดประดิษฐ์” หรือ “ตลาดสตูดิโอ”
ที่เซตทุกสิ่งอย่างขึ้นมา มีร้านอาหาร ร้านค้าจริง มีพ่อค้าแม่ค้าจริง แต่มัน “ขาด” บรรยากาศวิถีของตลาดน้ำ
ที่มีคุณลุงคุณตามานั่งสภากาแฟกันตอนเช้า มีขายขนมโบราณแปลกๆ ที่ยังกินได้จริง
กลับกลายเป็นการมีธุรกิจกำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง โปรโมตให้มันเยอะๆ หน่อย
ออกสื่อบ้าง หลอกให้บล็อกเกอร์มาเที่ยวแล้วก็เขียนถึงบ้าง
(อ้าว… แมวดื้อก็เข้าข่ายนี่เนอะ ฮ่า..ฮ่า)
ถึงแม้จะรู้แบบนั้น แต่เราก็ยังโหยหาประสบการณ์ อย่างน้อยขอไปสัมผัสสักครั้งก็ยังดี

การเดินทางก็ไม่ยากมากนัก
ใช้ถนนเพชรเกษม (เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้พักในหัวหิน หรือเข้าไปในเมืองหัวหิน)
วิ่งสบายๆ แต่อย่าเร็วมาก ป้ายบอกทางไม่ใหญ่
พอเข้ามาถึงป้ายตรงนี้เลี้ยวซ้ายจอดรถตรงที่โล่งๆ นี้เลย
เดินนิดหน่อย แต่ว่าตอนขากลับ สบายกว่ากันเห็นๆ
(ไม่ต้องรอรถติดแถวยาววววว)

ป้ายยาวมาก
จนคิดไปว่าหากเขียนชื่อเต็มๆ
“สามพันนาม” (3000 ชื่อ)
ก็คงต้องยาวมากแน่ๆ

:goggle::goggle:

บรรยากาศคล้ายสวนสาธารณะ
มีเรือถีบด้วย
มองเห็นบริการนำทางด้วยห่านตัวเป็นๆ แล้วก็อดยิ้มไม่ได้
(อย่าลืมไปจ่ายค่านำทางด้วยนะ)

หมาน้อยตัวนี้ ไม่กระดุกกระดิก แข็งขนาดนี้
ยังต้องล่ามกันอีก!!

:o:o

ป้ายห้องน้ำเก๋ไก๋
(ห้องน้ำเก็บค่าบริการนะเออ.. อย่าลืมพกเหรียญไปด้วย)

ติตี้โบกมือให้ปลา
เอ้ย!! ให้อาหารปลาอยู่ต่างหาก

แชะ..แชะ

เสื้อยืด
สีสวยดีนะ ฟ้า – น้ำตาล

ติตี้ขอถ่ายรูปกับห่านน้อย
แดดร้อนมาก น่าสงสารห่าน
(สงสารติตี้ด้วย)

:x:x

ถึงแดดจะแรง แต่ก็ยังยิ้มได้

:blink::blink:

เท่าที่เดินเล่นมาพักใหญ่
นอกจากร้านขายอาหารและเสื้อผ้าแล้ว
จุดนึงที่ตลาดน้ำหัวหินสามพันนามหยิบมาเพิ่มกิจกรรมแก่นักท่องเที่ยว
ก็คือการให้ได้สัมผัสกับนานาสัตว์ การเลี้ยงดู ให้อาหาร
ทั้งการป้อนนมให้แพะ, ขี่ม้าเดินรอบตลาดน้ำ, ให้อาหาร (เม็ด) ปลา
และเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการ “ป้อนนม” ปลาคาร์พ
ซึ่งก็เป็นการเอาอาหารเม็ดไปละลายน้ำ จากนั้นก็ใส่ขวดนม
ให้นักท่องเที่ยวนำไป “ป้อน” ปลาคาร์พ
ซึ่งถึงแม้ว่าไม่ได้ดูดแบบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
แต่ก็ยอมรับว่าท่าทางลักษณะนั้นคล้ายคลึงทีเดียว
(มันกระโดดมาฮุบซะมากกว่านะ)
ที่น่าสงสารก็คืออาหารเม็ด (อันน้อยนิด) พอเอาไปละลายน้ำ มันก็กินไม่อิ่ม
ก็ต้องกินอยู่เรื่อยไป
แถมเวลาป้อน ก็จะต้องมีอากาศเข้าไปด้วย ซึ่งไม่แน่ใจว่าในเรื่องสุขภาพของตัวปลานั้นจะโอเคหรือไม่

แม้ว่าระยะทางหนึ่งรอบจะดูไม่ไกลมาก
แต่ว่าความเร็วในการเดินเวลานักท่องเที่ยวเยอะๆ ก็อาจทำให้เมื่อยได้ในระดับหนึ่ง
ดังนั้นหากมีผู้สูงอายุไปด้วย อาจลองใช้บริการนั่งรถไฟซึ่งจะวิ่งไปครึ่งรอบของตลาดน้ำ
(นั่งรถไฟเข้าไปครึ่งรอบแล้วก็เดินกลับออกมา)

ติตี้โบกรถไฟ
(ไม่จอดหรอกนะ)

ช้อปปิ้งเล็กๆ เดินๆ หม่ำๆ ไปเรื่อย
แดดแรงแต่ยังสู้ไม่ถอย

;-);-)

Amazing van

แพลนบ่ายนี้ของแมวดื้อ
ก็คือเดินทางไปร่วมทริปกับครอบครัวของติตี้
โดยจะไปเจอที่ cicada market (หัวหิน) ตอนช่วงค่ำๆ
แมวดื้อก็กะว่าจะไปถึงแบบตรงเวลา
เพราะว่าแถวนั้นไม่ค่อยมีที่นั่งรอสักเท่าไหร่
ระยะเวลาเดินทางในหัวคือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เอาแบบขับลากๆ เลยก็สัก 3 ชั่วโมง
หารู้ไม่ว่าจะมีปัจจัยและเหตุการณ์ต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

การเดินทางคราวนี้
แมวดื้อเลือกที่จะเดินทางไปกับรถตู้คิวตรงเซนจูรี่
ซึ่งรถจะค่อนข้างใหม่กว่าคิวตรงใต้ทางด่วนใกล้รพ.พญาไท 2
สิ่งแรกที่แมวดื้อคิดผิดก็คือ เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันอาทิตย์
และคิดว่าหลายคนออกเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวาน
(หรือบางคนก็ตั้งแต่วันศุกร์แล้ว)
เลยชะล่าใจเรื่องจำนวนผู้โดยสาร
ปีก่อนโน้น ที่แอบไปเซอร์ไพรส์ติตี้ นั่งรถตู้ไปแบบว่านอนยาวคนละแถวยังได้เลย
แต่ปีนี้คนเยอะมากกกกก!!
ซ้ำร้ายเป็นการจัดคิวแบบช่วยตัวเอง
คือจ่ายค่ารถเสร็จ เดินหารถเอาเอง ถ้าว่างก็ไปได้เลย
ถ้าไม่ว่างก็รอคันต่อไป
คนดูแลคิว/คนขับรถไม่มีการมาเรียกผู้โดยสาร หรือป่าวประกาศใดๆ ทั้งสิ้น
ถ้าไม่สังเกตกัน คิดว่าจ่ายเงินแล้วจะยืนรอชิลๆ รับรองรอจนมืด ไม่มีผู้โดยสารนั่นแล ถึงจะได้ไป
ตอนแรกแมวดื้อก็ยืนรออยู่พักนึง ด้วยความที่สังเกตเห็นผู้โดยสารที่มาทีหลัง (แมวดื้อ)
จ่ายเงินเสร็จ วิ่งขึ้นรถตู้ไปเลย
แมวดื้อก็ได้แต่ยืนงงๆ
แล้วก็ฉุกคิดหยิบเป้ วิ่งขึ้นรถตู้ตามไปในทันที

หลังจากได้ที่นั่งบนรถตู้เรียบร้อยแล้ว
แมวดื้อก็เริ่มสังเกตผู้ร่วมทาง
(อันเป็นนิสัยของแมวดื้อไปแล้ว)
แมวดื้อไม่ชอบจำรายละเอียดหน้าตา ปาก คิ้ว ทรงผม อะไรพวกนั้นนะ
แต่แมวดื้อจะจดจำเอาสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นกระทำมากกว่า
ดูกันว่าเมื่ออยู่ในสังคมแคบๆ (บนรถตู้) เขาทำอะไรกัน

ก่อนอื่นมาดูสิ่งแวดล้อมกันก่อน

แผนผังสุดคลาสสิค
อธิบายได้อย่างถึงแก่นจริงแท้แน่นอน

ขอบอกก่อนว่าแมวดื้อนั่งในจุด “สวรรค์”
อ่าาาา มันช่างฟินเสียนี่กระไร
แต่
มันไม่ง่ายอย่างที่คิดน่ะสิ
มาดูตำแหน่งที่นั่งต่างๆ กัน

เริ่มจากแถว 1 วัยรุ่นหญิงคู่ที่ดูจะคุ้นเคยกับเส้นทาง นั่งข้างคนขับที่หน้าตาน่ากลัว
แถว 2 คู่หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวกับหญิงไทย นั่งสาว (ใหญ่) ที่เดินทางมาพร้อมกระเป๋าเดินทางล้อเลื่อน
แถว 3 วัยรุ่นเซเลปที่ใส่แว่นดำตลอดการเดินทางเป็นพนักงานเปิดประตู
กับคุณป้าและผู้ติดตามนั่งในตำแหน่ง Happy แถวหน้า
แถว 4 แมวดื้อนั่งอยู่ในตำแหน่งสวรรค์ ส่วนตำแหน่ง Happy แถวหลังเป็นคู่รักอารมณ์ดิบ
แถว 5 เป็นสองคู่เพื่อนสาว

“พนักงานเปิดประตู”
มาถึงก็วางกระเป๋าแล้วก็ออกไปยืนสูบบุหรี่นอกรถตู้
(แล้วก็มานั่งด้านหน้าแมวดื้อ)

:grin::grin:

“หนุ่ม Happy แถวหลัง”
พอขึ้นรถได้ ก็ “นอนตัก” แฟนสาวทันที
เฮ้ยยยย รถตู้แคบก็แคบ ยังสวีทถึงขั้นตอนตักกันเลย

:cry::cry:

หลังจากคนขับรถตู้ตกลงกับบริการขนส่งพัสดุเรียบร้อย
ก็เริ่มออกทางเดินได้
แมวดื้อเริ่มหยิบหูฟังออกมา หันไปมองผู้โดยสารคนอื่นๆ หลายคนก็เสียบหูฟังขาวเรียบร้อยแล้ว
และแน่นอน หลายคนต่างตั้งหน้าตั้งตา.. นอน!!
ล้อหมุน 15.00 น. พอดิบพอดี

งีบไป 1 ตื่น
รู้สึกเหมือนรถหยุดนิ่ง
ได้ยินเสียงปึงปังหลังรถ
หันไปดูก็มองไม่เห็นอะไร
(ก็นั่งอยู่ในรถนิ)
คนขับเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ
จนสุดท้ายได้ความว่ามีการลากรถเกิดขึ้น!!
เย้ย…. นี่มันรถโดยสารประจำทาง ยังมีเวลาไปช่วยลากรถคนอื่นอีกนะ
เปิดพิกัดดูตำแหน่งปัจจุบันเสียหน่อย

มองไม่รู้เรื่อง เปลี่ยนวิวเสียหน่อย

แว้ก..  1 ชั่วโมงยังไม่เข้าสมุทรสงครามเลย

:evil::evil:

ดูจากระยะทางที่วิ่งมาจากกทม.
แม้จะดูอ้อยอิ่ง แต่ว่าก็มาได้ประมาณ 1/3
คาดคะเนคร่าวๆ น่าจะถึงหัวหินประมาณ 6 โมงเย็นนิดๆ

แต่แล้ว ก็วิ่งมาได้อีกนิดเดียว คนขับก็เข้าปั๊มเติมแก๊ส

:cool::cool:

เอาละสิ
รถเต็มไปหมด แถวยาวเหยียดเลย
เติมแก๊สก็ต้องดับเครื่อง ปิดแอร์
ผู้โดยสารทั้งหลายก็พากันลงจากรถตู้
บางคนเดินไปห้องน้ำ บางคนเดินไป 7-eleven บ้างก็เข้า Cafe Amazon
บางคนแวะร้านซื้อของฝากซะงั้น (เพิ่งออกมาจากกทม.นะเฟร้ย)
สรุป.. ทั้งรถเหลือแมวดื้อกับคู่เพื่อนสาวด้านหลัง
คนขับเดินมาเปิดประตูให้อากาศได้ระบาย
ก่อนที่แมวดื้อจะกลายเป็นแมวรมแก๊สอยู่ข้างใน

พอรถเติมแก๊สเสร็จเรียบร้อย
ผู้โดยสารทั้งหลายก็พากันขึ้นรถ
มีบางคนที่คนขับต้องเดินไปตาม
หุหุ
แล้วสงครามอาหารก็บังเกิดขึ้นในรถตู้
มีทั้งกาแฟ, แซนด์วิช, ข้าวเหนียวหมูฝอย, แคนตาลูป/สัปปะรด, ขนมคบเคี้ยวต่างๆ
เฮ้ย…. นี่มันรถตู้ฉิ่งฉับทัวร์นี่นา

:o:o

เมื่อสงครามอาหารจบลง
ทุกคนก็เข้าสู่การนั่งสำนึกตน นั่งหลับเงียบๆ ไปอีกครั้ง
ก่อนรถจะลดความเร็วลง เนื่องจากรถติด
ก่อนถึง santorini park
หางแถวยาวไปไกลเลย
ตอนนี้แมวดื้อเริ่มกระสับกระส่ายแล้ว
เพราะติตี้เริ่มส่งข้อความมาถามว่าถึงไหนแล้ว
แมวดื้อ…ไปสาย งานจะเข้าซะแล้วววว

คนขับออกจะใจร้อนอยู่สักนิด วิ่งตรงไหล่ทาง ลัดเลาะมาเรื่อยๆ
จนหลุดบริเวณ santorini park และฟาร์มแกะมาได้
ก็เริ่มมีอุปทานหมู่เกิดขึ้น
เมื่อมีผู้โดยสารคนนึง บอกให้ไปส่ง ณ จุดที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทาง
และคนขับก็ใจดี ขับไปส่งด้วย
เหอ..เหอ

เริ่มจากแวะไปส่งที่หาดชะอำ
แวะ check point ที่ท่ารถชะอำ
ส่งตามโรงแรมต่างๆ ระหว่างทาง
ส่งคู่เพื่อนสาว แล้วยังใจดีจอดรถรอให้คนมารับอีก
สรุปนอกจากจะเป็นรถตู้ฉิ่งฉับทัวร์แล้ว ยังเป็นรถตู้หวานเย็นอีกด้วย

แมวดื้อลงเป็นคนสุดท้าย
บอกว่าจะนั่งรถต่อไปที่ cicada market
ก็พาวนไปที่ตลาด ทั้งที่อยู่นอกเส้นทางหลักไปแล้ว
(อ้าว… แล้วจะขับไปไหนนั่น)

สรุปถึงตลาดหัวหิน 6 โมงเศษๆ
ติตี้พาครอบครัวไปทานอาหารเรียบร้อยแล้ว
แมวดื้อก็ต้องผจญวิบากกรรมคนเยอะ รถติด ไม่มีรถ taxi/สองแถว/มอเตอร์ไซต์ไป cicada market อีก
กว่าจะไปถึงเหงื่อโทรมกาย โดนงอนอีก

:shock: :shock:

4 Level Relax

หลายคนเพิ่มระดับการพักผ่อนด้วยการหาหนังสือดีๆ อ่านสักเล่ม ในช่วงวันหยุดปีใหม่

พักผ่อนชั้นที่ 1 ด้วยการไม่ต้องทำงาน (แต่ไม่ถูกตัดเงินเดือน)

พักผ่อนชั้นที่ 2 ด้วยการออกไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
จริงอยู่ว่า เรามักจะไปเที่ยวกับครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท
ก็คนเดิมๆ อ่ะนะ
แต่ว่าสถานที่เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป
ไม่มีป้าขายข้าวแกง ไม่มีเสียงประกาศ BTS/MRT
เราได้เจอกับสิ่งใหม่มากกว่าสิ่งเก่า
ทำให้หน่วยความจำของเราเปิดบันทึกหน้าใหม่ขึ้นมา

พักผ่อนชั้นที่ 3 ด้วยกิจกรรมที่อยากทำ
การทำตามใจตัวเอง ถือเป็นการให้รางวัลชีวิต
ได้ไปในสถานที่ที่อยากไป
ได้กินอาหารที่อยากกิน
ถึงจะมีปัญหาบ้าง เช่น รถติด คนเยอะ
แต่ถ้าได้ทำตามความต้องการแล้ว ถือว่า ~fin~ นะจ้ะ

และบางคน ยังมีความสามารถพิเศษ
เวลากับเพื่อนๆ หรือครอบครัว
มีกิจกรรมมากมาย
แต่ก็ยังสามารถหาเวลาส่วนตัว นั่งอ่านหนังสือชิลๆ คนเดียวก็ได้
คนในกลุ่มนี้ มักจะเป็นคนที่มีสมาธิมากกว่าคนทั่วไป
หรือมองในอีกด้าน เป็นคนออกจะสันโดษอยู่สักหน่อย
เพื่อนๆ ลงเล่นน้ำทะเลกัน แต่ตัวเองกลับนั่งอ่านหนังสือทำ MV ไปจนมืด
พักผ่อนชั้นที่ 4 ด้วยการอ่านหนังสือท่ามกลางกิจกรรมและผู้คนอันมากมาย
แมวดื้อเองไม่มีความสามารถในระดับนี้นะ
เคยคิดจะทำอยู่บ้าง พกพ็อกเกตบุคไป
อ่านได้ไม่ถึงบท (จริงๆ ควรเรียกว่าไม่กี่หน้าด้วยซ้ำ)
แถมกลับมาก็จำไม่ได้ ต้องอ่านใหม่อีก

:o:o

แมวดื้อแพลนว่าบ่ายนี้จะแวะร้านหนังสือเสียหน่อย
มีหนังสือเล่มนึงที่เห็นผ่านตาทางทวิตเตอร์บ่อยๆ
ไม่ได้รู้จักคนเขียนเป็นการส่วนตัว
จำไม่ได้ด้วยว่าไป follow คนเขียนตอนไหน
แต่ก็มักจะเห็นข้อความอยู่บ่อยๆ

ฟ้าไม่เคยมืดเกินมองเห็นดาว
ผู้เขียน Kidmakk
ชื่อใน twitter ก็คือ @Kidmakk follow กันได้เลย

“หัวใจคนเราบรรจุความทุกข์ไว้ได้พอๆ กันกับความสุข
เพียงแต่ความทุกข์มักถูกจัดวางเอาไว้ในมุมที่เห็นชัดกว่าเท่านั้น”

แมวดื้อยังไม่ได้อ่านนะ
อ่านแค่คำโปรย ก็รู้สึกถึงการปลอบประโลม ให้กำลังใจตัวเอง
ในมุมที่ไม่ได้คิดแบบโลกสวยจนเกินไป
เราต้องยอมรับชีวิตสีขาวหม่นๆ ไปจนถึงสีเทาตุ่นๆ แบบที่ทุกคนเป็น
(อย่ามาอวดเว่อร์ว่าฉันชีวิตสีขาวนะ… ไม่เชื่อหรอก)
ในแต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีความสุขสดใสบ้าง
ไม่ใช่จมดิ่งอยู่ในโลกทึมๆ เพียงอย่างเดียว
จิตตกเสียเปล่าๆ

แมวดื้อเดินหาหนังสือเล่มนี้อยู่หลายที่
ทั้ง se-ed ทั้ง B2S
หมดเกลี้ยงเลย
อะไรจะขายดีขนาดนั้น
สุดท้ายไปหาเจอในร้านหนังสือเล็กๆ
ซื้อไป happy new year คุณพี่สาวของติตี้สักเล่ม

วันนี้เข้า se-ed เห็นหนังสือของพี่ป๊อบ ทรงศักด์
iPhone 5
ขึ้นเป็นหนึ่งใน 20 อันดับหนังสือขายดี

หนังสือเนื้อหาแน่น เขียนละเอียด อ่านแล้วเข้าใจง่าย
อีกหนึ่งในหนังสือคุณภาพ
แมวดื้อขอแนะนำ

:lol::lol:

Last working day in 2012

Many people already stop working.
They plan good vacation.
But I still working until last minute.
This year is harder for me.
I’m so tired.
I wish next year will be better.

Cat never stop sleep, so we should not stop working too..

:cry::cry:

© 2017 NaughtyCat. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.