หนีเที่ยวภูเก็ต ตอนที่ 1
สืบเนื่องจากคุณป๊าของติตี้ไปธุระที่ภูเก็ต
แมวดื้อก็เลยไปช่วย (กวน) ติตี้ ดูแลคุณป๊า

สิ่งที่กังวลกับการไม่อยู่ออฟฟิศก็คือลูกๆ ทั้งสาม
เพราะว่าน้องลูกพรุนและท่านแม่ไม่ค่อยสบาย
แมวดื้อก็คงปล่อยลูกๆ อยู่ออฟฟิศ น่าจะเป็นการดีที่สุด
แถมวันอาทิตย์ดันจะมีการตัดไฟอีกด้วย
การไฟฟ้าแจ้งมาว่าจะมีการตัดไฟตั้งแต่ 09.30 – 16.00 น.
ลำพังเรื่องอาหาร/น้ำ อันนี้ทิ้งไว้หลายๆ จุด ไม่ค่อยมีปัญหา
แต่ไม่มีไฟเนี่ย ร้อนตาย
ไหนจะยา/วัคซีนที่ต้องแช่เย็นอีก
แมวดื้อเลยต้องวางแผนล่วงหน้าเอาไว้หลายทาง
สุดท้ายก็แอบยุ่งวุ่นวายในเช้าวันเดินทางจนได้

:o:o

หลังจากกอดลูกๆ ร่ำลาเรียบร้อย ก็ต้องเด้งเอายา/วัคซีนจากออฟฟิศไปเก็บไว้ที่บ้าน
จากนั้นก็เด้งไปดอนเมืองทันที
การเดินทางครั้งนี้ไปด้วย “นกแอร์”
แมวดื้อไม่ถูกจริตกับเครื่องบินสักเท่าไหร่นะ
ด้วยความที่กลัวความสูง
แม้ว่าอาจจะได้นั่งริมทางเดิน สติก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่ดี
มีเวลานั่งรอก็เลยถ่ายรูปกันเบาๆ

ช่วงแรกพอเครื่องไต่ระดับได้เท่านั้นแหละ
มวลมหาเมฆดำรออยู่เบื้องหน้า
เดาได้ทันทีว่าวันนี้ชาวกทม.ก็คงจะได้ชุ่มฉ่ำกัน
แต่การคิดนั่นโน่นนี่ไม่ได้ช่วยให้แมวดื้อหายใจได้ทั่วท้องเลย
เมื่อเครื่องบินเซิร์ฟไปบนมวลเมฆดำอย่างกะสกู๊ตเตอร์ไต่ยอดคลื่นไม่มีผิด
ติตี้กับแมวดื้อจับมือกันแน่น เมื่อเครื่องบินกระแทกหลุมอากาศเป็นระยะ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียว ยังมีอีกเงื่อนไขนึงเพิ่มเข้ามาอีก
นั่นคือเก้าอี้ที่นั่งของแมวดื้อ ปุ่มกดเอนพนักพิงมันจม
ผลก็คือถ้าแมวดื้อพิงเก้าอี้ มันจะเอนหงายเงิบไปเลย
แล้วมันอยู่ในภาวะที่เครื่องบินกำลังไต่ระดับ เข้าใจป่ะ
ที่ถูกต้องคือปรับระดับพนักพิงให้ตั้งขึ้น
แมวดื้อก็ต้องอยู่ในสภาพลิงพยายามโหนเกาะเก้าอี้เอาไว้
มือนึงจับติตี้ไว้ อีกมือจับที่พักแขน พยายามประคองตัวเอาไว้
กว่าที่เครื่องบินจะได้ระดับตามต้องการ ก็ทำเอาแมวดื้อปวดแขน เมื่อยคอกันเลยทีเดียว

:cry::cry:

หลังจากนั้นก็ได้เวลาแจกจ่ายของว่าง
ซึ่งพอแมวดื้อได้รับมา ก็เก็บไว้ก่อนตามความเคยชิน
คือไม่เคยคิดว่าช่วงเวลาที่มีการแจกของว่าง ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ หรือเครื่องบิน
เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทานของว่าง
ยกตัวอย่างเช่นบนรถทัวร์ สมมติว่าออกเดินทางตอนค่ำ
เพิ่งทานมื้อเย็นก่อนขึ้นรถ บางสายรถออกเดินทางแป้บเดียวก็แจกกันแล้ว
(ก็เพิ่งอิ่มมาไง)
บางสายอาจไปให้ตอนเช้ามืด โดยการปลุกผู้โดยสารแล้วให้ของว่างปิดปากซะ
(คือเดี๋ยวก็ลงรถแล้ว เดี๋ยวค่อยไปหามื้อเช้าดีกว่าไหม)
จะว่าไปเรื่องของว่างเนี่ย เขียนได้เป็นอีกเอนทรีนึงเลย
ว่าด้วยเรื่องของ “ของว่าง” ที่ไม่แน่ใจว่าทำให้ “อิ่มหรือหิว” กว่าเดิม
หรือในประเด็นที่ว่า “สะดวกหรือลำบาก” ในการกิน
บางอย่างมันทานลำบากจริงๆ นะ เลอะเทอะไปหมด!!

นั่งหลับตาแป้บเดียว ลืมตามาก็เห็นทะเลแล้ว
เห็นแผ่นดินแว่บนึง ก่อนที่วิวทั้งหมดกลายเป็นทะเลอีกรอบ
เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจยังดังไม่ขาดสาย ประหนึ่งอยู่บนรถทัวร์
เสียงเตือนให้ปรับระดับเก้าอี้อีกครา แมวดื้อก็เริ่มเป็นลิงอีกรอบ
แต่ว่าคราวนี้ดีหน่อยที่เป็นขาลง ไม่ต้องเกร็งตัวมากนัก
เครื่องบินแตะรันเวย์แบบนักวิ่งโอลิมปิคที่วิ่งมาแบบสุดแรง พอถึงเส้นชัยปุ๊บ หยุดวิ่งเลย
ไม่รุนแรงแบบน่ากลัวนะ ออกแนวงงๆ เสียมากกว่า
อ๊ะ.. จอดแล้ว

หลังจากเดินออกมาจากเครื่องบินแล้ว ก็ไปรับสัมภาระ
คุณป๊าก็โทรหาอาจารย์นัทที่จะมารับ
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยงกันเลย

แมวดื้อเองไปภูเก็ตครั้งสุดท้ายเมื่อสิบกว่าปีแล้ว
ตอนนั้นไปกับทัวร์ ความทรงจำเกี่ยวกับภูเก็ตประมาณเมืองท่าสำหรับท่องเที่ยว
คือเน้นที่การท่องเที่ยว (แบบธรรมชาติ) เป็นหลัก ไม่เหมือนปัจจุบัน
(ถ้าไม่นับภูเก็ตแฟนตาซีนะ)
แต่พอมารอบนี้ เห็นรถยนต์ ถนน ห้างใหญ่ ผู้คน นี่มันเมืองใหญ่ชัดๆ

ป้ายจราจรเก๋ๆ “เลี้ยวซ้ายเมื่อปลอดภัย (LEFT WHEN SAFE)”
แล้วเมื่อไหร่จะปลอดภัย?
นั่นเป็นคำถามที่คิดในใจ พอผ่านแยกต่างๆ ไปได้สักพัก ก็เห็นเลนซ้ายมักจะชะลอตัวหรือบางทีหยุดรอ
(แม้จะไม่มีรถในทางอื่น)
ณ จุดนี้แตกต่างจากเมืองกรุง ที่หากมีช่องให้ไป นิดเดียวก็จะขอแซะไป

ปากน้ำซีฟู้ด อ.ถลาง
(http://4sq.com/19mRRNI)
เป็นจุดหมายสำหรับมื้อเที่ยง มื้อแรกที่ภูเก็ตคราวนี้
สิ่งหนึ่งที่อาจต้องระมัดระวังสำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้
ก็คือเรื่อง “ความเผ็ด” ของอาหารปักษ์ใต้
หากเป็นคนที่ชอบทานอาหารรสจัดอยู่แล้ว ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร
แต่หากเป็นคนไม่ชอบอาหารรสจัด อันนี้ควรบอกตั้งแต่ตอนสั่งเลย
บางร้านเนี่ย ขนาดแมวดื้อชอบทานเผ็ด ยังซี้ดปากเลย
มื้อแรกนี้ก็จัดกันไปเบา..เบา

อาหารรสชาติใช้ได้เลย
ถ้ามาทานมื้อเย็น สั่งพวกทะเลเผาน่าจะดี
ราคาปานกลาง
พนักงานแอบมึนเล็กน้อย ตอนแรกก็บริการดี
พอมีลูกค้าใหม่เข้ามาก็หายตัวไปเลยทีเดียว

:???::???: