วันนี้ได้ไปดู “คิดถึงวิทยา” เสียที
หลังจากที่ได้มีกระแสออกมาตั้งแต่ต้นปี
จนหนังเข้าฉายไปสิบวัน
แมวดื้อกับติตี้ไม่ได้ดูหนังโรงนานมากแล้ว
เลยเป็นโอกาสเหมาะที่เลือกจะไปดู “คิดถึงวิทยา” ในโรง
ตอนแรกจะไปเมเจอร์รัชโยธิน แล้วก็เปลี่ยนใจจะไปเซนทรัลลาดพร้าว
สุดท้ายเปลี่ยนใจกระทันหัน มุ่งหน้าสู่เอสพลานาด

ร้านโปรดของแมวดื้อที่เอสพลานาดก็มี
Coco Ichibanya กับ Morgen by EZ’s
โดยวันนี้ก็ไปลงที่ Morgen by EZ’s
ถ้ามีเวลาก็อยากจะซัดโฮกบุฟเฟ่ต์เสียนี่กระไร
แต่เดี๋ยวต้องดูหนัง แล้วรีบกลับไปทำงานต่อ ก็เลยแปะเอาไว้ก่อน

ชุดเมนู ที่ทานสองคน ท้องตึงกำลังดี
เหมาะสำหรับคนที่ทานอะไรมาบ้างแล้ว
ไม่ใช่ประเภทล้างท้องมาข้ามวัน แบบนั้นแค่นี้ไม่พอหรอก
หลังจากนั่งซัดโฮกจนหมดได้เวลาหนังฉายพอดี

ติตี้กับแมวดื้อเดินเข้าโรงหนังตอนที่เริ่มฉายหนังตัวอย่างพอดี
มีหลายเรื่องกระตุ้นความอยากดูได้เหมือนกัน
แต่บางเรื่องก็คงรอเวอร์ชัน DVD ดีกว่า
หุ..หุ

ตอนแรกที่นั่งลง
รู้สึกว่าหน้าจอมันสว่าง เหมือนหนังกลางแปลง
(หรือว่าปกติดูหนังจากจอคอมมาตลอด เลยรู้สึกแปลกๆ)
ตรงจอสีขาวก็ลอยๆ หลอกตา
(ดูเหมือนจะห่างหายจากการดูหนังในโรงมานานนนนนมาก)

คิดถึงวิทยา
เรื่องนี้แมวดื้อเสพข้อมูลมาเยอะทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็น Trailer, MV.OST หรือการโปรโมตจากคลื่นวิทยุต่างๆ
(แมวดื้อไม่ดูทีวี อย่างน้อยก็ตัดสื่อนี้ไปได้อย่างนึงแหละ)
เลยมีการเดาบทภาพยนตร์เอาไว้ในใจพอสมควร

สิ่งหนึ่งที่โปรยเอาไว้จาก Trailer หรือ MV.OST หรือคลิปโปรโมตต่างๆ
ก็คือเรื่องการใช้ชีวิตใน “ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน” ของทั้งสองคน
แต่มันก็ไม่เชิงสื่อออกไปในทางที่ซ้อนทับกันแบบ Il Mare
แต่มันเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น ที่เชื่อถึงเรื่องการทำสิ่งเดียวกันจะนำไปสู่ความใกล้ชิด
เช่นการใช้โต๊ะเรียนตัวเดียวกับคนที่แอบชอบอยู่
มีหลายฉากในคิดถึงวิทยาที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนั้น
อาทิเช่นการนอนไกวเปล, การตากผ้า, การใช้ไฟตะเกียง
ไปจนถึงวิธีเล่าเรื่องแบบตอกย้ำความรู้สึกทั้งสองด้าน
อย่างตอนที่ครูสองขี่มอเตอร์ไซต์ลงน้ำ แล้วบอกว่าทำตามครูแอนที่กระโดดน้ำ
ถ.ท.ว…….. ถูกทิ้งวิทยา!!
หรือฉากที่ครูแอนเดินลงมาจากตึกแล้วขับรถร้องไห้
ในทำนองเดียวกับที่ครูสองขี่มอเตอร์ไซต์ร้องไห้เพราะผิดหวังกับความรัก
ทั้งสองคน เหงา เศร้าพร้อมกับสนุกกับนักเรียนเหมือนกัน
หรือแม้แต่การที่ครูสองใช้ปากกาเขียนข้อความในไดอารี่ทับที่ครูแอนเขียนเอาไว้หลังไดอารี่ลอยตามน้ำไป

การเล่าเรื่องแบบนี้ ดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก คล้ายสูตรสำเร็จ
แต่ไม่ได้โบราณแบบทื่อๆ มีการใส่ชีวิตในยุคปัจจุบันเข้าไป
เช่นเราคงจะหงุดหงิดถ้าต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีอินเตอร์เนทหรือสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง
หากขาด social network ก็คงไม่พ้นที่จะหาทางระบายอย่างการเขียนลงกระดาษ
การอ่านไดอารี่ของคนแปลกหน้า มันก็คล้ายกับการที่เราไปอ่าน facebook/twitter คนอื่นที่เราไม่รู้จัก
บางครั้งอาจจะทำให้เรารู้สึกว่าใกล้ชิดเขาเหล่านั้น
(แม้ว่าความจริงอาจไม่ใกล้เคียงเลยก็เป็นได้)

แมวดื้อชอบข้อคิดหลายอย่างเรื่องการสอนเด็กนักเรียนของคิดถึงวิทยา
การเปรียบเทียบนำไปสู่ความเข้าใจ มากกว่าการท่องจำ

ถือเป็นหนังอีกเรื่องนึงที่ชอบมาก
รอ DVD ออกมาแล้วคงจะดูอีก (หลาย) รอบ

ออกจากโรงหนังติตี้กับแมวดื้อก็ไปลิ้มลองไอติมมะม่วงซะหน่อย
ไหนๆ ก็มีโอกาสแล้ว กินเสร็จแล้วแมวดื้อก็เด้งกลับไปทำงานด่วนๆ

รสชาติก็โอเคเหมือนเดิม
แต่ทำไมรู้สึกว่ามันละลายเร็วมาก
หรือว่าแอร์ห้างนี้มันไม่เย็น

:cry::cry: