Author Archive

Feb
28

ในที่สุด ก็ถึงวันที่ได้ไปทะเลเสียที
จาก ได้ทราบข่าว มาถึง จองตั๋วบัตรคอนเสิร์ตและที่พัก
จนมาถึงตัวคอนเสิร์ต
ที่คราวนี้แอบผิดหวังเล็กๆ
แต่คงเป็นเพราะคาดหวังไว้เยอะพอสมควร
กับการประทับใจในครั้งแรก
พอครั้งนี้ มันไม่ได้ตามที่คาด ก็เลยเฟลไปตามระเบียบ

เรื่องของเรื่อง
ก็คือที่พักโรงแรมสวนบวกหาด
มีกลุ่มลูกค้า SCB (ซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายหนึ่งของงานนี้) มาพัก
และวันก่อนหน้าจะมีคอนเสิร์ตก็มีกลุ่มผู้พักจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ซึ่งมาสัมนากันที่นี่
ผลก็คือทางโรงแรมเคลียร์ห้องให้ไม่ทัน
ลูกค้ามาถึงแต่ยังใช้ห้องไม่ได้
ก็เลยแกร่วกันอยู่ที่ฟร้อน
ไหนจะลูกเด็กเล็กแดงกระจองอแงอีก
ก็เลยต้องมีการสับเปลี่ยนห้องให้แก่กลุ่มลูกค้า SCB กันมั่วไปหมด
คือให้ห้องที่พร้อมแก่ลูกค้าที่มาก่อนไปก่อน
แล้วก็ต้องสลับห้องให้ลูกค้าที่เหลือ
หวานใจกับแมวดื้อเอง
แม้ว่าจะไม่ต้องไปสลับห้องกับใคร
แต่แม่บ้านก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จเหมือนกัน
ตอนแมวดื้อเดินเข้าไปในห้อง
พื้นยังเปียกอยู่เลย
แล้วยุงก็เยอะมากด้วย
(ประมาณว่าเปิดประตูทิ้งไว้ตั้งแต่แขกที่มาพักเช็คเอ้าท์ออกไป)

:cry: :cry:

หลังจากแมวดื้อทำตัวเป็นแมวกระโดดตบยุงอยู่พักใหญ่
พอจะทำใจกับเรื่องที่พักได้
ก็เหลือบไปเป็นบริเวณที่ทางทีมงานกันเอาไว้
ให้ลูกค้า SCB เป็นกรณีพิเศษ
เพื่อมา meet & greet ศิลปิน
แมวดื้อนึกในใจ
โหย.. คราวที่แล้ว ใครจะ meet & greet นี่ต้องพิเศษนะ
คือต้องพักที่โรงแรมสวนบวกหาดด้วย
ถือเป็นสเปเชียลเลย
แล้วนี่ไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อน
แล้วอยากรู้ว่าคนที่มาเนี่ย เค้าอยากจะมาคอนเสิร์ต
หรือแค่มาพักผ่อน (พักที่โรงแรมนี้) เท่านั้น
หรือว่าแลกคะแนนรีวอร์ดได้ก็เลยมา

:oops: :oops:

เอาฟร่ะ
ไหนๆ ก็อยากมาพักผ่อน เปิดสมองให้โล่งๆ
อย่าไปเก็บอะไรมาคิดให้มันมาก
มีเวลาแค่นี้ พอกลับเมืองหลวง ก็ต้องมีภาระหน้าที่ต้องทำต้องคิดอีกเยอะแยะ
เลยชวนหวานใจไปเดินเล่น ดูทีมงานทำงานกัน

แผนผังของงานที่ตั้งไว้ทางด้านหน้า
แอบเห็นป้ายดำๆ ปิดทับคำว่า “Spa” ไว้ด้วย
ไม่แน่ใจว่าตอนแรกทางทีมงานจะทำสปา?

บริเวณ Food Zone ก็เริ่มมีการจำหน่ายคูปองและอาหารกันตั้งแต่บ่าย
ดูจากจำนวนร้านแล้วเยอะกว่าครั้งที่แล้วพอสมควร

ตรงทางลงไปทะเล ทางทีมงานไม่ให้พวกเราเข้าไป
ซึ่งแมวดื้อแปลกใจมาก
แมวดื้อพักที่โรงแรมนี้นะ
ลูกค้าของโรงแรมไม่มีสิทธิ์ใช้หาดของโรงแรม?
ก็เข้าใจว่าทีมงาน เตรียมสถานที่ เตรียมการในส่วนต่างๆ
ก็เข้าใจว่าศิลปินซาวด์เช็คอยู่
ก็ไม่ได้จะยุ่มย่ามตรงนั้นเสียหน่อย
แค่จะเดินไปลงทะเลก็ไม่ได้!!

:cry: :cry:

แต่ด้วยประสบการณ์ครั้งที่แล้ว
หวานใจกับแมวดื้อก็เลยเดินผ่านร้านอาหารริมทะเล
ลงมายังชายหาดจนได้

:roll: :roll:

ลมแรงดีมาก
แต่น้ำทะเลไม่ค่อยน่าเล่นสักเท่าไหร่
พนักงานทางโรงแรมบอกว่าช่วงนี้มีแมงกระพรุนด้วย
หวานใจกับแมวดื้อก็เดินเล่นชายหาดกันนิดหน่อย
หวานใจจะถ่ายรูปลูกๆ (ตุ๊กตา) ก็ไม่สามารถ
เพราะลมแรงจัด
ขนาดแมวดื้อยังแทบจะปลิว
เห็นพี่คนนี้เล่นสนุกไปคนเดียวเลย

หลังจาก shot นี้ พี่แกก็หัวทิ่มลงน้ำไป
แต่ก็เห็นขึ้นมาตั้งหลักเล่นต่อ

:lol::lol:

อีกด้านหนึ่ง ก็มีแฟนคลับของน้องกิ่ง
กับ (น่าจะเป็น) ผู้เข้าร่วมคอนเสิร์ตอีกจำนวนหนึ่ง
ยืนเกาะขอบรั้วอยู่ ซึ่งทางทีมงานไม่ให้เข้ามา
(แต่แมวดื้อกับหวานใจอยู่ข้างในไง)

:roll: :roll:

มีผู้มาพักในโรงแรมใกล้เคียงเดินอยู่ริมหาด
แมวดื้อชอบรูปนี้
มันให้ความรู้สึกเป็น “คู่” ดี
แต่กดชัตเตอร์ได้ครั้งเดียว
พอคุณพี่ฝรั่งผู้ชายเห็นกล้อง รีบเดินแยกห่างจากคุณพี่ฝรั่งผู้หญิงทันที
(หรือแอบมากับกิ๊ก)

หวานใจก็เดินเล่นอยู่ริมหาด

แมวดื้อไม่ถ่ายรูปให้
หวานใจถ่ายเองก็ได้
กับมุมยอดนิยมของสาวๆ ใน twitter

เดินมาเอาบรรยากาศคอนเสิร์ตกันนิดนึง

ตามตารางเวลาคอนเสิร์ต
จะเริ่มประมาณหกโมงเย็น
ครั้งที่แล้วพอเคารพธงชาติเสร็จ
แอนก็ขึ้นไปร้องทันที
คราวนี้คนอาจเยอะสักหน่อย
แมวดื้อกับหวานใจก็เลยตั้งใจว่าจะกินอะไรหนักๆ กันเลย
ที่ร้านริมทะเลเช่นเคย

แต่แอบเซ็งเล็กน้อย
ตรงที่เมนูที่สั่งได้ เป็นเมนู I Love You ไปเสียทั้งหมด
ครั้งที่แล้ว เหมือนเป็นเมนูของทางร้าน
คือสั่งกับข้าวเหมือนร้านอาหารทั่วไป
แต่ครั้งนี้ เหมือนทางร้านจะรู้หลัก
คือรู้ว่าคนจะต้องเยอะแน่ๆ ก็เลยจัดเป็นอาหารชุดไปเลย
ทำเมนูไม่ต้องหลากหลายมาก
สะดวกในการทำมากกว่า
แปลว่ามื้อนี้แมวดื้อกับหวานใจอดชิมอาหารอย่างที่ตั้งใจไว้

:o:o

ก็สั่งกันไปไม่กี่อย่าง
รสชาติธรรมดาทั่วไป
แต่ได้รสชาติจากที่พี่เจี๊ยบวัตนามาทักที่โต๊ะอาหารนี่แหละ
(พี่เจี๊ยบยิ้มหวานมากก)


ข้าวผัดปู
ราคาสูงไปนิด เมื่อเทียบกับปริมาณ
แถมไข่ดาวยังไม่สวยอีกต่างหาก

:cry: :cry:


ข้าวผัดกระเพราปลาหมึก
หน้าตาดูดีขึ้นกว่าจานที่แล้ว
หัวใจสวยเชียว


ต้มยำกุ้งที่ติดเปรี้ยวอยู่สักนิด
แต่ซดร้อนๆ คล่องคอดี


อาหารเป็นเซต
ซึ่งครั้งที่แล้วสั่งอีกเซตนึงไป
คราวนี้ก็เลยลองชุดนี้
มีไส้กรอกอิสาน เนื้อแดดเดียว แล้วก็ห่อหมกทอด
ชิมดูแล้ว สั่งเชตคราวที่แล้วท่าทางจะเวิร์คกว่าแฮะ

:o :o

หลังจากินกันเรียบร้อย
ก็กลับห้องไปเอาของสำหรับคืนนี้
เก็บของที่ไม่ใช้ ไม่ต้องคอยห่วงเรื่องทรายด้วย

== จบภาคแรกไว้เพียงเท่านี้ ==
รอต่อภาคกลางคืน

Feb
27

วันนี้หยุดงาน
จะไปต๊ะเล
เย้..เย

นั่งรอหวานใจจะขึ้นรถตู้ไปชะอำ
ก็เลยรอใน Narai Pizzeria
เอิ้ก..เอิ้ก

หยิบกล้องมาทำเล่น
ลองโน่น ลองนี่
เลยฉวยโอกาสกดชัตเตอร์มาจึ้กนึง
หุ..หุ

ไม่ได้เข้าไปนั่งกินร้านนี้นานมากแล้ว
อาหารก็ยังถูกปากอยู่เช่นเคย
ราคาก็ไม่ได้ขึ้น (กว่าเดิม) จนน่าเกลียด
วันนี้ขาดสั่งพิซซ่าแป้งบางอีกอย่างนะนี่
เอาไว้ไปกินอีก
ช่วงนี้ทำน้ำหนัก (ขึ้น)
อิอิ

:roll: :roll:

Feb
27

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้แมวดื้อเจอเคสสุนัขที่เป็น “ต้อกระจก” (Cataracts) อยู่หลายเคส
กลับมาค้นข้อมูลว่ามีการอัพเดตไปถึงไหนกันแล้ว
ตอนที่แมวดื้อเรียน มักจะท่องลักษณะอาการที่พบเห็นว่า
Star in the Sky
ลักษณะที่ว่าเห็นคล้ายเช่นนี้

ช่วงที่เรียนแมวดื้อก็งงๆ กับภาษาไทยอยู่พอสมควร
เพราะว่า Cataracts นั้นแปลเป็นไทยว่า ต้อกระจก
แต่ความผิดปกตินั้นไปอยู่ที่ “เลนส์ตา” (lens) ไม่ใช่ “กระจกตา” (cornea)
หากน้องหมาน้องแมวเล่นตบตีกัน
แล้วเกิดเป็นแผลที่กระจกตา
สิ่งที่อาจเห็นได้ก็คือกระจกตาเป็นฝ้าสีฟ้าๆ
อันนี้จะอยู่ที่กระจกตา ซึ่งจะอยู่ด้านนอกของลูกตา
แต่หากเป็น Cataracts จะเป็นที่เลนส์ตา ซึ่งอยู่ทางด้านใน
ซึ่งสามารถแยกจากกันด้วยการส่องไฟ
เข้าไปทางด้านข้างของลูกตา
แล้วตรวจดูว่าเป็นที่ส่วนใดกันแน่

เลนส์ตานั้นทำหน้าที่ในการปรับความชัด
เช่นเดียวกับการโฟกัสของกล้องถ่ายรูป
หากปรับโฟกัสไม่ถูกต้อง ภาพที่ได้ก็จะเบลอ ไม่ชัด

ความสามารถในการโฟกัสของสุนัขเมื่อเทียบกับคน
พบว่าในสุนัขนั้นจะปรับโฟกัสได้น้อยกว่าคนถึง 3 เท่า
ในขณะที่แมวนั้นจะสามารถปรับโฟกัสได้น้อยกว่าคน 2 เท่า
อันนี้เป็นความสามารถในการปรับโฟกัสนะ
ไม่เกี่ยวกับความไวในการรับแสง (แบบการปรับค่า ISO ของกล้อง)
ที่ทั้งสุนัขและแมวทำได้ดีกว่าคน สามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้ดี

เมื่อรู้กันแล้วว่า “ต้อกระจก” เป็นความผิดปกติที่ “เลนส์ตา”
ซึ่งปกติควรจะใส (แบบเดียวกับเลนส์กล้องถ่ายรูป)
แต่เมื่อมันขุ่น ก็จะโฟกัสไม่ได้ ส่งผลให้มองไม่ชัดเจน
และถ้ามันขุ่นมากขึ้น มากขึ้น
แสงผ่านเข้าไปไม่ได้ ก็จะมองไม่เห็น (ตาบอด)

ปัจจัยต่างๆ ที่ “น่าจะ” มีผลต่อต้อกระจกในสัตว์
ได้แก่ อุบัติเหตุ การกระแทก, อายุ, พันธุ์, ความผิดปกติของระบบเมตาโบลิซึม, โรคเบาหวาน,
ความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เช่นมีการติดเชื้อไวรัสตั้งแต่ในท้องแม่
ในแมวนั้นพบได้น้อยกว่าในสุนัข
หากพบ อาจพบได้ในทุกช่วงอายุ และมักจะไม่เกี่ยวข้องทางกรรมพันธุ์
และมีรายงานว่ามีปัจจัยเกี่ยวกับเรื่องสารอาหารที่ผิดปกติในขณะที่ยังเล็ก
ปัจจัยที่มักจะพบต้อกระจกในแมวก็คือตาอักเสบอย่างเรื้อรัง
ในขณะที่ในสุนัขนั้น ปัจจัยที่มักจะพบต้อกระจก กลับเป็นโรคเบาหวาน หรือกรรมพันธุ์

การรักษานั้นไม่มีวิธีการรักษาทางยาที่ทำให้ “หาย”
มีเพียงการชะลอให้เป็นช้าลงได้บ้างเท่านั้น
มีรายงานว่าการใช้ยาหยอดตาที่มีตัวยา atropine หยอดตา
สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะช่วยในการมองเห็น หากต้อยังไม่สุกเต็มที่
แต่การใช้ยาดังกล่าว ควรอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์
อาจต้องมีการตรวจตาเป็นระยะ

การเพิ่มสารอาหารบางประเภท
จำพวกวิตามิน E และ วิตามิน C ก็มีรายงานว่าช่วยชะลอการเกิดได้บ้าง
ตรงนี้ สำหรับวิตามิน C เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ดังนั้นจึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงสักเท่าใดนัก
แต่สำหรับวิตามิน E ที่เป็นวิตามินละลายในไขมัน การใช้จึงควรอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์
ให้มากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

วิธีการผ่าตัดอาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เจ้าของสัตว์สามารถพิจารณา
(แต่อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง)
การผ่าตัดเอาเลนส์ตาออกเลย เป็นวิธีการที่สามารถทำได้
แม้จะเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการปรับโฟกัส
หากไม่มีแล้ว สัตว์เลี้ยงก็สามารถกลับมามองเห็นได้ แม้จะมองไม่ชัด
(แสงเข้าไปถึงตัวรับแสงภายในลูกตาได้ แต่ไม่มีตัวโฟกัส)
การผ่าตัดแบบที่เปลี่ยนเลนส์เทียม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แต่อาจต้องดูแลภายหลังการผ่าตัดอยู่พอสมควร
ประกอบกับการตรวจ ที่จะบอกได้ว่าสัตว์เลี้ยงมองเห็น “ชัด” หรือ “ไม่ชัด” เป็นเรื่องยาก
จึงประเมินความสำเร็จได้ลำบากอยู่สักนิด
วิธีต่อมาคือการลอกต้อโดยใช้คลื่นเสียง
เป็นอีกวิธีที่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงสัตวแพทย์เฉพาะทาง
จากรายงานประสบความสำเร็จถึง 85-90%
หากใครสนใจลองหาใน youtube ด้วยคำว่า Phacoemulsification
มี video ให้ดูด้วย
แต่วิธีการนี้ ความสำเร็จอยู่ที่ประวัติสัตว์เลี้ยงเอง, การตรวจวินิจฉัยของสัตวแพทย์,
ความผิดปกติในส่วนอื่นๆ ของลูกตา, รวมถึงระยะเวลาในการผ่าตัด
เนื่องจากผ่าเร็วไป ช้าไป ก็อาจมีผลต่ออวัยวะโครงสร้างลูกตาในส่วนอื่นๆ
(ส่วนมาก มักจะพิจารณาเมื่อ “ต้อสุก” แล้ว)

การพยากรณ์โรคต้อกระจก
เนื่องจากต้อกระจกไม่ได้ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเจ็บปวด
มีเพียงการสูญเสียในการมองเห็นเท่านั้น
ซึ่งอย่าลืมว่าทั้งสุนัขและแมวนั้น
มีความสามารถในการได้ยินและรับกลิ่นสูงมาก
การมองไม่เห็น “อาจ” ไม่ได้ไปรบกวน “การใช้ชีวิต” มากนัก
เมื่อสัตว์เลี้ยงมองไม่เห็นแล้วจริงๆ ผู้เลี้ยงก็จะต้องเข้าใจ
รู้วิธีปรับตัว
ข้าวของเครื่องใช้ ภายในบ้าน ก็อย่าปรับเปลี่ยนที่บ่อย
สัตว์เลี้ยงจะจำตำแหน่งของที่ต่างๆ ได้ และจะเดินไม่ชน
(อาจแค่เดินช้าๆ ในช่วงแรก)
การผ่าตัดนั้นก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย
เช่นสัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาพที่พร้อมจะวางยาสลบไหม
สุขภาพแข็งแรงหรือเปล่า
ผู้เลี้ยงสามารถดูแลภายหลังการผ่าตัดได้หรือไม่
อวัยวะภายในลูกตาอื่นๆ ยังคงทำงานได้ดีหรือไม่
เช่นสุนัขเป็นต้อกระจกร่วมกับประสาทตาเสื่อม
แม้จะทำให้แสงผ่านเลนส์ตาเข้าไปได้
ตัวประสาทตาไม่สามารถทำงานได้
สุนัขก็จะมองไม่เห็นเช่นเดิม
กรณีแบบนี้ การผ่าตัดก็อาจไม่ได้ช่วยอะไร

อย่างไรก็ดี
แมวดื้อแนะนำว่า หากสังเกตเห็นลูกตาสัตว์เลี้ยง
ขุ่น ฟ้า มัว
ก็ให้รีบพาไปให้สัตวแพทย์ทำการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ

Feb
26

Yummy fridaY
สัปดาห์นี้ส่งท้ายเดือนแห่งความรัก
กับร้านคัพเค้กสีหวานๆ
หากมีเวลานั่งจิบชาไปด้วย
ยิ่งเป็นการเติมความหวานเข้าไปใหญ่
ร้านนี้อยู่ที่ The Avenue แจ้งวัฒนะ
สาขานี้อาจไม่ได้ไป (เพราะยังนึกไม่ออกเลยว่ามันอยู่ตรงไหน ฮ่า..ฮ่า)
แต่น่าจะแวะไปลิ้มลองที่สาขาเอมโพเรียมแทน
มี facebook page ของทางร้านด้วย
แต่ข้อมูลในวันนี้เอามาจากเว็บไซต์ www.bkkmenu.com เช่นเคย

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

ที่ตั้ง : The Avenue แจ้งวัฒนะ 104/28-29 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่
โทร : 0-2982-5229
เว็บไซต์ : www.facebook.com/pandorabakeshop
เปิดบริการ : 10.00-21.00 น. ทุกวัน
ราคาต่อคน : 45 – 100 บาท

Afternoon Tea by Twinings มีร้านน่ารักๆ มาชวนคุณไปนั่งจิบชามยามบ่าย กับขนมอร่อยๆ กันอีกแล้วค่ะ สำหรับร้านส่งท้ายเดือนกุมภาฯ นี้ เราจะพาไปที่…

Pandora ร้านคัพเค้กโฮมเมดแนวใหม่ที่มีสไตล์หลากหลายในตัวเองแบบไม่ซ้ำใครกับกองทัพคัพเค้ก อบสดใหม่จากเตาทุกวัน ร้านคัพเค้กหน้าตาน่ารักแห่งนี้ กำเนิดขึ้นมาจาก คุณปุ๊กกี้ เจ้าของร้านผู้ชื่นชอบการทานและการทำเค้ก บวกกับพรสวรรค์อันโดดเด่นในด้านศิลปะ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในการแต่งหน้าเค้กทุกรสชาติในร้านแพนโดร่า ให้มีหน้าตาสวยงามสุดครีเอทอย่างที่เห็นกันนี่ล่ะค่ะ

ภายในร้านขนาดกะทัดรัด ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย แต่มีมุมเก๋ๆ ให้เรานั่งชิลล์ และดื่มด่ำกับชาร้อนๆ ซักแก้ว วันนี้เลือก Twinings Darjeeling ชาสีทองสว่างที่มีรสคล้ายองุ่นมัสคาเทลที่ใช้ในการหมักไวน์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ดาร์จีลิง ชาจากเนินเขาหิมาลัย สามารถดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือจะเติมนมเล็กน้อย

ยิ่งได้จับคู่ทานกับคัพเค้กโมดอร่อยๆ ของร้าน ซึ่งมีให้เลือกกันแบบละลานตา กว่า 30 แบบต่อวัน อาทิ Red Velvet (45 บาท) เนื้อเค้กสีแดงนุ่มฟูหน้าครีมชีสวานิลลา เป็นคัพฮิตของร้านเลยค่ะ, Dutch Chocolate (45 บาท) เค้กช็อกโกแลตเข้มข้น แต่งหน้าด้วยฟัดจ์ช็อกโกแลต ท็อปปิ้งครีมวานิลาและลูกเชอร์รี่

Cookie & Cream (45 บาท) เนื้อเค้กช็อกโกแลตหน้าครีมโอรีโอ้คุกกี้, Blueberry Bush (40 บาท) เค้กวานิลลาหน้าครีมบลูเบอร์รี่

Duke of Panama (45 บาท) แป้งเค้กวานิลลาหน้าครีมกล้วยหอม, Princess Sora (45 บาท) คอลเลคชั่นคัพเค้กรสวานิลลาหน้าดอกไม้สีสันสดใส

Wintergreen (45 บาท) หน้าครีมหวานละมุน โรยช็อกโกแลต M & M

นอกจากนี้ยังมีขนมหวานแบบอื่นให้ลองด้วย อย่างเช่น Creamcheese Brownies (65 บาท) เนื้อช็อกโกแลตบราวนีส์เข้มข้นหน้าครีมชีสหวานมัน และ Snow Ball (12 บาท) แป้งนุ่มๆ เคลือบบิสกิตกรุบกรอบ

และในแต่ละเดือนทางร้านจะมีเค้กหน้าตาและรสชาติใหม่ๆ มาให้คุณได้ลิ้มลองกัน หรือใครอยากได้เซตคัพเค้กสำหรับเป็นของขวัญให้คนพิเศษ เชิญได้ที่ร้าน Pandora ทั้ง 2 สาขา The Avenue ถนนแจ้งวัฒนะ และ สาขาใหม่ล่าสุดอยู่ที่ The Emporium ชั้น 5 หน้า Gourmet Market

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.bkkmenu.com

Category: Yummy  Tags: ,  Leave a Comment
Feb
25

แม้จะผ่านช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ไปแล้ว
แต่ขอบันทึกไว้นิดนึง
(แก่แล้ว..ลืมง่าย)
ก่อนหน้าวาเลนไทน์
หวานใจคุยกับแมวดื้อว่า
เรามีวันเวลาดีๆ กันอยู่แล้ว
ช่วงวาเลนไทน์ก็งดของขวัญ/ดอกไม้กันดีไหม
หาร้านอาหารอร่อยๆ นั่งกินชิลๆ กันก็พอ
ซึ่งแมวดื้อก็มีซากุระช่อเล็กๆ ให้หวานใจ
ส่วนหวานใจก็มีช๊อคโกแลตชิ้นเล็กๆ ให้แมวดื้อ
แต่ว่าเจ้าช๊อคโกแลต เกิดชอบท่องเที่ยว
ไปโน่นมานี่
จนไม่ถึงมือแมวดื้อเสียที
ในที่สุดตอนนี้ก็มาถึงแล้ว
Ta–da

ช็อคโกแลตนมรูปหัวใจ
พร้อมจอกเอาไว้ซดเอสเพรสโซ่
น่ารักดี
ขอบคุณนะจ้ะ..หวานใจ
ชอบมั่ก..มั่ก

Feb
24

วะ..ฮะ..ฮ่า
อาทิตย์งานล้นหลาม
ยุ่งสุดๆ
อาจเพราะมีข่าว Rabies ที่ JJ ออกมา
แทบจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย
มีแต่ฉีดวัคซีนให้น้องหมาน้องแมวล้วนๆ

Wednesday boX
สัปดาห์นี้ หยิบเอาเรื่องที่ยังค้างคามาเล่าให้ฟัง
ที่บอกว่ายังค้างคา
คือยังดูไม่จบนั่นเอง
ฮ่า..ฮ่า
นั่งดูกับหวานใจไปได้แค่ครึ่งเรื่องเอง

เรื่องราวที่เอาเรื่องเล่าระดับตำนานในมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ
นำมาเรียงร้อยเนื้อเนื่องเข้าด้วยกัน
สำหรับเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติบางเรื่องที่หยิบมาทำเป็นภาพยนตร์นั้น
แมวดื้อก็เคยได้ยินมาอยู่พอสมควร
จากที่เคยได้ยิน แบบปากต่อปาก
ก็เลยเกิดจินตการความน่ากลัวไปในระดับนึง
ยิ่งบางเรื่องเคยได้ยินตั้งแต่เด็กๆ
ความต้านทานยังคงต่ำ
พอมาดูแล้วรู้สึกว่าไม่น่ากลัว แถมจะออกตลกไปเสียต่างหาก
สิ่งที่รบกวนจิตใจของแมวดื้อตั้งแต่ฉากแรกๆ
ก็คือการตัดต่อของหนังเรื่องนี้
ที่ตัดได้ฉับ…ฉับมากๆ
ฉับ..จนงง ก็ว่าได้
ภาพกระโดดไปกระโดดมา
มันเลยดูไม่ต่อเนื่อง
ในส่วนความสยองนั้น
ขนแขนไม่ได้ออกกำลังกาย แสตนอัพกันเลยทีเดียว
ทั้งที่หนังเรื่องนี้ทำ trailer ออกมาได้น่าติดตามทีเดียว
แมวดื้อรู้สึกผิดหวังกับหนังจริงๆ ไปพอสมควร
หากแม้จะไม่ได้เน้นที่ความน่ากลัว แบบที่ต้องการให้เห็นกันจะจะ
ก็น่าจะใช้เสียง หรือปม ทำให้คนดูเกิดจินตนาการบ้าง
สำหรับหนังเรื่องนี้ แมวดื้อให้ “ไม่ผ่าน” ก็แล้วกันนะ

:cry::cry:

Feb
23

Tuesday nerD
วันนี้ขอเสนอโปรแกรมบนไอโฟนและไอพอดทัช
ความต้องการระบบขั้นต่ำ เฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 3.0 ขึ้นไป
โปรแกรมนี้เป็นแชร์แวร์ ราคา 0.99 ดอลลาร์สหรัฐ

เป็นโปรแกรมสูตรทำอาหาร
มีการอัพเดตทุกวัน
ซึ่งข้อมูลมาจาก Everyday Food Magazine
โดย Martha Stewart
เท่าที่ลองใช้งานดู
เมนูอาหารทำไม่ยาก
แต่การหาซื้อวัตถุดิบในบ้านเราอาจจะงงๆ กับชื่อในภาษาอังกฤษตามสูตรนิดหน่อย

รายการอาหารในแต่ละวัน
จะแสดงเพียงแค่วันต่อวัน
หากต้องการจะเก็บข้อมูลไว้ ก็ต้องกด save ไว้เอง
ไม่สามารถกดดูรายการย้อนหลังได้
(หมายถึงดู “รายชื่อ” เมนูย้อนหลัง”)
แต่สามารถค้นหาเมนูอาหาร (ย้อนหลัง) ที่ทำจากวัตถุดิบหรือชื่อได้

Martha’s Everyday Food: Fresh & Easy Recipe
(iTunes Link)

Feb
22

เอนทรีนี้ออกจะแนวบ่นสักเล็กน้อย
เอิ้ก..เอิ้ก
หลายคนเห็นว่าแมวดื้อชอบกินข้าวนอกบ้าน
ชอบเสาะหาของกินตามที่ต่างๆ
ถูกปากบ้าง ไม่ถูกปาก (แมวดื้อ) บ้าง
อันนี้เป็นความชอบของใครของมัน
หลายคนบอกอร่อย แมวดื้อไปลองชิมอาจไม่ชอบก็ได้
ในทำนองกลับกัน ร้านที่หลายคนไม่ชอบ แต่แมวดื้อกลับชอบไป ก็มี

วันนี้มาคุยกันถึงเรื่อง
Disposable Restaurant
Disposable นั้นหมายถึงสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง
ยกตัวอย่างเช่นเข็มฉีดยา ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
เป็นต้น
แมวดื้อก็เลยจับสองคำมารวมกัน
Disposable Restaurant
ในความหมายของแมวดื้อ
หมายถึงร้านที่ขอไปครั้งเดียว (ก็เกิน) พอ
หรือหากอยากเป็นเทวดานางฟ้า
อยากจะให้โอกาส กลับตัวกลับใจ
ก็จะให้พรแก้ตัวอีกจนวาระที่ 3
แปลว่า ถ้าหากไปเจอสิ่งต่างๆ ข้างล่างนี้
ครบ 3 ครั้ง
แปลว่าขอลาขาด อย่าได้เจอกันอีกเลย
(แต่บางร้าน ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ไม่ควรให้โอกาสนะ)

สิ่งต่างๆ ที่ว่านี้ ไม่เกี่ยวกับรสชาติอาหารเลยนะ
เรื่องนั้น ต่างลิ้นก็ต่างใจ
ไหนจะเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่คุณภาพวัตถุแปรผันตามตลาดอีก

..แต่..

สิ่งที่แมวดื้อยอมไม่ได้!!

อันดับที่ 1
พวงสวรรค์
เอ้ย.. พวงเครื่องปรุง

จะหาว่าแมวดื้อกระแดะก็ไม่ว่ากัน
แต่ด้วยนิสัยของแมวดื้อไม่ค่อยชอบคนอาหารให้เข้ากัน
ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด ผัดไท ก๋วยเตี๋ยว หรืออะไรก็ตามแต่
(ที่สามารถปรุงได้ ไม่เว้นแต่พริกน้ำปลา)
และนิสัยเสียของแมวดื้อก็มักจะปรุงจนถึง “คำสุดท้าย”
ก็รู้อยู่หรอกว่าพวงฯ พี่อ่ะมีไม่เยอะ
ไหนจะต้องคอยดูแล ไม่ให้แมลงน้อยใหญ่มาตอมดม
(หรือล้างมือกันให้สะอาด อย่างเช่นแมลงวัน)
ไหนจะต้องคอยป้องกันการโจรกรรมน้ำตาลจากน้องมด
ไหนจะต้องคอยจัดการพวกลูกเด็กเล็กแดงที่ชอบเล่นพวงฯ กันร่ำไป
เอาช้อนพริก ไปใส่ในน้ำส้ม
ประหนึ่งว่าเป็นใบเมเปิล ลอยอยู่ในน้ำตก บนภูกระดึง เสียไม่ได้
แต่..อย่ากระนั้นเลย
ความสุนทรีย์ในการเยาะน้ำปลาสักหยด หรือน้ำตาลสัก 1-2 ผลึก
บนลูกชิ้นลูกสุดท้าย ที่แอบเก็บไว้กินเพื่อปิดชาม
กลับถูกขัดขวาง จากการที่พี่คนเสิร์ฟ หรือเจ้าของร้าน
หรือใครต่อใคร ยกพวงฯ ไปต่อหน้าต่อตา
ปล่อยให้แมวดื้อค้างคาใจว่ายังไม่ได้ปรุงคำสุดท้าย
บางร้านใหญ่โต เป็นร้านหรู อาหารราคาแพง
แค่มีพวงฯ ประดับไว้ “โต๊ะละชุด” ก็ไม่ทำให้ภาพลักษณ์เสียไปหรอก
เพราะถ้าหากมีบริกรหนุ่มหล่อหรือสาวสวย
มาหยิบพวงฯ ไปต่อหน้าต่อตา
ต่อให้อาหารชั้นเลิศ ละลายในปาก
ก็จะไม่มีครั้งต่อไป สำหรับแมวดื้ออีกเด็ดขาด

อันดับที่ 2
สัตว์น้อยร่วมโลก
หลายร้าน โดยเฉพาะตามริมทางเดินเท้า
ชอบปล่อยให้น้องหมา น้องแมว ข้างถนน มาเลียน้ำ
ที่เค้าจะเอามาลวกเส้น!!
หรือบางร้านก็เอาน้ำดังกล่าวมาล้างจาน!!
โอ้ว… การเป็นคนนิสัยเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ เป็นสิ่งดี
แต่ควรดูความเหมาะสมด้วย
หรือบางร้านปล่อยให้มีคุณปีเตอร์บินมาสอดส่อง
โบกเรดาร์หาทิศทางอยู่บนโต๊ะอาหาร
แบบนี้ก็ขอลาขาดอีกเช่นเดียวกัน

อันดับที่ 3
อันนี้เมื่อก่อนค่อนข้างยอมความนะ
แต่เหมือนเดี๋ยวนี้มองภาพงานบริการมากขึ้น
(ก็ทำงานบริการเหมือนกันนิ)
การจัดลำดับคิว และทำงานอย่างเป็นระบบ
ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ
ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกค้าที่มาทีหลัง สั่งอาหารก่อน
หรือสั่งทีหลัง แต่ได้อาหารก่อน
อันนี้ไม่ว่ากระบวนการทำงานจะเป็นเช่นไร
เช่นทำอาหารพร้อมๆ กัน เวลามีลูกค้าสั่งอาหารเหมือนกัน
ก็จะทำเยอะๆ แล้วแบ่งให้แต่ละโต๊ะ
แต่ก็ควรคิดและวิเคราะห์ทางที่ดูดี
ไม่ใช่โต๊ะที่มาทีหลังกินจนอิ่ม เรียกเช็คบิลแล้ว
ปล่อยให้โต๊ะที่มาก่อน นั่งคอยอาหาร (ยังไม่ได้กินสักคำ)
แล้วก็ลูกค้าที่อาศัยเส้น
ประมาณว่ารู้จักกัน
หากไม่ทำตามกติกา (ทางสังคม)
ก็ขอเชิญไปกินกันในครัวไปเลย หรือห้องลับเจ้าของร้านไปเลย
จะได้ไม่ต้องโดนขี้ปากคนอื่น เม้าอย่างงั้นโง้นงี้
ร้านไหนระบบการทำงานไม่ไหว
ก็ขอบายเช่นเดียวกัน

ง่ายๆ แค่ ไม่กี่ข้อเอ้ง
ถ้าทำได้ ร้านของคุณก็จะไม่ถูกบรรจุไว้ใน
Disposable Restaurant
ของแมวดื้อแล้ว

:lol: :lol:

Feb
21

วันนี้นั่งทำงานอยู่ที่บ้านหวานใจ
แล้วก็นึกอยากได้ข้อมูล
เลยชวนหวานใจออกไปร้านหนังสือกัน
รู้ตัวอีกทีก็มาถึงสยามแล้ว
เอิ้ก..เอิ้ก
ลงจากรถไฟฟ้า BTS ตัดเข้า siam center
กำลังจะผ่านไปยังพารากอน
เจองานที่จัดบริเวณลานด้านหน้า
แมวดื้อกับหวานใจก็ตรงรี่เข้าไปโดยอัตโนมัติ
ร้านขายของเล่นเก่าๆ มีตุ๊กตาโมเดลขนาดจิ๋วด้วย
ร้านของคาว ของหวาน
ที่แปะป้ายไว้ด้านบน
เป็นชื่อตลาดน้ำ ตลาดเก่า ตลาดโบราณจากที่ต่างๆ
อาทิเช่น ตลาดสามชุก ตลาดนางเลิ้ง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ทางพารากอนจัดเอาเก้าอี้ยาว ที่สำหรับนั่งบริเวณลานน้ำพุมาเรียง
มีโต๊ะบ้างเล็กน้อย
ก็ทำให้ผู้ที่ซื้อของกินตรงนี้ นั่งรับประทานอาหารกันได้ (บ้าง)
ด้านเวทีก็จัดฉากเป็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พร้อมมีนิทรรศการให้เดินเข้าไปชมได้
บนเวทีก็มีการแสดงต่างๆ
โชคดีที่วันนี้มีลมพัดมาเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างดีเลย
ถ้าเทศกาลอาหารญี่ปุ่น อาหารอิตาเลียน อาหารจีน
ที่จัดบริเวณหน้าฟู้ดคอร์ทในพารากอน
ออกมาจัดด้านนอกแบบนี้บ้าง ก็น่าจะดี
จะสามารถลดความแออัดลงไปได้เยอะเลย
ลำพังแค่ลูกค้าที่ใช้บริการฟู้ดคอร์ดก็เยอะอยู่แล้ว
(แต่เข้าใจว่า ถ้าอากาศร้อน อาหารเหล่านั้นจะเสียง่ายสักนิด)

ป.ล.ด้านบริเวณทางเข้ามีจำหน่ายเบียร์ด้วย
ซึ่งดูไม่ค่อยเข้ากันเลย
ไหนๆ จะออกแนวพื้นบ้านแล้ว
น่าจะขายเป็นพวกเหล้ายาดองแทน
เอิ้ก..เอิ้ก

:roll: :roll:

Feb
20

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่อง
โดยคุณผึ้งได้คอมเม้นท์ถามเอาไว้ใน Saturday petdoC สัปดาห์ก่อน

หวัดดีค่ะ
สงสัยเรื่องทำหมันน้องแมวอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะช่วยตอบได้รึเปล่า

การทำหมันแมวสามารถทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่หรอคะ
เพราะถามคลีินิคสัตว์บางที่เค้าก้อบอกว่า 5 -6 เดือน ก้อทำได้แล้ว
แต่พอมาถามอีกที่นึงกลับบอกว่า รอซัก 8 -9 เดือนก่อนดีกว่า
และช่วงก่อนหน้านั้น ก้อให้ฉีดยาคุมไปซักเข็มนึงก่อน ไม่อันตราย
แล้วบอกอีกว่า ถ้าทำหมันตั้งแต่ 5 เดือนซึ่งยังเด็กอยู่ โตขึ้นมาจะทำให้น้องฉี่ขัดได้

ข้อความไหนเป็นจริงอ่ะคะ
ส่วนตัวอยากให้น้องทำหมันตั้งแต่ตอนนี้เลย (อายุ5 เดือน)
เพราะ ชอบหนีไปพบหนุ่มๆ นอกบ้านน่ะค่ะ

ประเด็นนี้น่าสนใจ
เนื่องจากเป็นคำถามที่แมวดื้อได้รับอยู่เสมอ
ส่วนคำตอบนั้นจะเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย
และแมวดื้อเชื่อว่าคุณหมอหลายท่านก็น่าจะเป็นในลักษณะเดียวกัน
มีข้อมูลในส่วนนี้จะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยหลายปัจจัย
เรามาค่อยๆ ไล่ดูกันทีละปัจจัย

เริ่มที่ความหมายของการทำหมันกันก่อน
ในสัตว์เพศเมีย การทำหมันหมายถึงการผ่าตัดเอารังไข่และมดลูกออก
ซึ่งรังไข่และมดลูกนั้นจะเป็นอวัยวะหลักที่สร้างฮอร์โมนเพศเมีย
ในทางการสัตวแพทย์นั้น จริงๆ แล้วยังมีการผ่าตัดอีกสองแบบ
นั่นคือการผ่าตัดเอารังไข่ทั้งสองข้างออกอย่างเดียว
และ
การผ่าตัดเอามดลูกออก (ยังคงเหลือรังไข่ไว้)
ซึ่งมีข้อพิจารณาการผ่าตัดเป็นรายๆ ไป

ข้อดีของการทำหมันในแมวเพศเมีย

- เพื่อป้องกันอาการเป็นสัด
ผู้เลี้ยงแมวหลายท่านอาจเลี้ยงในคอนโด
เวลาที่แมวเป็นสัดนั้นจะมีการร้องเสียงดัง
บางครั้งอาจไปรบกวนเพื่อนร่วมห้องได้
แถมยังกินเวลาไปถึง 10 วัน
เสียสุขภาพแมวที่เอาแต่ร้องๆ อาจทานอาหารลดลง
ผู้เลี้ยงแมวบางท่านเกิดความรำคาญในพฤติกรรมดังกล่าว

- เพื่อป้องกันการตั้งท้อง
แมวตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63-65 วัน
ครอกนึงมีลูกแมวเฉลี่ยประมาณ 3-5 ตัว
หลังจากแม่แมวคลอดลูกไปแล้วประมาณ 4 สัปดาห์
ก็พร้อมที่จะกลับสัดได้ทันที (แม้จะยังเลี้ยงลูก – ให้นมลูกอยู่)
ดังนั้นหากแม่แมวแข็งแรงและให้ลูกดกจริงๆ
ภายใน 1 ปี จะมีลูกแมวออกมานับสิบตัว
แมวดื้อเคยได้คุยกับผู้เลี้ยงแมวท่านนึง
เพียงแค่เริ่มต้นจากการเลี้ยงแมว 3 ตัว
2 ปีผ่านไป มีลูกแมวเกิดมาเกือบ 50 ตัว
ซึ่งจะมีปัญหาคุณภาพชีวิตในการเลี้ยงดูแมวอยู่พอสมควร
ทั้งค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ค่าอาหารจำนวนมาก
ไหนจะสังคมการอยู่ร่วมกันของแมว อาจมีการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่ หรือแย่งกันเป็นใหญ่

- เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
ผู้เลี้ยงแมวหลายท่านยังไม่ทราบว่า
น้องแมวนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้เช่นเดียวกัน
แม้ว่าอัตราที่พบได้ในน้องแมวนั้นจะน้อยกว่าในสุนัข
แต่ในช่วงการทำงานระยะหลังๆ ของแมวดื้อ ก็พบเคสเหล่านี้บ้าง
(จากแต่ก่อนถือว่าเป็นเคสหายาก)
ซึ่งอาจเพราะปัจจุบันผู้เลี้ยงแมวมีความรู้ ความเข้าใจ
เอาใจใส่ ดูแล เลี้ยงดูจนน้องแมว มีอายุยืนยาวกว่าสมัยก่อนก็เป็นได้
เคสที่แมวดื้อพบว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านมนั้นส่วนใหญ่จะมีอายุ 10 ปีขึ้นไป

- เพื่อช่วยลดความเสี่ยงมดลูกอักเสบ
เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของอวัยวะต่างๆ ก็ลดลง
มดลูกก็เช่นเดียวกัน
เวลาที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในมดลูก
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคที่บังเอิญติดเชื้อเข้าไปผ่านทางอวัยวะเพศ
(อาจพบได้กับน้องแมวที่ออกไปทำธุระตามสิ่งแวดล้อม เช่นสนามหญ้าหรือพุ่มไม้)
หรือสิ่งคัดหลั่งที่ร่างกายผลิตออกมา (เป็นผลจากฮอร์โมน)
เมื่อการทำงานของมดลูกลดลง ส่งผลให้เชื้อโรคหรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในมดลูก
สะสมอยู่ภายใน ระบบต่อต้านสิ่งแปลกปลอมของร่างกายก็จะพยายามกำจัดออก
เกิดเป็นหนองขังอยู่ภายในมดลูก การรักษาที่แนะนำคือการผ่าตัดเอามดลูกออกเท่านั้น

จากข้อดีของการทำหมัน
หากจะครอบคลุมในทุกข้อ
ก็จะย้อนกลับไปยังวิธีการผ่าตัด ในความหมายที่แมวดื้อกล่าวไว้ข้างต้น
การจะลดความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ นั้น
อาจจะต้องเลือกใช้วิธีการผ่าตัดเอาทั้งรังไข่และมดลูกออกทั้งหมด
หากทำการผ่าตัดโดยเหลือรังไข่ไว้บ้างส่วน
ก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเป็นสัดได้อีก เป็นต้น
อย่างไรก็ตามในส่วนพฤติกรรมการเป็นสัด แมวดื้อจะกล่าวอีกปัจจัยหนึ่งในข้างท้าย

จากประสบการณ์แมวดื้อ
ข้อพิจารณาของผู้เลี้ยงแมว ในการที่จะพาน้องแมวมาทำหมัน
ส่วนใหญ่แล้ว เป็นเพราะอยากจะควบคุมประชากร
รองลงมาก็เป็นเรื่องที่น้องแมวเป็นสัดบ่อย (สามารถเป็นสัดได้เดือนละหนึ่งครั้ง)
แต่ละครั้งก็นานเสียด้วย ผ่าตัดทำหมันเลยน่าจะช่วยลดตรงนี้ได้

แต่!!

หากเป็นเมื่อก่อน คุณหมอก็อาจจะยืนยันฟันธงไปได้ว่า
การผ่าตัดทำหมันแล้ว น้องแมวจะไม่แสดงอาการเป็นสัด
หากแต่ในปัจจุบัน คุณหมอหลายท่านก็จะทราบว่า
ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก อีกต่อไปแล้ว
แม้จะมั่นใจว่าได้ทำการผ่าตัดอย่างถูกต้อง
ทั้งรังไข่และมดลูกถูกตัดเอาออกไป
ตรวจเช็คด้วยวิธีการอัลตราซาวน์ยืนยันความถูกต้องก็แล้ว
แต่น้องแมวก็ยังแสดงอาการเป็นสัดอยู่!!

สาเหตุนั้นเนื่องมาจากปัจจัยเสริม
ดังมีคำอธิบายได้ว่า รังไข่นั้นเป็น “อวัยวะหลัก” ในการสร้างฮอร์โมนเพศเมีย
แต่ในร่างกายนั้น ไม่ได้มีเพียงรังไข่ที่สร้างฮอร์โมนเพศเมีย
ร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้นมหัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อเราตัดบางอย่างออกไป
จะมีการพยายามทำงานชดเชยสิ่งที่เสียไป
ในน้องแมวบางตัว (แมวดื้อเน้นว่าบางตัวนะ)
หลังจากทำการผ่าตัดทำหมันไปแล้ว
อาจแสดงอาการเป็นสัดได้ต่อไปอีก
แต่เท่าที่สืบค้นประวัติอย่างต่อเนื่อง ในเคสของแมวดื้อเอง
พบว่า ระยะห่างจะค่อยๆ ห่างไปเรื่อยๆ
เช่นจากเดิม แสดงอาการเป็นสัดเดือนละครั้ง เว้นไปเป็นปีละครั้ง แล้วค่อยๆ หายไป
ระยะเวลาในการเป็นสัดก็จะค่อยๆ ลดลง
จากเดิม แสดงอาการเป็นสัดยาวประมาณ 10 วัน
ในรอบหน้า (หากแสดงอาการเป็นสัดอีก) ก็จะเหลือแค่ 4 วัน เป็นต้น

สรุปสั้นๆ ตรงนีก่อนว่า
หากผู้เลี้ยงแมวตั้งใจว่าจะควบคุมประชากร, ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม
หรือลดความเสี่ยงเป็นมดลูกอักเสบ
อันนี้ผ่าตัดทำหมันได้เลย ตรงกับข้อพิจารณาแน่ๆ
แต่ถ้าต้องการจะให้น้องแมว หยุดหง่าวทันที ไม่ร้องอีกต่อไป
อันนี้แมวดื้อคงตอบไม่ได้เต็มปาก แต่สามารถบอกได้ว่า
มีโอกาสที่น้องแมวจะยังมีพฤติกรรมการเป็นสัดอยู่บ้าง
แต่อาการการเป็นสัดน่าจะลดน้อยลงกว่าการไม่ได้ผ่าตัดทำหมัน

ทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่แมวดื้อมักจะแนะนำ
กรณีน้องแมวแสดงอาการเป็นสัด
ภายหลังจากการที่ผ่าตัดทำหมันไปแล้ว
ก็คือลองให้อาหารที่มีโปรตีนต่ำๆ ในช่วงที่แสดงอาการเป็นสัด อาจจะพอช่วยได้บ้าง
เหตุผลจากการสร้างฮอร์โมนนั้นจำเป็นต้องใช้โปรตีน
การจำกัดสารอาหารก็อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าจะพอช่วยได้

== มาถึงคำตอบ ของคุณผึ้ง ==
(กว่าจะมาถึงคำตอบได้)

:shock: :shock:

การผ่าตัดทำหมันนั้น สามารถทำได้ “เร็วที่สุดที่สามารถทำได้”

เมื่อตอนแมวดื้อยังเป็นนิสิตสัตวแพทย์อยู่นั้น
เคยท่องว่า สมัยก่อน (หมายถึงสมัยก่อนแมวดื้อเป็นนิสิตสัตวแพทย์)
จะผ่าตัดทำหมันแมวกันที่อายุประมาณ 1 ปี
แต่พอตอนนั้น (ตอนแมวดื้อเป็นนิสิตสัตวแพทย์)
จะพิจารณาผ่าตัดทำหมันแมวกันที่อายุประมาณ 6 เดือน
ด้วยเหตุผลไม่ใช่ที่ตัวน้องแมว
แต่เป็นที่นวัตกรรมยาสลบ
ที่คุณหมอใช้ระหว่างทำการผ่าตัดนั่นเอง
ยาสลบที่ใช้สมัยก่อนนั้นอยู่ในร่างกายสัตว์ค่อนข้างนาน
บางครั้งน้องแมวนอนหลับไปข้ามคืนกันเลยก็มี
กว่าที่ร่างกายจะขับเอายาสลบออกได้หมดใช้เวลานาน
ในลูกแมว ความสามารถในการขับยาออกน้อยกว่าแมวโต
ดังนั้นจึงเลือกที่จะให้แมวโตเต็มที่สักหน่อย น่าจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยกว่า
ไม่ใช่การผ่าตัดสำเร็จลุล่วง แต่น้องแมวหลับยาว ไม่พื้นอีกเลย

:o:o

แต่ด้วยยาสลบใหม่ๆ ที่คุณหมอใช้กัน
เป็นยาสลบระยะสั้น
เรียกว่าถ้าคุณหมอวางยาสลบแล้วมัวแต่โกนขน ทำความสะอาดบริเวณจุดผ่าตัด
เส้นขนทีละเส้น ทีละเส้น
น้องแมวก็อาจจะผงกหัวขึ้นมามองหน้าคุณหมอได้เลย!!

ตอนนั้นท่องเอาไว้ว่า 6 เดือนก็ดูเหมือนจะค่อนข้างเร็วแล้ว

แต่!!

ปัจจุบัน แมวดื้อมีเคสต้อง “ผ่าคลอด” แม่แมวที่อายุเพียง 4 เดือน!!

จะว่าไปแล้วเมื่อเทียบกับคนเราก็มีข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน
เด็กๆ สมัยนี้ โตกันเร็วมาก
วัยรุ่น อาจจะใช้เรียกเด็กๆ อายุ 11-12 ปี กันแล้ว
สมัยก่อน กว่าจะได้รับสิทธิ์เรียกว่าวัยรุ่น ก็ต้อง 17-18 ปี
หรือไม่อย่างเร็ว ก็ต้องทำบัตรประชาชนกันให้ได้ก่อนล่ะ

เมื่อสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการเปลี่ยนไป
ข้อมูลก็อาจต้องได้รับการปรับเปลี่ยนตามเช่นเดียวกัน
เมื่อแมวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้เร็วขึ้น
ผู้เลี้ยงแมวและคุณหมอ ก็อาจต้องพิจารณาในจุดนี้ด้วย
ไ่ม่เช่นนั้น วัตถุประสงค์ หรือข้อดี ในการผ่าตัดทำหมัน
ในด้านของการป้องกันการตั้งท้อง ก็จะไม่ครอบคลุมอีกต่อไป
หากคุณหมอบอกผู้เลี้ยงแมวว่าให้รอน้องแมวจนอายุ 6 เดือน
ผู้เลี้ยงแมว อาจจะพาลูกแมวที่เกิดมา ไปฝากคุณหมอสักตัวสองตัว ก็เป็นได้

สรุปตรงนี้
เราอาจพิจารณาผ่าตัดทำหมันเร็วกว่าที่เคยเป็นอยู่

คำถามต่อไป
เร็วแค่ไหนถึงจะดี

คำตอบอยู่ที่ข้อพิจารณาของคุณหมอแต่ละท่านแล้ว
ยาสลบที่ใช้ มีความปลอดภัยในลูกสัตว์เพียงใด
แมวที่จะพามาผ่าตัดทำหมัน ร่างกายแข็งแรงปกติหรือไม่
ทำวัคซีน-ถ่ายพยาธิ มาครบถ้วนเรียบร้อยดีหรือไม่ เพื่อจะตัดปัจจัยอื่นๆ ออกไป
(อาจเจาะเลือดตรวจ เพื่อความสบายใจ ทั้งคุณหมอและเจ้าของแมว)
ลักษณะการเลี้ยงแมว เลี้ยงตัวเดียว หรือเลี้ยงรวมกันเยอะๆ
(แมวที่เลี้ยงรวมกันเยอะๆ มีโอกาสที่จะเหนี่ยวนำให้เป็นสัดได้ค่อนข้างเร็ว)
อาหารการกินของน้องแมวเป็นอย่างไรบ้าง
(การให้อาหารคุณภาพต่ำ อาจส่งผลให้เป็นสัดครั้งแรกช้ากว่าปกติ)

ทั้งหมดทั้งมวล
อยู่ที่ข้อมูลที่ผู้เลี้ยงแมวจะนำไปคุยกับสัตวแพทย์เพื่อหาข้อสรุปเป็นรายๆ ไป
ซึ่งอาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ มากมาย
แนะนำว่าพบกันครึ่งทางดีที่สุด
ผู้เลี้ยงก็มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวแมว คุณหมอก็มีข้อมูลที่เกี่ยวกับการผ่าตัด/ยา/การรักษา
เรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อน้องแมวอันเป็นสุดที่รัก

สำหรับแมวดื้อเอง ถ้าน้องแมวอายุสัก 4 เดือนครึี่งหรือเกือบๆ 5 เดือน
มีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัมขึ้นไป
(น้ำหนักน้อยที่สุด ที่คิดว่าพอไหวก็ประมาณ 1.8 กิโลกรัม)
สุขภาพแข็งแรง ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ก็น่าจะสามารถทำการผ่าตัดทำหมันได้อย่างไม่มีปัญหา

:lol::lol:

สำหรับเรื่องการฉีดยาคุมนั้น
โดยส่วนตัวแมวดื้อไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจจะฉีดไปก่อนหนึ่งเข็ม แล้วค่อยผ่าตัดทำหมันก็ได้
แต่ก็เคยมีรายงานว่ายาคุมนั้น ทำให้เกิดมดลูกอักเสบได้
แม้ว่าจะฉีดไปเพียงเข็มเดียว
หากน้องแมว “พร้อม” ที่จะผ่าตัดทำหมัน
แมวดื้อก็ไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องฉีดยาคุมไว้ก่อน

ส่วนเรื่องปัญหาระบบขับปัสสาวะนั้น
ผู้เลี้ยงแมวหลายท่าน “เชื่อ” ว่าการผ่าตัดทำหมัน
จะส่งผลต่อระบบขับปัสสาวะ
แต่สำหรับแมวดื้อ เคสที่เข้ามารับการรักษาระบบขับปัสสาวะมีปัญหา
สามารถพบได้ทั้งน้องแมวที่ผ่าตัดทำหมันแล้ว และยังไม่ได้ทำหมัน
ในอัตราส่วนพอๆ กัน

:x:x

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes