NaughtyCat

Think Different DiaryBlog

Menu Close

Category: Diary (page 1 of 26)

Dylan Full Platform Bed

Living mondaY

ตอนเด็กๆ แมวดื้อจะนอนบน “เตียงเรือ”
ไม่รู้ว่าสมัยนี้จะยังมีคนรู้จัก หรือมีคนผลิตขายเตียงเรือกันอยู่ไหม
เตียงเรือที่ว่าก็คือโซฟาที่เป็นเบาะขนาดประมาณ 2 คนนอน
ไม่ได้เป็นพื้นเรียบตรง แต่ทำเป็นโค้งเว้า คล้ายพื้นท้องเรือ

ปัญหาในการนอนตอนเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องปวดหลัง
(ถ้าอายุเยอะขึ้นมาหน่อย นอนบนเตียงเรือทุกวัน มีหวังปวดหลังแน่ๆ)
แต่กลับเป็นเรื่องสายตา ที่แมวดื้อชอบอ่านหนังสือ หรือดูทีวีขณะนอนบนเตียงเรือ
ลักษณะมุมมอง และระดับสายตา
ถ้าไม่ได้นอนหงายตรงๆ และทีวีอยู่ตรงปลายเตียง
มีปัญหาเรื่องสายตาแน่นอน

ข้อดีของเตียงลักษณะนี้
(ที่พอจะนึกออก)
ก็คือตรงหัวยกสูงขึ้นมาหน่อย สามารถแทนหมอนได้เลย
แถมนอนด้านไหนก็ได้ ยกสูงเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน
หารูปประกอบแบบเป๊ะๆ ไม่ได้ เจอที่ใกล้เคียงก็ประมาณนี้

ลักษณะเบาะเป็นแบบนี้เลย ทำจากหนัง เป็นหลุมๆ
(ไม่รู้เพื่ออะไร)
แต่ตัวขาจริงๆ เป็นโครงบุด้วยหนังยาวไปจนถึงเกือบพื้นเลย
แล้วใส่ลูกล้อ เพื่อที่จะเคลื่อนย้ายได้สะดวก

แมวดื้อนอนบนเตียงเรือนี่จนวัยรุ่นเลย
จากนั้นก็มานอนบนฟูก
ซึ่งก็ไม่ได้วางฟูกบนเตียงอะไร
วางฟูกไว้กับพื้นง่ายๆ
ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจริงๆ มันควรจะต้องมีหัวเตียง
หรือต้องยกสูงขึ้นมา

จริงๆ มีพักนึง (หลายปี) ที่นอนในถุงนอนตลอด
สะดวกดีเหมือนกัน นอนตรงไหนก็ได้ เก็บง่าย ทำความสะอาดง่ายด้วย
หน้าหนาวนอน “ใน” ถุงนอนก็อุ่น
หน้าร้อนนอน “บน” ถุงนอนก็เย็น
ไม่ปวดหลังด้วย แต่ข้อเสียก็คือปุ่มกระดูกต่างๆ
(ข้อศอก ข้อเข่า ตาตุ่ม ไหล่)
จะไม่ค่อยมีอะไรมารอง

มีคำแนะนำสำหรับการนอน “หลับสนิท” หลายประการ
เช่น
นอนในที่มืด เงียบ ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป
ไม่มีการรบกวนจากสิ่งต่างๆ

จากที่แมวดื้ออยู่กับแมวมานาน
ไม่ได้มีปัญหาเรื่องหอบหืดจากแพ้โปรตีนในน้ำลายแมว
(หลายคนเข้าใจว่า “แพ้ขนแมว”)
สามารถนอนกับแมวได้
พบว่านาฬิกาชีวิตแมวนั้นค่อนข้างคงที่
ถ้าแมวมาปลุกเราตอนตีห้า
ไม่ว่าจะสาเหตุใด เช่นเรียกให้เปลี่ยนน้ำ เติมข้าว
หรือเอาหน้ามาถู (ปลุก) ให้เราลุกขึ้นมาเล่นด้วย
แมวก็จะทำแบบนั้น ตรงเวลาทุกวัน
เรียกได้ว่าเป็นนาฬิกาปลุกชั้นยอด

ตอนเราเข้านอน แมวอาจจะมาอ้อน นอนใกล้ๆ สักพัก
แต่พอเราเริ่มหลับ แมวมักจะไปนอนที่มุมเตียง หรือลงจากเตียง
ไปนอนที่ประจำ โดยที่ยังสามารถมองเห็นเราได้ แค่เพียงหรี่ตาขึ้นมามอง

วันนี้แมวดื้ออ่าน feed ผ่านตาไปเจอเตียงอันนี้
ได้ไอเดียประยุกต์ช่องต่างๆ ใต้เตียงเป็นที่นอนของแมวๆ
น่ารักไปอีกแบบ (ถ้าแมวยอมนอนนะ)
เตียงตามรูปเลยเป็นของ Dylan Full Platform Bed
ซึ่งเป็น Spring Collection 2017 ราคา $750

Link: www.livingspaces.com

จากเป็นหรือจากตาย

วลีการจากที่เราคงได้ยินกันบ่อยๆ
เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า
ในท้ายที่สุดแล้ว เราอาจจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
เมื่อถึงเวลา
ไม่จากเป็น ก็จากตาย
ในทางใดทางหนึ่ง
การยึดถือในตัวเอง และของของตัวเอง
ทำให้เกิดความทุกข์
ตัวเราเมื่อถึงเวลาก็ไม่เหลือสิ่งใด ไม่มีแม้กระทั่งร่าง
มีเพียงจิตเท่านั้น
เมื่อไม่มีสิ่งใด ก็ไม่อาจครอบครองสิ่งใดด้วยเช่นกัน
เมื่อมีสิ่งใดเข้ามา ก็จงบอกตัวเองนั่นเป็นสิ่งดีที่เกิดขึ้น
และเมื่อสิ่งนั้นหายไป ก็จงเข้าใจในวัฏจักร
มีเกิดขึ้น มีดับไป
มีผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป

=============
เริ่มต้นการคัดลอก
ที่มา : นิตยสาร secret
=============

เรื่อง พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เรียบเรียง ณัฐนภ ตระกลธนภาส

ทำไมคนเราต้องมีการจากลา การพลัดพรากคะ
เป็นหลักธรรมชาติ มีพบต้องมีจาก สิ่งนี้เป็นของคู่โลก ของประจำโลก พลังงานมีแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอด ทุกอย่างต้องมีการเคลื่อนไหว กายเป็นสสาร จิตเป็นพลังงาน เช่นเดียวกัน เหมือนโลกที่มีการหมุนไป ทุกอย่างมีการเคลื่อนไปตลอดเวลา สัตว์โลกทั้งหลายทั้งปวงจึงมีการพบ เจอ จบ จาก วนเวียนกันไปแบบนี้

แล้วทำไมเวลาจาก เราจึงรู้สึกเสียใจล่ะคะ
ปกติแล้วหลังจากเจอสิ่งนู้นสิ่งนี้ จิตวิญญาณตามธรรมชาติจะมีปฏิสัมพันธ์กัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น ๆ แบบไหนถ้าจิตนั้นมันโง่ มีอวิชชาคลุมอยู่ก็จะหลงไป มีความยินดี มีสายใยหรือเยื่อใยอยู่ สายใยนั้นก็จะกลายเป็นอุปาทาน ทำให้เกิดความพอใจยินดี กลายเป็นสังโยชน์ สุดท้ายพอต้องจรจากไปจึงกลายเป็นอาลัยเสียใจ ทุกข์ใจ เพราะมันไม่อยากพรากจากกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครฝืนธรรมชาติได้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ เราทุกคนเมื่อพบสิ่งไหนก็มีโอกาสเกิดสายใย ความผูกพันกับสิ่งนั้นหรือคนคนนั้นคนเดียว แต่ถ้าได้ปฏิบัติธรรม เมื่อพบสิ่งไหนก็จะเป็นเพียงแค่ “พบเจอ” แต่ไม่ได้สร้าง “ภพ” หรือสร้างอุปาทาน เมื่อพบแล้วก็พรากจากจรกันไปจบแบบไม่อาลัย ไม่มีสายใย อาจทำกิจทำอาชีพโดยสมมุติเป็นธรรมร่วมกัน เกี่ยวโยงกันตามสถานะ แต่จิตยังบริสุทธิ์เหมือนเดิมไม่มีราคะ โทสะ ไม่มีอกุศลใด ๆ เป็นเครื่องร้อยรัดให้เกิดสังโยชน์

พระอาจารย์คะ มีคนบอกว่า สิ่งที่เจ็บกว่าการจากลาคือการจากไปทั้งที่ยังรักและผูกพัน
อ้าว รักกันจะไปทุกข์ทำไม จากกันแบบยังรักอยู่ก็ดีแล้วนี่ (หัวเราะ)

แต่มันเจ็บนี่คะ
เจ็บก็โง่ ส่วนมากคนเราเจ็บจากกิเลส จากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ผูกพัน หวงแหนกอดรัดไว้ จริง ๆ แล้วความรักของชาวโลกไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นความรักที่เห็นแก่ตัว เพราะต้องมีความผูกและพันติดมาด้วยเสมอ เรารักใครก็ต้องการให้คนนั้นรักและทำดีกับเราคนเดียว ไม่อยากให้ทำดีกับคนอื่น จึงเป็นความรักที่ไม่บริสุทธิ์ มีความเห็นแก่ตัวอยู่ มันถึงเจ็บไง…ทั้งที่จริง ๆ แล้วสรรพสิ่งเป็นของกลาง ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไร

แต่บางทีมันก็เห็นกันตำตานะคะ ว่านี่งานฉัน ผัวฉันเมียฉัน จะบอกว่าไม่ใช่ของฉัน…มันก็ไม่ใช่
คนส่วนมากคิดว่าตัวฉันเป็นของฉัน ของฉันก็เป็นของของฉันแต่ถ้าลองมาปฏิบัติจะพบว่า ตัวเราไม่มีแล้วของเราจะมีได้อย่างไรเรียกว่าก้าวพ้นความเป็นบุคคล นาย ก. ข. คน สัตว์ แต่ถ้าไม่ได้ปฏิบัติ ความรู้สึกนี้จะไม่เกิดปัญหาของโลกเกิดจากบัญญัติสมมุติทั้งนั้น ของของใคร ใครก็หวง จึงเกิดสงครามขึ้นมาในครอบครัวในชาติ ในโลก

การฝึกกรรมฐานจะช่วยถอดถอนความเป็น “ของของฉัน”จากข้างใน เพราะมันไม่มีคน ไม่มีใคร เป็นแค่ธรรมชาติ ธาตุ 4 ขันธ์ 5 เมื่อไม่ได้ปฏิบัติ จึงทำได้เพียงแค่ข่มใจ ปลอบใจ ทำเหมือนว่าลืมได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้พ้นทุกข์จากข้างในเลย แบบที่เขาเรียกว่า “ตัดใจไม่ลง”จริง ๆ แล้วหลายคนที่คร่ำครวญเสียใจเวลาจากไป เพราะไม่ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเมื่ออยู่ด้วยกัน แต่หากเรามอบความรักและปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่เคยบกพร่องในสิ่งไหน เวลาจากกันในใจจะไม่ค่อยคร่ำครวญ ไม่เสียดาย เพราะเรารู้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ได้อยู่ด้วยกันแม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม คนเราไม่ได้สร้างเหตุที่จะมาเจอเพียงคนเดียวในสังสารวัฏนี้ เขาหรือเราอาจจะไปเจอคนใหม่ได้ทั้งนั้น ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เราสร้างเหตุเจอผู้คนมากมายร้อยแปดพันประการ ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นอยู่คนเดียวก็เหมือนปิดกั้นตัวเอง เช่น ไปสาบานว่าจะรักและรับใช้เขาคนเดียวตลอดกาล ทั้งที่หลังจากนี้อาจมีคู่บุญคู่บารมีเดินเข้ามาในชีวิตก็ได้

ตามกฎธรรมชาติแล้ว เมื่อมีสิ่งหนึ่งจากไป ต้องมีสิ่งใหม่มาทดแทน ถ้ามัน “ไม่ใช่” ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลิกราจากจรกันไปอยู่แล้ว สิ่งใหม่ที่เข้ามาอาจเป็นคู่บุญบารมีที่ทำให้ชีวิตดีกว่าเดิมหรืออาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เดินเข้ามาแล้วแย่กว่าเดิมก็ได้ (หัวเราะ) แม้แต่การเปลี่ยนที่ทำงาน เปลี่ยนสถานที่อยู่ บางคนไม่ยอมเปลี่ยน ทั้งที่บางทีมันไม่ดี ไม่ใช่ตาน้ำ บางคนพอไปต่างประเทศหรือได้เปลี่ยนที่ทำงาน อาจได้เจอตาน้ำ เป็นบ่อเงินบ่อทอง เพราะฉะนั้นธรรมที่ว่าไม่ให้ยึดมั่นถือมั่นจึงเป็นสิ่งที่สุดยอด

แปลว่าทุกคนควรปฏิวัติตัวเอง เปลี่ยนงาน เปลี่ยนแฟน หรือเปลี่ยนสามีภรรยาแล้วใช่ไหมคะ (หัวเราะ)
ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น แค่ให้อยู่กลาง ๆ เอาไว้ แล้วแต่เหตุปัจจัยที่เข้ามา ถ้างานหรือคนที่เราอยู่ด้วยไม่เกื้อกูลกัน เช่น นาวาชีวิตครอบครัวนอกจากไม่ช่วยกันพายแล้ว ยังมาทิ่มมาตำเรือให้รั่ว บ้านช่องข้าวของเสียหาย ถูกตบตีจนบาดเจ็บ แบบนี้ก็น่าคิดดูใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นเราจะสะสมอกุศลรายวัน รายชั่วโมง หรือนาที พ่อแม่ได้ยิน ใจก็พลอยเป็นอกุศลไปด้วย เพราะมีแต่ความไม่สบายใจ ทุกข์ใจ ลองตรึกตรองดูว่า ถ้านาวาลำนี้เป็นแบบนี้ ต่อไปก็จะจมในวัฏสงสาร เพราะมัวแต่สะสมบาปอกุศลร่วมกัน สู้ขึ้นฝั่งรับคนใหม่มาเป็นแม่ย่านาง หรือรับพันท้ายนรสิงห์คนใหม่มาช่วยกันถ่อช่วยกันพายดีกว่า อย่างเช่น คนที่มีอัธยาศัยต้องกัน มีศรัทธา ศีลจาคะ ปัญญาต้องกัน เป็นคู่บุพเพสันนิวาส มีศรัทธาเสมอกัน
แบบนี้น่าจะดีกว่าแน่นอน 

=============
สิ้นสุดการคัดลอก
=============

Cat will

แมวดื้อเชื่อว่า
คนเลี้ยงสัตว์เกือบจะทุกคน
น่าจะมีความคิดแว่บนึงที่คิดว่า
หากเราเจ็บป่วยหรือไม่สามารถดูแลเค้าได้
เค้าจะอยู่ยังไง
มันไม่ใช่แค่เรื่องให้อาหารเท่านั้น
แต่ยังหมายถึงการต้องให้ความปลอดภัย การดูแลเอาใจใส่
ไหนจะเรื่องนิสัยของแต่ละตัว อันส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่แตกต่างกัน
ไม่ต้องไปมองไกลที่ไหน ขนาดคนในบ้านอาจจะยังไม่รู้นิสัยหรือพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในบ้านเลยก็มี

นึกแล้วก็อยากทำเว็บ ให้บรรดาคนเลี้ยงสัตว์เข้ามาเขียน
คล้ายๆ พินัยกรรม มอบหมายให้ใครสักคนคอยดูแล
พร้อมกำกับสิ่งที่ควรทราบหรือควรกระทำต่อสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รัก
จะเขียนสรุปเป็นเพจเดียว ก็ดูจะไม่เหมาะ เพราะพฤติกรรมบางอย่าง
หรือการชอบอาหารบางประเภท อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ถ้าให้เขียนเป็นกึ่งไดอารี่ ก็น่าจะบรรยายให้เห็นภาพได้ดี

3rd Haru birthday

ห่างหายไปจากบล็อกเป็นปีอีกแล้ว
แวะเข้ามาอัพเดต wordpress engine ซะหน่อย
อยากมีเวลาอัพบล็อกเกือบทุกวันแบบเดิม
แต่ด้วยภาระหน้าที่การงาน
ลำพังแค่เวลากินเวลานอนยังน้อยเลย
เอิ้ก..เอิ้ก

เฮียเก๋า 3 ขวบแล้ว
ฉลองให้เฮียเก๋าทุกปี
ลูกรัก
เป็นเด็กดี อย่าดื้อนะ
เฮียเก๋าบอก เป็น “แมวดื้อ” ไม่ดื้อได้ไง เนอะ

2nd Haru birthday

Happy Birthday
เฮียเก๋า
ขึ้นขวบที่ 2 แล้ว

ฮะเก๋า (ชื่อเล่น) หรือ ฮารุ (ชื่อจริง)
แต่แมวดื้อชอบเรียก “เฮียเก๋า” หรือไม่ก็ “แมวหมี”
เป็นแมวคู่บุญ
ถูกชะตาตั้งแต่แรก
นิสัยคล้ายๆ แมวดื้อ
มีคนบอกว่า หน้าเหมือนกันด้วย
เห็นหน้ามึนแบบนี้ แต่พอแมวดื้อเหนื่อย เศร้า ก็จะคอยมาดู
ไม่ถึงขั้นเดินมาตบไหล่ แต่ก็รู้ว่าเป็นห่วง

วันๆ นึงเฮียเก๋าจะนอนเสียเป็นส่วนใหญ่
เวลาอยู่ที่คลินิกก็จะเดินสำรวจความเรียบร้อย
เดินดูแมวฝาก คอยตรวจตราว่าอาหาร/น้ำหมดหรือยัง
ถ้าหมดก็จะเดินมาบอกแมวดื้อ
ตอนแรกๆ เฮียเก๋าก็จะนอนรับแขก (ลูกค้า) อยู่หน้าร้าน
แต่พอมีสมาชิกมากขึ้น เฮียเก๋าก็ปล่อยลูกน้องคอยทำหน้าที่แทน
ส่วนตัวเองจะนอนในเต้นท์โดม บางครั้งก็จะออกมานอนโชว์ท่ายากให้ได้เห็นกัน

รักนะแมวหมี
จุ๊บ จุ๊บ

© 2017 NaughtyCat. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.