Archive for the Category »Vet «

Cat nail

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้มาคุยกันถึงเรื่องเล็บของน้องแมวกัน
พฤติกรรมของน้องเหมียวชอบฝนเล็บในที่ต่างๆ
บางตัวก็ชอบที่จะฝนในที่ฝนเล็บ (ที่เป็นเชือกถักพันรอบเสาไม้)
แต่ส่วนใหญ่จะชอบธรรมชาติมากกว่า
ธรรมชาติที่ว่า ได้แก่เก้าอี้ โต๊ะ ขอบตู้ หากเลี้ยงในบ้าน
หรือถ้าน้องเหมียวออกไปข้างนอกได้ หลายตัวก็จะฝนเล็บกับต้นไม้กัน

สำหรับน้องเหมียวนั้น เล็บมีประโยชน์หลายอย่าง
ทั้งช่วยในการเดิน การปีนป่าย รวมถึงเป็นอาวุธสำคัญในการป้องกันตัว หรือต่อสู้อีกด้วย
พอน้องเหมียวเริ่มฝนเล็บกับรองเท้าคู่โปรด หรือเก้าอี้สุดหวง
ผู้เลี้ยงแมวก็มักจะอดทน (ไม่ไหว) ต้องจับน้องเหมียวมาตัดเล็บ
ซึ่งก็จะยาวกลับมาในเวลาอันไม่นานนัก และน้องเหมียวก็จะฝนเล็บจนแหลมเหมือนเดิม
ผู้เลี้ยงแมวหลายท่าน คิดว่าการใส่เล็บปลอม ทำให้น้องเหมียวไม่สามารถฝนเล็บทำลายข้าวของได้
แต่บางครั้ง วัสดุเล็บปลอมนั้น ทำให้น้องเหมียวเดินไม่ถนัด
และหากไม่คอยดูแล เล็บก็อาจจะโค้งจนจิกเข้าไปในนิ้วได้ เพราะน้องเหมียวไม่ได้ฝนเล็บ

ลักษณะเล็บของน้องเหมียว เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ได้เช่นเดียวกับเล็บของคน
หากมองดูที่นิ้วมือเรา จะเห็นส่วนที่เป็นสีชมพูและส่วนสีขาว
ส่วนสีชมพูที่อยู่ข้างล่างนั้นจะเป็นเนื้อ มีเส้นเลือดเส้นประสาทมาเลี้ยง
ส่วนสีขาวนั้น คือที่เราตัดเล็บทิ้งไป
เล็บแมวก็เช่นเดียวกัน มีส่วนเนื้อชมพู
ที่หากเราตัดไปโดน น้องเหมียวจะเจ็บมาก และอาจมีเลือดไหล
หรือบางครั้ง แม้จะตัดเล็บไม่โดนเต็มๆ แต่ใกล้กับบริเวณรอยต่อระหว่างเนื้อกับเล็บ
น้องเหมียวก็อาจจะเจ็บได้เช่นเดียวกัน
การตัดเล็บน้องเหมียวจึงต้องขยับไปทางปลายสักเล็กน้อย
มุมทิศทางการตัดก็เป็นเช่นดังรูป เพื่อให้เล็บที่งอกใหม่ขึ้นมา เจริญตามชั้นของเล็บตามปกติ

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ตัดเล็บนั้นจะใช้กรรไกรตัดเล็บแมวโดยเฉพาะก็ได้
ซึ่งจะมีทั้งแบบกิโยติน (เป็นรูแล้วให้ใส่เล็บเข้าไป) หรือเป็นแบบคีมตัด
ซึ่งอยู่ที่ความถนัดของผู้ใช้งาน
และเนื่องด้วยเล็บแมวนั้นมีความนุ่ม ดังนั้นบางกรณีเราอาจใช้กรรไกรตัดเล็บคนมาตัดได้ เช่นเดียวกัน

แต่ไม่ว่าจะโมโห.. หรือโกรธ.. น้องเหมียวยังไง
ก็ต้องไม่ลืม “พฤติกรรม” ของน้องเหมียว ที่ชอบฝนเล็บ
และ  ”ธรรมชาติ” ร่างกายของน้องเหมียวด้วยนะ

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Vet  Tags: , ,  One Comment

Goat Milk

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เกิดจาก
ข้อโต้แย้งของแมวดื้อกับหวานใจ
เกี่ยวกับ “นมแพะ”
หวานใจก็เลยบอกว่าให้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อย
แมวดื้อก็เลยขอเขียนหน่อยเดียว

“นมแพะ”

จบ

:roll: :roll:

Nutritional properties of goat milk vs cow’s milk

Property: fat (lipid) content

• Goat milk is higher in total fat.
• Goat milk is much higher in medium chain triglycerides (MCT), associated with numerous health benefits.
• Goat milk has a smaller fat globule size that enhances digestibility.
• Goat milk fat does not clump together, keeping it more homogenized and also aiding digestibility.

Property: protein content

• Goat milk contains more protein per serving.
• Goat milk contains higher levels of essential amino acids.
• Goat milk contains a percentage of proteins with different structures than cow’s milk proteins. These differences enhance the digestibility of goat milk protein, and cause fewer allergenic reactions.
• Goat milk contains a percentage of proteins with different structures than cow’s milk proteins. These differences enhance the digestibility of goat milk protein, and cause fewer allergenic reactions.
• Goat milk does not contain agglutinin like cow’s milk. Agglutinin is what makes the fat in cow’s milk separate from the other components.
• Goat milk contains much lower values, and in some cases, none, of the protein alpha-s1-casein. This protein promotes the formation of a hard curd from the milk, slowing digestibility. It is also a major allergen in cow’s milk.

Property: carbohydrates

• Goat milk has a lower carbohydrate level, almost all of which is due to less lactose in the milk. The inability to digest lactose is a common condition, and milk with less lactose is helpful for those individuals.

Property: vitamins

• Goat milk supplies more vitamin A. Vitamin A in goat milk is not in the form of beta-carotene as it is for cow’s milk. This different form of vitamin A is what makes goat milk whiter in color than cow’s milk.
• Goat milk supplies substantially more niacin (B3) and B6.
• Goat milk is lower in folic acid (B9) and B12.
• Goat milk has comparable amounts of the other vitamins.

Property: minerals

• Goat milk is higher in calcium.
• Goat milk is higher in phosphorous.
• Goat milk has substantially more potassium.
• Goat milk has more iron and copper.
• Goat milk has more magnesium.
• Goat milk has substantially more manganese.
• Selenium in goat milk has been shown to have more antioxidant activity.
• Goat milk has comparable levels of zinc and sodium.

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Feline Vaccination Program

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เป็นเรื่องใช้หนี้
จากที่เขียนเรื่องนี้ค้างเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี

:roll: :roll:

Feline Vaccination

ตอนนี้หวานใจเลี้ยงแมวกับเค้าบ้าง
ได้เจอคำถามเกี่ยวกับโปรแกรมวัคซีน
ก็เลยมาลองรื้อบล๊อกดู
พบว่าเกริ่นเอาไว้ (นานมาก)
แต่ยังเขียนไม่จบ
ฮ่า..ฮ่า
วันนี้ขอเขียนถึงสักหน่อยก็แล้วกัน

อย่างที่เกริ่นเอาไว้นานมากแล้ว
เกี่ยวกับการทำวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในแมว
ปัจจุบันผู้เลี้ยงแมวมีความรู้และการดูแลแมวดีขึ้นกว่าแต่ก่อน
ประกอบกับมีวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ มากขึ้น
จากเดิมที่เรารู้จักกันแต่วัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า)
ตอนนี้เรารู้จักกับโรคไข้หัดแมว โรคช่องท้องอักเสบ หรือลิวคีเมียในแมว
ก็ทำให้ผู้เลี้ยงแมวมีความสนใจที่จะทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ให้กับน้องเหมียว

วัคซีนป้องกันโรคในแมวนั้น หากแบ่งกันง่ายๆ อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม
ได้แก่วัคซีนปัองกันโรคที่แนะนำให้ฉีด และวัคซีนป้องกันโรคตัวเลือก
โดยมีข้อพิจารณาแยกย่อยออกไป ตามลักษณะการเลี้ยงดู
โดยทั่วไปสัตวแพทย์มักจะแนะนำให้พาน้องเหมียวไปทำวัคซีน..

1.วัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า)
อันนี้ถือว่าจำเป็น เพื่อป้องกันโรคที่ติดจากสัตว์สู่คน (zoonosis)
ปลอดภัยทั้งน้องเหมียว ปลอดภัยทั้งคนเลี้ยง
สบายใจกันทั้งสองฝ่าย อย่าลืมทำวัคซีนกันนะ
(สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์ แนะนำให้ทำวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เช่นเดียวกัน)

2.วัคซีนป้องกันโรคในกลุ่มระบบทางเดินหายใจ
อันประกอบไปด้วย
วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว
วัคซีนป้องกันโรคหวัดติดต่อ
และ
วัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ
ทั้งสามโรคนี้เกิดจากเชื้อคนละตัวกัน
ลักษณะการก่อโรคอาจจะเป็นโรคใดโรคหนึ่ง หรือเป็นหลายๆ โรคพร้อมๆ กันก็ได้
ยิ่งติดเชื้อหลายๆ ตัว ก็จะยิ่งแสดงความรุนแรงของโรคมากยิ่งขึ้น
โดยส่วนตัว แมวดื้อมักจะพบน้องเหมียวมี “อาการ” ของโรคผสมกัน 2-3 ชนิด
มากกว่าอาการของโรคใดโรคหนึ่ง
ปัจจุบันวัคซีนในกลุ่มนี้จะรวมไว้ด้วยกัน
ดังนั้นจึงอาจเรียกเป็น “วัคซีนรวม” ในแมว

แนะนำให้พาน้องเหมียวที่บ้านไปทำวัคซีนสองตัวนี้นะ

คราวนี้มาดูวัคซีนตัวอื่นๆ กันบ้าง
แมวดื้อมักจะเรียกเป็นวัคซีนโรคตัวเลือก
เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะการเลี้ยงดูเป็นหลัก
หากเลี้ยงในลักษณะที่ไม่มีทางที่น้องเหมียวจะมีโอกาสเจอแมวตัวอื่นเลย
(หรือที่เรียกกันว่าระบบปิด)
เราก็อาจ “เลือก” ที่จะไม่ทำวัคซีนโรคเหล่านี้ให้กับน้องเหมียว
แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มีทางที่น้องเหมียวที่บ้านจะได้เจอตัวอื่นเลยนะ
โรคติดต่อที่สำคัญในแมวนั้นมักจะอยู่ในน้ำลาย (ของแมวตัวที่มีเชื้อ)
ดังนั้นเราจะพบว่า แมวตัวผู้ที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ชอบออกไปเที่ยวหลายๆ วัน
ออกไปหาสาว ออกไปลุย (กัดกัน) กับตัวผู้อื่นๆ กลับมาบ้านแผลตามตัวเต็มไปหมด
มักจะพาโรคกลับเข้าบ้านมาด้วย

1.โรคลิวคีเมีย
วัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียนี้มีข้อแนะนำและพิจารณาพอสมควรเลยทีเดียว
ลูกแมวอายุน้อยไม่ควรฉีด
แมวที่มีอายุเกิน 4 เดือนไปแล้วควรทำการเจาะเลือดตรวจเสียก่อน
เนื่องจากมีการศึกษาพบความเกี่ยวเนื่องไปถึง Sarcoma
ยิ่งถ้าทราบประวัติพ่อแม่ว่าเคยทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียหรือไม่
จะช่วยในการพิจารณาได้ค่อนข้างมาก

2.โรคช่องท้องอักเสบติดต่อ
จริงๆ โรคนี้มีมานานแล้ว แต่ผู้เลี้ยงแมวหลายท่านเพิ่งมาให้ความสำคัญกัน
แม้ว่าผลของการทำวัคซีนจะกระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทานในระดับต่ำ
(บางกรณีอาจไม่สามารถป้องกันโรคได้)
แต่ก็ยังเป็นวัคซีนอีกตัวหนึ่งที่มักจะมีการถามถึงอยู่บ่อยครั้ง

ตารางการทำวัคซีนในแมวนั้นมีมากมาย
ขึ้นอยู่กับความเห็นของคุณหมอหรือระบาดวิทยาในแต่ละพื้นที่
สำหรับแมวดื้อเองมักจะแนะนำเป็นแบบนี้

1.การทำวัคซีนแบบ minimal recommend
คืออย่างน้อยที่สุด แนะนำให้พาน้องเหมียวไปทำวัคซีนแบบนี้

• อายุ 2 เดือน
ฉีดวัคซีนรวม เข็มแรก
• อายุ 3 เดือน
ฉีดวัคซีนรวม เข็มที่สอง และวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ
• จากนั้นฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง

แบบนี้ผู้เลี้ยงแมวจะรู้สึกว่าไม่ต้องพาน้องเหมียวไปหาคุณหมอบ่อยๆ
จำง่าย และ น้องเหมียวจะได้ไม่เครียด ไม่เจ็บตัว (มาก) ด้วย

2.การทำวัคซีนแบบ full recommend
เนื่องจากมีวัคซีนที่ต้องทำค่อนข้างเยอะ
และควรจะต้องกระตุ้นซ้ำในวัคซีนทุกชนิด
ก็เลยร่นระยะความห่างเข้ามา เพื่อให้ได้ครอบคลุมช่วงเวลาของวัคซีนแต่ละตัว
ยกตัวอย่างเช่น
วัคซีนโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า) ควรทำเมื่ออายุ 3 เดือน
ไม่ควรทำวัคซีนในอายุเด็กกว่านี้
(ทำวัคซีนเร็วเกินไป การตอบสนองภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก)
และไม่ควรทิ้งไว้นานเกินกว่าอายุ 3 เดือน
(เพราะร่างกายจะไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้แล้ว จะมีความเสี่ยงหากมีโอกาสสัมผัสโรค)

หรือวัคซีนป้องกันโรคเยื่อบุช่องท้องอักสบ ที่ควรทำวัคซีนเมื่ออายุ 4 เดือน
ส่วนวัคซีนรวม และวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียนั้นสามารถปรับ ขยับให้เหมาะสมได้

ถ้าจะต้องทำวัคซีนทุกอย่าง แมวดื้อจะแนะนำดังนี้

• อายุ 8 สัปดาห์
ทำวัคซีนรวม เข็มที่หนึ่ง
• อายุ 10 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย เข็มที่หนึ่ง
• อายุ 12 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า) เข็มที่หนึ่ง และวัคซีนรวม เข็มที่สอง
•  อายุ 14 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย เข็มที่สอง
• อายุ 16 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อ เข็มที่หนึ่ง
• อายุ 20 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อ เข็มที่สอง
• อายุ 24 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า) เข็มที่สอง
• จากนั้นกระตุ้นวัคซีนทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง

ซึ่งจะเห็นได้ว่าตั้งแต่เป็นลูกแมว จนถึงอายุประมาณ 6 เดือน
ได้เจอคุณหมอตลอด ประมาณทุกๆ สองสัปดาห์เลย
อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ตารางโปรแกรมวัคซีนนั้นอาจปรับเปลี่ยนไปได้บ้าง
ตามพื้นที่ ตามลักษณะการเลี้ยงดู หรือความจำเป็นในการทำวัคซีนแต่ละตัว
ไม่จำเป็นว่าต้องกำหนดตายตัวว่าต้องทำวัคซีนเมื่อนั้นเมื่อนี้
แต่ต้องไม่ลืมว่า “การป้องกัน.. นั้นย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่า..การรักษา”
การปรับเปลี่ยนตารางวัคซีนสามารถทำได้ โดยที่ยังต้องคงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค
ไม่ใช่เป็น “ความจำของผู้เลี้ยง” นึกขึ้นได้ก็พามาทำวัคซีน
ช่วงไหนยุ่งก็ไม่ได้พาน้องเหมียวไปทำวัคซีน
แบบนี้ก็อาจไม่ดีเท่าใดนัก

:lol: :lol:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Ringworm in Cats

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้มาคุยกันถึงเรื่องเบาๆ กันบ้าง
คุณผู้เลี้ยงแมวอาจจะเคยพบว่าตัวเองมีลักษณะวงๆ แดงๆ บนผิวหนัง
อาจเป็นตามแขน ต้นขา หรือบริเวณใบหน้า
บางครั้ง น้องเหมียวที่บ้านก็เป็นลักษณะคล้ายๆ กัน
หากแต่ถ้าเป็นแมวขนยาว ก็จะไม่ค่อยเห็นจากภายนอกมากนัก
ต้องแหวกขนดูกันใกล้ๆ นั่นแหละ
แต่น้องเหมียวบางตัวก็ตรวจแล้วไม่พบอะไรนะ

ลักษณะที่พบในผู้เลี้ยงนั้น อาจจะต้องแยกก่อนว่าเป็นแบบไหน
A. เป็นตุ่มนูนเล็กๆ
B. เป็นวงแดง

หากเป็นแบบตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายเวลาโดนยุงกัด
ก็อาจเป็นยุงกัดได้จริงๆ

:roll::roll:

หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือไวต่อตัวเห็บหมัด ก็จะเกิด
“อาการแพ้”
หากไปพบแพทย์ต้องอย่าลืมบอกประวัติว่าเราเลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่ด้วย
หรือมีประวัติการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

:shock::shock:

คราวนี้ หากเป็นวงแดงๆ แบบในรูปข้างบนล่ะ
ขอแสดงความยินดีด้วย
คุณติด “เชื้อรา” เป็นที่เรียบร้อย
ลักษณะที่พบในคนนั้นจะเป็นวงแดง ตรงกลางอาจแข็งๆ
และลาม (แผ่) ไปรอบๆ ได้ง่าย ยิ่งเกายิ่งลาม ว่างั้นเถอะ
วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือ ห้ามเกา!!
ล้างทำความสะอาดและพยายามทำให้แห้งไว้เสมอ
หากไม่ดีขึ้น ให้ไปปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้รีบรักษา ก่อนจะลุกลามไป
ซึ่งสุดท้ายอาจฝากรอยดำด่างด้านไว้บนผิวหนังของคุณ

:lol::lol:

ส่วนน้องเหมียวที่พบอาการ

ขนร่วงเป็นวง (เหมือนเจ้าของเป๊ะ)
ขนบางบริเวณใบหู เวลาจับขอบหูอาจรู้สึกว่าไม่เรียบ
หรือขนหลุดร่วงไปเลย เผยให้เห็นสะเก็ดแข็งๆ แบบในรูป
ก็ให้ระวังว่าน้องเหมียวอาจจะติดเชื้อรามาแล้ว
แต่เนื่องจากความผิดปกติของผิวหนังในสัตว์เลี้ยงนั้นจะมีอาการคล้ายๆ กัน
ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป
..แต่..
มีการศึกษาพบว่า 20% ของแมวที่ไม่พบอาการทางผิวหนัง
หากตรวจอย่างละเอียดพบเชื้อราอยู่บนผิวหนังด้วย แต่ไม่พบความผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน

ในการวินิจฉัยนั้น
มีการตรวจด้วย wood’s lamp ซึ่งจะเห็นสีวิ้งขึ้นมา
แต่ว่าไม่ค่อยแม่นยำนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่น

ปัจจุบัน การขูดผิวหนังตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
หรือนำไปเพาะเชื้อ เป็นที่นิยมมากกว่า

ตามปกติแล้วเชื้อรามักจะชอบชั้นผิวหนังที่ตายแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตามขนที่พร้อมจะหลุดร่วงไป หรือตามเล็บ
ลักษณะรอยโรคที่พบ นอกจากขนร่วง เป็นวง หรือพบสะเก็ดแล้ว
ยังพบว่าน้องเหมียวจะค่อนข้างคัน
อาจกินอาหารลดลง เนื่องจากไปใช้กิจกรรมในการเกาเสียมากกว่า
ระยะฟักตัว (ระยะตั้งแต่ได้รับเชื้อจนถึงแสดงอาการ)
ประมาณ 10-14 วัน
ซึ่งบางครั้ง ข้อมูลนี้จะพอบอกอะไรเราได้บ้าง
เช่นพาไปเล่นนอกบ้าน พาไปอาบน้ำที่ร้าน หรือฝนตกเป็นต้น
จะทำให้เราได้ย้อนกลับไปถึงสาเหตุโน้มนำของการติดเชื้อได้

การติดต่อ สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก จากการสัมผัส
แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าแค่เราไปสัมผัสน้องเหมียวที่เป็นเชื้อราแล้วเราจะเป็น
หากเป็นเด็กเล็กๆ อาจจะติดง่ายหน่อย เนื่องจากผิวหนังยังคงบอบบาง
ในขณะที่ผู้ใหญ่จะมีการต้านทานมากกว่า
แต่อย่างไรก็ดี การเจ็บป่วย หรือการกินยาบางประเภท
ก็ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ติดเชื้อราได้ง่ายกว่าที่คิดเหมือนกัน
พอเรารู้แบบนี้แล้ว วิธีควบคุมง่ายๆ ก็คือการลดการแพร่
หากน้องเหมียวเป็นเชื้อราจริงๆ การจำกัดบริเวณก็ช่วยได้มาก
เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรานั้นสามารถอยู่บนที่นอน พรม หรือตามสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้นานหลายเดือน
วิธีทำความสะอาดที่ได้่ผลคือใช้ผงคลอรีนละลายน้ำหมั่นซักล้าง
อันที่หาง่ายที่สุดก็คือไฮเตอร์นั่นเอง

:shock: :shock:

สำหรับการรักษาของน้องเหมียว
ก็คงต้องให้สัตวแพทย์พิจารณาการรักษาเป็นรายๆ ไป
อาจใช้แชมพูยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อราเชื้อยีสต์ฟอกทิ้งไว้ 5-10 นาที
(ทำวันเว้นวัน หรือ สัปดาห์ละสองครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับอาการ)
การให้ยากินควรต้องอยู่ในดุลยพินิจของสัตวแพทย์
เนื่องจากยาในกลุ่มนี้มีโอกาสเป็นพิษต่อตับค่อนข้างสูง
ยาบางตัวห้ามใช้ในลูกแมวเล็กๆ หรือแมวตั้งท้อง
ยาบางตัวต้องกินกับอาหารที่มีไขมันสูง
ผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาเจียน ท้องเสีย หรือมีการกดการทำงานของไขกระดูก (มีผลต่อเม็ดเลือด)
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ซื้อมาป้อนเองโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ดี ยาที่ครีมทาฆ่าเชื้อราต่างๆ ก็ไม่ควรใช้เช่นเดียวกัน
เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่เลียตัวเอง ดังนั้นจึงมีโอกาสได้รับยาเข้าไปทางปากด้วยเช่นเดียวกัน
การใช้แชมพูยาฟอกทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเป่าให้แห้ง น่าจะเป็นทางที่ดีกว่า
อนึ่ง การรักษาเชื้อราในแมวนั้นค่อนข้างจะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร
บางรายหากเป็นมาก อาจใช้เวลา 2-3 เดือนเลยก็มี
ปัจจัยที่จะทำให้การรักษาประสบความสำเร็จ ก็คือการควบคุมสิ่งแวดล้อม
หากสามารถกำจัดเชื้อราในสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมดแล้ว การรักษาที่ตัวแมวจะไม่ยากเลย
(หากแมวไม่ได้ป่วยเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องนะ)

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Cat Colors (6)

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรามาดู Cat Colors กันต่อ
ความเดิมตอนที่แล้ว
Previously on Cat Colors..

Cat Colors (1)
Cat Colors (2)
Cat Colors (3)
Cat Colors (4)
Cat Colors (5)

ในตอนที่แล้ว เรามาคุยกันถึง “แต้ม” ที่เป็นสีต่างๆ กันไปแล้ว
ในตอนนี้มาดูลักษณะ “แต้ม” ที่เป็นสีขาวกันบ้าง
ซึ่งจริงๆ แล้ว เราได้ดูกันไปบ้างแล้วใน Cat Color (2)
White Spotting
มีลักษณะเฉพาะที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้ก็ยัง pattern แบบอื่นๆ อีก
เช่น

Mitted
ใช้เรียกแมวที่มีอุ้งเท้าสีขาว

Locket
ใช้เรียกแมวที่มีช่วงอกเป็นสีขาว

Buttons
ใช้เรียกแมวที่มีจุดสีขาวที่ท้อง (อาจมีหนึ่งจุดหรือมากกว่า)

Harlequin
ใช้เรียกแมวทีมีสีพื้นเป็นสีขาว และมีแต้มสี สองสามจุด

Van
ใช้เรียกแมวที่มีสีพื้นเป็นสีขาว แต่มีสีอื่นตรงหัวและหางเท่านั้น

Tuxedo
ใช้เรียกแมวที่มีสีดำ แล้วมีอุ้งเท้า อกและท้องเป็นสีขาว
ซึ่งบางครั้งจะมีสีขาวที่หน้าด้วย

แมวตัวแรกที่แมวดื้อไปอุ้มมาจากวัดก็เป็น tuxedo นะ

:oops: :oops:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Vet  Tags: , ,  One Comment

Cat Colors (5)

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรามาดู Cat Colors
ความเดิมตอนที่แล้ว
Previously on Cat Colors..

Cat Colors (1)
Cat Colors (2)
Cat Colors (3)
Cat Colors (4)

สัปดาห์นี้ถือเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับคนไทย
เพราะว่าแมวดื้อจะพูดถึงเรื่อง Point หรือที่เราเรียกกันว่า “แต้ม”
แมวชื่อแต้มก็เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกัน
เนื่องจากเป็นการบอกลักษณะที่พบเห็นด้วยตา
เห็นเป็นแต้มตามตัว โดยที่ไม่คำนึงถึง “สี” สักเท่าใดนัก

“แมวเก้าแต้ม”

แมวเก้าแต้ม เป็นแมวสีขาว มีสีดำแต้มสีดำรวมเก้าแห่ง คือ บริเวณหัว คอ โคนขาหน้าและโคนขาหลังหลังทั้ง4ข้าง ไหล่ทั้ง2ข้าง และโคนหาง ลักษณะแต้มสีดำนี้จะเป็นวงกลมหรือปื้นเหลี่ยมก็ได้ ปลายหางเรียวยาว สีขาว ใครได้แมวเก้าแต้มไว้เลี้ยงดูก็จะทำให้การค้าขายรุ่งเรือง ร่ำรวย คนไทยโบราณมักเลี้ยงไว้ในพระราชสำนัก

สลับดวงคอโสตรัตต้น ขาหลัง
สองไหล่กำหนดทั้ง บาทหน้า
มีโลมดำบดบัง ปลายบาท สองแฮ
เก้าแห่งดำดุจม้า ผ่าพื้นขาวเสมอ

แมวเก้าแต้มจึงมี “ลักษณะเฉพาะ” แต่แตกต่างจาก แมวแต้มทั่วไป
เนื่องจากจะต้องเป็นพื้นสีขาวจริงๆ

“แมววิเชียรมาศ”

แมวชนิดนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมวเก้าแต้มเสมอ ที่จริงแล้วไม่ถูกต้อง แมวเก้าแต้มคือแมวที่มีสีพื้นสีขาว และมีแต้มบนร่างกาย 9 แห่ง ส่วนแมววิเชียรมาศ จะมีสีพื้นสีขาวงาช้าง (หรือโบราณจะเป็นขาวล้วนก็ไม่ทราบ) และมีแต้มที่จมูกครอบไปถึงปากเป็นหนึ่งแห่ง กับขาทั้งสี่ หูสอง หางหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง รวมเป็น 9 แห่งเช่นกัน ในแมววิเชียรมาศนี้แต้มตามตำราว่าไว้ว่าต้องเป็นสีดำดังหมึกวาด แต่ปัจจุบันเมื่อดูให้ดีแล้วจะเป็นแต้มสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ไม่ได้ดำสนิท

ปากบนหางสี่เท้า โสตสอง
แปดแห่งดำดุจปอง กล่าวไว้
ศรีเนตรดั่งเรือนรอง นาคสวาดิ ไว้เอย
นามวิเชียรมาศไซร้ สอดพื้นขนขาว

แมววิเชียรมาศ จึงถือได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะ แตกต่างจากแมวแต้มทั่วไปเช่นเดียวกัน
แต้มสีต้อง 9 แห่งตามจุดที่ระบุเท่านั้น จะแต้มจะต้องมีสีน้ำตาลไหม้

พูดถึงแมวไทยกันไปแล้ว
สำหรับแมวหิมาลายันที่มาจากการผสมพันธุ์ระหว่าง Persian Cat และ Siamese Cat
ก็จะได้ลักษณะที่เรียกว่า Point หรือแต้มที่คล้ายแมวไทย
สัปดาห์ก่อน แมวดื้อให้ดูรูปกันไปแล้วรอบนึง

จะเห็นได้ว่าแมวในรูปมีลักษณะที่เรียกว่า “แต้ม” อยู่
ตำแหน่งของแต้มจะใกล้เคียงกับแต้มของแมววิเชียรมาศ
ส่วน “สีของแต้ม” จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป
(ขอใช้สีตามภาษาอังกฤษเช่นเคย)

Seal Point
แต้มจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลไหม้
คล้ายสีแต้มของแมววิเชียรมาศเลย
ส่วนสีขน (สีพื้น) จะมีได้ตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเกือบขาว

Chocolate Point
สีแต้มจะคล้าย Seal Point
แต่มีข้อแม้ว่าจมูกและอุ้งเท้าจะเป็นสีชมพู
(ถ้าเป็น Seal Point จมูกและอุ้งเท้าจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม)

Blue Point
แต้มจะเป็นสีเทาอ่อน หรือบางครั้งอาจเป็นสีน้ำตาลอ่อน

Lilac Point
แต้มจะเป็นสีเทาอ่อน เช่นเดียวกับ Blue Point
แต่มีข้อแม้ว่าจมูกและอุ้งเท้าจะเป็นสีชมพู
(ถ้าเป็น Blue Point จมูกและอุ้งเท้าจะเป็นสีเทาด้าน)

Lynx Point
แต้มจะเป็นสีลายๆ แบบ Tabby
จึงอาจแยกย่อยออกได้อีกมากมาย
ยกตัวอย่างเช่น
Blue Lynx Point หรือ Red Lynx Point

Tortie Point
แต้มจะเป็นสี tortoiseshell
สีเทาครีมปนๆ กันไป

Flame Point
แต้มจะเป็นสี Red ของแมว
หรือบางครั้งสีอ่อนลงจนกลายเป็น Cream Point
ซึ่ง Flame Point และ Cream Point นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก
แต่ Flame Point นั้นเป็นลักษณะเด่นสายตรง
กล่าวคือ ทั้งพ่อและแม่ต้องเป็น Flame Point เท่านั้น
ลูกที่ออกมาถึงจะได้เป็น Flame Point

ลองค่อยๆ ดูกันนะ ว่าแต้มสีแบบนี้ เค้าเรียกว่าสีอะไร

:idea::idea:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Himalayan

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้ขอคั่นด้วยเรื่องแมวหิมาลายันกันสักหน่อย
สัปดาห์ก่อน เรารู้เรื่อง Chinchilla กันไปแล้ว
ว่าเป็นการเรียก shading หรือสีขน ไม่ได้เรียกเป็นชื่อพันธุ์
คำถามที่มักจะพบต่อไปก็คือ.. แล้วหิมาลายันล่ะ

คำตอบก็คือ
Himalayan
เป็น “ชื่อพันธุ์” ของแมว
ที่เกิดจากการผสมแมวพันธุ์ Persian กับแมวพันธุ์ Siamese cat
ได้เป็นแมวที่มีลักษณะขนยาว และมี point ตามตัว
ซึ่ง point เป็นลักษณะเด่นของแมวพันธุ์ Siamese cat ที่เรารู้จักกันดี
แต่จะมี point เป็นอย่างไรกันบ้าง
ต้องรอติดตาม Cat Colors ในตอนต่อไป

จากรูป.. ทั้งหมดนี้คือแมวพันธุ์หิมาลายันทั้งหมด

:idea::idea:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Cat Colors (4)

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรามาต่อซีรีส์ Cat Colors กันดีกว่า
กลัวว่ายิ่งเขียนไป เดี๋ยวจะแตกออกไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบสักทีแน่เลย
ฮ่า..ฮ่า
ความเดิมตอนที่แล้ว (เหมือนหนังซีรีส์เลย)
Previously on Cat Colors..

Cat Colors (1)
Cat Colors (2)
Cat Colors (3)

จากเม็ดสีในตอนแรก
ต่อมายังสีขาวในตอนที่สอง
ไล่มายังลายอันเกิดจากสีดำ/แดง ปนกับสีขาว ในตอนที่สาม
มาถึงรูปแบบใหม่ในตอนที่สี่นี้

ที่บอกว่ารูปแบบใหม่
เนื่องจากมีทฤษฏีมากมายเกี่ยวกับการเกิดลักษณะแบบนี้
แถมยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปแต่ละแหล่งอีกด้วย
ในอเมริกาเรียกอย่างนึง ในยุโรปเรียกอย่างนึง ในเอเซียเรียกอีกอย่าง
งงไปหมด

ย้อนกลับไปเรื่อง Tabby กันนิดนึง
Tabby นั้นลวดลายจะสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่แรกเกิดเลย
และหากนำเส้นขนมาดูใกล้ๆ จะพบส่วนที่เป็นสี และส่วนที่เป็นสีขาวสลับกันอย่างไม่มีแบบแผน

แต่ยังมีลักษณะอีกแบบหนึ่งซึ่งในตอนเล็กๆ แทบจะเห็นเป็นสีขาวล้วน
แต่พอโตขึ้น กลับเริ่มเห็นมีสีจางๆ แซมอยู่
ลักษณะนี้ เราเรียกกันว่า “Shading”
การเรียกชื่อ Shading ได้ถูกต้องทั้งหมดถือว่าเป็นเรื่องยากมาก
เพราะมีเกณฑ์ตัดสินที่แตกต่างกันออกไป
แมวดื้อขอยกตัวอย่างเอาเกณฑ์การตัดสินจากตำแหน่งสีบนเส้นขนมาใช้
ท่านใดสนใจเกณฑ์ตัดสินแบบอื่น แนะนำให้ลองค้นหาด้วยคำว่า Shading Color Cat ดูนะ

หากพิจารณาเส้นขนหนึ่งเส้น
หากมีสีในความยาว 1/8 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Chinchilla”

หากมีสีในความยาว 1/4 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Shade”

แต่ถ้าหากมีสีในความยาว 1/2 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Smoke”

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากรูปที่ยกตัวอย่างมาให้ดูกันจะเป็นสี silver ทั้งหมด
และแน่นอนว่าจะต้องมีสีอื่นด้วย
อย่างเช่น
“Golden Chinchilla”, “Shaded Golden” และ “Golden Smoke”
หรือ
“Shell Cameo” (Red Chinchilla), “Shaded Cameo” (Red Shaded) และ “Smoke Cameo” (Red Smoke)
เป็นต้น

สี่ตอนผ่านไปแล้ว ตอนนี้เราก็มีพื้นฐานในการเรียกลักษณะน้องเหมียวกันบ้างแล้ว
ลองฝึกสังเกตกันดูนะ

:lol::lol:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Cat Colors (3)

Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรากลับมาคุยกันถึงเรื่อง Cat Colors กันต่อ
จากสองตอนแรกที่คุยไป
Cat Colors (1)
Cat Colors (2)
เราเข้าใจในเรื่องของเม็ดสี อันทำให้เกิดเป็นสี black, red และ white กันแล้ว
ต่อไป เรามาดูถึงเรื่อง “ลาย” (Color Pattern) กันบ้าง
อันแรกที่แมวดื้อหยิบขึ้นมา ก็คือ
Tabby
ซึ่งอาจจะพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อย

Tabby
หมายถึงลักษณะที่เป็นเส้น (ลาย)
การเกิดลักษณะดังกล่าว เป็นผลมาจากยีน A
ซึ่งในขณะที่เส้นขนงอกขึ้นมานั้น มีการสร้างเม็ดสี ต่อจากนั้นก็สร้างเม็ดสีช้าลง
ในขณะที่เส้นขนเจริญในอัตราเร็วตามปกติ
ทำให้ในเส้นขนหนึ่งเส้นมีเม็ดสีไม่เท่ากันทั้งเส้น
เมื่ออยู่รวมๆ กัน เราจึงเห็นเป็นเส้น (ลาย) ขึ้นมาได้

ลวดลายของ Tabby นั้นยังสามารถแบ่งแยกย่อยไปได้อีกเป็น

Classic Tabby
Tabby แบบนี้มักจะเห็นลายค่อนข้างชัด มีคอนทราสสูง
อาจพบลายเป็นวงอยู่ด้านข้างของลำตัว หรือบางครั้งเราอาจพบลายเป็นรูปคล้ายผีเสื้อที่บริเวณหลังก็ได้
แมวพันธุ์ American Shorthair เป็นพันธุ์หนึ่งในกลุ่มนี้ ที่เรารู้จักกันดี

Mackerel Tabby
Tabby แบบนี้ จริงๆ แล้วพบมากที่สุด
จนหลายคนเรียกว่าเป็น Classic Tabby ด้วยซ้ำ
ลักษณะเด่นคือมีลายเป็นเส้นรอบหางและเท้าคล้ายสร้อย
หรือลายช่วงหน้าอกเป็นเส้นสีเข้มคล้ายเชือกร้อยพันกันไปมา
หากเทียบกับเสือจะคล้าย Tiger

Spotted Tabby
Tabby แบบนี้ จะมองคล้าย Mackerel Tabby มาก
สิ่งที่แตกต่างกันก็คือจุด (Spotted) ที่จะเด่นชัด
ดูคล้ายลายที่ใหญ่ (หนา) กว่า และจะไม่ต่อเนื่องเป็นเส้นลายยาวๆ
หากเทียบกับเสือจะคล้าย Leopard หรือ Jaguar

Agouti (Ticked) Tabby
Tabby แบบนี้จะแตกต่างออกไปจาก Tabby แบบอื่นๆ
หากดูผิวเผิน อาจมองคล้ายเป็นสีพื้น (Solid)
แต่หากพิจารณาเส้นขนแต่ละเส้น มีสีที่แตกต่างกัน
จึงถือว่าเป็น Tabby อีกประเภทหนึ่ง
แมวพันธุ์ Abyssinian เป็นพันธุ์หนึ่งในกลุ่มนี้ ที่เรารู้จักกันดี

สำหรับ Ticked Tabby ของพันธุ์ Abyssinian นั้นยังสามารถแบ่งแยกย่อยออกได้เป็น

• Ruddy Abyssinian = Brown Ticked Tabby
• Blue Abyssinian = Blue Ticked Tabby
• Sorrel Abyssinian = Cinnamon Ticked Tabby
• Fawn Abyssinian = Fawn Ticked Tabby

ปัจจุบันนักพันธุศาสตร์ได้ยอมรับแมวในพันธุ์ดังต่อไปนี้
ว่าอยู่ในกลุ่ม Tabby Pattern

Abyssinian (ticked)
American Bobtail
American Curl
American Shorthair (the Classic pattern)
American Wirehair
Birman (tabby points)
Colorpoint Shorthair (tabby points called “Lynx Points”)
Egyptian Mau (the original spotted tabby)
Exotic (shorthaired Persians)
Javanese (Lynx Points)
LaPerm (has its roots in a “barn cat”)
Maine Coon (probably the most popular pedigreed tabby cat)
Manx
Norwegian Forest Cat
Ocicat – selectively bred to create the spots
Oriental (with 112 tabby combinations!)
Persian
Ragdoll (Lynx Points)
Rex (Devon, Selkirk, and Cornish)
Scottish Fold
Siberian (another “natural” breed of tabby cats)
Singapura (ticked)
Somali (longhair ticked)
Turkish Angora (14 allowable tabby patterns/colors)
Turkish Van (6 tabby patterns/colors)

ปิดท้ายด้วยภาพประกอบเกี่ยวกับ Tabby Pattern

เรืื่อง Cat Colors ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า

:?: :?:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Thailand International Dog Show 2010

Saturday petdoC
วันนี้พักหนึ่งวัน
พาไปเดินเล่นในงาน
Thailand International Dog Show 2010
ที่อิมแพค เมืองทองธานี

งานไม่ใหญ่มาก
เดินไม่นานก็ทั่ว
แต่ใช้เวลาเดินทางนาน (มาก)
แมวดื้อเอาแต่เลนส์ฟิกซ์ไปตัวเดียว
ก็เลยได้รูประยะกลางๆ เสียเป็นส่วนใหญ่
ขอไม่บรรยายแล้วกันนะ
ตอนกดชัตเตอร์รู้สึกว่าไม่เยอะมาก
ไหงตอนมานั่งโปรเซสกลับเยอะได้ทุกทีสิน่า

:roll: :roll:

:arrow::arrow:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes