NaughtyCat

Think Different DiaryBlog

Menu Close

Category: Yummy (page 1 of 21)

Zong Ped Palow

กลับมาอยู่ ณ เมืองลาดพร้าวก็หลายปี
มีร้านที่ผ่านตา แต่ไม่เคยแวะมากมาย
บางร้านก็ย้ายดาวไปแล้ว
ยังไม่ทันได้ลิ้มลองเลย
“ซ้งเป็ดพะโล้”
ก็เป็นอีกร้านนึงที่ผ่านตาทั้งผ่านไปเห็น
หรืออ่านเจอรีวิวบ่อยๆ
วันนี้มีโอกาส อยากเปลี่ยนบรรยากาศร้านเดิมๆ
(จริงๆ วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรขาย ไม่รู้จะกินอะไร เลยหาร้านใหม่ลอง)

โดยปกติ เวลาไปลิ้มลองร้านที่ไม่คุ้น
ก็มักจะพยายามมสั่งอาหาร “เมนูปลอดภัย”
เอาง่ายๆ เบสิคๆ ไว้ก่อน
คือมันคงไม่เลวร้ายจนกินไม่ได้แหละ
แต่วันนี้ดูเมนูแล้วก็ลองเสี่ยงกันเลย

ร้านนี้อยู่ใกล้กับสี่แยกวังหิน (ลาดพร้าววังหิน 93)
โทร. 02-570-4080
หน้าร้านใหญ่ มองเห็นชัดเจน
พนักงานกระตือรือล้นดี อาจมองคล้ายวุ่นวายเล็กๆ


ผัดดอกขจรไฟแดง (70 บาท)


เป็ดผัดกะเพรา (180 บาท)


กุ้งอบวุ้นเส้น (150 บาท)

ข้าวจานละ 10 บาท น้ำแข็งถัง (เล็ก) 15 บาท
รสชาติอาหารถือว่าใช้ได้เลย กลางๆ แม่ครัวไม่มือหนักปรุง
ราคา/ปริมาณถือว่าผ่าน เมนูอาหารหลากหลาย
แถมมีของหวาน อาทิเช่น เฉาก๊วย ลอดช่อง
ทับทิมกรอบ ถ้วยใหญ่ คอยหลอกล่อให้สั่งปิดท้ายอีกด้วย

วันนี้แว่บออกมาแป้บเดียว คุณลูกค้าก็โทรตามล่ะ เอาไว้ค่อยมารีรันเมนูอื่นรอบหน้า

 

Teachers Diary

วันนี้ได้ไปดู “คิดถึงวิทยา” เสียที
หลังจากที่ได้มีกระแสออกมาตั้งแต่ต้นปี
จนหนังเข้าฉายไปสิบวัน
แมวดื้อกับติตี้ไม่ได้ดูหนังโรงนานมากแล้ว
เลยเป็นโอกาสเหมาะที่เลือกจะไปดู “คิดถึงวิทยา” ในโรง
ตอนแรกจะไปเมเจอร์รัชโยธิน แล้วก็เปลี่ยนใจจะไปเซนทรัลลาดพร้าว
สุดท้ายเปลี่ยนใจกระทันหัน มุ่งหน้าสู่เอสพลานาด

ร้านโปรดของแมวดื้อที่เอสพลานาดก็มี
Coco Ichibanya กับ Morgen by EZ’s
โดยวันนี้ก็ไปลงที่ Morgen by EZ’s
ถ้ามีเวลาก็อยากจะซัดโฮกบุฟเฟ่ต์เสียนี่กระไร
แต่เดี๋ยวต้องดูหนัง แล้วรีบกลับไปทำงานต่อ ก็เลยแปะเอาไว้ก่อน

ชุดเมนู ที่ทานสองคน ท้องตึงกำลังดี
เหมาะสำหรับคนที่ทานอะไรมาบ้างแล้ว
ไม่ใช่ประเภทล้างท้องมาข้ามวัน แบบนั้นแค่นี้ไม่พอหรอก
หลังจากนั่งซัดโฮกจนหมดได้เวลาหนังฉายพอดี

ติตี้กับแมวดื้อเดินเข้าโรงหนังตอนที่เริ่มฉายหนังตัวอย่างพอดี
มีหลายเรื่องกระตุ้นความอยากดูได้เหมือนกัน
แต่บางเรื่องก็คงรอเวอร์ชัน DVD ดีกว่า
หุ..หุ

ตอนแรกที่นั่งลง
รู้สึกว่าหน้าจอมันสว่าง เหมือนหนังกลางแปลง
(หรือว่าปกติดูหนังจากจอคอมมาตลอด เลยรู้สึกแปลกๆ)
ตรงจอสีขาวก็ลอยๆ หลอกตา
(ดูเหมือนจะห่างหายจากการดูหนังในโรงมานานนนนนมาก)

คิดถึงวิทยา
เรื่องนี้แมวดื้อเสพข้อมูลมาเยอะทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็น Trailer, MV.OST หรือการโปรโมตจากคลื่นวิทยุต่างๆ
(แมวดื้อไม่ดูทีวี อย่างน้อยก็ตัดสื่อนี้ไปได้อย่างนึงแหละ)
เลยมีการเดาบทภาพยนตร์เอาไว้ในใจพอสมควร

สิ่งหนึ่งที่โปรยเอาไว้จาก Trailer หรือ MV.OST หรือคลิปโปรโมตต่างๆ
ก็คือเรื่องการใช้ชีวิตใน “ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน” ของทั้งสองคน
แต่มันก็ไม่เชิงสื่อออกไปในทางที่ซ้อนทับกันแบบ Il Mare
แต่มันเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น ที่เชื่อถึงเรื่องการทำสิ่งเดียวกันจะนำไปสู่ความใกล้ชิด
เช่นการใช้โต๊ะเรียนตัวเดียวกับคนที่แอบชอบอยู่
มีหลายฉากในคิดถึงวิทยาที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนั้น
อาทิเช่นการนอนไกวเปล, การตากผ้า, การใช้ไฟตะเกียง
ไปจนถึงวิธีเล่าเรื่องแบบตอกย้ำความรู้สึกทั้งสองด้าน
อย่างตอนที่ครูสองขี่มอเตอร์ไซต์ลงน้ำ แล้วบอกว่าทำตามครูแอนที่กระโดดน้ำ
ถ.ท.ว…….. ถูกทิ้งวิทยา!!
หรือฉากที่ครูแอนเดินลงมาจากตึกแล้วขับรถร้องไห้
ในทำนองเดียวกับที่ครูสองขี่มอเตอร์ไซต์ร้องไห้เพราะผิดหวังกับความรัก
ทั้งสองคน เหงา เศร้าพร้อมกับสนุกกับนักเรียนเหมือนกัน
หรือแม้แต่การที่ครูสองใช้ปากกาเขียนข้อความในไดอารี่ทับที่ครูแอนเขียนเอาไว้หลังไดอารี่ลอยตามน้ำไป

การเล่าเรื่องแบบนี้ ดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก คล้ายสูตรสำเร็จ
แต่ไม่ได้โบราณแบบทื่อๆ มีการใส่ชีวิตในยุคปัจจุบันเข้าไป
เช่นเราคงจะหงุดหงิดถ้าต้องไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีอินเตอร์เนทหรือสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง
หากขาด social network ก็คงไม่พ้นที่จะหาทางระบายอย่างการเขียนลงกระดาษ
การอ่านไดอารี่ของคนแปลกหน้า มันก็คล้ายกับการที่เราไปอ่าน facebook/twitter คนอื่นที่เราไม่รู้จัก
บางครั้งอาจจะทำให้เรารู้สึกว่าใกล้ชิดเขาเหล่านั้น
(แม้ว่าความจริงอาจไม่ใกล้เคียงเลยก็เป็นได้)

แมวดื้อชอบข้อคิดหลายอย่างเรื่องการสอนเด็กนักเรียนของคิดถึงวิทยา
การเปรียบเทียบนำไปสู่ความเข้าใจ มากกว่าการท่องจำ

ถือเป็นหนังอีกเรื่องนึงที่ชอบมาก
รอ DVD ออกมาแล้วคงจะดูอีก (หลาย) รอบ

ออกจากโรงหนังติตี้กับแมวดื้อก็ไปลิ้มลองไอติมมะม่วงซะหน่อย
ไหนๆ ก็มีโอกาสแล้ว กินเสร็จแล้วแมวดื้อก็เด้งกลับไปทำงานด่วนๆ

รสชาติก็โอเคเหมือนเดิม
แต่ทำไมรู้สึกว่ามันละลายเร็วมาก
หรือว่าแอร์ห้างนี้มันไม่เย็น

:cry::cry:

หนีเที่ยวภูเก็ต 2014 (ตอนที่ 1)

หนีเที่ยวภูเก็ต ตอนที่ 1
สืบเนื่องจากคุณป๊าของติตี้ไปธุระที่ภูเก็ต
แมวดื้อก็เลยไปช่วย (กวน) ติตี้ ดูแลคุณป๊า

สิ่งที่กังวลกับการไม่อยู่ออฟฟิศก็คือลูกๆ ทั้งสาม
เพราะว่าน้องลูกพรุนและท่านแม่ไม่ค่อยสบาย
แมวดื้อก็คงปล่อยลูกๆ อยู่ออฟฟิศ น่าจะเป็นการดีที่สุด
แถมวันอาทิตย์ดันจะมีการตัดไฟอีกด้วย
การไฟฟ้าแจ้งมาว่าจะมีการตัดไฟตั้งแต่ 09.30 – 16.00 น.
ลำพังเรื่องอาหาร/น้ำ อันนี้ทิ้งไว้หลายๆ จุด ไม่ค่อยมีปัญหา
แต่ไม่มีไฟเนี่ย ร้อนตาย
ไหนจะยา/วัคซีนที่ต้องแช่เย็นอีก
แมวดื้อเลยต้องวางแผนล่วงหน้าเอาไว้หลายทาง
สุดท้ายก็แอบยุ่งวุ่นวายในเช้าวันเดินทางจนได้

:o:o

หลังจากกอดลูกๆ ร่ำลาเรียบร้อย ก็ต้องเด้งเอายา/วัคซีนจากออฟฟิศไปเก็บไว้ที่บ้าน
จากนั้นก็เด้งไปดอนเมืองทันที
การเดินทางครั้งนี้ไปด้วย “นกแอร์”
แมวดื้อไม่ถูกจริตกับเครื่องบินสักเท่าไหร่นะ
ด้วยความที่กลัวความสูง
แม้ว่าอาจจะได้นั่งริมทางเดิน สติก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่ดี
มีเวลานั่งรอก็เลยถ่ายรูปกันเบาๆ

ช่วงแรกพอเครื่องไต่ระดับได้เท่านั้นแหละ
มวลมหาเมฆดำรออยู่เบื้องหน้า
เดาได้ทันทีว่าวันนี้ชาวกทม.ก็คงจะได้ชุ่มฉ่ำกัน
แต่การคิดนั่นโน่นนี่ไม่ได้ช่วยให้แมวดื้อหายใจได้ทั่วท้องเลย
เมื่อเครื่องบินเซิร์ฟไปบนมวลเมฆดำอย่างกะสกู๊ตเตอร์ไต่ยอดคลื่นไม่มีผิด
ติตี้กับแมวดื้อจับมือกันแน่น เมื่อเครื่องบินกระแทกหลุมอากาศเป็นระยะ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียว ยังมีอีกเงื่อนไขนึงเพิ่มเข้ามาอีก
นั่นคือเก้าอี้ที่นั่งของแมวดื้อ ปุ่มกดเอนพนักพิงมันจม
ผลก็คือถ้าแมวดื้อพิงเก้าอี้ มันจะเอนหงายเงิบไปเลย
แล้วมันอยู่ในภาวะที่เครื่องบินกำลังไต่ระดับ เข้าใจป่ะ
ที่ถูกต้องคือปรับระดับพนักพิงให้ตั้งขึ้น
แมวดื้อก็ต้องอยู่ในสภาพลิงพยายามโหนเกาะเก้าอี้เอาไว้
มือนึงจับติตี้ไว้ อีกมือจับที่พักแขน พยายามประคองตัวเอาไว้
กว่าที่เครื่องบินจะได้ระดับตามต้องการ ก็ทำเอาแมวดื้อปวดแขน เมื่อยคอกันเลยทีเดียว

:cry::cry:

หลังจากนั้นก็ได้เวลาแจกจ่ายของว่าง
ซึ่งพอแมวดื้อได้รับมา ก็เก็บไว้ก่อนตามความเคยชิน
คือไม่เคยคิดว่าช่วงเวลาที่มีการแจกของว่าง ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ หรือเครื่องบิน
เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทานของว่าง
ยกตัวอย่างเช่นบนรถทัวร์ สมมติว่าออกเดินทางตอนค่ำ
เพิ่งทานมื้อเย็นก่อนขึ้นรถ บางสายรถออกเดินทางแป้บเดียวก็แจกกันแล้ว
(ก็เพิ่งอิ่มมาไง)
บางสายอาจไปให้ตอนเช้ามืด โดยการปลุกผู้โดยสารแล้วให้ของว่างปิดปากซะ
(คือเดี๋ยวก็ลงรถแล้ว เดี๋ยวค่อยไปหามื้อเช้าดีกว่าไหม)
จะว่าไปเรื่องของว่างเนี่ย เขียนได้เป็นอีกเอนทรีนึงเลย
ว่าด้วยเรื่องของ “ของว่าง” ที่ไม่แน่ใจว่าทำให้ “อิ่มหรือหิว” กว่าเดิม
หรือในประเด็นที่ว่า “สะดวกหรือลำบาก” ในการกิน
บางอย่างมันทานลำบากจริงๆ นะ เลอะเทอะไปหมด!!

นั่งหลับตาแป้บเดียว ลืมตามาก็เห็นทะเลแล้ว
เห็นแผ่นดินแว่บนึง ก่อนที่วิวทั้งหมดกลายเป็นทะเลอีกรอบ
เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจยังดังไม่ขาดสาย ประหนึ่งอยู่บนรถทัวร์
เสียงเตือนให้ปรับระดับเก้าอี้อีกครา แมวดื้อก็เริ่มเป็นลิงอีกรอบ
แต่ว่าคราวนี้ดีหน่อยที่เป็นขาลง ไม่ต้องเกร็งตัวมากนัก
เครื่องบินแตะรันเวย์แบบนักวิ่งโอลิมปิคที่วิ่งมาแบบสุดแรง พอถึงเส้นชัยปุ๊บ หยุดวิ่งเลย
ไม่รุนแรงแบบน่ากลัวนะ ออกแนวงงๆ เสียมากกว่า
อ๊ะ.. จอดแล้ว

หลังจากเดินออกมาจากเครื่องบินแล้ว ก็ไปรับสัมภาระ
คุณป๊าก็โทรหาอาจารย์นัทที่จะมารับ
และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยงกันเลย

แมวดื้อเองไปภูเก็ตครั้งสุดท้ายเมื่อสิบกว่าปีแล้ว
ตอนนั้นไปกับทัวร์ ความทรงจำเกี่ยวกับภูเก็ตประมาณเมืองท่าสำหรับท่องเที่ยว
คือเน้นที่การท่องเที่ยว (แบบธรรมชาติ) เป็นหลัก ไม่เหมือนปัจจุบัน
(ถ้าไม่นับภูเก็ตแฟนตาซีนะ)
แต่พอมารอบนี้ เห็นรถยนต์ ถนน ห้างใหญ่ ผู้คน นี่มันเมืองใหญ่ชัดๆ

ป้ายจราจรเก๋ๆ “เลี้ยวซ้ายเมื่อปลอดภัย (LEFT WHEN SAFE)”
แล้วเมื่อไหร่จะปลอดภัย?
นั่นเป็นคำถามที่คิดในใจ พอผ่านแยกต่างๆ ไปได้สักพัก ก็เห็นเลนซ้ายมักจะชะลอตัวหรือบางทีหยุดรอ
(แม้จะไม่มีรถในทางอื่น)
ณ จุดนี้แตกต่างจากเมืองกรุง ที่หากมีช่องให้ไป นิดเดียวก็จะขอแซะไป

ปากน้ำซีฟู้ด อ.ถลาง
(http://4sq.com/19mRRNI)
เป็นจุดหมายสำหรับมื้อเที่ยง มื้อแรกที่ภูเก็ตคราวนี้
สิ่งหนึ่งที่อาจต้องระมัดระวังสำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้
ก็คือเรื่อง “ความเผ็ด” ของอาหารปักษ์ใต้
หากเป็นคนที่ชอบทานอาหารรสจัดอยู่แล้ว ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร
แต่หากเป็นคนไม่ชอบอาหารรสจัด อันนี้ควรบอกตั้งแต่ตอนสั่งเลย
บางร้านเนี่ย ขนาดแมวดื้อชอบทานเผ็ด ยังซี้ดปากเลย
มื้อแรกนี้ก็จัดกันไปเบา..เบา

อาหารรสชาติใช้ได้เลย
ถ้ามาทานมื้อเย็น สั่งพวกทะเลเผาน่าจะดี
ราคาปานกลาง
พนักงานแอบมึนเล็กน้อย ตอนแรกก็บริการดี
พอมีลูกค้าใหม่เข้ามาก็หายตัวไปเลยทีเดียว

:???::???:

Nittaya Chilli Paste

Yummy fridaY
ถึงเทศกาลกินเจอีกแล้ว
ปีนี้แมวดื้อก็คงทานเจเหมือนปีก่อน
ท่านแม่ดูทำเลออฟฟิศใหม่แล้วคิดว่าหาอาหารเจลำบาก
ก็เลยซื้อเสบียงมาให้
เป็นสารพัดน้ำพริก ของแห้ง ซึ่งเป็นอาหารเจหมดเลย

น้ำพริกนิตยา
ตามที่อยู่บนถุงหิ้ว มีอยู่ด้วยกัน 4 สาขา
มีที่บางลำพู (2 สาขา), ปิ่นเกล้า และนนทบุรี

ปกติแมวดื้อทานอาหารง่ายมาก
คือมีแค่ข้าวสวยกับน้ำพริกก็ทานได้แล้ว
(บางทีแค่น้ำหมูสะเต๊ะกับข้าวสวยก็อิ่มอร่อยได้เลยนะ)
ดังนั้นน้ำพริกแห้งเหล่านี้จึงเป็นกับข้าวอย่างนึงเลย

 

ท่านแม่ซื้อเสบียงมาให้อลังการมาก

น้ำพริกหมูหยอง
อันนี้ออกหวานนิดๆ อัดมาแน่นเต็มกล่อง อาจมีจับตัวกันเป็นก้อนบ้าง
ตรงที่เป็นก้อนจะเหนียวๆ นิดนึง เดาว่าเกิดจากเครื่องปรุงจับตัวกัน

น้ำพริกนรกเจ
อันนี้เนื้อน้ำพริกจะเบาๆ ละเอียดเกือบเป็นผง รสชาติจัดจ้าน ทานแล้วร้อนคอ
ต้องระวังอย่ารีบทาน เพราะถ้ามันลงคอไปก่อนที่เราจะตั้งตัว มันจะแสบคอมาก

 

น้ำพริกกุ้งเสียบ
อันนี้มีเนื้อน้ำพริกมากที่สุด กรอบ เป็นชิ้นเลย
ทานตอนแรกจะออกเผ็ดนิดหน่อย เคี้ยวหนุบหนับจะค่อยๆ ออกหวาน รสชาติกลมกล่อม

 

น้ำพริกตาแดงเจ
อันนี้เนื้อน้ำพริกจะละเอียด แต่ไม่แน่นมาก ตามแบบฉบับของน้ำพริกตาแดง
รสชาติหวานซ่อนเผ็ด

 

น้ำพริกเผาเห็ดหอม ชนิดผัดแห้ง
อันนี้เนื้อน้ำพริกละเอียดเนียนแน่น เหมาะกับคลุมกับข้าวทานกับไข่เจียวที่สุด
(แต่ช่วงนี้ทานเจ เลยอด)
รสชาติเผ็ดปานกลาง ออกเค็มเล็กน้อย

 

โปรตีนเกษตรผัดพริกขิง
เมนูคลาสสิคที่รู้สึกว่ากำลังดี ไม่ต้องทำเลียนแบบเนื้อหมูเนื้อไก่ให้มัน “เยอะ”
โปรตีนเกษตรกรุบกรอบ รสชาติกลางๆ ไม่เผ็ดมาก

 

โปรตีนเกษตรผัดกะเพรา
(ที่ถูกต้องควรเขียน “กะเพรา” นะ)
เมนูนี้โปรตีนเกษตรออกจะแข็งและแห้งนิดหน่อย
รสชาติเหมือนทานผัดกะเพรา เมนูนี้ใช้ได้เลยทีเดียว

แมวดื้อหยิบมาถ่ายรูป
ฮะเก๋ามาสำรวจ
“ฮะเก๋าทานได้ไหมฮับป๊าแมว”

 

“ป๊าแมวบอกอร่อยจนฟิน… ฮะเก๋าก็ฟินด้วย”

“ป๊าแมวไม่ต้องเป็นห่วงนะฮับ เดี๋ยวฮะเก๋าเฝ้าน้ำพริกให้ป๊าแมวเอง ใครมายุ่งจะขู่ แบร่~ เลย!!”

Cronut

Yummy fridaY
หากใครที่ติดตามเว็บเกี่ยวกับอาหารทางฝั่งอเมริกา
อาจจะพบว่าในช่วงเร็วๆ นี้ มีสูตรทำ Cronut ออกมามากมาย
เนื่องจากกระแสความนิยมใน New York
ถึงขนาดที่มีคนรอต่อแถวซื้อ Cronut กันนานหลายชั่วโมง
แถมราคาขายต่อ (คนที่ต่อแถวซื้อมาขายต่ออีกทอดนึง) สูงถึงชิ้นละ $USD 40-50
เรียกว่า “เห่อตามกระแส” ไม่แพ้ rotiboy หรือ krispy kreme ในบ้านเราเลยทีเดียว
แมวดื้อยังส่งรูปให้ติตี้ดูว่าขนมนี้น่าหน้าแปลกดี น่าลองชิม
ล่าสุด แมวดื้อเห็นในทวิตเตอร์แว่บๆ ว่าจะมีร้านทำ Cronut ขายในบ้านเราด้วย
ไม่รู้ว่าร้านไหน ราคาเท่าไหร่นะ
ถ้ามองว่ามันคือขนมลูกครึ่งระหว่าง croissants กับ donut มันก็คงไม่มีอะไรใหม่
มันควรจะต้องมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นจริงไหม
(เรื่องมากอีกล่ะ => ออกตัวไว้เลย อะไรที่กินยากๆ ต้องรอนาน ไม่ซื้อหรอกนะ หุหุ)

:mrgreen::mrgreen:

© 2017 NaughtyCat. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.