Tag-Archive for » Diary «

Dec
14

This entry is hard for me to photo process and write long story.
I don’t know the future.
But I know one thing, This day is beautiful memory..

ต่อกันกับเอนทรีภาคจบของไตรภาค
มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในวันนี้จริงๆ
เปิด entry ด้วยรูปนี้
แมวดื้อถ่ายต้นไม้นี้ที่สวนสาธารณะข้างๆ ท่าเรือมหาชัย
ต้นไม้ที่มีใบไม้แห้งๆ เต็มต้นไปหมด
หวานใจยังเดินมาถามเลยว่าถ่ายอะไร
(ไม่เห็นมีอะไรน่าถ่ายเลย)
รูปนี้ถูกนำไป process ในสไตล์ที่ต่างจากที่คิดไว้ตอนแรก
แต่ก็ได้มาในอีกแบบที่ชอบ แล้วหยิบมาใช้เป็นรูปเปิด entry
พร้อมกับเพลงใสๆ จาก Depapepe
เวลาที่แมวดื้อต้องการสมาธิ บางครั้งการฟังเพลงบรรเลง ก็ทำให้สงบได้เหมือนกัน

ต่อจากเอนทรีที่แล้ว
เหมือนฟ้าประทาน (เว่อร์จริง) ให้เราเจอรถ (บัส) แดง
ก็ถามข้อมูลจากคนขับรถให้แน่ใจอีกครั้ง
เพราะรถที่จอดอยู่ตรงนี้ จะมีอยู่ด้วยกันสองสาย
คือสายที่ไปกรุงเทพ กับสายที่ไปแม่กลอง
ก็สอบถามกันดีๆ ก่อนขึ้นรถ เพื่อความแน่ใจ

จาก blog คราวที่แมวดื้อไปอัมพวาคนเดียวนั้น
Amphawa Diary 1
Amplawa Diary 2
หากนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯ มาถึงแม่กลอง
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
แต่นี่เจอรถ (บัส) แดง (หวานเย็น)
วิ่งจากมหาชัยไปแม่กลอง
เกือบสองชั่วโมง

:cool: :cool:

ด้วยความที่ต้องตื่นแต่เช้า
พอขึ้นรถได้ หวานใจก็หลับสนิท
จากสองครั้งที่แมวดื้อมาอัมพวา
ครั้งแรก.. ด้วยรถตู้
ครั้งที่สอง.. ด้วยรถบัส
คราวหน้า.. ต้องหาทางมาด้วยรถไฟให้ได้!!

รถบัสพาเรามายังท่ารถแม่กลอง
วันนี้ประจวบเหมาะที่มีงาน “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” พอดี
มีทั้งให้ชิมฟรี จำหน่าย รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆ อย่าง
ปลาทูของแม่กลองนั้น ของแท้ต้อง “หน้างอ คอหัก”
เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลยทีเดียว
เวลาปลาสองตัว อยู่ในเข่งเดียวกัน
ทำให้เกิดพลังสมดุลย์ ปาน หยิน-หยาง ไม่มีผิด

ก่อนหวานใจจะคล้อยตาม พี่ๆ ที่วินมอร์เตอร์ไซต์ ที่เรียกลูกค้าอยู่แถวนั้น
แมวดื้อก็พาเดินลัดเลาะออกมายัง ตลาดแม่กลอง
ตลาดที่นี่ มีชื่อเรียกกันไปต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็น “ตลาดหุบร่ม” หรือ “ตลาดเสี่ยงตาย”
ด้วยสาเหตุที่ว่า เป็นตลาดที่อยู่ข้างๆ สองทางของทางรถไฟ
เวลาที่มีรถไฟวิ่งผ่าน พ่อค้าแม่ค้า ก็จะทำการหุบร่ม (ไว้บังแดด เวลาที่รถไฟยังไม่มา)
บ้างก็ดึงผ้าใบมาปิดร้านเอาไว้สักครู่
ตามปกติ วันนึงจะมีรถไฟผ่าน 8 รอบ
ซึ่งก็ดูค่อนข้างจะวุ่นวายพอสมควร
แต่หากได้ลองไปสัมผัสแล้วจะรู้ว่า คนที่นี่เก่งกันมาก
แค่นาทีเดียว เสร็จเรียบร้อยทุกร้าน

ตารางรถไฟ แม่กลอง – บ้านแหลม
(ที่แมวดื้อพลาดนั่นแหละ – -a )

เส้นทางจาก แม่กลองมายังบ้านแหลม

ออก – ถึง

06:20 – 07:20
09:00 – 10:00
11:30 – 12:30
15:30 – 16:40

เส้นทางจาก บ้านแหลมมายังแม่กลอง

ออก – ถึง

07:30 – 08:30
10:10 – 11:10
13:30 – 14:30
16:40 – 17:40

ซึ่งแมวดื้อคิดว่า จะหาโอกาสมาถ่ายรูปที่ตลาดแม่กลอง ตอนรถไฟผ่านมาบ้างสักครั้ง 

พอเดินทะลุตลาดแม่กลองออกมา ก็จะเจอท่ารถ (สองแถว) ต่อไปยังอัมพวา
สักครู่เดียว รถสองแถวก็พาเรามาถึงยังอัมพวา
แต่มารอบนี้ แมวดื้อชวนหวานใจไปเดินดูโฮมสเตย์ริมน้ำกันสักนิด
เดินดูๆ แล้วก็เจอบ้านน่ารักๆ หลายแห่งเลยทีเดียว
แม้ว่าพวกเรายังไม่ได้มาพัก แต่ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
ราคาที่พัก ก็ถือว่าไม่แพง
หากใครชอบธรรมชาติ ริมแม่น้ำ ลำคลอง
ก็อยากจะแนะนำให้มาลองสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ดูบ้าง
ตื่นเช้ามาก็ตักบาตร จากนั้นก็นั่งเล่น นอนเล่นอยู่ชานริมน้ำทั้งวัน
ตลาดน้ำก็อยู่ใกล้นิดเดียว บางครั้งก็มีเรือมาขายกันถึงหน้าบ้านเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้แมวดื้อยังไม่ได้ไปลองที่ไหนเลย
เอาไว้หากไปลองพักที่ไหน แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีก็แล้วกัน

จากโฮมสเตย์ที่แวะไปดูกัน
เดินออกมา ก็จะเจออุทยาน ร.๒
เดินเลี้ยวไปอีกนิด ก็เจอตลาดน้ำอัมพวา
เกือบบ่ายแล้ว
หวานใจเลยเริ่มออกอาการ
พอเดินเข้าตลาด ด่านแรก ก็ซื้อน้ำมะพร้าวก่อนเลย
พร้อมด้วยมองขนมไทยสีสวย ไม่วางตา
ตอนแรก แมวดื้อกะว่าจะพาหวานใจไปกินอาหารไทย ที่ร้าน กำปั่น
แต่ด้วยความที่แมวดื้ออยากกิน “ไข่ปลาหมึกทอด”
ก็เลยแวะซื้อก่อนที่เชิงสะพาน
สุดท้ายแมวดื้อกับหวานใจก็ตัดสินใจเริ่มซัดโฮกกันกับ ไข่ปลาหมึก และ หอยทอด
แต่ยังไม่ทันจะถ่ายรูปทวิต หรือหยิบกล้องออกมาเลย
ไข่ปลาหมึกก็หายวับไปกับตา
ฮ่า..ฮ่า
เหลือแค่นี้

พอกินหมด แล้วก็มุ่งหน้าไปต่อร้านอื่นได้ทันที
ตามนิยมของ “แก๊งปากมัน”
..อย่ากินให้อิ่ม แต่จงลิ้มลองให้ได้ทุกร้าน..

:lol: :lol:

พอเดินเข้าตลาดน้ำ คนเริ่มเยอะ
แมวดื้อก็เลยปล่อยหวานใจ ถ่ายรูปไปเรื่อย
ส่วนแมวดื้อ หลบคนที่เดินสวนทางผ่านไปมา
เห็นคุณยายพายเรือขายสาคูเข้ามาใกล้ๆ
ก็ไม่พลาดที่จะอุดหนุนคุณยาย
เดินไป กินไป (อีกหล่ะ) 

:twisted::twisted:

เดินกันไปจนสุดทาง
เห็นหวานใจยังสนุกกับถ่ายรูปอยู่
แมวดื้อก็เลยไปนั่งรอในร้านลูกชิ้น / ลอดช่อง
ร้านน่ารักๆ ที่เอาโต๊ะนักเรียน มาเป็นโต๊ะให้ลูกค้านั่ง
โต๊ะไม้ขนาดเล็ก มีช่องสำหรับใส่หนังสือ สมุดด้านหลัง
บนโต๊ะมีเครื่องดนตรีไทยขนาดเล็ก (เล่นได้)
แดดเริ่มออกแบบนี้ สั่งลอดช่องมากินกันดีกว่า
..แต่แล้ว..
..ไอ่กบ..ก็โผล่มา..

Bonjour ลูกชายหวานใจ
ชอบทะลึ่งโผล่มาจุ้นจ้านเป็นประจำ
แมวดื้อชอบเรียกว่า “ไอ่กบ”
อิอิ
ลอดช่องมาหล่ะ.. ไอ่กบ ยืนไกลๆ เดี๋ยวจมลอดช่อง

หวานใจมาถึงก็สั่งลองช่องมาเบิ้ล แถมลูกชิ้น กินกันเพลิน
ร้านนี้ หากคนว่างๆ มีพรอพอะไรให้ถ่ายรูปเต็มไปหมดเลย
แต่พอนั่งไปสักพัก คนก็เริ่มมากันเต็มร้าน
(เป็นอย่างนี้ประจำ.. ทุกที)
ก็เลยเดินหาทำเลใหม่กัน
มาจนถึงร้านนี้

ชั้นล่าง ขายเสื้อ ของที่ระลึก
พอเห็น
“จิบชา และเครื่องดื่ม
สบาย สบาย เชิญชัน 2″
แมวดื้อกับหวานใจก็ถือโอกาสลองชาที่นี่กันสักหน่อย

ตัวบ้าน เป็นบ้านไม้
พอขึ้นมาชั้นสอง ก็แทบไม่อยากไปไหนแล้ว
บรรยากาศดีมั่กๆ
ในวันที่แดดออก มีลมเอื่อย..เอื่อย สบายๆ แบบนี้ ชิลสุดๆ
หรือหากเป็นวันที่ฝนตกพรำๆ ก็น่าจะได้อารมณ์เย็นๆ ปน เหงาๆ
อยู่แค่ไม่กี่นาที ก็หลงรักร้านนี้เข้าให้แล้ว
อีกอย่าง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่ง
ทำให้รู้สึก “เหมือนอยู่บ้าน” 
มีหมอน กับ เบาะ อยู่เต็มไปหมด
(ให้อารมณ์คล้ายร้าน sometime’s)
พอเดินขึ้นมาแล้ว หากพนักงานไม่ทันเห็น
หรือหากต้องการเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่ม ก็ใช้บริการอันนี้ได้

มีชาอยู่หลายแบบเหมือนกัน
ส่วนใหญ่เป็นชาผลไม้
มีแต่งกลิ่นดอกไม้บ้าง น่าลิ้มลองยิ่งนัก
ลองสั่งชาบูมเบอรี่มาดูหน่อย

สีสวย กลิ่นหอม
ขอน้ำแข็งได้ตลอด
85 บาท
แถมบรรยากาศ (ไม่คิดตัง)

หลังจากเอาชามาเสิร์ฟ แล้วเก็บเงินไปแล้วนั้น
ทางร้านก็ปล่อยให้อยู่ไป จะทำอะไรก็ได้
นั่ง นอน ถ่ายรูป ตามสบายเลย
ซึ่งก็แน่นอน หวานใจ ต้องอยากให้ถ่ายรูปให้อยู่แล้ว

ฝืมือที่มีก็ถ่ายได้แค่นี้ (อีกตามเคย)
แล้ว Je t’aime ก็โผล่มา
ไม่รู้ว่าจะมากินชา หรือมาตีกลอง
ทำท่าอย่างมือ percussion
เอาหล่ะสิ เริ่มมีสมาชิกเพิ่ม
ก็ต้องกดชัตเตอร์ไปตามระเบียบ 

หวานใจถักหมวกคู่สีเหลืองมาพร้อม
กะว่าจะไปเที่ยวทุ่งทานตะวันเต็มที่

และแล้ว.. ก็เสียวสันหลังวาบ
เหอ..เหอ..เหอ
รอยยิ้มอันลี้ลับ 

ขอแทรกเล่าเรื่อง “เรโกะ” กันสักนิด
ปกติแล้วแมวดื้อไม่ค่อยสนใจน้องๆ ของหวานใจเท่าไหร่
คือแบบว่า อยู่ๆ ก็ชอบเกิดขึ้นมา
ไม่รู้ใครทำคลอดให้
เรโกะเกิดมาแบบแมวดื้อไม่รู้เรื่องเลยแหละ
นานไป หวานใจก็บอกว่าน้องคนนี้ อาจต้องไปอยู่บ้านอื่น
ด้วยมีน้องๆ เริ่มเยอะ ไม่ค่อยได้เล่น
แม้ว่าอาจจะสงสาร แต่คงต้องหาบ้านใหม่ให้
ทริปนี้ ตอนแรกสุดหวานใจตั้งใจว่าจะพาเรโกะมาถ่ายรูป
ก่อนจะหาบ้านใหม่ให้ไปอยู่
หวานใจพาเรโกะมาโชว์ตัว

อืม.. ก็ไม่ได้สนใจอะไร
มาดูบรรยากาศรอบๆ ร้านนี้กันดีกว่า

เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ มีเบาะนั่งสบาย

มีระเบียงออกไปนั่งตากลมสบายๆ มองดูตลาดน้ำจากมุมสูง
นอกจากนี้ยังเห็นแม่น้ำชัดเจน

จะนอนอ่านหนังสือ ชิลๆ ตรงนี้ก็ได้

บรรยากาศสบายๆ มองเห็นนักท่องเที่ยว กับเรือผ่านไปมา
ตอนนี้ หวานใจก็ง่วนอยู่กับ Je’ taime
ทิ้งเรโกะไว้ข้างๆ แมวดื้อ
ไหนๆ ก็อาจไปอยู่บ้านใหม่แล้ว
มาถ่ายรูปกันหน่อย
ดูสิ.. หน้าตาน่ารักแค่ไหน

แบ๊วได้อีก

:idea: :idea:

ซนจริงๆ เลย

ปีนบันไดอยู่นี่แหละ

ออกไปเล่นข้างนอกต่อ

ปีนไปโน่นอีกหล่ะ ถ้าตกไปนี่ ลงน้ำเลยนะ – -”

วิ่งออกไปตากแดด ระเบียงอีกด้านนึง
ร้านนี้มีที่เล่นเยอะจริงๆ

อ่อย… แย่แล้ว ตากแดดมากไปหน่อย หน้าแดงเลย
เรโกะจะเป็นลมแดดค่ะ พาเรโกะไปพักหน่อยค่ะ

เฮ่อ.. ตากพัดลม ค่อยยังชั่วหน่อย

นั่งพักนาน เรโกะเริ่มง่วงแล้วค่ะ

แอบง่วงเจ้าค่ะ แต่ยังซนได้อีก

และแล้วหวานใจก็หันมาเห็น
เรโกะกลับไปนอนในรังหนอนเหมือนเดิม

 :?::?:

อยู่ที่ร้านธารามาตย์กว่าสามชั่วโมง
ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ เพราะกินกันตลอด
แต่แดดร่มแล้ว ไปเดินตลาดกันดีกว่า
ก่อนลงมาข้างล่าง เห็นน้ำตาลของร้านนี้ น่ารักดี

พอเดินลงมาข้างล่าง ก็แวะดูเสื้อกันสักนิด

บริเวณสะพาน คนเริ่มเยอะกันแล้ว
แม่ค้าทยอยพายเรือมาขายของกันอย่างสนุกสนาน
บ้างก็หลบเรือนำเที่ยว บ้างก็ปิ้งๆ ย่างๆ ตำส้มตำกัน
ดูเป็นวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่าย
(มันจะไม่ง่าย ก็ตรงที่นักท่องเที่ยวเยอะนี่แหละ)

กุ้ง – ปลาหมึก น่ากินมาก

 

นั่งกินกันริมตลิ่งกันเลย ก้าวพลาดก้าวเดียวก็ลงน้ำ

ขนมจีนก็มีนะ

หรือจะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวบนเรือจริงๆ

แมวดื้อกับหวานใจ เลือกโต๊ะริมน้ำ ด้วยเหตุที่ว่าสัมภาระค่อนข้างเยอะ
(กลัวตกน้ำ)
กินกุ้งกันดีกว่า

กุ้งอบวุ้นเส้นหอมๆ
เริ่มจะไม่ถ่ายรูปหล่ะ เพราะมือไม่ว่าง
ฮ่า..ฮ่า

กินอิ่มก็ได้เวลากลับกันแล้ว
ก็ยังซื้อขนมติดมือกลับกันด้วย
บั๊บ..บาย อัมพวา 

 

Aug
18

มาต่อกันตอนที่สอง
หลังจากที่มาถึงตลาดน้ำอัมพวากันแล้ว
ก็เริ่มเดินเล่นไปเรื่อย
ถ่ายรูปบ้าง แต่เน้นกินมากกว่า
ด้วยฝนฟ้าไม่เป็นใจ
ตกหนัก สลับเบา
แต่ก็ตกตลอดนะ ไม่มีหยุดเลย
ทำให้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่
ได้รูปแบบขำๆ เหมือนกล้องคอมแพค ฮ่า..ฮ่า
บางรูปไม่ได้มืด (จริง) ก็ process ให้มันมืดซะงั้น :P
เอาไว้คราวหน้าไปแก้ตัว

ภาพที่เห็นตลาดน้ำอัมพวา คือใช่เลย
เหมือนที่เคยเห็นจากอินเทอร์เนท รวมกับจินตนาการ ว่าประมาณนี้

แมวดื้อใช้วิธี เดินลัดเลาะ ลอดใต้สะพานเข้าไป
ไม่ใช่เส้นทางเดินปกติ
เอิ้ก..เอิ้ก
เดินไปเริ่มทัวร์ ที่ป้ายถนน

เริ่มหิวแล้ว
นี่ก็ปาไปสี่โมงเย็น ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
ขอประเดิมกับร้านนั่งสบายๆ ก่อนนะ
กับ หอยทอด ผัดไท และ ไข่ปลาหมึกทอด
ดังที่ tweet ผ่าน twitter ไป อิอิ

หลังจากนั้น เดินกลับมาที่สะพาน
เล็งพิกัดน่าสนใจก่อน ว่ากินอะไรอีกดี
ทั้งที่ซัดโฮกชุดแรกมาแล้ว

ว่าแล้วก็เลืิอกเส้นทางที่คนอยู่กันเยอะๆ
อาหารที่นี่ คล้ายกับตลาดน้ำที่อื่น
ผัดไท หอยทอด ส้มตำ หมูสะเต๊ะ
ก๋วยเตี๋ยวต่างๆ
แต่ที่ค่อนข้างพิเศษ ก็ดูเหมือนจะเป็นพวกอาหารตามสั่ง
ที่ล้วนแต่เอาอาหารทะเลสดๆ มาปรุง ให้นักชิม ได้ลิ้มลอง
อาทิเช่น ไข่เจียวหอยเชลล์ กุ้งอบวุ้นเส้น หรือปลาหมึกทอดกระเทียม
ราคาก็ถือว่าไม่แพงมาก ถ้าเทียบกับคุณภาพ ที่เรียกว่าสดจริงๆ
พวกอาหารตามสั่ง ก็จะอยู่ในร้านที่ปักหลักแน่นอน
แต่ถ้าอยากกินอาหารกินเล่น ก็แน่นอน ตามเรือได้เลย
ราคาอาหารโดยทั่วไป ก็ประมาณนี้

หากจะกินอาหารที่ขายบนเรือ หาที่นั่งยึดตลิ่งได้เลย
นั่งกันเป็นขั้นบันได
เดี๋ยวจะมีแม่ค้ามาตะโกนถามเอง ว่าจะเอาอะไร
เครื่องปรุง ขอคนข้างๆ เอา เพราะมันจะวนไปเรื่อยๆ

ก๋วยเตี๋ยวเรือ เย็นตาโฟ 10 บาทเท่านั้น

รูปข้างบนเห็นเรือลำนี้ลางๆ
ให้ดูกันแบบจะๆ
ปลาหมึกจ้า ปลาหมึก
ย่างกันบนเรืิอเลย
ตัวใหญ่ๆ สดๆ จิ้มกับน้ำจิ้มพริกแบบทะเล
สุดยอดมาก 

เรือหอยเชลล์ย่าง เข้าเทียบกับเรือขายกาแฟโบราณ

คนเยอะ เป็นประจำในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้
หลังจากเดินผ่านร้านน่าสนใจมาหลายร้าน
หลบผู้คนที่จับจ่ายซื้อหาของกิน และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน
ก็มาถึงร้านนี้ แวะพักตากพัดลมเล็กน้อย อากาศเริ่มอบได้ที่ ทั้งที่ฝนตกแบบนี้

ร้านลูกชิ้น ที่แต่งร้านได้เก๋ไก๋
สั่งลูกชิ้นมาก่อนเลย

ตามด้วยลอดช่อง

บนโต๊ะที่เครื่องดนตรีเล็กๆ อย่างเช่น ตะโพน หรือระนาด
ให้เล่น จนหนวกหู ขณะรอแม่ค้ายกมาเสิร์ฟ

หลังจากที่ซัดลูกชิ้น ตามด้วยเบิ้ลลอดช่อง
ก็มาเดินกันต่อ
ร้าน “กำปั่น”
มีทั้งของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม ที่น่าสนใจ
เห็นป้ายน้ำพริกลงเรือ ไอศครีมโฮมเมด และน้ำ “มะเน็ด” แล้ว คราวหน้าต้องมาลองที่นี่

ยืนตรง เคารพธงชาติ หกโมงเย็นพอดิบพอดี
ได้เวลาจากอัมพวา กลับเข้าสู่เมืองหลวงเสียที
รถตู้เที่ยวสุดท้าย ออกตอนทุ่มนึง
แม้ว่าจะเห็นป้ายบนรถสองแถว แจ้งว่า ปรับเวลาใหม่ จนถึงสองทุ่ม
แต่ก็ห่วงว่า อาจไม่มีรถ หรือนักท่องเที่ยว ที่ไม่ได้เอารถมา อาจกลับพร้อมๆ กัน
เลยเผื่อเวลาไว้เล็กน้อย

รูปนี้ตลกมาก คืออยู่ตรงทางเดิน
ไม่มีใครสนใจ พอยกกล้องถ่าย 2-3 ชอตแค่นั้น
ตากล้องไม่รู้มาจากไหน ถ่ายรูปกันใหญ่เลย
ไม่เห็นกันหรือไงฟร่ะ

เดินย้อนกลับมา
มีร้านขายของที่ระลึก
รับถ่ายรูป แล้วทำโปสการ์ดเลยทันที
ขอบคุณคู่รักหวานแหววที่อยู่ด้านใน (ติดมาด้วยนิดนึง)
ตู้ไปรษณีย์น่ารักๆ ที่มีโปสการ์ด blythe แปะอยู่ (ตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่เลย)

เดินข้ามสะพานกลับมา
นักท่องเที่ยวก็ยังไม่บางตาเท่าไหร่เลย
ย่อรูปเล็กไปหน่อย เรือลำที่แม่ค้าใส่เสื้อสีเทา ขาย “ส้มตำทอด” ยังมีอยู่เต็มลำ สงสัยเพิ่งจะมา

ค่ำแล้ว.. แต่คนยังคึกคักกันอยู่เลย
มีเรือรอนักท่องเที่ยว พาไปทัวร์ทั้งหิ่งห้อยจริง และหิ่งห้อยเทียม

รูปสุดท้าย ก่อนจากตลาดน้ำอัมพวา
หากมีโอกาส คงได้มาอีกแน่ๆ

หลังจากเดินข้ามสะพานกลับมายัง ตำแหน่งที่กระโดดลงจากรถสองแถวแล้ว
รอไม่นาน ก็มีรถสองแถวผ่านมาพอดี
รถสองแถว พากลับมายังแม่กลองอย่างรวดเร็ว
ตอนขาไป นานมาก อาจเป็นเพราะฝนตกกระมัง
หกโมงครึ่ง เดินไปที่ท่ารถตู้
คราวนี้ไม่ยาก เพราะลงจากรถสองแถว ก็เจอท่ารถตู้เลย
จ่ายเงินเรียบร้อย
พี่ที่คิวรถตู้บอก ต้องรอรถ อีก 20 นาที ถึงจะมา
เลยมีเวลา yummy กับโรตี และก๋วยเตี๋ยวน้ำ หน้าคิวรถตู้กันต่อ
หกโมงสี่สิบห้า รถตู้คนนึงก็มาจอด
ด้วยความไว ก็ขึ้นก่อนเลย
เสียบหูฟัง ไอโฟน ตั้งท่าจะฟังเพลงแล้วหลับไปเลย
พี่คนขับ ก็เดินมาบอกว่า ”พี่ขอนะครับ นี่เที่ยวสุดท้ายแล้ว ขอนั่งกันแถวละ 4 คนแล้วกัน”
จ๊ากก
เพิ่งจะทุ่มเดียว
คันสุดท้าย
ดีนะ.. ที่ไม่บ้าจี้ รอกลับตอนสองทุ่ม มีหวังได้นอนโฮมสเตย์แถวนี้แน่ๆ
แถวละ 4 คน ก็เอาฟร่ะ รถใหม่ ก็ไม่ได้คับแคบอะไร
จะจ่ายเท่าเดิม ก็ช่าง ขอให้ได้กลับก็แล้วกัน
และแล้ว อีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ก็มาถึงอนุสาวรีย์ชัย อย่างปลอดภัย
ไปแวะซื้อเสบียงที่พารากอน แล้วไปซัดโฮกที่บ้านหวานใจต่อ
ฮ่า..ฮ่า
สรุป ทริปนี้ ซัดโฮกเยอะมาก แต่ไม่ค่อยอยู่ท้อง
คือ.. ตอนกินมันอิ่มนะ แต่พอเดินๆ ไปสักพัก มันก็หิวอีก
กลับมายังซัดข้าวหมูแดงกับมาม่าได้ต่อ
อ้อ.. ขนมปังเบเกอรี่อีก
ชั่งน้ำหนักก่อนนอน
+2KG!!
- -”

Aug
17

สัปดาห์นี้ฉายเดี่ยว
เนื่องจากเมื่อคืน “ง้องแง้ง” กับหวานใจ
ก็เลยเงียบกันทั้งสองฝ่าย
วันนี้อยากนอน ฝังตัวอยู่ในที่นอน
ก็เลยไม่ยอมลุก ตอนเช้าไปสวนรถไฟ
สายหน่อย ก่อนที่ตัวขี้เกียจจะกัดกินเวลา ไปมากกว่านี้
ก็แซะตัวเองจากที่นอน ลุกขึ้นมาเปิดคอม
backup web ที่ดูแลอยู่
แล้วก็อ่านข่าวไปเรื่อย
รอเวลา และอารมณ์ ออกไปโดนแดดบ้าง
บ่ายโมง คือเวลาที่งัดตัวเอง ออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
หยิบกล้องใส่เป้ แล้วออกเดินทาง
จุดหมายสัปดาห์นี้ คือ “ตลาดน้ำอัมพวา”

ตลาดน้ำอัมพวา
ได้ยินชื่อเสียงมานาน
เคยอ่านข้อมูลมาบ้าง
แต่ไม่รู้เป็นอะไร
วันนี้เกิดไม่อยากอ่าน ไม่อยากค้นข้อมูลซะงั้น
จำได้ลางๆ ว่า ถ้าไม่ไปขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ ก็ขึ้นรถตู้ตรงอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้
ตัดสินใจตบเท้า เดินขึ้น BTS ไปยังสถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ

เดินจดๆ จ้องๆ อยู่แถวคิวรถตู้ ที่มีมากมายเหลือเกิน
ตัดสินใจเดินเข้าไปถาม (เดาว่า) พี่คนขับรถ
เค้าบอกให้ขึ้นได้เลย พลางก็ชี้ไปยังรถตู้ที่อยู่ทางด้านหน้า
พร้อมฝากฝังคนขับรถ (คนนี้) ว่าให้พาไปส่ง “ท่ารถ” เพื่อไปตลาดน้ำอัมพวา
เรียกว่า รถตู้ต่อเดียว ไม่ถึง ว่างั้นเถอะ
เอาฟร่ะ ลุยโล้ด

พอขึ้นรถตู้ได้ ก็จ่ายค่าโดยสาร 70 บาท ทันที
หยิบหูฟัง เสียบไอโฟน เปิด Depapepe
เมฆเยอะ แต่แดดออก
ห้านาทีต่อมา รถตู้เริ่มออกเดินทาง
เสียงกีต้าร์ใสๆ ท่วงทำนองสบายๆ 
ทำให้ได้ปลดปล่อยอารมณ์
เหมือนออกเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ หลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง
แม้ว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย
แต่ก็ยังมีสิ่งกังวลในใจ
อยากให้หวานใจมาด้วยจัง
….

ยี่สิบนาทีถัดมา
เราก็ออกจากเขตเมืองหลวงเสียที
คุณลุงนั่งข้างๆ ดูเกิดอาการกระวนกระวายพอสมควร
ได้ยินว่าต้องเดินทางไปสัมนาอะไรสักอย่าง
เดินทางคนเดียว
และดูเหมือน พี่คนขับรถตู้ จะไม่ให้ความสนใจเท่าไรนัก
คาดเดาว่า ก็คงตกที่นั่งเดียวกัน
- -” 

แล้วฝนก็ตกปรอยๆ ลงมากระทบกระจกหน้ารถตู้
จำได้ว่า หลายครั้งที่มา (หรือผ่าน) จังหวัดนี้
ก็จะเจอกับฝนอยู่ร่ำไป
แต่วันนี้ ไม่ได้เตรียมตัวมาลุยฝน ออกจะห่วงๆ กล้องนิดหน่อย
น่าแปลกใจว่า ฝนตกแบบแบ่งเขต เรียกว่าเขตใครเขตมัน
อยู่ๆ พอรถข้ามแยกไฟแดง มันก็หยุดซะอย่างงั้น
พอข้ามคลองอีกที ก็เจอฝนอีก
เป็นเช่นนี้เรื่อยไป
ทำให้ใจชื้นขึ้นมานิดนึงว่า ตอนที่ลงจากรถตู้ ฝนอาจไม่ตกตรงนั้นก็ได้ :P

ผู้โดยสารหลายคน ทยอยลงกลางทางกันไปเรื่อย
หลายคน ลงตรงโรงงาน
บางคนลงตรงนาเกลือ
บางคนลงหน้าบ้านพอดี
แสดงถึงความเชี่ยวชาญในเส้นทาง
แต่สำหรับคนเมืองอย่างแมวดื้อ
นี่ตรูอยู่ตรงไหนของประเทศไทยฟร่ะ
ฮ่า..ฮ่า
ก็ยังใจเย็น เปิด Maps บนไอโฟน ดูตำแหน่งคร่าวๆ ให้พอรู้ทิศทางบ้าง

นั่งคิดอะไรเพลินๆ
พี่คนขับก็จอดรถ
คนลงไปเกือบหมด แล้วก็หันมาบอกว่าน้องลงเลย แล้วไม่พูดอะไรต่อ
ลงก็ลงฟร่ะ
ลงเสร็จ ซ้ายมือเป็นนาเกลือ ขวามือเป็นโรงงาน ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าวัด
- -”
เอาหล่ะสิ
พอลงเสร็จ รถตู้มันก็ออกไปเลย
ซวยแล้ว
ลอง tweet ดู เผื่อมีคนแถวนี้ ฮ่า..ฮ่า
น้องนักเรียน ที่มารถตู้คันเดียวกัน เดินไปลิบๆ
รีบเดินตามไป
สุดท้าย ก็พาตัวเองมาถึงตลาดแม่กลองจนได้
เห็นทางรถไฟ และตลาด ก็เลยนึกออก
ยังไง.. จากตรงนี้ ก็คงหารถกลับกรุงเทพฯ ได้ไม่ยากแล้ว

ฝนตกปรอยๆ
อยากเดินเข้าไปเที่ยวตลาดรถไฟ แต่คงไม่ไหว เปียกแน่ๆ
พยายามเดินเลาะใต้ชายคา บ้านคน ตึกแถว ไปเรื่อยๆ
ตามองหาร้านขายของ
ประมาณว่า ถ้าเจอร้านไหนขายร่ม ก็คงซื้อเลย :P
แต่ยังไม่ทันเจอร้านขายร่ม
เจอพี่ตำรวจเสียก่อน
ตำรวจช่วยเหลือประชาชน
เดินไปถามทาง ว่าจะไปตลาดน้ำอัมพวา ไปยังไง
คำตอบแรกที่ได้
“น้องมายังไง ก็ไปทางนั้นแหละ”
- -”
ผมมารถตู้ครับพี่
“ก็นั่นแหละ นั่งรถตู้ ต่อไปอัมพวา”
แป่วว
มีทางอื่นไหมครับ
“อืม.. ก็มีนะ น้องไปทางนี้ก็แล้วกัน”
“น้องมองเห็นเซเว่นนั่นไหม”
มองตามไป เห็นป้ายจิ๋วตัวเท่ามด
“เดินไปถึงเซเว่นนั้น จากนั้นเดินตามตึกแถวไปเรื่อยๆ เจอทางแยกให้เลี้ยวซ้าย
ข้ามทางรถไฟไป จะเจออีกเซเว่นนึง จากนั้นถามคนแถวนั้นก็แล้วกัน”
โห.. เหมือนจะใกล้
โอเค.. เดิน (ตากฝน) เล่นๆ ไป
ผ่านไปสองเซเว่น (เออ.. เมืองนี้เซเว่นเยอะดี)
ไปจนถึงสี่แยก เห็นรถสองแถวจอดกันเต็ม
แต่มีหลายสายมาก
ไปสายไหนดีหว่า
ถามคุณยายขายลูกชิ้นข้างๆ ได้ความว่า ขึ้นคันนั้นเลย
ขึ้นเลย ขึ้นเลย จะออกแล้ว
แมวดื้อก็กระโดดขึ้นรถโดยพลัน
ข้างรถเขียนไว้ว่า “โรงเจอัมพวา”

ฝนตกสลับกับหยุด ไปตามพื้นที่ต่างๆ เช่นเคย
รถสองแถว พาผู้โดยสาร ฝ่าฝนไปส่ง
หลายคนลงหน้าบ้าน (อีกแล้ว)
มาได้สักระยะ ก็มาติดที่แยกไฟแดง
แมวดื้อยังไม่ทันคิดอะไร
พอรถออก หันมองกลับไป
มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า “ตลาดน้ำอัมพวา, อุทยานร.2″ เลี้ยวซ้าย
ซวยแล้วไง
รถก็ออกมาตั้งไกลแล้ว ฝนตกด้วย ลงแล้วเดินย้อนกลับไป ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ๆ
คิดในใจ คุณยายไม่เห็นบอกอะไร มีความเป็นไปได้ว่า รถสองแถว อาจจะยูเทิร์นก็ได้
หรือถ้ามันเลวร้าย จนหลงหลุดโลกไปเลย
ก็นั่งคันเดิมนี่แหละ กลับไปที่เดิม ฮ่า..ฮ่า

หลังจากคิดได้ดังนั้น 
ก็ขยับตัวเอง ไปด้านในสุด (จะได้เปียกน้อยที่สุด)
รถพาเลี้ยวเข้าชุมชนแห่งนึง
มายังโรงเจอัมพวา
ซึ่งเดาว่าเป็นจุดหมายปลายทางของสายนี้
ดังที่เขียนไว้ข้างรถ
แต่ก็ยังดื้อไม่ลงจากรถ
..ก็คนอื่นไม่เห็นลงกันเลยอ่ะ..
คนขับจอดรถพูดคุยกับแม่ค้า พอหอมปากหอมคอ ก็เดินทางต่อ
เลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้าน สักพักก็มีนักท่องเที่ยวขึ้นรถ มาเป็นระยะ
ใจชื้นขึ้นมานิดนึง
จากทิศทางที่รถวิ่ง น่าจะย้อนกลับมาทางป้ายที่บอกทางไป ตลาดน้ำอัมพวา

และแล้วก็ผ่านที่จอดรถ อุทยาน ร.2
โอ้ว.. ใช่เลย ถูกทาง
เอาไว้คราวหน้า มาแวะเที่ยวที่นี่ด้วย
รถเลยมาได้อีกหน่อย ขึ้นสะพานสูงๆ
ตาเหลือบมองลงไปที่แม่น้ำ
อ้าว.. ตลาดน้ำอัมพวา ตรงนี้นี่เอง
รีบคว้ากระเป๋า กดอ่อด ลงจากรถสองแถวทันที

มาถึง ตลาดน้ำอัมพวาจนได้
ไม่ขับรถ
ไม่เตรียมการ การเดินทาง
มาถึงได้เหมือนกัน
เดี๋ยวขากลับ ค่อยว่ากันอีกที
ตอนนี้ไปเที่ยวเล่น ตลาดน้ำอัมพวากันดีกว่า

– โปรดติดตามตอนต่อไป – 

 

Feb
04

โย่ว
วันนี้หวานใจกลับกทม.
มาใช้ชีวิตเมืองหลวงเช่นเคย
รู้ว่ามันคงไม่เหมือนเดิม
ที่จะตื่นตอนเช้าไปสัมผัสอากาศชายทะเลแบบก่อน
รู้ว่าต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับคนอื่น
แต่คาดว่าน่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นในชีวิต
จริงไหม
สู้..สู้ นะจ้ะ

Category: Diary  Tags:  4 Comments
Sep
20

เมื่อวานอัพบล๊อคแล้วก็คิดถึงเพื่อนๆ ทั้งหลายที่ไดฮับ

ก็เลยคลิ้กเข้าไปอ่านดู

หลายคนที่หายไปนาน กลับมาเขียนอีกครั้ง

หลายคนก็เปลี่ยนบ้านใหม่ถาวรไปเลย

พบเหตุการณ์ใหม่ (เพิ่งรู้)

bot นรก (ซึ่งมีมานานแล้ว)

ไดเต็ม (แมวดื้อเจอมาแล้ว)

ไดชน

นั่นหมายถึง วันที่เรากำลังจะอัพ มันไปชนกับของปีที่แล้ว

ผลก็คืออัพไม่ได้

ล่าสุด

database comment บางได เริ่มเดี้ยงไปแบบถาวรแล้ว

เพื่อนๆ ที่เขียนที่อื่น คงไม่กลับไปแล้ว

เพื่อนๆ ที่นานๆ อัพที ก็ยังอัพได้ เพราะยังไม่เต็ม

อีกไม่นานก็คงเจอปัญหาเดียวกัน

 

คิดถึงจัง

ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง

แมวดื้อก็วนเวียนอ่านเหลืออยู่ไม่กี่คน

คนที่ย้ายไปไดคลับ กับที่สเปซ

หลายคนหายไปเลย

 

Miss you All. Wish you be happy in somewhere on internet world.

We will meet again.. I know that.

 

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

ลงเพลงนี้อีกครั้ง

กับเวอร์ชันใหม่

OST. บอดี้ ศพ 19

ได้ไปดู trailer กับหวานใจ ที่งาน pro day มาแล้ว

เพลงมันก็เพราะนะ แต่ออกหลอนๆ นิดนึง

อิอิ

ฟังไปฟังมา มันมีกลิ่นของ ost. เกม final fantasy เยอะเหมือนกัน

^__________^

just smile

 

Category: Web  Tags: ,  6 Comments
Sep
19

หวานใจมากทม. ตั้งแต่วันพฤหัสที่แล้ว

ได้เจอหวานใจ 3 วัน

ได้ iPhone มาเล่นสักที

คืนเจ้าของไปแล้วหล่ะ

เครื่องมีปัญหา

อาจต้องส่งไปเคลมที่ US

 เอิ้ก..เอิ้ก

 

เดี๋ยวคงต้องซื้อไว้ใช้เองสักเครื่อง

เพราะว่าจะทำเว็บ

webmaster ไม่มีเครื่องใช้ได้ไงเนอะ :P

 

ช่วงหวานใจมากทม.

ขึ้นรถไฟฟ้า BTS หลายรอบมาก

โดนกล่อมประสาทด้วยเพลงนี้

หวานใจก็ลงในไดอารี่

แต่แมวดื้อ เอาเวอร์ชัน OST. เพื่อน…กูรักมึงว่ะมาให้ฟังกันบ้าง

 

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

ช่วงทีหวานใจมาตั้งขึ้น BTS หลายรอบใช่ม้า

ก็เลยเอาบัตรเติมเงิน (แบบที่ต้องสอดอ่ะ) ไปเติมเงิน

เค้าบอก

บัตรนี้ยกเลิกไปแล้วค่ะ

อึ้งเลย

นี่เรา “โบ” มากขนาดนี้เลยเหรอ

 แล้วบ่นๆ อะไรสักอย่าง

ประมาณว่าพยายามอธิบายให้เข้าใจว่า

บัตรเก่ามีค่ามัดจำ บัตรใหม่ไม่มีค่ามัดจำอะไรสักอย่าง

บัตรเก่าของแมวดื้อก็ดันมีมูลค่าติดลบด้วย

เค้าก็งงๆ

สรุปเติมเงิน ได้ค่าบัตรเก่ามา หักค่าบัตรใหม่ไป หักค่าติดลบ

เบ็ดเสร็จ ได้บัตรที่มีมูลค่า 70 บาทมา

อธิบายนานมาก จะบ้าตาย

เข้าใจแล้วเฟร้ย

คนที่ไม่เข้าใจอ่ะ เธอต่างหาก

ก๊ากกกก

 

ช่วงนี้งานยุ่งมาก นอนน้อยไปด้วย

เริ่มเกิดอาการ “hang” ตอนกลางวัน

blog โหว่ไปเลย

ว่าจะทำสถิติอยู่

แต่สังเกตได้ว่า.. มักจะโหว่ตอนหวานใจมา

อิ..อิ

 

++คิดถึงหวานใจนะจ้ะ++

 

Category: Diary  Tags: ,  2 Comments
Apr
24

ดีจ้า… หายไปอาทิตย์นึงเลย จริงๆ ก็มีเรื่องมากมายนะ แต่รู้สึกเบื่อๆ กับสิ่งที่ค้างอยู่ในสมอง งานอดิเรกบางอย่าง แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นงานอดิเรก แต่เราก็อดไม่ได้ ที่จะทำให้ดีที่สุด จริงไหม หวานใจชอบว่าเรื่อยเลย แต่ก็ไม่เคยห้ามสักครั้ง ดีจัง

ย้อนกันหน่อย กับสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังจากการหยุด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว แม้ไม่ได้เปิดคลินิก แต่ก็เหมือนไม่ได้พักเลยแฮะ :(

Mon 16 Apr
แมวดื้อก็เริ่มทำงานวันจันทร์ มีเคสผ่าตัดและเคสนัดมากมาย วันนี้แสนจะลำบาก เนื่องจากไม่มีอะไรจะกิน ร้านขายข้าวยังไม่เปิดขายกัน สุดท้ายก็ต้องฝากท้องไปกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนได้ เอิ้กๆๆ

Tue 17 Apr
วันนี้วันเกิดแมวดื้อ คนแรกที่อยากได้ยินคำว่า Happy Birthday คือหวานใจ เนื่องจากคุยโทรศัพท์กันตั้งแต่ดึกๆ คืนวันที่ 16 ก็ลากมาข้ามวัน เลยเที่ยงคืนไปแล้ว หวานใจก็ยังไม่ยอม HBD สักที ก็เลยต้องทวง เพิ่งมารู้ทีหลังว่าหวานใจลืมไปจริงๆ  -____-” แล้วก็มีน้องชายส่ง SMS มา HBD ตอนตี 2 นึกว่านอนไปกันหมดแล้วนะนั่น ไม่งั้นจะโทรไปที่บ้านสักหน่อย เริ่มต้นได้ดีกับวันเกิดตัวเองในปีนี้ เช้ามาก็มีงานยุ่งมาก มีผ่าตัดทั้งเคสที่นัดไว้ และไม่ได้นัด กว่าจะได้นั่งก็เกือบบ่ายสอง แม่โทรมาถามว่า ไปทำบุญบ้างหรือเปล่า เมี้ยวว.. ทำงานตลอด จะให้ไปตอนไหนหล่ะ แล้วแม่ก็วางโทรศัพท์ไป พร้อมบอกว่าจะไปทำบุญให้ก็แล้วกัน ง่า.. ทำบุญนี่เหมือนไปซื้อขาวไหม ฝากกันได้ด้วย :P แต่ก็รู้สึกดีนะ ช่วงบ่ายออนไลน์ ไม่มีเพื่อนในเนท ทักกันสักคน สงสัยยังไม่กลับกันมา วันหยุดวันสุดท้ายนี่นา มีเพื่อนที่สนิทกันมาก รู้จักกันตั้งแต่ป.3 มาทัก HBD ด้วย ดีจังที่ยังจำได้ และแล้วก็ไม่มีใครอีก แปลกใจที่ปีนี้มี Auto HBD mail ที่แมวดื้อไปสมัครเว็บต่างๆ กลับมาเยอะมาก ทั้งเว็บพีดีเอ เว็บเกม เว็บมือถือ เว็บเทคโนโลยี ส่งมา HBD เป็นเมล์แบบอัตโนมัติ มีแค่บรรทัดเดียว Happy Birthday ตลกดี สรุปจบท้ายวันเกิดปีนี้แบบเหนื่อยๆ เพราะงานเยอะ

Wed 18 Apr
วันนี้งานยุ่งอีกเช่นเคย เพิ่งมารู้ตัวว่าจำวันผิด ที่จริงต้องไปสัมนาที่มหิดลวันจันทร์ที่ 23 เมษายน แต่จำผิดไปเป็นวันที่ 30 เมษายน ก็เลยต้องโทรเลื่อนนัดเคสที่นัดไว้วันที่ 23 เมษายน ไว้เป็นการใหญ่ มีผ่าตัดด้วย อันไหนเลื่อนได้ก็เลื่อนมาทำสัปดาห์นี้ทั้งหมด เพราะแค่นี้ลงตามวัน ยังมีนัดยาวไปจนถึงสิ้นเดือนแล้ว ถ้ามาซ้อนกันวันใดวันหนึ่ง แมวดื้อก็ตายกันพอดี

Thu 19 Apr
เช้าวันนี้ เคสที่นัดไว้ ไม่ยอมมา ไม่รู้ไปทำที่อื่นไปแล้ว หรือว่าลืม บางทีคนเราก็พูดเอาใจไปอย่างงั้นเอง เหมือนเวลาซื้อของ แล้วบอกคนขายว่า ลดให้หน่อยสิ เดี๋ยวจะมาซื้ออีกวันโน้นวันนี้ ประมาณนั้นเลย หุ หุ

Fri 20 Apr
วันนี้ต้องไปเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งค่า hosting  ที่เช่าเอาไว้ทำเว็บเอามัน ไม่ได้อะไรกับมัน นอกจากความสะใจ (แถมยังต้องเสียตังอีก) แล้วก็ค่าโค (Co-location) ที่เอาไว้โหลดบิทโดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว กลายเป็นสิ่งเสพติด ที่ต้องพยายามหาไฟล์ใหม่ๆ เรื่อยๆ ของฟรีก็งี้แหละ ใครๆ ก็อยากโหลด แล้วก็ไปคุยเรื่องมีตติ้งแข่งเกม แวะไปร้านแมคด้วยแป้บนึง เดี๋ยวนี้มีคนสนใจเครื่องแมคมากกว่าแต่ก่อน ไม่แน่ใจว่าเนื่องจากกิจกรรม Mac Demo Day ที่จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงปีใหม่หรือเปล่า ทำให้คนทั่วไปรู้จักระบบปฏิบัติการ Mac OS มากขึ้น

Sat 21 Apr
นั่งเล่นเกมทั้งวัน เนื่องจากได้เกม Final Fantasy สำหรับ PSP มาใหม่ เกมนี้เป็นเกมที่ฉลองครบรอบ 20 ปีของเกมในตระกูล Final Fantasy  แมวดื้อเล่นเกมนี้ตั้งแต่ยุค famicom มาภาคนี้ทำใหม่สวยกว่าเดิม แต่เนื้อเรื่องเหมือนเดิม (เคยรู้แล้ว) ก็เล่นอย่างเมามัน เผลอแป้บเดียว หมดวันอีกแล้ว

Sun 22 Apr
วันอาทิตย์อีกแล้ว คงไม่ต้องบอก ก็คงจะเดากันได้่ว่าได้ฤกษ์ไปกินอาหารญี่ปุ่นเช่นเคย  แต่กินอะไรไม่ค่อยลง เป็นห่วง “ด๊องแด๊ง” เนื่องจากตอนค่ำๆ ก่อนจะปิดร้าน เคสยุ่งมาก พอปิดร้านเสร็จ ด๊องแด๊ง หายไป ไม่รู้ไปไหน เรียกก็ไม่ยอมมา แต่ดูหน้าร้านแล้วไม่มี เลยคิดว่าน่าจะอยู่ในร้าน แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เนื่องด้วยความหิวครอบงำ บวกกับต้องไปยื่นเอกสารขอใช้สถานที่ จัดแข่งขันเกม เลยออกไปกิน ZEN ก่อนแล้วจัดการเรื่องเอกสาร กินเสร็จก็ต้องกลับมาตามหาด๊องแด๊ง พอกลับมาถึงร้าน เจ้าตัวดีก็เดินออกมารับซะอย่างงั้น :P

Mon 23 Apr
วันนี้ไปสัมนาที่มหิดล ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่า เพิ่งจะได้นอนไปตอนตี 2 ครึ่งเอง (มัวแต่เล่นเกมอยู่)  งานสัมนาวันนี้ดูอ่อยๆ คือมันไม่เป็นแบบทุกครั้ง อาจด้วยผู้ร่วมสัมนาค่อนข้างมีอายุ แล้วก็บางเรื่องที่หยิบมาคุยกัน มันเป็นเรื่องที่ไกลตัวอยู่สักหน่อย เกือบหลับไปหลายที สุดท้ายก็ทนฟังจนจบ กลับมาร้านนึกว่าจะได้พักสักนิด เพราะติดป้ายประกาศว่าจะเปิดร้าน 6 โมงเย็น แต่พอมาถึงหน้าร้านตอน 5 โมง ลูกค้ารอกันเต็ม สุดท้าย… กว่าจะได้นั่ง ก็ทุ่มกว่า เหนื่อย + ง่วง แทบสลบ

Tue 24 Apr
วันนี้นั่งเคลียร์งานเว็บ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปสัมนางาน Adobe (อีกหล่ะ)  จะได้เจอหวานใจด้วย อาทิตย์นี้หวานใจมากทม. ยังไม่รู้ว่าจะได้เจอกันกี่วัน (ต่างคนต่างมีงาน) คิดถึงจัง…

 

ป.ล. (โปรดอย่าลืม) คุณนุชเช็ค PM ที่ไดฮับด้วยนะ จะบอก user+pass โคหน่ะจ้ะ ให้ไปโหลดคอนเสิร์ต ;)

Different Week
แมวดื้อ

Category: Diary  Tags:  2 Comments
Apr
10

วันนี้ขอเม้าท์เรื่องน้องชายหน่อย

 

หลังจากพาไปซื้อ Macbook แล้ว

 

ก็เกิด Q&A syndrome

 

โรคนี้ ใครมีน้อง ก็อาจจะเคยเจอมาบ้าง

 

คืออารมณ์ต้องคอยตอบคำถามต่างๆ

 

แม้จะโตแล้ว แต่ก็ยังทำตัวเป็นเจ้าหนูจัมไมอยู่

 

เรื่องบางเรื่อง เค้าเรียนมาโดยตรง น่าจะรู้เยอะกว่าเราอีก

 

แต่มาถามเราซะงั้น

 

แต่ถามมา

 

ก็ตอบให้ได้แหละ

 

บางอย่าง ค้นใน google ก็เจอในลิงค์แรกเลย

 

ฮ่า..ฮ่า

 

เคยเจอกันไหม

 

แมวดื้อ

Think Different My Brother

 

Category: Diary  Tags:  2 Comments
Apr
09

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขโมยบทความไป

 

ก็เกิดอารมณ์เบื่อ

 

ไม่อยากทำเว็บต่อไป

 

ปล่อยให้เว็บไหลไปเรื่อยๆ

 

หลังจากที่ปิดการใช้งานในส่วนต่างๆ ไป

 

เว้นไว้ให้ “สมาชิก ที่คุยกันรู้เรื่อง”

 

ได้เข้าไปใช้งานดังเดิม

 

ง่ายๆ ก็คือต้องเป็นสมาชิก แล้วก็ login เข้าไป ถึงจะเห็นเหมือนเดิม

 

แต่คงไม่ค่อยมีใครรู้หรอก ไม่ได้เขียนบอกไว้นี่

 

จำนวนผู้ชมต่อวัน ลดลงไปบ้าง

 

โดยเฉลี่ยก็ 3000-4000 คนต่อวัน

 

กับเว็บส่วนตัว

 

ที่ทำเอามัน

 

ถือว่าเยอะเลยทีเดียว

 

หลังจากอารมณ์ขุ่นค่อยๆ ใส

 

ไปตามกาลเวลา

 

หยิบข่าวเก่า (ประมาณ 2 เดือนที่แล้ว) มาเขียนนำเสนอ

 

เกือบ 50 ข่าว (โพสภายใน 1 ชั่วโมง)

 

คิดในใจว่า คงไม่มีคนอ่านแน่ๆ

 

เพราะข่าวเก่าตั้ง 2 เดือนที่แล้ว

 

แถมโพสข่าวเร็วแบบนี้ ใครจะตามอ่าน ถึงอ่านก็คงไม่หมดหรอก 50 ข่าวแน่ะ

 

ผ่านไป 3 วัน

 

ข่าวทั้งหมดที่โพสไว้ 50 ข่าว

 

มีคนเปิดอ่าน ทั้งหมด!!

 

แถมแต่ละข่าวมีคนอ่านอย่างน้อย 10 คน บางข่าวอ่านกันเป็นร้อย

 

 

อึ้ง

 

ข้อมูลข่าวสารที่เรานึกว่า “เก่าแล้ว” ไม่ใครต้องการแล้ว

 

กลับมีคนเปิดอ่าน นั่นแสดงว่า ยังมีคนไม่รู้ ยังมีคนสนใจอยู่

 

กับเว็บเล็กๆ ที่ทำเอามัน ใครโพสอะไรไม่เข้าหู ก็ลบทิ้ง ไม่พอใจก็แบน account

 

น่าแปลกใจที่มีคนเข้ามาอ่าน

 

ถึงแม้ไม่ได้โพสอะไรกัน

 

แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

 

^________________________^

 

แมวดื้อ
the water drop in the Desert

Category: Diary  Tags:  2 Comments
Apr
05

วันนี้ไปไหนมาไหหลายที่ เดินจนเมื่อยเลย

 

แถมเป็นวันที่ฝนตกในกทม.อีกด้วย

 

ร้อนมาหลายวัน ไม่ตก

 

พอจะออกไปไหนมาไหน

 

ตกซะงั้น

 

เริ่มจากกลับบ้าน

 

เอาอัลบั้มรูปรับปริญญาที่ดองไว้นานมาก (ประมาณ 4 เดือน) ไปให้น้องชาย

 

คือแมวดื้อไม่ได้อยู่ที่บ้านมานานแล้ว (10 ปีเห็นจะได้)

 

บ้านที่ลาดพร้าว

 

คือออกมาอยู่หอตั้งแต่ตอนเรียนที่จุฬา แล้วก็ไม่ได้กลับไปอยู่บ้านอีกเลย

 

นั่งรถกลับบ้าน

 

เหมือนบ้่านนอกเข้ากรุงเลย

 

ทุกอย่างมันแปลกตาไปหมด

 

ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า

 

นั่งคุยกับแม่นานมาก (ทั้งที่จริงๆ ก็คุยโทรศัพท์กันตลอด)

 

แม่เอารูปตอนเด็กๆ มาให้ดู แล้วก็หัวเราะกัน ขำๆ อ่ะ

 

แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ จะดีใจมาก เวลาไปร้านศึกษาภัณฑ์ เพราะแม่จะซื้อมีดผ่าตัดให้

 

เวลาไม่สบาย โดนฉีดยาก็จะร้องแป้บเดียว เพราะคุณหมอจะให้ syringe พลาสติกกลับมาเล่นที่บ้าน

 

น่าแปลกที่โตขึ้น จะต้องมาใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ติดมือเป็นอาชีพ

 

^_________________^

 

แมวดื้อ
Different memory return

 

 

Category: Diary  Tags:  2 Comments
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes