Tag-Archive for » iPhone «

Apple September 2010 Event

Apple September 2010 Event
ผ่านไปเรียบร้อย แมวดื้อก็รอดู streaming อยู่เหมือนกัน
แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีสินค้าอะไรออกมามากนัก
สำหรับสารพัด iPod ที่มีการอัพเดตนั้น แมวดื้อรู้สึกเฉยๆ นะ
อาจเป็นเพราะแมวดื้อมีอุปกรณ์ที่สามารถฟังเพลงได้เต็มไปหมด
ลำพังแค่ไอโฟน ที่ถือติดมือตลอดเวลา ยังแทบไม่ได้เปิดฟังเพลงเลย
สำหรับ iPod touch ก็ดูเหมือนน่าสนใจ กับความจุที่สูงกว่าไอโฟน
แต่พอคิดๆ ดูแล้ว แอพหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น social network app
หรือแม้แต่เกมบางตัว จำเป็นที่จะต้องอาศัยการออนไลน์
ดังนั้น iPod touch ที่จำเป็นต้องใช้ผ่าน Wi-Fi ก็เลยถูกตัดออกไปจากความคิด

มาถึง AppleTV ตัวใหม่
ยอมรับว่าได้ใจแมวดื้อไปเยอะพอสมควร
กับประเด็นที่ steve หยิบขึ้นมานำเสนอ
ไม่ว่าจะเป็น
“เราอยากดูหนังฮอลลีวูด”
“เราอยากดูซีรีส์ที่มีความละเอียดแบบ HD”
“เราไม่ต้องการซื้อ.. เราอยากเช่าดู (แล้วลบทิ้งไป)”
ประเด็นเหล่านี้ เป็นประเด็นที่แมวดื้อประสบอยู่นะ
สิ่งหนึ่งคงต้องยอมรับก่อนว่า ปัจจุบันเราดูซีรีส์เมืองนอกกันเยอะขึ้น
หลายคนรอดูผ่านเคเบิ้ลทีวี หลายคนรอออกเป็น DVD ก่อน
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ “โหลดบิท” และดูแบบแทบจะพร้อมๆ กับที่ออกอากาศเลยก็ว่าได้
ซึ่งแมวดื้อก็เป็นหนึ่งในนั้น
หลายครั้งที่โหลดบิทไฟล์ HD ขนาดประมาณ 1 GB
ใช้ระยะเวลาโหลดบิทนานประมาณ 3 ชั่วโมง
แต่ใช้เวลาดูเพียงแค่ 40 นาที
มันเป็นความพยายาม.. ที่บางครั้งก็น่าเบื่อเหมือนกัน
คราวนี้ ประเด็นคือ สมมติว่า..
มีซีรีส์จำนวนมากบน iTunes Store
lastest episode แทบจะชนเวลาออกอากาศ
(เช่นออกอากาศวันจันทร์ แต่วันอังคารขึ้น iTunes Store แล้ว)
“เช่า” ในราคา $0.99
ซึ่งแน่นอนว่าโหลดไฟล์ขนาดประมาณ 1 GB ผ่าน iTunes อย่างมากก็ 5 นาที
ไม่ต้องมองไปไกล.. แค่แมวดื้อยังอยากซื้อ AppleTV เลย
..ถูกไหม..
ได้ดูต่อเนื่อง (ทันที่ออกอากาศ) ไม่ต้องเสียเวลาโหลดเอง ไม่ต้องเก็บไฟล์
ในราคาประมาณ 30 บาท/ตอน
AppleTV ราคา $99
ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยนะ

มาถึง iOS 4.1
ที่มีฟีเจอร์ HDR ออกมา ให้ได้ใช้งานกัน

จริงๆ กล้องคอมแพค กล้องโลโม่ กล้องโพรารอยด์ก็มีอยู่นานแล้ว
หลายคนชอบตรงที่ความสะดวกในการใช้งาน
ไม่ต้องปรับแต่ง ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย
คราวนี้ หากกล้องมือถือ ที่อัตโนมัติทุกอย่าง
แต่มีคุณสมบัติที่ดีมากขึ้น ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่ไม่ต้องแบกกล้องใหญ่ๆ ไปไหนมาไหน

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Gadget bookazine

เมื่อวานนี้ไปเดินร้านหนังสือหลายร้าน
ได้เห็นหนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับ Gadget มากมาย
หลายเล่มก็น่าสนใจ หลายเล่มเปิดดูแล้วคิดในใจ (ออกมาขายได้ยังไงหว่า)
นิตยสารหัวนอกแบบ iPhone App ที่เพิ่งออกมาได้ไม่กี่ฉบับ
น่าสนใจทีเดียว ทั้งขนาด, รูปเล่มและเลย์เอ้าท์
ออกแบบมาทำให้น่าอ่าน และพกพาไม่ลำบากนัก
หลายคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ อาจคิดว่านิตยสารประเภทนี้ไม่เห็นจำเป็นเลย อ่านในเว็บต่างๆ เอาก็ได้
แต่อย่าลืมว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่ไม่ได้ใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ คอยอ่านตามเว็บต่างๆ
และการนำเสนอที่ไม่ใช่เพียงแค่เอาข้อมูลจากผู้พัฒนามาเพียงอย่างเดียว (แบบบางเว็บ)
แต่ยังเพิ่มความคิดเห็น หรือทิปการใช้งานแต่ละแอพเข้าไปด้วย
ทำให้นิตยสารทำนองนี้ยังสามารถขายได้อยู่

หันไปข้างๆ กัน มีหนังสือ iPad วางประกบอยู่
จากลักษณะของหนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างบาง เป็นสี่สีทั้งเล่ม
ขนาดใกล้เคียงกับนิตยสารทั่วไป ทำให้ถูกมองคุณค่าเป็นแบบนิตยสารมากกว่าเป็นหนังสือ
แต่พอลองเปิดข้างในดู พบว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน
โดยรวมจะคล้ายกับคู่มือที่ทาง Apple เปิดให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดไปอ่านกัน
แต่ก็ออกแบบเลย์เอ้าท์มาได้น่าอ่านกว่าคู่มือพอสมควร

ทั้งสองเล่มข้างบนนั้นเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ
มาถึงภาษาไทยกันบ้าง ซึ่งก็คงแนะนำเล่มนี้
ที่ติด best seller ไปแล้ว
สิ่งหนึ่งที่เกิดการเปรียบเทียบกับหนังสือข้างๆ
นั่นคือเนื้อหา ข้อมูล และความสดใหม่
บางเล่ม ถึงจะสดใหม่ แต่มันสดแค่เปลือก แบบนี้ก็ไม่ไหว
เปิดไป เหมือนดูอัลบั้มรูป หาเนื้อหาจริงๆ ไม่ค่อยเจอ
มูลค่าด้านข้อมูล อาจมีแค่ 10-20% ของราคาหนังสือ
บางเล่มเอาข้อมูลเก่ามา revised แบบนี้พออ่านหลายๆ เล่ม เนื้อหามันซ้ำซากจำเจ
ถึงแม้ว่ามูลค่าด้านข้อมูล อาจดูมาก แต่บางครั้งมันทับหน่วยความจำบนสมองของเรา
ไม่มีการเพิ่มพูนงอกเงยอะไร มูลค่าจึงอาจไม่ได้สูงเท่าที่มันควรจะเป็น
สำหรับหนังสือเล่มนี้ จริงๆ น่าจะขายแพงกว่านี้ด้วยซ้ำ
ด้วยราคาเท่านี้ มีข้อมูลที่อัดแน่น ใครมี iPad ก็น่าจะซื้อไว้นะ
หรือจะซื้อไว้รอจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยก็ได้
~ recommend ~

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Apple, Book  Tags: , , ,  Leave a Comment

Phone Disk

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้เรามาทำความรู้จักกับโปรแกรม Phone Disk กัน
Phone Disk นั้นพัฒนาจากบริษัท Macroplant
ซึ่งใจดีแจกโปรแกรม Phone Disk ให้ไปใช้งานกันฟรีๆ
โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
จากนั้นทำการเปิดโปรแกรมและใส่โค้ดเพื่อ unlock ตัวโปรแกรม
ภายใน 01 December 2010 นี้
โค้ดก็อยู่บนหน้าเว็บนั่นเอง

ลักษณะของโปรแกรมจะเอาไว้เชื่อมต่อ iPhone, iPod Touch หรือ iPad กับเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยจะ mount iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad ขึ้นมาเป็น Disk
แล้วเราก็สามารถเข้าไป browse จัดการไฟล์ต่างๆ
จะติดตั้งโปรแกรม หรือจะแบ็คอัพข้อมูลก็สามารถทำได้โดยสะดวก

โปรแกรมนี้สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS X
โดยความต้องการขั้นต่ำ iTunes 9 หรือสูงกว่า สำหรับ Windows
และ Mac OS X 10.5 หรือ 10.6
ซึ่งหากมองกันจริงๆ ตัวโปรแกรมน่าจะต้องทำงานร่วมกับ mobiledevice ที่มาพร้อม iTunes เป็นหลัก
(Mac OS X นั้นจะมี iTunes รวมด้วยอยู่แล้ว)

การทำงานนั้นเพียงเปิดโปรแกรม Phone Disk ไว้ก่อน
(จะตั้งให้ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้)
จากนั้นเสียบ iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์
ก็จะปรากฏ Disk ขึ้นมาบน Finder (Mac OS X) หรือ My Computer (Windows) ทันที

หากเครื่อง iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad ทำการ jailbreak และติดตั้ง AFC2 เอาไว้
ก็จะสามารถ browse เข้าไปจัดการไฟล์ได้ถึง root (/) ของอุปกรณ์ได้ทีเดียว
แต่ถ้าไม่ได้ jailbreak และติดตั้ง AFC2 เอาไว้ ก็จะเข้าไปจัดการได้แค่ mobile user แค่นั้น

Official Site: www.macroplant.com/phonedisk/

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

StopMotion Recorder

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้เรามารู้จักแอพอีกตัวหนึ่ง
เอาไว้ทำ StopMotion
ก่อนอื่นเรามาดูเพื่อความเข้าใจกันก่อนว่า
StopMotion คืออะไร
ดูได้จากมูวี่ข้างล่างนี้เลย

เร่ิมกันด้วยอันนี้

ต่อกันด้วยอันนี้ดูกี่ทีก็เจ๋งมาก
โดยเฉพาะตอนหมุน

และอันสุดท้ายที่ตื่นตาตื่นใจกันมากเมื่อปีที่แล้ว

อยากทำ StopMotion กันขึ้นมาแล้วล่ะสิ
แอพตัวนี้ชื่อ StopMotion Recorder
จาก graf ผู้พัฒนาแอพ PictureShow ที่แมวดื้อเขียนถึงไปแล้ว

StopMotion Recorder
เป็น Shareware ราคา $0.99
ต้องการ iOS  3.1 หรือสูงกว่าในการทำงาน

เปิดแอพขึ้นมา ก็เลือกโหมดว่าต้องการเป็น Auto หรือ Manual แล้วก็ลองเล่นกันดู

ด้านบน หากเป็นโหมด Auto จะเป็นการเลือกปรับความเร็วในการบันทึกแต่ละเฟรม
หากเป็นโหมด Manual จะสามารถเลือกแสดง grid หรือ Clap Shot ได้
ซึ่ง Clap Shot อันนี้เราเพียงตบมือ หรือออกเสียงคล้ายๆ กันนี้
ตัวโปรแกรมก็จะบันทึกทีละเฟรม ตามเสียงที่เราสั่งงาน
ดังนั้น เราจึงสามารถวางไอโฟนไว้กับที่ แล้วสั่งงานด้วยเสียงได้
(เหมาะสำหรับการบันทึกและแสดงใน StopMotion ด้วยตนเอง)
ด้านล่างจะเป็นการเลือกกรอบมูวี่ สำหรับทำให้เกิดเป็นธีมต่างๆ

หลังจากบันทึกเสร็จแล้ว เราก็สามารถเลือกลบเฟรมที่ไม่ต้องการได้
ก่อนที่จะ export ออกมาเป็นไฟล์ mov
นอกจากนี้ก็ยังสามารถ share ไปยัง social network ต่างๆ ได้ทันที

อันนี้เป็นมูวี่ที่หวานใจลองเล่นดูในร้าน Saboten

:lol::lol:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Picture Show

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้เรามาดูแอพถ่ายรูปบนไอโฟนอีกตัวหนึ่ง
ซึ่งคุณสมบัติ รวมถึงรูปที่ออกมาน่าจะโดนใจหลายๆ คน

Picture Show
เป็น shareware ราคา $1.99
ต้องการ iOS 2.2.1 หรือสูงกว่าในการทำงาน
สนับสนุนการทำงานทั้งบนไอโฟน ไอพอดทัชและไอแพด

เมื่อเปิดแอพขึ้นมา ก็สามารถเลือกรูปจาก Photo Library หรือจะถ่ายรูปใหม่เลยก็ได้

จุดเด่นเลยก็คือรูปแบบ หรือสไตล์ของรูปที่เราต้องการ
มีให้เลือกมากมาย

สามารถใส่ข้อความได้ตามต้องการ
จะปรับขนาดฟอนต์ จัดซ้ายขวา เปลี่ยนสี
ค่อนข้างสะดวกทีเดียว

มีกรอบรูปให้เลือกใช้ พร้อมทั้งสามารถแต่งเรื่องแสงให้กับรูปได้ด้วย
หากต้องการปรับการแต่งแต่ละสี RGB ก็ทำได้
อันที่แมวดื้อชอบมาปรับก็คือ ความสว่างกับคอนทราสของรูป

รูปที่ตกแต่งเสร็จแล้ว จะส่งเมล์ ส่งไป flickr/blogger
หรือจะ save ลง camera roll ไว้ก่อน เพื่อส่งไปย้ง twitter/facebook (ด้วยแอพอื่น) ต่อไป

:lol: :lol:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

iPhone 4G Mocked Up With Colors

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้ขออู้
เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมเท่าที่ควร
ไข้ขึ้น แล้วก็ท้องเสียตั้งแต่เช้า
นั่งอยู่หน้าคอมก็พาลจะหลับ

มีรูป Mocked up iPhone 4G
แบบที่เป็นสีมาให้ดูกัน
จริงๆ จากรูปข่าวลือ iPhone 4G ที่ออกมา
แมวดื้อก็ชอบนะ
อาจเป็นเพราะใช้ Sony CLIE (Palm OS PDA) มาก่อน
มันก็เป็นทรงคล้ายๆ กันนี้
แล้วก็ไม่ได้ดูโบราณอะไร
ออกจะดูเรียบง่ายดีด้วยซ้ำ
อยากให้ออกมาเป็นแบบนี้จริงๆ
ไม่เอาแบบ iPhone 3G/3GS อ่ะ
แบบนั้นค่อนข้างไม่ถูกจริตในการเล่นเกม
ฮ่า..ฮ่า

Link: http://appmodo.com

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Project 365

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้เรากลับเข้าสู่โปรแกรมของไอโฟนกันอีกครั้ง
กับโปรเจคที่ทำกันทุกวัน
หากใครเล่น flickr มาก่อน ก็คงจะเคยได้ยินโปรเจค 365 กันมาบ้าง
ที่มีการถ่ายรูปทุกวัน วันละรูป
ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ง่ายเลย
เพราะในชีวิตประจำวัน เรามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย
การเพิ่ม “กิจวัตรประจำวัน” ไปอีกสิ่งหนึ่ง
ที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะสำคัญเท่าไหร่
เราก็มักจะหลงลืม หรือเพิกเฉยสิ่งเหล่านั้นไป
จริงๆ โปรแกรมนี้ออกมาค่อนข้างนานแล้ว
แต่แมวดื้อเพิ่งจะมาเริ่มไม่กี่วันนี้เอง
มาดูสิว่าจะทำได้ไปนานแค่ไหน
เพื่อนๆ ที่ใช้ iPhone / iPod Touch / iPad
ลองหามาเล่นกันดูนะ

ตัวโปรแกรมจะมีอยู่ด้วยกันสองเวอร์ชัน
คือแบบฟรี และแบบโปร (ราคา $0.99)
ซึ่งความสามารถต่างกันเพียงเล็กน้อย
ในเรื่อง push notification reminder, play slideshow และ save thumbnail page
ส่วนความสามารถอื่นๆ นั้นตัวฟรีก็ทำได้เช่นเดียวกัน
(แต่ตัวฟรี..มีโฆษณาด้วยนะ)

เมื่อเปิดเข้าไปก็เป็นลักษณะปฏิทิน
มีรูปแต่ละวันที่เราใส่เข้าไป
โดยรูปที่เราใส่เข้าไป
สามารถใช้รูปจาก Camera Roll โดยตรง
หรือจะใช้รูปที่ตกแต่งจากโปรแกรมอื่นก็ย่อมได้
(ในกรณีของ iPad ก็สามารถเลือกรูปจาก Photo Library ได้)
เมื่อใส่รูปเข้าไปแล้ว เราก็สามารถใส่รายละเอียดของรูปได้ด้วย
ซึ่งจะแสดงใน tweet หากเราส่งขึ้นไป twitter

ข้อความที่ปรากฏใน twitter นั้นจะมีอยู่สองส่วนด้วยกัน
คือลิงก์รูป (tweetphoto) และโฆษณาโปรแกรม (iTunes link)
อาจดูรกตาไปบ้าง และไม่มีรายละเอียดรูปติดไปด้วย
แต่อย่าลืมว่า โปรเจคเราแค่วันละครั้งเท่านั้น

ส่วนกรณีที่อัพไปยัง facebook
ก็จะมีการสร้างอัลบั้ม Project 365 Photos ขึ้นมาต่างหาก
เพื่อเป็นการง่ายในการจัดการและค้นหา
มีรายละเอียดรูปติดไปด้วย แต่ยังมีโฆษณาโปรแกรมเหมือนเดิม
ถ้าใครขยันก็สามารถเข้าไปลบตรงส่วนโฆษณาออกไปได้
(ต้องทำแบบแมนนวล)

Daily Snapshot
ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ แต่จะทำได้นานแค่ไหน นั่นอีกเรื่องนึง
ส่วนการโกง (กรณีที่ลืม) ก็สามารถใส่รูปเข้าไปได้เช่นกัน
แต่ตัวเราเองก็จะรู้ว่าเราโกง จริงไหม

:oops: :oops:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Andigraf

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้วนเวียนมายังโปรแกรมถ่ายรูปบนไอโฟนกันอีกครั้ง
กับ Andigraf ที่น่าสนใจ

Andigraf ราคา 1.99 ดอลลาร์สหรัฐ
หรือประมาณ 65 บาท
ต้องการ iPhone OS เวอร์ชัน 3.1 หรือสูงกว่าในการทำงาน

หน้าตาเวลาทำงาน คล้ายคลึงกับโปรแกรมถ่ายรูปอื่นๆ
มีช่องมองภาพตรงกลาง ขวามือเป็นตัวเลื่อนปรับระยะเวลาในการถ่ายแต่ละครั้ง
และปุ่มชัตเตอร์ทางด้านขวา
ส่วนด้านล่างจะปุ่มเข้าไปยัง Photos Gallery และปุ่มเลือกเลนส์/ฟิล์มทางด้านขวา

เลนส์ทั้ง 4 ชนิด ที่มีให้เลือกใช้งาน

ฟิล์มทั้ง 4 ชนิดที่มีให้เลือกใช้งาน

ภายใน Photo Gallery
สามารถดูรายละเอียดแต่ละรูปได้ว่าเลือกเลนส์และฟิล์มอะไรไป
รวมถึงวันที่ที่ถ่ายอีกด้วย
ไฟล์รูปขนาด Full Size จะถูกบันทึกลง Camera Roll โดยอัตโนมัติ

เบื้องต้นยังไม่มีการเชื่อมต่อไปยัง Social Network ใดๆ
หากต้องการโพสไปยัง Twitter หรือ Facebook
คงต้องใช้โปรแกรมอื่นร่วมด้วย

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

Swankolab

Tuesday nerD
สัปดาห์นี้ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนโน้น
เรื่องโปรแกรม Hipstamatic
เนื่องจากเป็นโปรแกรมจากบริษัทเดียวกัน
หากได้ลองใช้งานโปรแกรม Hipstamatic จะพบว่า
ตัวโปรแกรมนั้นจะต้องถ่ายรูปทันที ไม่สามารถนำรูปที่ถ่ายเอาไว้แล้วมาใช้ได้
โปรแกรม Swankolab ก็เลยออกมาเติมในส่วนดังกล่าว

Hipstamatic มีความสนุกอยู่ตรงการผสมผสานระหว่าง เลนส์ ฟิล์ม และ แฟลช
ส่วน Swankolab นั้นจะเป็นการผสมน้ำยาล้างฟิล์ม ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์แตกต่างกันออกไป

เมื่อผสมน้ำยาตามต้องการแล้ว ก็เริ่มทำการอัดรูปกันเลย
เอฟเฟคไฟสีแดงเหมือนห้องมืดจริงๆ แล้วก็ตากรูปให้แห้งเหมือนที่ทำกันจริงๆ เลย

รูปที่เสร็จแล้วก็สามารถเลือกเซฟลง Photo Library (Camera Roll) ได้ด้วย
ซึ่งจะไม่ได้เป็นการเซฟแบบอัตโนมัติ ดังนั้นหากไม่ชอบใจก็ทำใหม่ได้เลย
แต่จะเป็นการเก็บไว้เป็นข้อมูลในโปรแกรม Swankolab แทนนะ
ซึ่งรูปไหนไม่ใช้แล้ว หรือไม่สวยลบออกจาก Swankolab เพื่อประหยัดเมมโมรีจะดีกว่า
และหากไม่พอใจกับน้ำยาที่มาพร้อมกับโปรแกรม ก็สามารถ life-time subscribe
ในราคา $1.99 ได้ด้วย โดยจะได้ฟรีตลอดไป หากมีการอัพเดตน้ำยาใหม่ๆ

ตัวโปรแกรมจะมีสูตรน้ำยาตัวอย่างไว้ให้ใช้งานกัน
แต่หากผสมเองแล้วถูกใจ ก็สามารถเซฟไว้ใช้งานในภายหลังได้ด้วย

ตัวอย่างรูปที่ผ่านโปรแกรม Swankolab

สำหรับคอมมูนิตี้ในเมืองไทย
เบื้องต้นน่าจะใช้ HipstamaticThailand บนเฟสบุคไปเลย
จะได้ไม่ต้องแยกย่อยจนเกินไป ลักษณะรูปก็แนวๆ คล้ายกัน

http://www.facebook.com/HipstamaticThailand

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace

iPhone OS4 sneak peak

Tuesday nerD
วันนี้หยิบ iPhone OS 4 sneak peak จากงาน
Apple Special Event, April 2010
ที่เพิ่งผ่านไปในสัปดาห์ที่แล้วมาแปะไว้สักหน่อย

API ใหม่ๆ ส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาใน SDK
เพื่อให้นักพัฒนานำไปใช้งานได้

คุณสมบัติใหม่ๆ ส่วนหนึ่ง
ที่ผู้ใช้งานจะได้ใช้ในเฟิร์มแวร์ใหม่

คุณสมบัติที่ Steve หยิบมานำเสนอในครั้งนี้ เรียกว่า
7 “Tentpole” features
ประมาณว่าคุณสมบัติทั้ง 7 นี้ มันต้องมีสักอย่างที่เข้าตาผู้ใช้งานกันบ้างแหละ

1.Multitasking
นี่คือสิ่งที่เหล่าบรรดา Geek ทั้งหลายต่างต้องการ
การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันในเวลาเดียวกัน
ซึ่ง Steve แจ้งว่าสาเหตุที่ไม่ทำตั้งแต่แรก เพราะจะมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ (เปลืองแบต)
แต่ตอนนี้ก็ได้พัฒนาจนทำออกมาแล้ว

Steve ได้แสดงให้ดูว่าขณะเปิดเว็บเพจอยู่นั้น พอกดปุ่ม Home สองครั้ง
ก็จะมีแถบด้านล่างปรากฏขึ้นมา
นั่นคือโปรแกรมที่เปิดการทำงานอยู่ และสามารถเลือกทำงานอีกโปรแกรมนึงได้ทันที
โดยที่พอกลับมายังโปรแกรมเดิม ก็จะยังคงสถานะเหมือนตอนก่อนจะเปลี่ยนโปรแกรม

หากมองในแง่การทำงานแบบนี้
อาจไม่เห็นความแตกต่างจากเดิมมากนัก
มันเหมือนการสวิชโปรแกรมตามปกติ
แค่จะมีการจำสถานะ (save running state) ไว้เพียงเท่านั้น
ซึ่งบางโปรแกรมหรือบางเกม ก็มีความสามารถในการจำสถานะไว้อยู่แล้ว

แต่หากมองอีกแง่การทำงานหนึ่ง
เช่นการฟังเพลง ร่วมกับการทำงานอย่างอื่น
อันนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะได้ก้าวข้ามข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมพอสมควร

การทำงานอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ
ก็คือการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น Skype (VOIP), Turn-by-Turn apps หรือ Social Network apps
พวกนี้จะเป็นการทำงานอยู่ตลอดเวลา คราวนี้ผู้ใช้งานก็ไม่ต้องพึ่ง push notification เพียงอย่างเดียวแล้ว
ซึ่ง push ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ถ้าเป็น multitasking ออนไลน์ตลอดเวลา น่าจะทำงานได้ดีกว่า

Scott สรุปการทำงานที่น่าสนใจของ Multitasking ออกมา ให้ได้เห็นภาพรวม

2.Folders
นี่คือคุณสมบัติของคนบ้าพลัง (แบบแมวดื้อ)
เคยสังเกตไหม บางคนลงโปรแกรมบนไอโฟนน้อยมากเลย
คือสองหน้ายังไม่เต็มเลย
แต่บางคน (เช่นแมวดื้อ) 11 หน้าก็ไม่เคยพอ
หากไม่รับโปรแกรมบน Dock จะพบว่ามีถึง 11 x 16 = 176 โปรแกรม
ซึ่งแน่นอนว่าในการทำงานประจำวันนั้น 176 โปรแกรมดังกล่าว ไม่ได้ใช้ “ทั้งหมด” หรอก
แต่ว่าบางเวลา หากต้องการก็จะมีใช้งานทันที
“เหลือ..ดีกว่าขาด”
(จริงไหม)

ด้วยคุณสมบัติ Folder ทำให้ผู้ใช้งานสามารถลากไอคอนโปรแกรมต่างๆ มาซ้อนๆ กัน
ทำให้เกิดเป็นโฟลเดอร์ขึ้นมา ซึ่งสามารถย้ายโฟลเดอร์ไปมาได้เช่นเดียวกับไอคอนโปรแกรมปกติ
นอกจากนี้ยังสามารถตั้งชื่อโฟลเดอร์ได้ตามต้องการ
โดยระบบจะทำการตั้งชื่อ (เป็นดีฟอลต์) ตามหมวดหมู่ (Category) ของโปรแกรมไว้ให้
ถือว่าค่อนข้างสะดวก

ด้วยคุณสมบัติ Folders นี้ จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งโปรแกรมได้ถึง 2160 โปรแกรม!!
หากมองกันในแง่การทำงาน
ต่อให้แยกหมวดหมู่ หรือจัดอย่างเป็นระบบระเบียบสักเพียงใดก็ตาม
แต่การ “จดจำ” “ตำแหน่ง” ของโปรแกรมทั้งหมด (หรือเกือบทั้งหมด) 2160
ดูจะเป็นเรื่องไร้สาระอยู่สักหน่อย
ดังนั้น หากเป็นการใช้งานจริง ก็คงต้องพึ่ง spotlight เป็นหลักอยู่ดี

3.Mail
มีการเพิ่มเติมความสามารถของ Mail ให้มากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจก็คงเป็น Unified inbox
ซึ่งจะสะดวกมาก สำหรับผู้ที่มีเมล์หลายแอคเคาท์
และ Threaded messages
ที่ยังไม่รู้ข้อจำกัดว่าจะต้อง Reply ด้วย Subject เดิมตลอดหรือไม่ จึงจะเข้าไปอยู่ใน Thread ได้
หรือในกรณีที่เป็น Mail Group ไม่รู้ว่าจะสามารถรวมเข้าไว้ด้วยกันได้หรือไม่

4.iBooks
สำหรับผู้ใช้งานไอโฟน และไม่ได้ต้องการ iPad
ก็มีโอกาสที่จะได้อ่าน ebook บ้าง ในบางโอกาส

5.Enterprise
สำหรับการใช้งานไอโฟน ในรูปแบบองค์กรหรือบริษัท
ก็เพิ่มความสามารถหลายส่วนด้วยกัน
Wireless app distribution
ดูจะน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งจะสะดวกมากๆ สำหรับบริษัทที่มีการใช้ไอโฟนเยอะๆ
ไม่ต้องมาคอยจับไอโฟนมาเชื่อมต่อกับ iTunes แล้วซิงค์ทีละตัว

6.Game Center
อันนี้ดูเหมือนว่า Apple จะเข้ามาจับในส่วนนี้เสียเอง
หลังจากที่ผู้พัฒนาเกมให้ iPhone / iPad Touch หลายราย
ได้มี game networking มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
ยกตัวอย่างเช่น Plus+ ซึ่งมีพันธมิตรเกมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งก็คงต้องจับตารอดูกันต่อไปว่าจะทำออกมาในรูปแบบใด
และแน่นอนว่าน่าจะมีการนำไปเรียบเทียบกับ Game Console Network อื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็น Xbox Live หรือ Playstation Network

7.iAd (Mobile Advertising)
นับว่าเป็นการตลาดที่ไอเดียดีมาก
กับแอพพลิเคชันมากมาย
ทั้งที่เป็น free, $0.99, $1.99
มีแอพจำนวนไม่น้อยที่ถูกมองข้ามไป
เทคนิคการติดโฆษณาเข้าไปในแอพเลยทำได้อย่างน่าสนใจ
คือปัจจุบันแอพหลายตัวก็มีโฆษณาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Admob หรือ Banner App ที่ทำขึ้นมาเอง
ซึ่ง Apple ก็เลือกที่จะทำให้มันดูน่าสนใจมากกว่านั้น
สามารถเปิดดูและดาวน์โหลดได้โดยไม่รบกวนการทำงานแอพที่เปิดอยู่
โดย Steve บอกเอาไว้ว่าจะมีโฆษณา
10 Ads per device each day
ในตรงนี้แมวดื้อเดาว่าอาจมีการตรวจสอบ Store ก่อนว่าอยู่ในประเทศใด
ซึ่งแอพบางตัวก็อาจจะไม่มีในทุกประเทศ
และไม่แน่ใจว่าจะเป็นการสุ่มหรือว่า staff pick มาโฆษณา

ผ่าน 7 Tentpole features ไปแล้ว
Apple ก็พร้อมที่จะปล่อย SDK 4 beta ให้นักพัฒนาได้ทดสอบกันทันที

สำหรับ iPhone OS 4 นี้
ต้องการความสามารถในส่วนของ Hardware ด้วย
ดังนั้น iPhone (รุ่นแรก) จึงถูกลอยแพเป็นที่เรียบร้อย ไม่สามารถติดตั้ง iPhone OS 4 ได้
ส่วน iPhone 3G สามารถติดตั้ง iPhone OS 4 ได้ แต่ว่าจะใช้คุณสมบัติ Multitasking ไม่ได้
ดังนั้นก็คงจะเหลือแค่ลูกรัก รุ่นล่าสุด iPhone 3GS เท่านั้น ที่จะใช้งานได้เต็มที่
หรือไม่ก็คงต้องรอไอโฟนตัวต่อไป

:cry::cry:

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Apple  Tags: , , ,  Leave a Comment
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes