Tag-Archive for » Movie «

200 pounds beauty

วันนี้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้
เหตุเกิดจากหวานใจหน่ะสิ
อยากดูขึ้นมา
เลยต้องไปหามาให้
แล้วก็ censor ดูให้เสร็จ
อิอิ

 

 

โดยรวมก็สนุกดีนะ
บางมุมนางเอกก็น่ารักดี
บางมุมก็ธรรมดามาก (ตามสไตล์สาวเกาหลี)
เพลง OST เพราะ
ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ชอบก็แล้วกัน

 

ช่วงนี้ หวานใจไม่มีเนทใช้
เลยได้คุยกันแค่กลางคืน
คิดถึงจัง

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  One Comment

One fine day

เมื่อวานนี้ มีโอกาสจะได้ดูหนังเรื่อง One Fine Day
หนังที่ชอบมากอีกเรื่องนึง
จำได้ว่าหนังเรื่องนี้
เป็นเรื่องแรกที่ชอบเพลง OST มาก
แบบว่าออกจากโรงหนังเดินไปซื้อเทปเลย
หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อปี 1996
เพลงประกอบเพลงนี้
ต้นฉบับเลย ดังมากในปี 1963
(แมวดื้อยังเป็นวุ้นอยู่เลย)
ดูแล้วก็ยังชอบ
หยิบเพลงนี้ในเวอร์ชัน jazz มาให้ฟังกัน

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: , ,  One Comment

เมล์นรก & หอแต๋วแตก

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีโอกาสได้ดู DVD หนังไทย
สองเรื่อง สองรส
ดูจบแล้วก็หาคำตอบให้ตัวเองได้ว่า
ทำไมถึงชอบดูหนังซีรีส์

นั่นเป็นเพราะหนังไทย ละครไทย
มันขาดการเข้าถึง “บท” และ “มุมกล้อง”
ทำให้ไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนดูเข้าไปได้
หากเป็นหนังผีบ้านเรา
จากที่เคยดู
มันมีจุดที่ “คล้าย” หนังผีญี่ปุ่น ผีเกาหลี
ซึ่งเอกลักษณ์มันคือ “ตกใจ”
เน้นที่เสียงเอฟเฟคและเพลงประกอบ
หนังผีบ้านเราก็ไม่ได้น้อยหน้า
แต่สำหรับหนังแนวอื่นๆ นั้น
จากประสบการณ์ที่ดู
ยัง “ไม่โดน” อารมณ์เท่าที่ควร

 

สำหรับหนังที่เพิ่งได้ดูไป
เรื่องแรก
เมล์นรก หมวกยกล้อ

 

 

ตัวละครหลักที่หยิบเอา
เทพ โพธิ์งาม
โน้ต อุดม
กิ๊ก กิจเจริญ
เนาวรัตน์
อิม อชิตะ
ซึ่งชื่อเสียง แค่ได้ยิน ก็ตลกแล้ว

 

 

แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่ประทับใจ
ในเรื่องความตลก
ทั้งบทภาพยนตร์
เพลงประกอบ
มุมกล้อง
มันไม่รู้จะสื่อถึงอะไร
ชีวิตของพนักงานรถโดยสารก็ไม่ใช่
ชีวิตของผู้โดยสารก็ไม่ใช่
วิถีชีวิตของคนเมืองก็ไม่ใช่
ประเพณีสงกรานต์ก็ไม่ใช่
ดูจบแล้ว
มันทำให้เกิดคำบ่นในใจว่า “อะไรวะ”
ตรู “เสียเวลา” ดูอะไรอยู่ตั้งหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีเนี่ย

 

เรื่องถัดมา
หอแต๋วแตก
หนังเรื่องนี้ต้องบอกด้วยความสัตย์จริงว่า
ไม่รู้แบลคกราวน์อะไรเลย
ใครเล่นบ้าง
หนังเกี่ยวกับอะไร
คือไม่มีทีวีดู
ซึ่งก็ขาดเรื่องสื่อไปเลย
เคยได้ฟังประกอบจากวิทยุ
แค่นั้นเอง

 

 

หนังเรื่องนี้
มีคำเตือนเรื่องภาษาที่ใช้ในหนัง
ตั้งแต่เฟรมแรกๆ ของ DVD เลย
ซึ่งก็ทำใจตั้งแต่แรกแล้วว่า
มันต้องมีคำสมัยพ่อขุนรามเยอะแน่ๆ
แต่ก็คิดว่าหนังตลกสมัยนี้
มันก็แทบจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด

 

 

ตัวละครของหนังเรื่องนี้
จตุรงค์ มกจ๊ก
เอกชัย
อ.ยิ่งศักดิ์
โก๊ะตี๋
แต่ละคนเอามาเล่น
ในคาแรกเตอร์ที่เห็นกันบ่อยๆ ในทีวี
มันก็เลยดูไม่ขัด
แต่ยอมรับว่า
ดูในช่วงแรกแล้วมึนตึ๊บ
เนื่องจากโดนตัดออกไปพอสมควร
เลยทำให้การดำเนินเรื่องมันกระโดด
แต่ก็ยังสามารถเอามุขกระบือมาทำให้หายมึนไปได้

 

สรุปหนังสองเรื่องนี้
ขอไม่ให้คะแนนแล้วกัน
ใครดูแล้วก็คงรู้ว่าเป็นยังไง
ส่วนใครยังไม่ดู
แนะนำให้เป็นตัวเลือกหลังๆ แล้วกัน
เอิ้ก..เอิ้ก

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags:  Leave a Comment

UltraViolet

หลายวันก่อนเพิ่งจะมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้

UltraViolet

 

 

หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อปี 2006

ถ้าใครเคยอ่าน comic ก็คงจะคุ้นเคยกับตัวละครตัวนี้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน อาจจะดูไม่รู้เรื่องเท่าไหร่

ใครเป็นใคร แล้วทำอะไร

หนังสื่อออกมากระชับจนเกินไป

บางครั้งต้องสรุปเอาเองว่า อ๋อ..มันมีที่มาที่ไปแบบนี้นะ

 

ในส่วนของฉากแอคชั่นก็ทำออกมาได้เว่อร์ดี

ออกแนว The Matrix

แต่ตัวร้ายตายง่ายไปหน่อย

อะไร..อะไร violet ก็เก่งไปหมด

 

ถือว่าเป็นหนังที่ดูกับเด็กๆ ได้เพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไร

แต่ที่อารมณ์เสียมั่กๆ

ก็คือ

“หน้าเนียน”

หากดูในช่วงแรกๆ

จะพบว่าหน้านางเอกถูกแก้ให้เนียนมาก ใสกิ๊งเลย

แต่ช่วงหลังๆ นี่ ไม่ยอมลบเลย เห็นรูขุนขนไปหมด

 

 

NaughtyCat Scores:

บทภาพยนตร์ : 3/10
มุมกล้อง : 6/10
การตัดต่อ : 5/10
เทคนิคพิเศษ : 7/10
เสียง : 7/10
คะแนนรวม : 28/50
Grade: D+

Official Site: www.sonypictures.com/homevideo/ultraviolet/index.html

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  One Comment

200 Pound Beauty

หากใครได้ไปดูภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง 200 Pound Beauty ล่ะก็ อาจจะเกิดแรงฮึด อยากจะลองลดน้ำหนัก เพื่อให้ตนเองสวยขึ้น เช่นเดียวกับนางเอกในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวก็เป็นได้ แต่รู้หรือไม่ว่าในชีวิตจริง กว่าที่นางเอกสาวคนนี้จะสวยได้ขนาดนั้น เธอผ่านการศัลยกรรมมาแล้วกี่ครั้ง?

หลังจากที่ไปค้นเจอบทความของเกาหลี ที่เขียนเล่าประวัติความงามของ คิม อา จุง นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้คนดังกล่าว ทำให้ได้ทราบว่า กว่าที่เธอจะสวยได้ขนาดนี้เธอคงทรมานน่าดู!


กว่าจะสวย!

มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอเคยได้รับการโหวตให้เป็นสาวหุ่นดีที่สุด จากผู้อ่านนิตยสาร Shape ของเกาหลีที่มีอายุระหว่าง 20 – 30 ปี เมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่อง 200 Pounds Beauty ฉายที่เกาหลีไปได้ไม่นาน ซึ่งผู้อ่านมีทัศนคติว่าผู้หญิงควรจะมีความสูง 165~166cm ในขณะที่สัดส่วนควรจะอยู่ที่ 33-24-34 นิ้ว เรียกได้ว่าเป็นแบบผอม สูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตรงกับนักแสดงสาวคนดังกล่าว

แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าที่นางเอกสาวคนดังกล่าวจะสวยได้ขนาดนี้ สมัยเด็กเธอช่างแตกต่างจากปัจจุบันจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

เมื่อเปรียบเทียบกับรูปถ่ายสมัยมัธยมปลาย ที่ดูเหมือนว่าดาราสาวจะเปลี่ยนสไตล์ของตนเอง ทั้งการแต่งหน้า,ทรงผม ,น้ำหนักที่หายไป และการทำศัลยกรรมพลาสติก ที่ทำให้หาเค้าเดิมของเธอแทบไม่เจอ

โดยหลังจากที่เธอพยายาม ลดน้ำหนักลงหลายกิโลกรัม แล้ว ขั้นตอนต่อมาของการเสริมความงามของเธอคือ การทำตาสองชั้น การทำตาสองชั้นนับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเด็กสาวชาวเกาหลีส่วนใหญ่ต่างก็ไปนอนอยู่ภายใต้มีดหมอ ให้ช่วยลงมือกรีดทำให้ตาเล็กๆของพวกเธอดูโตขึ้นอยู่แล้ว แต่ในกรณีของเธอไม่เพียงแค่ทำตาสองชั้นเท่านั้น แต่เธอยังทำให้ตาของเธอดูกว้างขึ้น ส่งผลให้เห็นตาขาวชัดเจนมากขึ้นด้วย

หลังจากที่ทำให้ตาของเธอโตได้สมใจอยากแล้ว ต่อมาเธอก็เลือกที่จะทำจมูก ในกรณีของเธอ เธอเลือกที่จะทำให้มันเห็นว่าโด่งขึ้นกว่าเดิม อย่างชัดเจนมากทีเดียว อาจไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าเหล่าคนดังของเกาหลีเวลาที่ทำจมูก อย่างน้อยที่สุด ต้องยกสูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 5 มม. แต่ถ้าหากคุณเป็นคนเดินดิน หรือเป็นชาวบ้านธรรมดา อย่างมากก็ยกสูงกว่าเดิมแค่ประมาณ 2- 3 มม. เท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ดูธรรมชาติมากแล้ว

ในเวลาเดียวกันเหล่าผู้มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ ต่างก็ชอบที่จะทำศัลยกรรมฟัน และแน่นอนว่านักแสดงสาวคนนี้ก็ไม่พลาดเช่นกัน ดูเหมือนว่าเธอจะเคยดัดฟัน ฟันหน้าของเธอดูใหญ่ขึ้น และขาวขึ้นกว่าเดิม รวมถึงเรียงแถวตรงสวยงามขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย

แต่ก็มีคนดังหลายคนที่ถอนฟันเก่าออก เพื่อให้ฟันซี่ใหม่ขึ้นมาภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ฟันขึ้นถูกที่และไม่ไปเกทับฟันซี่อื่นๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่ดูเปลี่ยนไปจากใบหน้าในวัยเยาว์ของเธอนั่นคือ ดูเหมือนว่าเธออาจจะใส่อะไรบางอย่างลงใน หน้าผาก ของเธอเพื่อทำให้มันดูโหนกนูน และกลมกลืนกับใบหน้า ที่เหลาจนได้รูปแล้วของเธอด้วยเช่นกัน ซึ่งหากคำนวณเงินที่เป็นค่าใช้จ่าย ในการเปลี่ยนโฉมตัวเองของนักแสดงสาวจนสวย ได้ขนาดนี้คาดว่าเธอคงจะหมดเงินไปแล้วกว่าหลายล้านวอนเลยทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่านักแสดงสาวทุกคนจะทำศัลยกรรมยกหน้าใหม่ทั้งหมด เพราะบางคนเมื่อเทียบกับใบหน้าสมัยเด็ก มีหลายคนที่ดูเหมือนว่าจะสวยใสอย่างเป็นธรรมชาติ แต่คนไหนที่คิดว่าไม่ใช่ คงต้องให้ผู้อ่านลองตัดสินกันเอาเอง!


จวน จี ฮุน


คิม ฮี ซุน


คิม แต ฮี


ลี โบ ยอง


ลี ยอง เอ

Link: www.manager.co.th

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  3 Comments

The Devil Wears Prada

หลายวันก่อน

หวานใจอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมา

ก็เลยต้องไปหามาให้

ไม่คิดจะดูเล้ย

แต่เปิดไปเจอรูปนี้ก็เลยอยากดูขึ้นมา

 

 

ออฟฟิศนี้ใช้แมคหมดเลยแฮะ

 

 

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนิตยสารแฟชันฉบับหนึ่ง

ซึ่งมีความพิถีพิถันในการทำนิตยสารมาก

บก.ก็เขี้ยวเหลือเกิน

ลูกน้องทุกคนกลัวไปหมด

 

ทำให้นึกถึงที่ธนาคาร

วันก่อนจะไปเปิดบัญชี ก็รออยู่ตั้งนาน

แล้วก็มีคนนึงมาถามว่ารออะไร

ก็บอกเค้าว่ารอเซ็นอนุมัติ

แค่นั้นแหละ

เค้าบอกว่า.. “มา..เดี๋ยวพี่เซ็นให้เอง”

พนักงานแถวนั้นรีบเอาเอกสารทั้งหมดมาให้เซ็นเลย

ประมาณว่า boss ลุยเอง

อิอิ

 

 

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  One Comment

alone

 

เมื่อวานนี้เพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ หวานใจไปดูในโรงมาแล้ว แต่แมวดื้อเพิ่งได้ดูจาก DVD เอง ข้อดีของ DVD ก็คือ special feature นี่แหละ มีทั้ง deleted scenes, behind the scenes, etc… หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่คงต้องบอกว่า ส่วนที่หายไปของหนัง (ไปอยู่ใน deleted scenes) เป็นตัวที่เชื่อมต่อแต่ละฉากได้เป็นอย่างดี เรียกว่าดูหนังจบแล้วมาดู special feature อีกรอบ จะเข้าใจถึงบททั้งหมด เนื้อเรื่องจริงๆ วางได้ดีนะ แต่ว่าในหนังจริงๆ ที่ตัดออกแล้ว มันดูเบาไป บางอย่างมันขาด “ความเป็นไปได้” หรือ “ความน่าจะเป็น” ไป หลายๆ ฉากที่ทำให้คนดูเกิดความสงสัย (แล้วก็ดูจนจบแบบว่าไม่เคลียร์)

 

แสงและสีของหนังเรื่องนี้ ออกแนวซีดๆ ติดซีเปียหน่อยๆ ซึ่งทำให้ย้อนนึกไปถึงหนังสยองขวัญแนวโรคจิต คือมันไม่ใช่แนวผีไง หรืออาจจะเป็นที่ทางผู้กำกับ อยากให้คนดูเดาเนื้อเรื่องได้ส่วนหนึ่งก็เป็นได้ เทคนิคที่ใช้ในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ในฉากย้อนอดีตจะใช้ filter ทำให้ภาพดูเหลืองๆ ส่วนฉากปัจจุบันจะใช้วิธีการล้างฟิล์มเฉพาะ ซึ่งจะได้ภาพที่ออกแนวซีดๆ แต่มี contrast สูง ก็แปลกไปอีกแบบนึง

 

เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ ทำได้ดีเลยทีเดียว มันหลอนเป็นพักๆ คือลักษณะเพลงแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกวังเวง ความที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องมาจากสิ่งที่เห็นก็ได้ แค่ได้ฟังเพลง มันทำให้เราคิดไปเองล่วงหน้า ก่อนที่จะได้เห็นเสียอีก

 

NaughtyCat Scores:

บทภาพยนตร์ : 7/10 (เมื่อได้ดู special feature นะ)
มุมกล้อง : 8/10
การตัดต่อ : 7/10
เสียง : 9/10
เพลงประกอบภาพยนตร์ : 8/10
คะแนนรวม : 39/50
Grade: B+

 

Official Site: www.faddthemovie.com

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  2 Comments

Friday 13th

วันนี้

ศุกร์ที่ 13

เขียนถึง jason หน่อยแล้วกัน

Friday 13th

เป็นหนังผีที่ชอบอีกเรื่องนึง (จริงๆ ชอบ freddy มากกว่า)

มีมาหลายภาค

มาไล่ๆ ดู ก็เยอะเหมือนกัน

Friday the 13th – From Crystal Lake to Manhattan (1980)

Friday the 13th (1980)

Friday the 13th Part 2 (1981)

Friday the 13th Part 3 (1982)

Friday the 13th – The Final Chapter (1984)

Friday the 13th, Part V – A New Beginning (1985)

Friday the 13th, Part VI – Jason Lives (1986)

Friday the 13th Part VII – The New Blood (1988)

Friday the 13th Part VIII – Jason Takes Manhattan (1989)

Friday the 13th Part IX – Jason Goes to Hell – The Final Friday (1993)

Jason X (2002)

Freddy vs. Jason (2003)

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  2 Comments

Transformer

วันนี้มาพูดถึง transformer

การ์ตูนที่เคยดูเมื่อหลายปีก่อน

ไม่ได้พูดถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์นะ

เพราะว่ายังไม่ได้ดู

อิอิ

แต่พูดถึง transformer

มีเพื่อนส่งเมล์มาให้ดู

หยิบมาลงให้ดูกันขำๆ

ดูรูปสุดท้ายแล้วอยากกินเทปันยากิ

ฮ่า..ฮ่า

หวานใจอัพรูปแล้ว

ตามไปดูกันได้จ้า

หวานใจไดอารี่ 

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  2 Comments

Music and Lyrics

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วที่ไป B2S

 

ได้ซื้อ DVD หนังเรื่องนี้มาด้วย

 

รู้จักหนังเรื่องนี้จากเพลง

 

way back into love

 

เลือกที่จะซื้อ DVD เพราะจะได้ที่ใส่ CD ด้วย

 

(อยากได้ของแถมว่างั้นเถอะ อิอิ)

 

 

แกะกล่องดูเลย

 

 

ชอบ theme color แบบนี้

 

โทรบอกหวานใจเลยว่า สีน่ารักมาก

 

มันเป็นฟ้า ชมพู ม่วง(จากกล่อง)

 

ชอบ..ชอบ

 

 

หนังเป็นแนว romantic ที่ค่อนข้างสั้น

 

หวานใจยังไม่ได้ดู

 

ไม่ spoil แล้วกัน

 

อิอิ

 

แต่

 

ขอหยิบประโยคในหนังเรื่องนี้มาแล้วกัน

 

ชอบตรงนี้

 

It doesn’t have to be perfect. Just spit it out.
They’re just lyrics.
“Just lyrics”?
Lyrics are important. They’re just not as important as melody.
I really don’t think you get it.
A melody is like seeing someone for the first time. The physical attraction. Sex.
But then, as you get to know the person, that’s the lyrics.
Their story. Who they are underneath.
It’s the combination of the two that makes it magic.

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

 

 

  • Add to favorites
  • email
  • PDF
  • Print
  • RSS
  • Google Bookmarks
  • Facebook
  • Twitter
  • Tumblr
  • Posterous
  • StumbleUpon
  • LinkedIn
  • del.icio.us
  • Identi.ca
  • Ping.fm
  • Digg
  • Slashdot
  • Live
  • MySpace
Category: Movie  Tags: ,  3 Comments
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes