Tag-Archive for » Ramen «

Nov
21

ขณะนี้ขนได้ขึ้นเต็มตัวไปหมด
(ขี้เกียจ..ตัวเป็นขน)
จึงขออัพแบบรวบยอด
หุหุ

:roll::roll:

วันนี้มีสัมนาที่จุฬาทั้งวัน
แถมยังนัดลูกค้าไว้มากมาย
ประมาณว่า สัมนาเสร็จต้องรีบกลับร้านทันที
จะโอ้เอ้เดินเล่น หรือแว่บไม่กลับร้าน หมดสิทธิ์เรียบร้อย

ตื่นมาตั้งแต่ตีห้า
จัดการวางหมาก พร้อมรบในช่วงเวลาที่อยู่นอกออฟฟิศเช่นนี้
(เอาไว้จะเขียนถึงการรบในสัปดาห์หน้า)
จากนั้นออกเดินทางไปถึงจุฬาฯ
ลงทะเบียนสัมนาเรียบร้อย
ก็มีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมง ก่อนสัมนาจะเริ่ม
ก็เลยย้อนเวลากลับไปเป็นนิสิต
นั่งกินข้าวเช้า
อ่านหนังสือ (เปลี่ยนเป็น tweet แทน)
ไม่น่าเชื่อว่าร้านเดิมๆ ก็ยังคงอยู่
สาวน้อยหน้าใสร้านข้าวแกง
กลายเป็นสาววัยรุ่น (ตอนปลาย) ไปซะแล้ว
เหอ..เหอ
เดินวนไปวนมา ความหลังย้อนมา flashback
อยากกินทุกร้านเลย
(ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะหิวหรือเปล่า)
สั่งข้าวราด 3 อย่าง แบบที่คุ้นเคย
ซึ่งกาลครั้งนึง ไม่ค่อยมีคนสั่ง
สั่งแม่ค้าทีไร ต้องหันมาถามย้ำทุกที ว่าเอาจริงหรือเปล่า
ประมาณว่า.. จะกินหมดเหรอ
ปัจจุบันก็ไม่เห็นถามอะไร
เดาว่าคงเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
จากนั้นก็ซื้อขนมหวานมาเตรียมไว้ ให้ครบสูตรอิ่ม

เด็กน้อยไร้ผัก
เอิ้ก..เอิ้ก
หมูยอทอดครึ่งชิ้นนี่เด็กๆ มาก
บางวัน (ตอนวัยละอ่อน) สั่ง 2 แผ่นเลยทีเดียว
ปัจจุบันแทบไม่ได้กินเลย

พอสัมนาครึ่งเช้าเสร็จ
ก็โทรชวนหวานใจ มากินข้าวเที่ยงกัน
ก็เลยแวะไปแถวเอมโพเรียม
กับร้าน Min Min Raman
ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 ติดกับร้าน TanTanMen
ร้านเปิด 11.00 – 23.00 น.
หวานใจกับแมวดื้อสั่งกันไปแบบไม่เคยลอง
ที่แมวดื้อชอบก็คือร้านนี้จะมีเมนูอาหารแบบ half ด้วย
ซึ่งหากเป็นผู้หญิง หรือคนกินอาหารน้อย
สั่งแบบนี้ ได้อาหารกำลังดี ราคาไม่แพงด้วย
แมวดื้อสั่งชุดปลาแซลมอนมาลอง
ซึ่งปลาที่นี่เนื้อจะออกค่อนข้างแข็ง
ถ้าเทียบกับที่อื่น เช่น ZEN หรือ Fuji
ที่เวลาเราเอาตะเกียบจิ้มดู เนื้อมันจะแตกเป็นชิ้นเล็กๆ
แต่สำหรับที่ร้าน Min Min นี่แน่นมาก
อันนี้ก็แล้วแต่คนว่าจะชอบแบบไหนนะ

สั่งของกินเล่นมาด้วย
จานนี้ใช้ได้เลยทีเดียว
เป็นเนื้อนุ่มปรุงรสกำลังดี
ถ้ากินกับข้าวญี่ปุ่นจะเวิร์คมาก

ส่วนหวานใจสั่งราเมน
เห็นบอกว่า “ไม่ผ่าน”
ฮ่า..ฮ่า

:cool: :cool:

อิ่มมื้อเที่ยง
แล้วแมวดื้อก็กลับไปนั่งง่วงสัมนาต่อ
ช่วงบ่ายเบรคด้วยกาแฟเย็น!!
แล้วมันจะตื่นไหมนั่น

สัมนาเสร็จก็ตรงรี่กลับร้าน
ลูกค้ามารอเต็มไปหมด
เลยให้ลูกค้าจัดระเบียบกันเอาเอง
ว่าใครมาก่อนมาหลัง
เพราะหมอไม่รู้นิ
กว่าลูกค้าจะหมด ก็เกือบปิดร้านพอดี

:x :x

Category: Diary, Vet, Yummy  Tags: , , , ,  Leave a Comment
May
31

ปิดท้ายเดือนนี้กับ
Yamagoya
สาขาถนนสุรวงศ์ ติดกับโรงแรมตะวันนา

ช่วงนี้ หวานใจ ไม่ค่อยสบายใจ
กินกันไปเงียบๆ
..แต่ก็อิ่มแหละ..
เดินแทบไม่ไหว

Category: Yummy  Tags: ,  Leave a Comment
Apr
12

วันนี้วันหยุดตามปกติของแมวดื้อ
ในเทศกาลสงกรานต์
ไปรับหวานใจที่บ้าน
แล้วมุ่งหน้าสู่ J-avenue ทองหล่อ
หาร้านอาหาร / เบเกอรี่นั่งเล่นกัน
จริงๆ ก็โทรถามหลายร้านตั้งแต่เมื่อวาน
แต่หลายร้านก็ไม่มีใครรับ
จึงเดาเอาว่าน่าจะปิดช่วงเทศกาลแบบนี้
กะว่าไปหาเอาดาบหน้า
ในแหล่งอย่างเช่นซอยทองหล่อ ก็ไม่น่าจะปิดเงียบกันหมดหรอกน่า

เดินวนไปวนมาอยู่พักนึง
ก็เห็นว่าร้าน yamagoya เปิดพอดี
พาหวานใจเข้าไปลิ้มลองกันหน่อย
ซึ่งเคยเขียนร้านนี้หลายครั้งแล้ว

ยามาโกย่า
Yamagoya

ที่ตั้ง : ชั้น 2 J-Avenue ซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ 15)
ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร : 0-2712-9871 
เวลาเปิดบริการ : 10.30-22.30 น.


โต๊ะไม้นั่งสบายสไตล์ญี่ปุ่น


ตะเกียบไม้


น้ำชาของทางร้าน เติมได้ตลอด


ขิงดอง


TANTAN RAMEN (180 บาท) + Tamago (20 บาท) ของหวานใจ


Cha Shumen (200 บาท) + Tamago (20 บาท) ของแมวดื้อ


Kakuni Topping (80 บาท)


UJIKINTOKI ICE (30 บาท)

- หวานใจชอบร้านนี้มาก-
:lol::lol:

Category: Yummy  Tags: , , ,  2 Comments
Apr
03

ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว
แมวดื้อเคยเขียนถึงร้าน Yamagoya ครั้งนึงแล้ว
โดยเอาข้อมูลมาจาก คุณป้าแมว แห่งเว็บ annefriday.com
ตอนนี้ร้าน Yamagoya เปิดที่ J-avenue
ซึ่งน่าจะเดินทางสะดวกกว่า (หรือเปล่า)

วันนี้วันศุกร์ ซึ่งแน่นอนว่าแมวดื้อจะเขียนคอลัมน์
YummY FridaY
ซึ่งอาจจะหาข้อมูลมาแนะนำร้าน/สถานที่เที่ยวต่างๆ
เพื่อที่วันหยุดสุดสัปดาห์เราจะได้ไปลิ้มลองกัน
โดยหากแมวดื้อได้มีโอกาสไปลิ้มลองในร้านใด
ก็จะนำไปเขียนในวันอื่น (ไม่ใช่วันศุกร์) แทน
เพื่อป้องกันการสับสน

สัปดาห์นี้ ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ Everyday Dining Delight เช่นเคย
ยามาโกย่า
Yamagoya

ที่ตั้ง : ชั้น 2 J-Avenue ซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ 15)
ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร : 0-2712-9871 
เวลาเปิดบริการ : 10.30-22.30 น.

 

Everyday Dining Delight Review

สัปดาห์นี้ชวนสมาชิกชาว Everyday dining Delight ไปทานราเมงอร่อยๆ กันที่ร้านนี้ค่ะYamagoya กับรสชาติที่นักทานทั้งหลายไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ที่คงต้นตำรับจากแดนอาทิตย์อุทัยแท้ๆ ที่สืบต่อความอร่อยมานานกว่า 40 ปี การันตีความยอดนิยมด้วยสาขาที่มีมากกว่า 150 สาขา ทั่วประเทศญี่ปุ่น และได้แวะเวียนมาที่ประเทศไทยเพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสราเมงที่คงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ งานนี้ใครที่กำลังมองหาร้านราเมงแบบญี่ปุ่นสักร้านละก็ รับรองไม่ผิดหวัง

สำหรับ Yamagoya ในไทยมีทั้งหมด 3 สาขา โดยเริ่มที่ซอยทองหล่อ 11 ถนนสุขุมวิท ตามด้วยสาขาสองที่ถนนสุรวงศ์ และล่าสุดสาขาสามที่ชั้น 2 J-Avenue ทองหล่อ 15 ที่ๆ เรากำลังจะพาไปลิ้มลองกันในวันนี้ค่ะ กับบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น นั่งสบายๆ เป็นกันเอง พร้อมเสิร์ฟเมนูรสชาติอร่อยจากแดนปลาดิบหลากเมนูที่น่าลอง

เริ่มจากเมนูแรกพระเอกของร้าน Yamagoya ramen รสชาติกลมกล่อมด้วยน้ำซุปที่ต้มจากไก่ กระดูกหมู หนังหมู ที่เคี่ยวนานกว่า 18 ชั่วโมง ตามด้วยราเมงเส้นเหนียวนุ่ม ครบด้วยเครื่องเคียงที่มีทั้งไข่ต้มยางมะตูมที่หมักด้วยซอสสูตรพิเศษนาน 3 วัน ตามด้วยหมูอบสูตรเด็ดสไลด์บางขนาดพอดีคำ และยังมีขิงดอง ผักชี ที่ทานแล้วได้รสที่ลงตัวค่ะ

ตามด้วยเมนูเบาๆ จานนี้ เกี๋ยวซ่า กับสูตรเด็ดตามต้นตำรับแท้ อร่อยด้วยแผ่นแป้งบางๆ นุ่มลิ้น อัดแน่นด้วยไส้ด้านในที่ปรุงรสจนเข้ากัน  อีกหนึ่งเมนูที่น่าลอง

นอกจากนี้ยามาโกย่ายังมีความอร่อยอีกหลากหลายรายการที่รสชาติน่าทานไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็น ราเมงหมูอบ,  Miso Ramen, ยากิ ราเมง , ทงคัทซึ ที่ทุกเมนูปรุงแต่งจากพ่อครัวฝีมือดี พิถีพิถันตั้งแต่คัดเลือกวัตถุดิบที่ใช้แต่ของดีมีคุณภาพ บวกกับสูตรเด็ดเคล็ดลับต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ  ทำให้ทุกเมนูกลายเป็นเมนูประจำของใครหลายๆ คนไปเลยค่ะ

ใครที่ชื่นชอบการทานราเมง หรือกำลังมองหาร้านราเมงรสชาติอร่อยอยู่ละก็ ลองแวะไปพิสูจน์ความอร่อยจากร้านยามาโกย่ากันได้ทุกสาขา กับรสชาติที่อร่อยได้มาตรฐานเดียวกันค่ะ

Link: www.EverydayDiningDelight.com

Category: Yummy  Tags: , ,  3 Comments
Nov
23

เที่ยงวันนี้
ได้เวลาเอา iMac ไปเคลมสักที
ที่จริงก็เดี้ยงไปหลายวันแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปส่งเคลม
ก็ทำงาน 6 วัน ได้หยุดวันเดียว
ก็ต้องรอวันอาทิตย์แหละ

โทรไปคุยกับทางร้าน iStudio ที่ซื้อมา
พนักงานก็บอกว่าจะส่ง MCC เองก็ได้ แต่เอามาเช็คที่ร้านดูก่อนดีกว่า
ก็เลยต้องถ่อสังขารไปถึง เมเจอร์ อเวนิว

หลังจากเช็คเบื้องต้นกันแล้ว สรุปว่าส่งซ่อมดีกว่า
แต่พอดีว่า มี Apple Care อยู่ ก็เลยเคลมได้

 :oops::oops:

หลังจากส่งเครื่องไปแล้ว
ก็รอท่านแม่ ว่าตกลงจะเอายังไง
สัปดาห์ก่อน ท่านแม่บอกว่าอยากจะไปงานพระราชพิธีฯ ที่สนามหลวง
โทรไปถามท่านแม่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะหงุดหงิด
ว่าจะไปรถเมล์ ไปเรือ ไปรถไฟฟ้าแล้วไปต่อ หรือไปแท็กซี่เลย
ก็เลยบอกแล้วแต่ท่านแม่แล้วกัน
แต่ตอนนี้หิวมาก ขอหาอะไรกินหน่อยนะ

หลังจากเดินวนๆ เป็นบ้านนอกเข้ากรุง
ไม่เคยมาที่เมเจอร์ อเวนิว
ไม่รู้ว่ามันมีอะไรบ้าง
เจอร้านนี้ เอาฟร่ะ..ลองสักหน่อย

== FujiIchiBan Ramen ==
ฟูจิอิจิบัง ราเมน
ห้อง C205 A ชั้น 2
ศูนย์การค้า เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน
โทร. 02-939-5306 แฟกซ์ 02-939-5308

โปรโมชัน เดือนพ.ย. 2551
หมดไปแล้ว แหะ..แหะ
ก็ตอนไปกินมันยังไม่หมดนี่นา
ก็สั่งชุดแบบนี้แหละ

รายการที่ทางร้านแนะนำ (แต่แมวดื้อไม่ได้สั่ง)

เครื่องปรุง ใส่ในภาชนะเรียบร้อย สะอาดสะอ้านดี
โต๊ะไม้สูงพอเหมาะ เก้าอี้ไม้แบบมีเบาะ นั่งได้ธรรมดา แต่ค่อนข้างหนัก ขยับลำบาก
ตะเกียบไม้แบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง อยู่ในซองมีโลโก้เป็นของตัวเอง

ซอสเกี้ยวซ่า กับ น้ำมันพริกคั่ว

อาหารชุดที่สั่งไป ประกอบไปด้วยอันนี้
ถือว่าเป็นเครื่องเคียง (ของราเมนชามใหญ่)
ข้าวหน้าหมูชาชิว พร้อมไข่ลวก
มีสั่งเป็นเมนูหลักด้วย (ถ้วยนี้แค่เครื่องเคียง ให้ชิมจิ๊บๆ)
หมูนิ่มดี กลิ่นซอสเข้าไปในเนื้อ กินกับไข่ลวก เข้ากันดี 

สไปซี่มิโซะราเมน
จานหลักที่สั่งไป
ราเมนหลักๆ ของที่นี่จะแบ่งเป็น
น้ำซุปธรรมดา – สไปซี่
กับ
มิโซะ – โชยุ
ก็เลือกกันได้ตามชอบใจ ราคาก็พอๆ กัน
ชามนี้ของแมวดื้อ ถือว่าโอเค แต่หงุดหงิดเล็กน้อย
ตรงที่สั่งเพิ่มไข่ไปอีกฟองแต่ไม่ได้ เนื่องจากเสิร์ฟผิดโต๊ะ
(โต๊ะนั้นเลยได้ไข่ไปฟรีๆ)
แต่ตอนจ่ายตังแมวดื้อไม่จ่ายค่าไข่ (ที่ไม่ได้กิน) ไปนะ 
เส้นเหนียวดี แต่ไม่ค่อยนุ่มเท่าที่ควร
น้ำซุปเข้มข้นดี ตามสไตล์มิโซะ
ในรูปอาจมองไม่เห็นเนื้อสัตว์ แต่ว่ามีหมูสับอยู่
หมูไม่เยอะมาก (เน้นหนักไปทางเส้น)
ก็อย่างว่าแหละ เค้าให้กินกับเครื่องเคียงไง
(แต่ดันกินเครื่องเคียงไปหมดก่อนแล้ว ฮ่า..ฮ่า)
ราคามันคือค่าราเมง 85 บาท ถ้าสั่งเป็นบวกเพิ่มอีก 60 บาท (เครื่องเคียงกับน้ำ)
แต่โปรโมชัน ลดไปอีก 20 บาท
สรุปมื้อนี้จ่ายไป 125 บาท
ไม่ถือว่าอิ่มมาก แต่ก็กำลังดี

Oct
20

เมื่อวานนี้
ตอนเที่ยง เดินไปหาอะไร “ลองชิม” กับ @tvchampion
เนื่องจากว่า ก่อนเข้างาน wordcamp bangkok 2008
ก็ไปซัด burger king กันก่อนแล้ว
แป้บเดียวก็หมดช่วงเช้า
มีเวลาชั่วโมงนึง
ก็เลยหาร้านลองชิมไปเรื่อย
มากกว่าจะกินมื้อหลัก
ฮ่า..ฮ่า

เดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 ไปนิดนึง
ก็เห็นอาคาร teminal อยู่ฝั่งขวามือ
แล้วเราก็โดนดูดเข้าไปยังร้านราเมนร้านนี้
ซึ่งขอบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจไปเลย
แล้วก็ไม่ได้ถ่ายรูปด้วย
นั่งเม้าท์ กับซัดราเมนตรงหน้าให้หมด
กลัวไม่ทันงานในรอบบ่าย
เนื่องจากเยอะมากกกกกก

ไม่ต้องเปรียบเทียบรูปนะ
ในเมนู กับที่สั่งเป็นคนละเมนูกัน
แค่หยิบเมนูมาเป็นองค์ประกอบแค่นั้น อิอิ

ราคาโดยเฉลี่ยของราเมนที่นี่
200++
เรียกว่าโหดพอสมควร
แต่ด้วยปริมาณและคุณภาพ ถือว่าดีทีเดียวเลย
เคยไปกินเนื้อละลายในปาก (อย่างโพนยางคำมาแล้ว)
เคยกินหมูชาชิวละลายปากหรือยัง
..นี่เลย..
ชามนี้เพิ่มหมูชาชิวพิเศษเข้าไปอีก
หมูนุ่มมาก
ถ้าเอาตะเกียบคีบ มันจะแตกเลย
ต้องใช้ช้อน หรือไม่ก็ใช้ความไว คีบตะเกียบอย่างรวดเร็ว
เส้นเหนียวนุ่ม ใจจริงอยากได้แบบนิ่มกว่านี้อีกนิดจะดีมาก
แต่ราเมนก็ประมาณนี้ ไม่ใช่มาม่าขึ้นอืดซะหน่อย

 :sad:

ไม่รู้ว่าใช่ชื่อร้านนี้หรือเปล่า (ลืม)
แต่ก็ค้นในเนทมาได้ประมาณนี้
เหอ..เหอ
เอาไว้ถ้าไปแถวนั้น จะอัพเดตข้อมูลอีกทีแล้วกัน
เอนทรีนี้ ข้อมูลไม่ปึ๊กเลย
เซร็ง

 :roll:

Category: Yummy  Tags: ,  One Comment
Jul
04

วันศุกร์อีกแล้วเหรอเนี่ย
สัปดาห์นี้เหมือนเวลาหมุนไปเร็วจริงๆ
วันนี้มีร้านราเมน ร้านใหม่มาแนะนำ
อันที่น่าสนใจก็คือ ซีเคเมน ราเมง กับ มิโซะบูตะ ราเมง
เอาไว้ต้องลอง
หุหุ

 


บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน “บังคาร่า ราเม็ง”

       “อิ รัด ไช มา เสะ” เสียงบริกรหนุ่มสาว กล่าวคำทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ยินดีต้อนรับ ดังลั่นร้าน เมื่อ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เดินเยื้องกายเข้ามาภายใน ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ที่มีนามว่า “บังคาร่า ราเม็ง” (Bankara Ramen) เป็นร้านราเม็งน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในเมืองไทยได้ไม่ถึงเดือน แต่นับว่ามีความน่าสนใจ เชิญชวนให้มากินเป็นอย่างมาก


มุมโต๊ะนั่งสบายๆ ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ

       บังคาร่าฯ ร้านนี้นำเสนอราเม็งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะเป็นเฟรนไชส์ของร้านบังคาร่า ราเม็งชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ เส้นราเม็ง และน้ำซุปอันเลิศรส เมื่อมาอยู่ในเมืองไทย ก็ยังคงรสชาติราเม็ง แบบต้นตำรับแท้ๆ จากญี่ปุ่นไว้ โดยไม่ได้มีการปรับแต่งรสชาติ แต่อย่างใดเลย พวกวัตถุดิบแทบจะทุกอย่าง ในการทำราเม็งของที่นี่ ส่งตรงมาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุป เส้นราเม็ง และวัตถุดิบปรุงรสอื่นๆ แถมยังมีพ่อครัวญี่ปุ่น มาลงฝีมือปรุงราเม็งรสเลิศ ให้กินกันด้วย


บังคาร่า ราเม็ง

       สำหรับราเม็งที่ชวนกินของที่นี่ มีราเม็งหลักๆ อยู่ 4 แบบให้เลือกกินกันตามใจชอบ มี บังคาร่า ราเม็ง (160 บาท) เป็นราเม็งต้นตำรับ จากสูตรของเจ้าของร้านบังคาร่าฯ ที่ญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นอยู่ตรงที่ น้ำซุปเป็นน้ำซุปกระดูกหมู ที่ผ่านการเคี่ยวกรำ นานกว่า 15 ชม. จนได้น้ำซุปกระดูกหมูที่เข้มข้น และผสมกับซอสโชยุญี่ปุ่น สูตรพิเศษ ส่วนเส้นราเม็ง เป็นเส้นหยักขนาดกลาง พร้อมกับใส่เครื่อง มีชาชูคือหมูสไลด์ หน่อไม้ญี่ปุ่น สาหร่ายและโรยหน้า ด้วยต้นหอมซอย ลิ้มรสราเม็งคีบเส้นส่งเข้าปาก เส้นราเม็งเคี้ยวนิ่มเหนียวนุ่มปาก เข้ากับน้ำซุปที่ซดแล้วรสชาติเข้มข้น ออกเค็มนิดๆ และมีกลิ่นของโชยุ หน่อยๆ ส่วนเนื้อหมูรสดีเคี้ยวนุ่ม หน่อไม้ญี่ปุ่นมีรสชาติ เคี้ยวกรึบกรับปากดี


ทงคัตซึ ราเม็ง

       ชามต่อมาเป็น ทงคัตสึ ราเม็ง (170 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูยั่วน้ำลาย น้ำซุปกระดูกหมูนั้นผ่านการเคี่ยวกรำ นานหลายชั่วโมง จนกระดูกหมูนั้นละลาย ได้น้ำซุปเป็นสีขาวๆ เหมือนน้ำนมที่มีความเข้มข้นมากๆ ส่วนเส้นเป็นราเม็งเส้นเล็กยาวตรง และก็ใส่เครื่องอย่างเห็ดหูหนู ชาชู และต้นหอมซอย กินแล้วต้องบอกว่าถูกปากเอามากๆ ตรงที่ได้ซดน้ำซุปกระดูกหมู ที่หอมหวานกลมกล่อมลิ้น บวกกับได้เคี้ยวเส้นราเม็งเล็กๆ ที่เหนียวนุ่มนิ่ม เข้ากันดีกับเครื่องที่ใส่มา


ซึเคเมน ราเม็ง

       กินราเม็งแบบมีน้ำซุปร้อนๆ ใส่มาไปแล้วถึง 2 ชาม ชามต่อมาขอแนะนำ ซึเคเมน ราเม็ง(190 บาท) ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ น้ำซุปกับเส้นนั้นมาแยกกัน ทางร้านใช้เส้นราเม็งขนาดใหญ่ นำมาต้มจนสุกแล้วนำไปแช่เย็น ออกมาเหมือนบะหมี่เย็น เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปสูตรเด็ด ที่มีส่วนผสมของน้ำซุปถึง 2 อย่างคือซุปกระดูกหมูและน้ำซุปทะเล ที่ได้จากปลาต่างๆ เคี่ยวจนเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น แล้วใส่เครื่องมีชาชู หน่อไม้ญี่ปุ่น และหอมซอย ตามด้วยใส่น้ำมันพริกเผาของญี่ปุ่นคล้ายๆ กับน้ำพริกเผาบ้านเรา เวลากินต้องคีบเส้นราเม็ง มาจุ่มในน้ำซุป แล้วก็ส่งเส้นเข้าปาก เคี้ยวเส้นราเม็งเต็มปาก เค็มปากเหนียวนุ่มเด้งๆ อยู่ในปาก และได้รสชาติน้ำซุปออกมัน เค็ม เจือหวานและเผ็ดนิดหน่อย จากน้ำมันพริกเผา


มิโซะบูตะ ราเม็ง

       ราเม็งชามสุดท้าย มิโซะบูตะ ราเม็ง (230 บาท) เป็นราเม็งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความกลมกล่อม ของน้ำซุปที่ได้จากน้ำซุปกระดูกหมู บวกกับใส่มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) และซอสสูตรพิเศษปรุงรส ลงไปจนได้น้ำซุปที่เข้มข้น หอมกลิ่นเต้าเจี้ยว ส่วนเส้นเป็นเส้นราเม็งขนาดใหญ่ สำหรับมิโซะโดยเฉพาะ พร้อมกับยังใส่เครื่องหลายอย่าง มีถั่วงอกผัด บูตะเป็นหมูสไลด์เป็นแผ่น และผัดกับซอสพิเศษ โรยหน้าด้วยต้นหอม คีบเส้นราเม็งเข้าปากเคี้ยวนุ่ม ซดน้ำซุปร้อนๆ ตามไปออกรสซอสมิโซะ ที่เค็มๆ หวานๆ แล้วก็เคี้ยวหมูบูตะนุ่มๆ ที่มีรสชาติกลมกล่อม ถูกปากเอามากๆ


คาคูนิด้ง

       และการกินราเม็งของที่นี่ ทางร้านยังมีท็อปปิ้งอีกกว่า 7 อย่าง ให้สามารถสั่งใส่เพิ่ม มาในราเม็งแต่ละอย่าง ทำให้การกินราเม็ง เพิ่มรสชาติความอร่อย ไปอีกแบบ มีทามาโกะ (25 บาท) เป็นไข่ต้มยางมะตูม คาคูนิ (40 บาท) เป็นหมูสามชั้นตุ๋นชาชู (30 บาท) คือหมูแผ่นหมักซอสหั่นเป็นแผ่นๆ คาราเนงิ (20 บาท) เป็นต้นหอมคลุกกับพริกเผาญี่ปุ่น โนริ (25 บาท) คือสาหร่ายแผ่น เนยแข็ง (10 บาท) และข้าวโพดต้ม (10 บาท)

       นอกจากราเม็ง ที่เป็นเมนูเด่นชูโรงแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูกินเล่นอื่นๆ ที่ชวนสั่งมาลิ้มลองอีกมาก อาทิ คาคูนิด้ง (90 บาท) เป็นข้าวญี่ปุ่นใส่คาคูนิ ไข่ต้มยางมะตูม ราดด้วยมายองเนส โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย และสาหร่ายซอย เกี๊ยวซ่า (60 บาท) ที่แป้งเกี๊ยวบางนุ่ม ไส้เกี๊ยวเป็นหมู รสกลมกล่อม เนงิบูตะเมชิ (60 บาท) เป็นหมูชาชูนำมาสับปรุงรสชาติ ซึมามิชาชู (70 บาท) เป็นหมูชาชู ผัดกับน้ำซุปสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมซอสญี่ปุ่น และมีของหวานอย่าง แอนนินโดฟุ (40 บาท) เป็นเต้าฮวยเย็นญี่ปุ่นที่ชวนกิน ”ผู้จัดการตระเวนกิน”  ขอแนะนำว่าร้าน “บังคาร่า ราเม็ง” เป็นอีกหนึ่งร้านราเม็ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ชวนให้มาลองลิ้ม รสชาติกันไม่น้อยเลย


เกี๊ยวซ่า

       ชื่อร้าน : บังคาร่า ราเม็ง
       

       ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น
       
       เมนูจานเด่น : บังคาร่า ราเม็ง, ทงคัตซึ ราเม็ง, ซึเคเมน ราเม็ง, มิโซะบูตะ ราเม็ง, คาคูนิด้ง, เกี๊ยวซ่า
       
       บรรยากาศร้าน : มีโต๊ะนั่งสบายๆ ให้เลือกหลายหลายมุมได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ภายในเดอะ แมนเนอร์ ซ.สุขุมวิท 39 ถ.สุขุมวิท กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้า มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงทางฝั่ง ซ.สุขุมวิท 39 ตรงเข้ามาใน ซ.สุขุมวิท 39 ประมาณ 400 ม. จะเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ทางขวามือ ร้านบังคาร่าฯ จะตั้งอยู่ภายในตึกนั้น มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน
       
       สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถด้านในร้าน
       
       บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิต
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ :0-2662-5162-3

Link: Manager Online

Category: Yummy  Tags: ,  Leave a Comment
Jun
15

วันนี้นัดน้องลูกพรุนตอนเช้าที่สวนรถไฟ
ปั่นจักรยานออกกำลังกายเช่นเคย
จากนั้นก็นัดหวานใจไปลุย yummy กัน
ตอนแรก ตั้งใจจะแวะไปลองชิมที่ร้าน Yamagoya ที่เพิ่งลงใน blog ไป
แต่ต้องเข้าไปซอยทองหล่อ 13
ขณะที่รอหวานใจอยู่นั้น แมวดื้อกับน้องลูกพรุน ก็เดินไปเจอร้านนี้
อยู่ตรงต้นๆ ซอย
ทางร้านเขียนที่อยู่ว่า ทองหล่อ ซอย 0
อืม.. น่าสนใจ
หลังจากหวานใจมาถึงแล้ว ก็ตกลงทันที

หวานใจพาลูกสาวคนใหม่มาด้วย

 

มาเกาะตู้กระจกดูกันก่อนนะ
ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

พอเข้าไปในร้าน
แมวดื้อก็ถ่ายรูปด้วยไอโฟนอย่างเดียว
ส่วนหวานใจก็หยิบกล้องมาถ่ายรูปน้องอย่างสนุก
-*-

ในเมนูเขียนเอาไว้แบบนี้

เคกะราเมน

ร้านราเมนของเรา มีจุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปสีขาว ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมกำลังดี
โดยที่ไม่ได้ใช้  ”มิโซะ” หรือว่า “โชยุ” ในการปรุงรสเลย
สำหรับสีขาวข้นที่เห็นในน้ำซุปนั้น ก็คือแร่ธาตุชนิดต่างๆ ที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
และหากท่านมารับประทานเป็นครั้งแรก อาจจะรู้สึกว่า น้ำซุปของเรา รสชาติเข้มข้นเกินไป
ก็ขอให้ท่านลองมาชิมดูสัก 3 ครั้ง
รับรองว่าท่านต้องติดใจ ในรสชาติอันเข้มข้นของเราอย่างแน่นอน 

นับได้ว่าเป็นทั้งข้อมูล และอุบายที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก (หลาย) รอบ
มาดูเมนูกันเลย

ด้วยความหิว ทั้งสามคนเลยตั้งใจว่าจะซัดเป็นชุด กันทั้งสามคน
แต่แมวดื้อก็เบรคไว้ก่อน เพราะดูจากขนาดชามแล้ว น่าจะค่อนข้างเยอะ
สุดท้ายแมวดื้อสั่งชาร์ชูเมน น้องลูกพรุนสั่งราจังเมน
หวานใจสั่ง tarlor set ที่ประกอบไปด้วยเคกะราเมน และหมูต้มซีอิ้ว (tarlor)


ชาร์ชูเมน (ล่าง) ราจังเมน (บน)

สองชามนี้
ชาร์ชูเมน น้ำซุปหวานเค็ม เข้มข้นกำลังดี
หมูย่าง (charshoo) นิ่ม ได้รสชาติ
ราจังเมน น้ำซุปออกเผ็ดร้อนเล็กน้อย
ด้วยเครื่องเทศเข้มข้น


tarlor set

เคกะราเมน รสชาติกลมกล่อม เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานของทางร้าน
เส้นเหนียวนุ่ม หากเอาตะเกียบพัน ก็ไม่หลุดออกมา
หมูนิ่ม เคี้ยวหนุบหนับ
หมูต้มซีอิ้ว (tarlor) ที่ผิดคาดอย่างมาก
เนื่องจากเห็นมันเยิ้มขนาดนั้น แต่พอเอาตะเกียบจิ้มลงไปดู
ชั้นที่เป็นมันนั้นแน่น ไม่ได้เป็นไขมันแหยะๆ แต่อย่างใด
แถมที่จริงชั้นที่เป็นมันไม่ได้หนาด้วย ข้างล่างเป็นเนื้อหมูเลย
เค็มกำลังดี กินกับข้าวได้ที่เลย

มื้อนี้ จากตอนแรก เกือบเป็นกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่
สั่งมาแค่นี้ ก็กินกันเกือบไม่หมด
ราเมนที่คิดว่าข้างล่างเป็นน้ำ กลับเป็นเส้น และสาหร่าย อัดแน่จนเต็ม
อิ่มกำลังดี (ไม่แน่นจนเกินไป)
ด้วยคุณภาพของอาหาร ประกอบทำเลของร้าน ในซอยหรู
ถือว่าค่อนข้างสมราคา
แต่ถ้าราคาลดลงมาจากร้อยปลายๆ มาเป็นร้อยต้นๆ 
สงสัยจะได้ไปเป็นลูกค้าประจำ เป็นแน่แท้

Category: Yummy  Tags: , ,  2 Comments
Jun
13

Friday 13th
ศุกร์ 13 ฝันสยอง
ตื่นมาก็ท้องเสียเลย
จำได้ว่าเมื่อวานก็ไม่ได้กินอะไรประหลาดๆ นะ
ตื่นมาเข้าห้องน้ำตั้งแต่ตี 4
จากนั้นก็นอนไม่หลับเลย
รู้สึกร่างกายเพลียๆ แต่ก็อยากทำงาน
ทำเว็บไปได้หน่อยนึง ก็แอบเอาหัวโขกคีย์บอร์ดไปหลายรอบ
ไข้ขึ้นเล็กน้อย
สงสัย ท่าจะไม่สบายซะแล้ว

มาถึงวันศุกร์ ก็ต้องเป็นคราวของคอลัมน์ yummy
คราวนี้หยิบเอารีวิวร้าน yamagoya ของป้าแมว
จากเว็บ annefriday.com มาแปะไว้
ปกติแล้ว รู้สึกธรรมดากับราเมงมากๆ
แต่เห็นรูปของป้าแมวแล้ว ก็อยากไปลองทันทีเลย

 

กินราเมงตอนเที่ยง 
ร้านที่เราไปกินคือร้าน ยามาโกหย่ะ Yamagoya สาขาทองหล่อ 13 
เข้าในซอยทองหล่อ 13 ที่มีร้านต้นเครื่องแล้ว 
วิ่งไปจนถึงสี่แยกหมู่บ้านญี่ปุ่น (ศูนย์ร้านอาหารญี่ปุ่น) 
แล้วเลี้ยวซ้ายนิดเดียวก็จะเห็นร้านยามาโกหยะอยู่ขวามือ 
เราไปก่อนเที่ยงเลยมีที่จอดรถหน้าร้านที่จอดได้ 5-6 คัน 
ร้านนี้มีสองสาขาคือที่ถนนสุรวงศ์ติดๆกับโรงแรมตะวันนาและทองหล่อ 

ร้านนี้ทำราเมงสไตล์กิวชิวคือใช้น้ำกระดูกหมูต้มแบบน้ำข้น 
เมนูก็มีแต่ราเมง มีเกียวสะ หรือที่เราเรียกว่า เกี๊ยวซ่า 
ไก่ทอด กับหมูชุบแป้งทอดเท่านั้น 
ถ้าสั่งยามาโกหยะราเมงซึ่งเป็น signature ของร้านก็จะมีใข่ยางมะตูมใส่มาด้วย 1 ลูก 
แต่ถ้าสั่งราเมงแบบอื่นแต่อยากกินไข่ต้มก็ต้องสั่งมาต่างหาก 
ที่นี่ใส่หมูชาชิวหรือหมูมัดต้มเพียงสองชิ้น 
ถ้าอยากกินเขาก็มีให้สั่งเป็นจานมีห้าหกชิ้นมาเพิ่มได้ 
ซึ่งรวมถึงเครื่องอื่นๆเช่นสาหร่ายวะกาเหมะ wagame กิมจิ ฯลฯก็สั่งมาใส่ต่างหากได้
เพื่อนสั่งยามาโกหยะราเมงค่ะ


ยามาโกหยะราเมง

ป้าแมวสั่งโคยุราเมงซึ่งบอกว่าใส่น้ำมันกระเทียมเพื่อสุขภาพ 
แต่ไม่มีไข่เลยต้องสั่งมาเอง 1 ลูก


โคยุราเมง

ไข่ต้มที่สั่งมาเพิ่ม รู้สึกจะ 20 บาท 
ไข่น่าจะเป็นยางมะตูมกว่านี้หน่อย 
ชอบกินแบบเยิ้มๆน่ะค่ะ

ราเมงที่นี่ชามไม่ค่อยใหญ่นัก 
ป้าแมวเลยต้องสั่งวังตังเมง wontonmen 
หรือเกี๊ยวผสมบะหมี่มาอีกชาม 
ผิดหวังที่เกี๊ยวเป็นญี่ป่นมาก 
ในแง่ที่ว่าใส่หมูนิดเดียว 
ออกแป้งเยอะ


วังตังเมง

เพื่อนสั่งหมูชาชิวมากินอีก 1 จาน


ชาชิว

แล้วเราก็สั่งเกียวสะมากินด้วย 
6 ชิ้น 100 บาท

ขออภัยที่รูปเละไปหน่อย 
เพราะไม่ทันห้ามเพื่อนว่าขอถ่ายก่อน


เกียวสะ

เราสั่งวะกาเหมะกับกิมจิมาเพิ่งด้วย 
แล้วก็สั่งเครื่องดื่มนิดหน่อย 
น้ำชาที่เสิร์ฟอร่อยหอมดีอยู่ค่ะ 
เป็นชาเขียวสีน้ำตาล 
แต่ไม่ได้ถ่ายรูป

สำหรับราเมงนั้นราคา 160-180 บาทต่อชาม

เราก็กินอย่างพอใจพอสมควร 
เพราะซุปนั้นปรุงมาพอดีไม่ต้องเติมอะไรเลย 
และอร่อยใช้ได้ทีเดียว 
แต่สำหรับป้าแมวแล้วไม่ถึงกับจับใจเป็นพิเศษแต่อย่างใด 
เพื่อนก็เห็นด้วยกับป้าแมว 
คือออกจะรู้สึกว่าถ้ามีธุระผ่านไปก็จะแวะกินได้อีก 
แต่จะให้ตั้งใจดั้นด้นไปอย่างวันนี้ก็คงไม่ไป 
แต่แน่นอนว่าอร่อยกว่าฮะจิบังราเมงที่เป็นราเมงแบบคาบเส้นเท่านั้น 
เราจ่ายค่ากินราเมงซึ่งรวมจานเล็กจานน้อยและเครื่องดื่มไป 760 บาท

เมื่อเทียบมิเตอร์ความพอใจในรสชาติกับราคาอาหารแล้ว 
ป้าแมวรู้สึกว่ามันแพงไปหน่อย

แล้วอีกอย่างป้าแมวไม่ชอบกินขิง 
ต้องตักออกบ้าง 
แต่ก็เห็นด้วยกับคุณไวท์ว่ามันช่วยชูรสราเมงอยู่เหมือนกัน

แต่บริการดีมากค่ะ ขอชมเชยพนักงาน

 
Link: www.AnneFriday.com
 

Category: Yummy  Tags: , ,  2 Comments
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes