NaughtyCat

Think Different DiaryBlog

Menu Close

Tag: Spa

Yunomori Onsen and Spa

Yunomori Onsen & Spa
คือจุดมุ่งหมายของแมวดื้อในวันนี้
หลังจากที่ได้อ่านรีวิวจากหลายบล็อก
ประกอบกับติตี้เหนื่อยจากการทำงานในสัปดาห์นี้
แมวดื้อก็เลยโทรไปจองสปานวดอโรม่าเอาไว้ล่วงหน้า
ในส่วนของออนเซนนั้นถือเป็นประสบการณ์พลอยได้
ติตี้เคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว ก็คงจะมีประสบการณ์มาบ้าง
ส่วนแมวดื้อถือว่าเป็นครั้งแรกเลยกับออนเซน
จะได้ประสบการณ์หรรษาแค่ไหนเดี๋ยวได้รู้กัน

Yunomori Onsen and Spa
ตั้งอยู่ในโครงการ A Space ตรงพระราม 4
หากใครคุ้นเคยกับ K-Village ก็คงต้องบอกว่า A Space เป็นอีกฝั่งของ ถนน (ซอย) สุขุมวิท 26 เลย

มาดูค่าบริการกัน

ในส่วนของออนเซน
ค่าบริการ 450 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี ค่าบริการ 250 บาท
จ่ายครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน (10.30 – 24.00 น.) จะขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้
คือจะแช่สักชั่วโมง ขึ้นมานั่งเล่น ทานข้าว นวดสปา แล้วกลับไปแช่อีกรอบก็ได้

เมนูนวดสปาก็ถือว่าราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับสปาที่แมวดื้อเคยไปสัมผัสมาหลายๆ ที่
ยิ่งถ้าเลือกแบบเซ็ตเมนูยิ่งถูกไปอีก
ยกตัวอย่างการคิดราคาแบบแยก
ออนเซน (450 บาท) + นวดอโรมา 90 นาที (900 บาท) = 1350 บาท
แต่หากเป็นเซ็ตเหลือเพียง 1190 บาท
สำหรับบัตรสมาชิกที่มีทั้งแบบบัตรทองและบัตรแพลทตินั่มนั้น
ตอนแรก แมวดื้อก็สนใจนะ
คนที่ไปด้วยจะจ่ายค่าบริการออนเซนแค่ 390 บาท แล้วก็ได้ส่วนลดในบริการนวดและร้านอาหาร
แต่ลองคิดถึง “ความสะดวกเรื่องเวลา” มาใช้บริการ
ลองคิดจากบัตรแพลทตินั่ม ซึ่งสามารถใช้บริการออนเซนไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในเวลา 12 เดือน
ลองคิดแบบคนทำงานประจำทั่วไป และบ้านไม่ได้อยู่ติดกับออนเซนนะ
1 ปี = 52 สัปดาห์
ทำงาน 5 วัน ให้เวลากับครอบครัว เพื่อน บลาๆๆ 1 วัน เหลือเวลาให้ตัวเองพักผ่อน 1 วัน
แปลว่าใน 1 ปี มี “โอกาส” มาใช้บริการ แบบเป็นแฟนพันธุ์แท้เลย ไปใช้บริการทุกสัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 52 ครั้ง
สมาชิกบัตรแพลทตินั่ม 29000 บาท หาร 52 ครั้ง
เท่ากับค่าใช้บริการครั้งละ 557.69 บาท
ห้ะ… แพงว่าค่าบริการตามปกติอีก
สรุปง่ายๆ หากจะใช้บริการให้ “คุ้ม” ควรจะไปใช้บริการ “อย่างน้อย” สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ซึ่งหากคนทำงาน 6 คน หรือบ้านอยู่ชานเมือง อย่างแมวดื้อ ขอบอกผ่านไปอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าหากคุณทำงานในเมือง ต้องการจะหาที่อาบน้ำก่อนกลับบ้านทุกวัน
อันนี้เป็นแพคเกจที่น่าสนใจมาก
คิดจะไปอาบน้ำก่อนไปทำงาน ไม่ได้นะ เพราะออนเซนเปิด 10.30 น.

:razz::razz:

หลังจากเลือกบริการและชำระค่าบริการเรียบร้อยแล้ว
พนักงานก็จะให้กุญแจล็อคเกอร์มา ให้เก็บไว้กับตัวตลอดเวลา
พอได้กุญแจล็อคเกอร์มา ก็ไปยัง “ห้องเซฟรองเท้า”
ที่ห้องนี้ พนักงานจะถามว่าเราได้ล็อคเกอร์เบอร์อะไร แล้วจะเอารองเท้าแตะมาเปลี่ยนกับรองเท้าของเรา
รองเท้าของเราก็จะถูกเก็บรักษาอย่างดี ลูกค้าทุกคนไม่มีสิทธิ์ไปเดินดู เดินหารองเท้าหรอกนะ พนักงานจะทำหน้าที่อย่างเข้มงวด
ดังนั้นหากคุณใส่รองเท้าแบรนด์เนม หรือรองเท้าทองคำไป พนักงานก็จะดูแลอย่างดี ไม่มีการขโมยรองเท้า หรือหยิบสลับกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

หลังจากเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้ว
พนักงานก็จะพาไปยังด้านใน โดยจะผ่านร้านคาเฟ่เล็กๆ และสวนหย่อมแบบญี่ปุ่น
น่าเสียดายที่ประตูเป็นกระจกเปิดสวิงแบบสมัยใหม่ ถ้าเป็นประตูไม้เลื่อนๆ ก็คงจะดูคลาสสิคมากกว่านี้อีก
(มโนตามการ์ตูนมากไปมั้ง)

พนักงานจะให้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ เอาไว้เช็ดตัว และผ้าขนหนูผืนเล็ก เอาไว้ขัดตัวเวลาอาบน้ำ และเอาไว้ปิดของสงวน (หากอาย)
และหากแพลนว่าจะแช่ออนเซนแล้วออกมาดื่มเบียร์ ไปนั่งทานข้าว หรือไปใช้บริการนวดสปา ก็สามารถขอชุดยูกะตะได้ด้วย
สำหรับผู้หญิง ติตี้บอกว่ามี “ชุดชั้นในบางเบาสีดำ” 2 ชิ้น (บน-ล่าง) ที่ปกปิดอะไรไม่ได้เวลาโดนน้ำ มาให้ด้วย ซึ่งทำมาให้โดยเฉพาะสำหรับคนไทย
ใครๆ ก็แก้ผ้าแช่ออนเซนกันทั้งนั้น มีแต่พี่ไทยนี่แหละ อายโครตๆ แต่ก็อยากไปออนเซนอ่ะนะ

จากจุดนี้ พนักงานจะมีแต่คนฟิลิปปินส์นะจ้ะจะบอกให้
แมวดื้อเองไม่เคยใช้บริการออนเซนสักครั้ง ก็เกิดอาการเอ๋อ
เดินเข้าประตูไป แล้วก็เดินออกไปถามว่า ต้องทำอะไรยังไง
พนักงานก็ “กริบ” กันหมด
กว่าจะ “แหลงฝรั่ง*” จนสื่อสารกันได้
หมายเหตุ (*) “แหลงฝรั่ง” อารมณ์เดียวกับ แหลงใต้ (พูดภาษาใต้) แต่นี่เป็นการพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงไทยนั่นแล

แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ดี
ถามไปว่า ต้องทำยังไง เพิ่งมาครั้งแรก
ตอบมาว่า ก็ถอดรองเท้า แล้วเข้าประตูไป
ตรงจริงๆ.. พ่อคุณ
หลังจาก งกๆ เงิ่นๆ อยู่สักพัก ก็มีพนักงานคนไทยเดินมาบอก
“พี่ครับ พี่ต้องพูดภาษาอังกฤษนะครับ ที่นี่มีแต่คนฟิลิปปินส์ มีผมคนเดียวที่เป็นคนไทย”
ก็เลยได้ step มาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย
ถอดรองเท้าแตะ เอาใส่ไว้ในช่องหน้าห้อง
เอากุญแจล็อคเกอร์ไปไขล็อคเกอร์
เอาของเก็บ แล้วแก้ผ้าออกให้หมด
ไปอาบน้ำ แล้วลงแช่ได้เลย

:o:o

ป๊าดดด
รู้เรื่องเป็นที่สุด
นี่ตรูกำลังจะได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนชิมิ

หลังจากเรียงลำดับข้อมูลแล้วเซฟลงสมองส่วนใน จะได้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
เหมือน DVD #เนิร์ดค่อด
เอิ้ก..เอิ้ก
เดินเข้าด้านใน มีฝรั่งและคนญี่ปุ่นยืนเปลือยอยู่
จังหวะนี้ อย่ามัวตะลัง รีบเดินไปที่ล็อคเกอร์ ไขกุญแจแล้วเก็บของก่อน
จากนั้นก็ถอดเลย อย่าได้แคร์
หยิบผ้าขนหนูผืนเล็ก ปิดล็อคล็อคเกอร์ เอากุญแจร้อยข้อมือเอาไว้
บางคนก็รัดไปที่ต้นแขน (อย่างกะ armband) บางคนก็รัดที่ข้อเท้า (เป็นสร้อยข้อเท้า) ก็ตามสะดวก
ผลักประตูกระจก แล้วเดินเข้าคอกอาบน้ำก่อน
คอกอาบน้ำ มันจะเป็นลักษณะช่องๆ คล้ายซอง(เลี้ยง)ม้า
เลือกเลย จะนั่งริมทางเดิน จะนั่งอาบน้ำโชว์ที่ริมหน้าต่าง หรืออาบหลบๆ ตรงกลางๆ ก็ได้
จากการเหลือบตาดูวัฒนธรรมของคน (เดาว่า) ญี่ปุ่น ให้รองน้ำลงในกาละมัง เอาผ้าขนหนูผืนเล็กลงไปซัก แล้วก็เอามาถูตัว
เป็นการอาบน้ำที่เน้นๆ นั่นเอง แมวดื้อเชื่อว่าคนไทยหลายคน อาบน้ำโดยไม่ได้ใช้ผ้าขนหนูหรือใยบวบขัดตัวอะไรเลย
แมวดื้อเองก็เพิ่งจะหัดมาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ อาบน้ำ เมื่อไม่นานมานี้
อาบน้ำ สระผม ถูๆ ขัดตัว
เสร็จแล้วก็ซักผ้าขนหนูผืนเล็ก เทน้ำในกาละมังทิ้ง เป็นอันเสร็จ
กลับบ้านได้
เอ้ย.. ไม่ใช่

จากที่เคยอ่านรีวิวมา มันจะมีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ แต่ละบ่อก็มีน้ำหลายแบบ หลายอุณหภูมิ
แมวดื้อเห็นบ่อนึง พอมีที่ว่างอยู่ ฟองน้ำปุดๆ น่าลงแช่ประเดิมเป็นบ่อแรก (เป็นบ่อสำหรับนอน 3 หลุม)
เดินไปดูมีเสาบอกอุณหภูมิ 2 อัน  อุณหภูมิ 41.3 – 40.2 องศา ซึ่งจริงๆ มันก็บ่อเดียวกันนั่นแหละ น้ำมันจะร้อนไม่เท่ากันเชียวเหรอ
ซึ่งไม่ได้อวดเก่ง โชว์เหนือหรือไงหรอก แต่หลุมที่ว่างอยู่มันบอก 41.3 องศา ก็เลยต้องเลือกอันนี้
อีกอย่างมันอยู่ตำแหน่งมุมสุด ไกลสุด มันไม่ต้องห่วงคอยพะวงโชว์ง่าวทำอะไรเปิ่นๆ ออกไป

:x:x

ด้วยความที่มั่นใจตัวเองที่อาบน้ำอุ่นอยู่ตลอดทุกวัน 36 องศา เพิ่มอีกนิดหน่อย เรื่องจิ๊บๆ
(คิดในใจ)
ก้าวขาลงสองข้าง โอ้ย..อุ่น สบาย ชอบๆ
หมุนตัวจะทิ้งตัวลง พอไรก้นสัมผัสน้ำเท่านั้นแหละ โหย… จะสุกแล้วแจ้
จะลุกออกจากบ่อเลยก็จะเสียฟอร์ม
ทำเนียนนั่งขอบบ่อแทน ค่อยๆ เอาน้ำลูบตัว ลูบหน้า เอาผ้าขนหนูผืนเล็กแปะๆ บนหัว (ตามหนังสือการ์ตูน)
แล้วค่อยๆ ลองใหม่ ค่อยๆ ทิ้งตัวลง
คราวนี้ สามารถแล้ว
~ ฟู่ว์ ~
สำเร็จแล้ว…. ฟิน

:exercise::exercise:

แช่ไปเพลินๆ พลิกซ้ายพลิกขวา ขยับตัวให้ฟองน้ำปุดๆ มานวดๆ ตามขา
ช่างสบายซะจริง
ขณะนอนแช่อยู่นั่นก็ได้สังเกตพฤติกรรมผู้ร่วมออนเซน ไปตามนิสัย
มีลุงคนนึงเดินตรงรี่มาที่บ่อเย็น (เสาบอกอุณหภูมิ 18 องศา)
หยิบถังไม้ตักน้ำมาเทอาบซู่ๆ
(คิดในใจ) โถ่เอ้ย… จิ๊บๆ ก็เหมือนเราอาบน้ำเย็นจากตุ่มน้ำหลังบ้านนั่นแหละ
แมวดื้อคิดในใจ เดี๋ยวค่อยลองบ่อเย็นปิดท้าย ไม่ได้เน้นบ่อเย็นนิ (ก็กะมาแช่น้ำร้อนนิ)

สักพักนึง คนก็เริ่มเยอะ เดินไปเดินมา ไม่มีบ่อลงกันหลายคน
แมวดื้อก็เลยตัดสินใจขึ้นจากบ่อ 41.3 องศา
เป้าหมายต่อไป คือบ่อ 50.2 องศา
ไหนๆ มาถึงที่แล้ว ขอลองสักหน่อย คนว่างด้วย
แมวดื้อเลือกมุมริมกระจก (โชว์ออฟ)
ค่อยๆ เอาขาแช่ นั่งเนียนๆ ริมขอบบ่อเหมือนเคย
แล้วก็ค่อยๆ โชว์เหนือทิ้งตัวลงไปทั้งตัว
บ่อนี้น้ำนิ่งมาก ไม่มีการปล่อยฟองน้ำปุดๆ สักนิด
แช่อยู่พักนึงจนเข้าใจว่าทำไมน้ำถึงต้องนิ่ง
คือน้ำอุณหภูมิระดับนี้ เวลามีคนขึ้นลง พอน้ำกระเพื่อมเท่านั้นแหละ มันพาเอาความร้อนมาด้วย
เอิ้ก..เอิ้ก
บ่อนี้จึงเป็นบ่อแห่งสมาธิ ควรจะนั่งนิ่งๆ ไม่ควรขยับตัวมาก ให้น้ำกระเพื่อม
เวลาขึ้นลงก็ควรตั้งสมาธิ ท่องในใจ “ร้อนหนอ… จะสุกแล้วหนอ” เห็นใจคนที่อยู่ในกระทะทองแดง เอ้ย..ในบ่อร้อนแห่งนี้
หลังจากปรับอุณหภูมิร่างกายได้แล้ว แมวดื้อก็ค้นพบว่าบ่อนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดีจริงๆ
สักพักเดียว ตัวแดงเลย

:cool::cool:

ผ่านไป 2 บ่อ
ในใจก็กังวลเรื่องเวลา เพราะว่านัดติตี้จะไปทานข้าวแล้วก็นวดสปาต่อ
ถ้ามัวแต่แช่ออนเซนนานไป เดี๋ยวไม่ทัน
ไม่ได้ใส่นาฬิกาด้วย ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว
อ้อ… เครื่องประดับต่างๆ สร้อย นาฬิกา อะไรพวกนั้น อย่าได้คิดใส่มาเลยนะ เก็บไว้ในล็อคเกอร์เหอะ
มันไม่ได้เป็นข้อห้าม (ที่เขียนประกาศไว้) แต่ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ อย่าเอาวัตถุใดๆ นอกจากร่างกายที่ทำความสะอาดแล้วลงบ่อออนเซนเลยนะ
ฉับพลัน ก็มีพนักงานเดินเอาป้ายมาชู บอกถึงเวลานวดสปาของหมายเลข XXX (หมายเลขตามล็อคเกอร์) แล้ว
อ่อ.. ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องสนใจเรื่องเวลาก็ได้ พอถึงเวลาก็มีพนักงานมาบอก
แต่แมวดื้อต้องเผื่อเวลาไปทานข้าวด้วยไง เลยคิดว่าเดี๋ยวขอลองบ่อโซดาอีกบ่อ แล้วก็เซาวน่าในสวน แล้วก็ขึ้นล่ะ

บ่อโซดา เป็นอีกบ่อที่หลายเว็บเขียนถึง ว่าเป็นบ่อห้ามพลาด
โซดามีคุณประโยชน์มากมาย
บลา..บลา..บลา
บ่อโซดานี้มีอุณหภูมิ 36 องศา เรียกว่าอุณหภูมิอุ่นสบายเลย
แต่นอกจากแมวดื้อลิ้นเป็นจรเข้แล้ว ยังหนังหนาเป็นจรเข้ด้วย เลยทำให้ไม่รู้สึกว่าน้ำโซดามันจะต่างจากน้ำในบ่ออื่นยังไง
เอิ้ก..เอิ้ก
หลังจากแช่ได้สักพัก คนในบ่อโซดาก็เริ่มเยอะ แมวดื้อก็เลยลุกไปลองเข้าเซาวน่าในสวนดู
ซึ่งขอบอกว่า มันโครตทรมาน
ประการแรก มันร้อนสุดๆ ขนาดมีผ้าขนหนูยังร้อนจนไม่อยากสัมผัสที่นั่งเลย
ประการที่สอง เกลือที่มันอยู่ข้างใน มันทำให้หายใจลำบากขึ้นไปอีก
จริงๆ แมวดื้อเคย (เกือบ) จะซื้อสปาที่ให้ไปนั่งในห้องเกลือนะ อ่านสรรพคุณแล้วช่วยเรื่องระบบการหายใจ แต่ก็ไม่ได้ซื้อ
มาลองในเซาวน่าที่นี่ รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะ
แต่ไม่แน่ ถ้าหากมาลองบ่อยๆ อาจจะดีก็ได้

ออกจากเซาวน่าได้ แมวดื้อก็ตรงไปอาบน้ำทันที
สดชื่นขึ้นมาหน่อย
เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก ก่อนเดินเข้าห้องล็อคเกอร์
อ่อ… ทางออนเซนเขียนเอาไว้ทั้งฝาห้องล็อคเกอร์ ทั้งประตูออกไปออนเซน
ว่าไม่ให้เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่เข้าไปในบริเวณออนเซนนะจ้ะ
แต่ก็เห็นฝรั่งบางคน “นุ่ง” ผ้าขนหนูผืนใหญ่ออกไปออนเซนเฉยเลย
ใครเคยคิดว่าฝรั่งอายไม่เป็น แมวดื้อขอเถียงเลย ณ จุดนี้

ว่ากันด้วย “ผ้าขนหนูผืนเล็ก” แมวดื้อคิดว่าวัฒนธรรมญี่ปุ่น มันโครตเท่เลยอ่ะ
อย่างแรกนะ เอาไว้ปิดของสงวนกันอาย (ถ้าไม่อายก็ไม่ต้องปิดเนอะ)
อย่างที่สอง เอาไว้ขัดตัวตอนอาบน้ำ ใครไม่เคยใช้ผ้าขนหนูขัดตัวตอนอาบน้ำ ลองดูสิ ตัวสะอาดขึ้นเลยทีเดียว
อย่างที่สาม เอาไว้เช็ดตัว
และอย่าคิดว่าผ้าผืนเล็กๆ มันจะเช็ดไม่แห้งนะ ลองดูคนอื่นเขาทำกัน จะรู้ว่าผ้าผืนเล็กมันเช็ดได้แห้งกว่าผ้าผืนใหญ่ซะอีก
หัดรู้จักบิดผ้าซะบ้าง ผ้าผืนเล็กแห้งง่ายกว่าผ้าผืนใหญ่อีกนะ
อย่างที่สี่ เอาไว้ช่วยปรับอุณหภูมิเวลาแช่ในออนเซน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าคอยเช็ดหน้า แปะบนหัว รองต้นคอตอนนอนแช่
ล้วนแต่เป็นการปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสม

แมวดื้อหยิบชุดยูกะตะออกมาแล้วก็เอ๋อไปสักพัก
โอเค มันมีแขนเสื้อ ก็เอาแขนใส่ไปสิ
มองดูที่ชายเสื้อ มันมีเชือกอยู่ด้านนึง แมวดื้อก็หาทางผูก พับเสื้อไปมา แล้วก็ผูกแบบพันๆ (ทำอย่างกะถุงขนม)
แล้วก็เอาผ้าแถบพันๆ รอบเอว แล้วก็เหน็บไว้แบบผ้าขาวม้า

:roll::roll:

(ติตี้มาบอกภายหลังว่า มันมีเชือกสองด้าน ด้านซ้ายมันอยู่ข้างนอก ส่วนด้านขวามันอยู่ข้างในเสื้อ)
บร๊ะ..โชว์ง่าวซะแล้น
ผูกเชือกสองเส้นเข้าด้วยกัน แล้วก็ขยับเสื้อทับปิดบนปิดล่างไปตามสไตล์
ผ้าแถบพันรอบเอว ก็เอามาผูกเป็นโบว์
(โอ้ว…. เจ แปน นิส สไตล์)

หลังจากใส่ (นุ่ง) ชุดยูกะตะแบบกากๆ ออกมาแล้ว
แมวดื้อก็ไปนั่งรอติตี้ที่ล็อบบี้
อ่อ… ที่นี่จะเป็นสไตล์โรงแรมนะ
มีล็อบบี้ มาถึงก็ check-in จะกลับก็ check-out
บริเวณล็อบบี้มีน้ำดื่มไว้คอยบริการด้วย (บริการตัวเองนะ)
มีแก้วหงาย แก้วคว่ำ เรื่องนี้คงไม่ต้องมีใครสอนว่าใบไหนถูกใช้แล้วหรอกเนอะ
Gastronom Cafe & Bakery ที่อยู่ตรงล็อบบี้ ไม่มีน้ำเปล่านะจ้ะ
มีแต่น้ำแร่ IYARIN ขวดละ 30 บาท นะ

:sad::sad:

สรรพคุณ… ตามนั้น

และแน่นอนว่า พอติตี้ออกมา แมวดื้อก็ต้องชวนเม้าท์มอยเป็นแน่แท้
หึ..หึ
ประสบการณ์หรรษานิ
ก่อนชวนกันเข้า Gastronom Cafe & Bakery เพื่อหามื้อเที่ยง
ซึ่งคราวนี้แมวดื้อพลาดอย่างแรง เนื่องด้วยลูกค้าเยอะ และร้านนี้ทำอาหารได้ช้ามาก
ทำให้คิวอาหารของติตี้และแมวดื้อ ไม่น่าจะเสร็จทันเวลานวดสปา
ติตี้ก็เลยตัดสินใจสั่งของหวานมารองท้องไปก่อน
ออกจากนวดสปาค่อยมาทานมื้อใหญ่

Yoghurt with Fruit (65 บาท)

ติตี้กับแมวดื้อเลือกนวดอโรม่ากลิ่นเดียวกันเลย
มันก็จางๆ นะ
เทคนิคการนวด ถือว่าโอเคเลย แมวดื้อชอบให้นวดเบาๆ อยู่แล้ว
(ไม่อยากน่วม)
โดยให้เน้นที่มือทั้งสองข้าง เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา ปวดข้อมือข้างขวามาก
พอนวดเสร็จ ปวดข้อมือข้างซ้ายแทน

:grin::grin:

 แต่คอ ไหล่ หลัง ผ่อนคลายดีนะ
คราวหน้ากะว่าจะลองให้นวดแบบแรง “ปานกลาง” ดูสักหน่อย
ประเมินไปว่า “ดีมาก” แทบทุกช่อง ให้ทิปไปด้วย

หลังจากเสร็จจากนวดสปาแล้วก็ได้เวลามื้อใหญ่
(ที่ควรจะเป็นมื้อเที่ยง)

Salad Nicoise Tuna (220 บาท)
ของติตี้

Cabonara (250 บาท)
ของแมวดื้อ

ตอนที่นั่งรออาหารก็สังเกตได้ว่า ร้านนี้มีลูกค้าแน่นเกือบตลอดเวลา
บางคนมาทานอาหารโดยเฉพาะ (ไม่ได้มาใช้บริการออนเซน)
พอได้ลิ้มลอง 2 จานนี้ ก็เลยรู้ว่าอาหารที่นี่ รสชาติดีจริงๆ
ใจจริงอยากแนะนำว่า ถ้าอยู่แถวๆ นี้ แล้วเบื่อร้านใน K-Village หรือ Nihonmachi (Japanese Village) ก็อาจจะมาลิ้มลองที่นี่ได้
แต่ก็เห็นใจคนที่มาใช้บริการ Yunomori Onsen & Spa คือไม่สามารถออกไปหาอะไรทานที่อื่นได้
คนที่ไม่ได้มาใช้บริการออนเซน ก็ควรจะเห็นใจกันนิดนึง อย่านั่งแช่ นั่งรอเพื่อน จนเกินงาม

หลังจากมื้อใหญ่แล้ว ติตี้กับแมวดื้อก็กลับไปแช่ออนเซนอีกรอบ
แมวดื้อได้มีโอกาสไปลงบ่อเย็น 18 องศา ที่เย็นกว่าที่คิด แต่ก็แช่ได้พักใหญ่ๆ
ห้องสตรีมที่เคยอึดอัดในโรงแรมผีสิง ที่นี่แมวดื้อก็นั่งอยู่ในห้องสตรีมได้นาน
ก่อนจะออกจากออนเซนก็บ่ายแก่ๆ
เรียกได้ว่าวนเวียนอยู่ในบ่อน้ำร้อนประหนึ่งอยู่ ณ ดินแดนอาทิตย์อุทัย

เป็นอีกหนึ่งวันอาทิตย์ที่รู้สึกว่าตัวเองได้ผ่อนคลาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างกาย แช่น้ำร้อน นวดสปา หรือเรื่องจิตใจ อารมณ์ดี ใช้เวลาอยู่กับติตี้ทั้งวัน ห่างไกลจากไอโฟนและ MacBook
หากมีเวลาว่างก็อยากจะกลับไปใช้บริการบ่อยๆ
ทิ้งท้ายแบบทุกเว็บที่เขียนถึง Yunomori Onsen & Spa

“หากเจอในออนเซน.. ไม่ต้องทักนะ เราไม่รู้จักกันชั่วคราว”

:blink::blink:

Yunomori Onsen & Spa Facebook Page
www.facebook.com/YunomoriOnsen?fref=ts 

Yunomori Onsen & Spa Official Site
www.yunomorionsen.com

Bliss Massage and Spa

วันนี้ได้โอกาสได้ไปใช้ดีลสปา (อีกล่ะ)
Bliss Mssage & Spa
อยู่ในซอยสุขุมวิท 33
เดินเข้าไปจากปากซอยพอสมควร
ร้านอยู่ฝั่งขวามือ หาไม่ยาก

จากที่เคยไปใช้บริการที่ True Spa และ Chivit Chiva Massages & Spa
ก็เลยแอบคาดหวังเยอะอยู่สักหน่อย ว่าสปาน่าจะแบบหรูๆ นิดนึง
ไม่ได้คิดว่าจะมีหลากหลายรูปแบบ
ประสบการณ์ในวันนี้ ทำให้รู้ว่า ไม่ว่าธุรกิจแบบไหน มันก็จะมีทั้งแบบที่เราพอใจ และไม่พอใจด้วยกันทั้งนั้น

== รูปทั้งหมดจากเว็บไซต์ http://bangkok101.thaicitydeals.com ==

เพราะแมวดื้อไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้เลย
พยายามผ่อนคลายไปกับการนวดให้มากที่สุด
แม้ว่าจะมีสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ตรงกับที่คาดหวังก็ตาม

ก่อนมาสปาในวันนี้ ติตี้กับแมวดื้อก็ไปซัดโฮกกันที่กัลปพฤกษ์ เอมโพเรียม
ก่อนจะเดินทอดน่องมาถึง Bliss Massage & Spa
เมื่อมาถึง พนักงานก็ดูงงๆ อยู่เล็กน้อย
(แม้ว่าแมวดื้อจะโทรนัดล่วงหน้า และคอนเฟิร์มแล้วก็ตาม)

– Stage 1 big fish – 

แมวดื้อเองเคยดูอย่างเดียว
ไม่เคยลองแบบจริงจังสักที
ติตี้ก็คอยให้กำลังใจตลอด
..ว่าแต่..
ปลาของที่นี่ มันเป็น doctor fish จริงๆ เหรอนั่น
ตัวอวบอ้วน ใหญ่เบ้อเริ่ม
แถมดูดจ๊วบๆ ไม่เหมือนกับตอดๆ นะ
อันนี้เหมือนมันมาสูบเลย
มันก็ไม่เจ็บหรอก จั๊กจี้มากกว่า แต่สยองตรงความใหญ่ของมันนี่แหละ
ขนาดติตี้เคยไป fish spa บ่อยๆ ยังไม่คุ้นกับขนาดปลาเท่านี้เลย
กว่าจะรอด stage 1 ไปได้ ก็ขนพองสยองเกล้ากันเลยทีเดียว

– Stage 2 hot treatment –

หลังจากรอดชีวิตจากปลาแล้ว
ก็ขึ้นสู่ชั้นสอง
จะเป็นเตียงเตี้ยๆ แบบนี้ ยาวไปจนสุดห้อง (ตัวตึกแถว)
กั้นแต่ละเตียงแค่ม่านอย่างที่เห็น
ภาระกิจในขั้นตอนนี้ เริ่มจากให้เปลี่ยนเสื้อผ้า
โดยพนักงานรูดม่าน แล้วก็เดินหายไป
อยากจะบอกว่า… รูดม่านด้านเดียว!! อีกด้านเป็นหน้าต่างใส ส่องสว่าง มองเห็นวิวด้่านนอก
ตกลงรูดไม่ให้พนักงานเห็น แต่ให้คนข้างนอกเห็นว่างั้นเถอะ!!

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เริ่มพิธีลนเทียน
เอ้ย… ไม่ใช่
เริ่มนวดเบาๆ ตามด้วยผ้าร้อนๆ
แมวดื้อไม่แน่ใจว่าในผ้าคืออะไรนะ
อาจเป็นหินร้อน ข้าวสวย หรือไม่มีอะไรเลย
คือวิธีการทำ ก็เพียงเอาห่อที่ว่านี้ไปนึ่ง พอสุก เอ้ย..ร้อนได้ที่ ก็เอามาแนบตัว
ไม่เคยโดนนึ่ง ก็ลองคราวนี้แหละ
ถ้ามันไม่ร้อนมาก ก็คงจะทำให้เลือดไหลเวียนดีอยู่หรอก
แต่..แนบมาแต่ละที สะดุ้งตลอด!!
สรุปว่า 2 stages ผ่านไป โดยไม่มีการงีบสักนิด
กระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา!!

– Stage 3 massage –

หลังจากนึ่งจนสุกได้ที่แล้ว ก็ขึ้นสู่ชั้น 3
ได้เวลาถอดทุกสิ่งอย่าง ใส่เพียง “เศษผ้า” เสียที
กะว่าคงจะได้พักผ่อน งีบสักนิดได้สักที
แต่…ชั้น 2 ที่ร้อนระอุ ทั้งสภาพแวดล้อม และทรีทเม้นต์
มาสู่ชั้น 3 ที่เย็นยะเยือก ร่างกายก็ปรับสภาพไม่ทันน่ะสิ
การนวดจะเป็นการนวดแบบไทย
ที่แมวดื้อรู้สึก “เจ็บ” มากกว่า “ผ่อนคลาย”
เสร็จสิ้นภาระกิจ 3 stages ออกจากร้านไปด้วยสภาพงงๆ น่วมไปทั้งตัว
หันกลับมามองหน้าร้านแล้วหยีตาด้วยแดดที่สะท้อนเข้าตา
คิดในใจ.. คงไม่มาอีกแล้ว ไม่ว่าดีลจะดีแค่ไหนก็ตาม
ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่อาจจะไม่เหมาะกับติตี้และแมวดื้อ ก็แค่นั้น

;-);-)

Toast Box

เมื่อวานนี้
นอกจากแมวดื้อจะมีเซอร์ไพรส์ของขวัญวันเกิด (สุดเลท) ให้ติตี้แล้ว
ก็ยังแอบไปนัดสปาไว้ให้ติตี้อีกด้วย
ทำเนียนพาติตี้มาทาน Toast Box ที่ CTW

จากนั้นก็พาติตี้เดินไปที่
Thai Privilege Spa
ซึ่งอยู่ที่ตึกออฟฟิศของ CTW
เหมือนติตี้จะรู้ตัว เพราะไม่แต่งหน้าเลย
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
ขั้นตอนสปาที่นี่แปลกดี
เดี๋ยวนอน เดี๋ยวให้ไปอาบน้ำ
นอนๆ ลุกๆ
เลยไม่ได้หลับเลย
แต่แมวดื้อชอบบรรยากาศที่นี่นะ แถมเดินทางสะดวก

;-);-)

Chivit Chiva Massage and Spa

อาทิตย์นี้แมวดื้อโทรไปจองสปาบ้าง
หลังจากเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมของสปา
คราวนี้จัดแจงซื้อแพคเกจเองเลย
อ่านแพคเกจแล้วถูกใจก็ซื้อดีลทันที

Chivit Chiva Massages & Spa

อยู่ในซอยสุขุมวิท 19
โดยจะมีสองสาขา
สาขาแรกจะอยู่ต้นซอย เดินเข้ามาอยู่ทางขวามือ
และสาขาสองจะต้องเดินเข้าไปในซอยอีกนิดหน่อย แล้วเข้าซอยเล็กๆ ซ้ายมือ
วันนี้แมวดื้อไปใช้บริการในสาขาที่สอง

ประตู / กำแพง สีส้ม ทำให้รู้สึกน่าค้นหา
พอเข้าไปถึง ต้องชมเชยการบริการที่เรียกว่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกเลยทีเดียว
การต้อนรับ การพูดคุย
การตรวจสอบดีล ไม่ยุ่งยาก ไม่จุกจิกน่ารำคาญเหมือนบางที่
(เอาไว้ค่อยพูดถึงเรื่องการซื้อ/ใช้ดีลอีกเอนทรีนึงเลยนะ เรื่องมันยาว)

ติตี้กับแมวดื้อไปถึงก่อนเวลาพอสมควร
เพราะกลัวว่าจะหาไม่เจอ
พนักงานก็พาติตี้กับแมวดื้อขึ้นไปชั้นบนเพื่อเริ่มขั้นตอนทันที

:lol::lol:

บนบันไดและทางเดินที่แคบๆ แสงสลัวๆ
แมวดื้อแอบกังวลเรื่องสถานที่อยู่พอสมควร
กลัวว่าจะเป็นสปาแบบบ้านๆ แต่มาโปรโมตเป็นสปาหรูๆ
(แปะเรื่องนี้ไว้อีกเอนทรีนึง..เหมือนกัน)
แต่พอเข้าไปในห้อง
..โห..
หรูเลยอ่ะ
พอผ่านประตูเข้าไป นี่เหมือนเราทะลุไปอีกแห่งนึงเลย
ทั้งการวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
แสงไฟ สีสัน
บรรยากาศดู fusion
มีบางส่วนดูเก่าๆ นิดนึง สไตล์ยุโรป บางส่วนก็ดูสมัยใหม่มาก
มีทั้งห้องน้ำ ห้องสตรีมมิ่ง อ่างแช่ เตียง(นวด) อยู่ในห้องพร้อมสรรพ

:idea::idea:

ขั้นตอนในแพคเกจวันนี้ เริ่มจากไปสตรีมมิ่งก่อน
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เข้าไปในห้องเล็กๆ ไอน้ำเยอะๆ
มองไม่ค่อยเห็น และหายใจไม่ออก!!
แมวดื้อไม่เคยไปทำพวกสตรีมมิ่งหรือเซาว์น่ามาก่อน
เกิดความรู้สึกอึดอัดทีเดียว
แค่ห้องเล็กๆ แคบๆ มึดๆ ก็ไม่ชอบแล้ว
อันนี้มีไอน้ำมาทำให้หายใจยาก แถมร้อนอีกต่างหาก
ต้องวิ่งออกมาหายใจอยู่หลายครั้ง

อ่างล้างหน้า

ภายในห้องสตรีมมิ่ง

หลังจากสตรีมมิ่ง อบไอน้ำ ลวกผิวไปแล้ว
จะรู้สึกเป็นมนุษย์อยู่ไฟไปพักหนึ่ง
รู้สึกเหมือนตัวเปียกๆ มองแล้วก็ไม่เห็นน้ำ (บนตัว)
แต่ถ้าลูบตัว น้ำเปียกมือเลยทีเดียว

พนักงานให้ไปลงแช่ในอ่าง
ซึ่งต้องขอบอกว่า ลั้นลา.. เป็นที่สุด
น้ำแรงๆ ฟองเยอะๆ
เหมือนได้เล่นน้ำในสระ
แต่ถ้าพยายามนั่งนิ่งๆ แรงน้ำก็จะดันให้ลอยไปทางโน้นทางนี้
(จริงๆ มันช่วยนวดตัวนะ ถ้าฝืนนั่งนิ่งๆ ได้)

เล่นจนเหนื่อย
นอนพัก ให้น้ำนวดตัวไปเรื่อยๆ
เพดานเป็นแบบนี้
ชิคไหมล่ะ
บรรยากาศดีทีเดียว

เมื่อได้เวลาก็เข้าสู่การนวด
ซึ่งที่นี่จะมีการผสมผสานหลายอย่าง
ใช้ทั้งปลายนิ้วและฝ่ามือ
ในช่วงท้ายๆ มีดัดร่างกายแบบไทยๆ ด้วย
ซึ่งแมวดื้อกลัวจะตกจากเตียงซะก่อน
เพราะเหวี่ยงแมวดื้อซะปลิวเลย

:shock::shock:

โคมไฟที่อยู่เหนือเตียง (นวด)
ตัวไฟส่องสว่างพอประมาณ แต่ด้วยตัวโคม ทำให้แสงกระจายไปทั่ว สลับกับเงา
เกิดเป็นแสงในอีกรูปแบบหนึ่ง

พอเสร็จแล้วก็แต่งตัว
พนักงานพาเดินลงมาข้างล่าง
มีชาร้อนๆ รออยู่
และรองเท้าให้เปลี่ยนกลับ อย่างพร้อมสรรพ
ตอนเดินออกมา พนักงานเดินมาส่งด้วย
นับว่าเป็นสปาแห่งหนึ่งที่ประทับใจ และมีคุณภาพ
ออกมาตัวเบาเลย นวดดีทีเดียว

สนใจเข้าไปดูเว็บไซต์กันได้
ราคาแอบแพงอยู่เหมือนกัน
แมวดื้อรอดีลดีๆ แล้วจะซื้ออีก

:roll::roll:

Official Site: www.chivitchivaspa.com

True Spa

แมวดื้อจะเขียนถึงเรื่องนี้หลายรอบแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ฤกษ์เสียที
วันนี้โอกาสเหมาะ จับอารมณ์มาเขียนสักที

…เคยไปสปาไหม…

คำถามง่ายๆ
แมวดื้อเชื่อว่าหลายคนไม่เคยไป
ถ้าให้คนไม่เคยไปใช้บริการสปา
“จินตนาการ”
ว่าไปถึงแล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง
แมวดื้อเชื่อว่า สิ่งที่หลายๆ คิดไว้นั้น อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงสักเท่าไหร่
ถึงแม้จะคนที่เคยไปใช้บริการสปามาบ้างแล้ว
ลองย้อนกลับไปถึง “ครั้งแรก” ที่ไปใช้บริการสปาดูสิ
รับรองได้ว่า มันต้องมีเรื่องขำๆ โก๊ะๆ เกิดขึ้นแน่นอน
แมวดื้อก็เช่นเดียวกัน

การใช้บริการสปาครั้งแรกของแมวดื้อ
เกิดขึ้นที่ True Spa
ตามคำชวนของติตี้ ซึ่งเคยใช้บริการของที่นี่หลายครั้งแล้ว
แมวดื้อเชื่อว่าหลายคนจะเคยผ่านตาพวกแพคเกจสปาต่างๆ มาบ้าง
มีนวดอโรมา นั่น โน่น นี่ นวดหัว นวดตัว นวดเท้า บลา บลา บลา ซึ่งก็รู้แค่นั้น
แต่พอไปจริงๆ มันจะมีรายละเอียดมากกว่านั้น

สิ่งแรกที่พอไปถึงทางพนักงานก็จะให้เลือก “กลิ่น” วัตถุดิบที่จะมาใช้กับร่างกายเรา
ตรงนี้ อาจจะเป็นน้ำมัน เป็นสครับ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามแต่บริการในแพคเกจต่างๆ
ซึ่งก็มีหลากหลายกลิ่นให้เลือก
สำหรับผู้หญิง เรื่องแบบนี้ไม่ยาก เพราะปกติก็น่าจะเลือก “กลิ่น” ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยู่แล้ว
สำหรับผู้ชาย ที่ไม่ค่อยสนใจพวกนี้มากนัก ซื้อสบู่ หรือแชมพู ก็เลือกๆ ไป เห็นแพคเกจถูกใจ ชอบก็ซื้อ
หมดก็เลือกใหม่ ไม่ค่อยสนใจจะเลือกกลิ่นสักเท่าไหร่
หรืออย่างเก่งก็เลือกกลิ่นโรลออนทา (ขน) จักแร้ หรือบอดี้สเปรย์นิดนึง
อันนี้ขอเตือนว่าจะเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงในภายหลัง
เพราะกลิ่นจากสปานี้จะติดตัวไปนานเลย
หากเป็นพวกสครับจะไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่หากเป็นพวกน้ำมัน
เลือกผิด มีโอกาสเวียนหัวไปทั้งวัน
คำแนะนำ หากไม่รู้จะเลือกกลิ่นไหนดี
เลือกกลิ่นที่ออกแนวผลไม้รสหวาน ปลอดภัยที่สุด
อย่าไปคิดว่าเลือกกลิ่นหวานๆ แล้วจะไม่แมน
ไม่เชื่อลองเลือกกลิ่นแมนๆ ไปนวดน้ำมันดูสิ
เหอ..เหอ..เหอ

ผ่านขั้นตอนการเลือก “กลิ่น” แล้ว
พนักงานก็จะมีน้ำชามาให้เราเริ่มอุ่นท้อง
แม้ว่าจะไม่หิวน้ำ แต่ก็แนะนำให้ค่อยๆ จิบไปเหอะ
ปกติ ในสปาส่วนใหญ่ จะเย็นเป็นตู้แช่เพนกวิน
จิบชาอุ่นๆ ช่วยให้เรารู้สึกดีได้จริงๆ

หลังจากขั้นตอนนี้ ก็เป็น “การผจญภัย” ล้วนๆ
ติตี้ทิ้งแมวดื้อไว้ที่โซฟา รอพนักงานมาเรียกให้ไปที่ห้อง (สปา)
ระหว่างนั่งรอ แมวดื้อก็สังเกตเห็นว่า
ผู้ที่มาใช้บริการสปามักจะเป็นผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่
มีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน
ผู้ชายที่มา ถ้าไม่มากับแฟน ก็มากับครอบครัว
ถ้าไม่เซลฟ์จริงๆ คงไม่มาคนเดียวหรอกเนอะ

:roll::roll:

นั่งรอสักพักใหญ่ พนักงานก็มาเรียกแมวดื้อให้เดินไปที่ห้อง
คำเรียกผู้ใช้บริการสปา ที่ได้ยินติดหูคือ
“คุณผู้ชาย” “คุณผู้หญิง”
ฟังแล้วรู้สึกกลายเป็นชนชั้นสูงขึ้นมาเลยทีเดียว
พนักงานถามแมวดื้อว่าจะเข้าห้องน้ำก่อนไหม พร้อมกับชี้ไปตามทางเดินเล็กๆ
เสนอมา แมวดื้อก็สนอง
จัดการอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อน
…แต่…
แมวดื้อหาห้องน้ำไม่เจอ!!
นี่มันสปาหรือเขาวงกตเนี่ย
ไฟก็สลัวๆ ดิมๆ แสงนวลๆ กลัวแสงสว่างจะระคายเซลล์ผิวหนังเหรอไง
จะมองหาป้ายห้องน้ำแบบในห้างก็ไม่มี
เดินกลับมาถามพนักงานตรงทางแยก
ถึงได้รู้ว่าประตูห้องน้ำมัน “ซ่อน” อยู่
คือออกแบบมาให้กลมกลืนกับทางเดินและห้องต่างๆ
แถมไม่มีป้ายบอก แล้วจะรู้ไหมนี่
เข้าห้องน้ำไป
ล็อคประตู “ฉึบ”
ทำธุระอะไรเรียบร้อย
เปิดล๊อค “กรึบ”
อึ๊บ…อึ๊บ… เปิดไม่ออก!!

:o:o

ติดอะไรเนี่ย
หรือมีคนล๊อคจากข้างนอก
ซวยล่ะสิ
ลองล๊อคใหม่ (เผื่อล๊อคจะติด)
ปลดล๊อค
อึ๊บ… ไม่ออก
..ง่ะ..
แมวดื้อค่อยๆ เพ่งไปที่ประตู (แสงสลัวๆ อยู่)
ค่อยๆ เอามือลูบไปตามบานประตู
แล้วเลื่อนดู.. มันออก!!

:cry::cry:

สรุปว่าไปดัน เลยไม่ออก
ประตูมันใช้เลื่อนต่างหาก
เมื่อกี้ตอนปิดเลื่อนเอาเหรอ
ลืม!!
สติกระจายกันเลยทีเดียว
เอิ้ก..เอิ้ก

หลังจากนั้นก็ไปเข้าห้องสปา
พนักงานจะพูดรัวๆ ประมาณว่าจะทำเวลา
โดยไม่สนใจว่าผู้มาใช้บริการจะดูเชี่ยวไหม เคยมาหรือเปล่า
ไม่สนล่ะ พูดๆๆๆ เสร็จแล้วก็เดินออกไป
ปล่อยให้แมวดื้อยืนอึ้งๆ อยู่
จับใจความได้ว่าให้ถอดเสื้อผ้าออก ไปอาบน้ำ แล้วเดี๋ยวพนักงานจะกลับมา

แมวดื้อเก็บของ ถอดเสื้อผ้า อาบน้ำเรียบร้อย
ออกมาจากห้องอาบน้ำ
คำถามพุ่งเข้ามาในหัว
แล้วยังไงต่อ?
นุ่งผ้าเช็ดตัวเปลือยๆ เลย?
เหอ..เหอ..เหอ
มีห่อพลาสติกเล็กๆ อยู่ห่อนึง
เป็น “เศษผ้า” บางๆ อยู่ข้างใน
เอาไว้ใช้ทำอะไร? ใส่ตอนอาบน้ำ?
คำถามเต็มไปหมด ไม่รู้ทำยังไงต่อ
ใส่ชั้นในไว้ก่อนแล้วกัน ไม่วาบหวิวดี

พอพนักงานเดินเข้ามาในห้อง
ก็พูดเสียงดัง.. “ใส่กางเกงในด้วยค่ะ”
แมวดื้อก็สวนไปทันที.. “ก็ใส่อยู่”
พนักงานเลยชี้ไปที่เศษผ้าอันนั้น
อ๋อ… แมวดื้อเริ่มเข้าใจ
…แต่…
ก็มีคำถามอีก
(เจ้าหนูจัมไมจริง)
ใส่ทับกางเกงในของเรา? หรือให้ถอดกางเกงในเราออก แล้วใส่แค่เศษผ้าอันนั้น?
คราวนี้ต้องถามแล้ว เดี๋ยวพนักงานอารมณ์ขึ้น
เอิ้ก..เอิ้ก
โอเค… ถอดทุกสิ่งอย่างแล้วใส่แต่เศษผ้าอันนั้น
แมวดื้อลองใส่ดู เฮ้ย… มันจะกันอะไรได้ฟร่ะ
บาง… แนบเนื้อ.. เป็นตาข่ายซะขนาดนั้น เหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลยแหละ
เหอ..เหอ..เหอ

:???::???:

จากนั้นก็ทำขั้นตอนสปา ลงน้ำมัน.. สครับ.. นวดๆๆ
โดนสั่งให้นอนคว่ำนอนหงาย พลิกไปพลิกมา
บอกอย่าเกร็ง แต่มันเจ็บนี่นา
สรุปว่า น่วมไปทั้งตัว
(แต่ก็หลับไปงีบนึงล่ะ)

หลังจากหมดเวลา
พนักงานก็บอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ให้แต่งตัวได้เลย ไม่ต้องอาบน้ำ
แมวดื้อลูบตัวดู ตัวมันๆ เยิ้มๆ เลยทีเดียว
กลิ่นใช้ได้เลย

สรุปว่าครั้งแรกของแมวดื้อ มีเรื่องโก๊ะเต็มไปหมด
เสียฟอร์มจนฟอร์มหมด
ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนความโก๊ะของตัวเอง

หกเดือนผ่านไป
แมวดื้อกับติตี้มาใช้บริการที่ True Spa อีกหลายครั้ง
แมวดื้อเข้าใจระบบของสปามากขึ้น
เริ่มอายลดลง จากการใช้ “เศษผ้า” อันนั้น
วันนี้ก็กลับมาใช้บริการของ True Spa อีกครั้ง

;-);-)

© 2017 NaughtyCat. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.