Trip Chachoengsao (4)

– ต่อจากตอนที่แล้ว –

หลังจากท้องอิ่มกันแล้ว
ก็เดินต่อไปยังท้ายตลาด
อันจะออกไปสู่ถนนใหญ่
หากข้ามถนนไป
ฝั่งตรงข้ามก็คือวันจีนประชาสโมสร
แมวดื้อก็ตั้งใจจะไปวัดนี้เหมือนกัน
แต่ว่าอยากเดินตลาดใหม่ให้เสร็จก่อน
พอท่านแม่ถามชาวบ้าน
รู้ว่าวัดนี้อยู่ตรงหน้า
ก็เลยจะไปเลย
แมวดื้อไม่อยากขัดใจท่านแม่
เลยพักตลาดบ้านใหม่ไว้ก่อน
ไหว้พระกันให้เรียบร้อย
เดี๋ยวค่อยกลับเข้าตลาด

พอเดินเข้ากำแพงวัด
ฝนก็เทลงมาเลย
แปลว่าติดฝนอยู่ที่วัด

มาเติมความรู้รอบตัวกันสักนิด
กับวัดจีนประชาสโมสร

วัดจีนประชาสโมสร หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “วัดเล่งฮกยี่” เป็นอารามแห่งมหายานนิกายเก่าแก่ และเป็นวัดจีนเพียงวัดเดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรา บูรพาจารย์ผู้สร้างคือพระคณาจารย์จีนวังส์สมาธิวัตร (สกเห็ง) ปฐมเจ้าอาวาสแห่งวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ และปฐมบูรพาจารย์แห่งนิกายมหายานในประเทศไทย

คำว่า “ฮก” ในภาษาจีนเป็นคำมงคล หมายถึงโชคลาภ วาสนา ความมั่งมีศรีสุข คำว่า “เล่ง” หรือ “เล้ง” ภาษาจีนหมายถึงมังกร เมื่อรวมความหมายของคำว่า “เล่งฮกยี่” หมายถึง “มังกรวาสนา” บ้าง หรือ “มังกรแห่งโชค” บ้าง ดังนั้นชื่อวัดเล่งฮกยี่จึงเป็นนามที่เป็นศิริมงคล มีความหมายลึกซึ้ง ต่อมาภายหลัง ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีความเลื่อมใส ศรัทธาในพระคณาจารย์จีนวังส์สมาธิวัตร (สกเห็ง) อย่างมาก ได้เสด็จ ฯ ประพาสมณฑลปราจีนบุรี เพื่อเปิดเส้นทางรถไฟสายตะวันออก กรุงเทพ ฯ – ฉะเชิงเทรา และทรงเสด็จ ฯ เยี่ยมวัดเล่งฮกยี่ พระองค์ทรงพระราชทานเงินจำนวน 1 ชั่ง หรือ 80 บาท เพื่อบำรุงวัดพร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อวัดว่า “วัดจีนประชาสโมสร” อันมีความหมายว่า วัดแห่งนี้เป็นที่ชุมนุมของคนจีน โดยแผ่นป้ายชื่อพระราชทานยังได้รับการเก็บรักษาอย่างดีภายในวัด ดังนั้นวัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) จึงเป็นพุทธสถานศูนย์รวมจิตใจทั้งของคนไทยและคนจีนมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

การนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น
จะมีธูป เทียน และน้ำมัน
ก่อนอื่นต้องจุดเทียน (2 เล่ม) ก่อน
จากนั้นก็จุดธูป (ซึ่งเยอะมาก เป็นกำเลย)
แล้วค่อยๆ เดินนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามหมายเลขที่ระบุไว้
พอธูปหมดเรียบร้อย ก็ค่อยเอาน้ำมันไปเติม

หากเดินเอง อาจจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
แต่หากมีน้องๆ ภายในวัดคอยเดินตามให้คำแนะนำ
ก็จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

พระอมิตพุทธเจ้า
พระศรีศากยมุนี
พระไภษัชคุรุพุทธเจ้า
เชื่อว่าสามารถบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ทั้ง 3 องค์สร้างขึ้นจากกระดาษนำมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

เซียนเทพเจ้าต่างๆ

พระพุทธโสธร
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้ว
องค์จำลองหล่อด้วยสัมฤทธิ์ทองแดง
เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ (กวนอิม)
พันหัสถ์ พันเนตร
อันแสดงถึงการทอดทัศนาเล็งเห็นทั่วโลกธาตุ
และพันพัสถ์แสดงถึงอำนาจในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์
ตามความเชื่อ หลังจากนมัสการแล้ว
ให้เอาเงินใส่เข้าไปในปากมังกร

พระเวทธรรมโพธิสัตว์ (อุ่ยท้อ)
พระพิทักษ์พระศาสนา
ผู้บูชาจะพ้นภัยพิบัติ มีสุขสมบูรณ์
และมั่งคั่ง ตามปรารถนาทุกประการ

เทพหลักเมือง
เป็นเทพประจำเมือง
มีหน้าที่ดูแลวิญญาณในเมืองหรือชุมชน

ท้าวกุเวรทหาราช
ปกครองทิศอุดรเป็นเจ้าแห่งยักษ์

ท้าวธตรัฏฐมหาราช
ปกครองทิศบูรพาเป็นเจ้าแห่งคนธรรพ์

ท้าววิรุฬหกมหาราช
ปกครองทิศทักษิณเป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์

ท้าววิรุฬปักขมหาราช
ปกครองทิศปัจจิมเป็นเจ้าแห่งนาค

แปะกง แปะม่า
ผู้รักษาคุ้มครองภายในสถานที่

พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์
(มีเหล็กฮุด)
อำนวยพรให้มั่งมี ศรีสุข อุดมสมบูรณ์ด้วยลาภยศและเงินทอง

เทพไฉ่เซ่งเอี๊ย
เทพแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง
และความร่ำรวย
ชาวจีนให้ความเคารพนับถือมาหลายพันปี

เอี๊ยอ้วงไต่ตี่, สิ่งล้ง
ราชาแห่งโอสถ และเทพแห่งกสิกรรม
กราบไหว้เพื่อให้หายจากอาการป่วย
ชาวเกษตรกรกราบไหว้ขอให้ผลผลิตงอกงาม

วิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ที่เงี่ยหูฟังเสียงโลก
เมื่อกราบไหว้ด้วยความเลื่อมใส
พระองค์จะแผ่พระเมตตากรุณามาปลดเปลื้องทุกข์ของผู้นั้น

วิหารบูรพาจารย์
นมัสการ “พระสำเร็จ” สังขายของอดีตท่านเจ้าอาวาส
ซึ่งมรณภาพในท่านั่งวิปัสสนากรรมฐาน
ขอให้ประสบความสำเร็จในการเรียนและการงาน

พระอาจารย์จงฉื่อ
อดีตท่านเจ้าอาวาสองค์ที่ 6

พระอาจารย์กวยหลง
อดีตท่านเจ้าอาวาสองค์ที่ 2

พระตี่จังอ้วงโพธิสัตว์
พระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ พระผู้โปรดสัตว์ที่อยู่ในนรก

พระตี่จั๊งอ๊วงโพธิสัตว์
ปางธุดงค์โปรดสัตว์

นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น
อาทิเช่น

พระสารีริกธาตุ
พระสารีริกธาตุที่บรรจุโดยคณาจารย์จีนฝ่ายธิเบต
อัญเชิญมาจากประเทศธิเบต

หมอเทวดาฮั่วท้อเซียนซือ
บรมครูแห่งการแพทย์และเภสัชกรแผนจีน

ระฆังจารึกบทสวดมนต์
ระฆังหล่อจากแต้จิ๋ว
น้ำหนักกว่า 1 ตัน
ที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตร
ถือกันว่าผู้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการสวดมนต์

แฮ่ก…แฮ่ก
พิมพ์เหนื่อยเลย
ข้อมูลจากเอกสารแผ่นพับที่ทางวัดแจกมา
ท่านแม่บอกเกร็ดเพิ่มเติมว่า
วัดนี้เป็นวัดที่จะจุดไฟ (เทียน) ไว้ตลอดทั้งปี
ไม่มีการดับเลย
ใครที่ไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่
ก็อย่าลืมแวะไปนมัสการ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันนะ

– โปรดติดตามตอนต่อไป –