นิสัยอย่างหนึ่งของแมวดื้อ
ก็คือชอบลิ้มลองอาหารหรือเครื่องดื่มใหม่ๆ
ยิ่งถ้าแพคเกจสีสันแรงๆ ล่อตาล่อใจ
ก็ขอได้ลิ้มลองรสชาติสักครั้ง
แต่จะรับไว้อยู่ในลิสต์ไหนอันนั้นอีกเรื่องนึงนะ
มีทั้งลิส recommend หรือ blacklist ปะปนกันไป

สำหรับสองกระป๋องดังรูปข้างบน
ต่อมความอยากของแมวดื้อทำงาน
เหตุด้วยเป็นคนชอบทั้งการ์ตูนญี่ปุ่นและเล่นเกม
แน่นอนว่าสามารถดึงดูดแมวดื้อได้ไม่ยาก
รสชาติต้องขอให้ไปลองเอง
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
แต่ต้องแอบกระซิบบอกว่า ต่อให้เป็นแฟน “ชา” สักแค่ไหน
ไม่ว่าจะเป็น “ชาดำ” หรือ “ชาเขียว”
มาเจอ “ชาประหลาด” แบบนี้
อาจสะอึกได้
เหอ..เหอ..เหอ

:tricky::tricky:


ช่วงนี้เริ่มมีข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่
แม้ว่าในเมืองกรุงจะยังแค่เฝ้าระวัง
แต่ว่าฝนก็ตกอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับออฟฟิศแมวดื้อก็คือ
น้ำฝนชะล้างพาเอาเศษฝุ่น เศษขยะ เศษดินจากดาดฟ้าลงตามท่อมาด้วย
คราวนี้พวกสิ่งเหล่านั้นมันก็มาจมอยู่ที่บ่อพักด้านล่าง
พอเยอะเข้า มันก็ไปขวางทางระบายน้ำจากตัวตึกออกไปยังท่อระบายน้ำนอกอาคาร
น้ำมันก็เอ่อขึ้นมาในห้องน้ำชั้นล่าง
แรกๆ ที่เอ่อก็ใช้วิธีตักไปเททิ้งที่ท่อระบายน้ำด้านนอก
แต่บ่อยๆ เข้า ก็เริ่มไม่ไหว
โดยเฉพาะตอนฝนตกหนัก แล้วยิ่งต้องทำงานรักษาไปพร้อมๆ กัน
สารพัดวิธีถูกนำมาใช้ ทั้งการกระจายน้ำไปยังส่วนต่างๆ โดยใช้หลักการกาลักน้ำ
หรือทำเป็นเขื่อนกั้นประตูห้องน้ำ (ปล่อยให้ห้องน้ำท่วมไป)
ลองมาหมดทุกอย่าง
สิ่งหนึ่งที่แมวดื้อคิดก็คือ ยังไงการแก้ปัญหาปลายเหตุมันก็ไม่จบไม่สิ้นอยู่ดี
เลยตัดสินใจค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เนทเรื่องบริการจัดการท่อตัน
บอกได้เลยว่าข้อมูลที่เจอง่ายๆ ในอากู๋ เช่นผลค้นหาในหน้าแรกๆ
มีแต่ข้อมูลเก่า ข้อมูลไม่อัพเดตแทบทั้งนั้น
เบอร์โทรศัพท์ก็เปลี่ยนไปแล้ว บางบริษัทไม่รับทำแล้ว
บางบริษัทก็ไม่ลงรายละเอียดไว้ตั้งแต่แรก ว่าอยู่ต่างจังหวัด
บลา..บลา..บลา
(ได้บทเรียนอีกข้อจากอากู๋ก็คือ ข้อมูลมันต้องเอามาย่อย มาวิเคราะห์ มาทดสอบเสียก่อน)
จนสุดท้ายแมวดื้อได้เบอร์ติดต่อไว้ 2-3 แห่ง
แห่งแรกบอกว่าจะติดต่อกลับมา จะเข้ามาดูพื้นที่ทำงานจริงก่อน แล้วค่อยมาทำ ทำไม่ได้ไม่คิดเงิน ว่าไปโน่น
แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น ไม่โทรกลับ ไม่รับโทรศัพท์
ผ่านรายแรกไป แมวดื้อก็ลองเสี่ยงเว็บไซต์หน้าตาบ้านๆ เชยๆ ไม่ได้อัพเดตมานานแล้ว
แต่กลับได้รับการบริการที่ดีเลย
โทรไปปรึกษาก็ได้รับคำแนะนำ นัดให้มาทำงาน ก็มาตรงเวลา ทำงานรวดเร็ว

เป็นอีกหนึ่งข้อสรุปที่ว่า แม้บริษัทอาจไม่ได้ใหญ่โต
ไม่มีเว็บไซต์สวยๆ ไม่ได้อัพเดตข้อมูลบ่อยๆ
แต่หากทำงานจริงจัง กิจการก็ยังคงอยู่ได้ เป็นเรื่องของการบอกเล่าปากต่อปาก
บริษัทแบบนี้น่าสนับสนุน (น่าเข้าไปช่วยจัดการเว็บไซต์ให้ด้วยซ้ำ)


เย็นวันนี้ หลังจากไปฝ่าด่านสปามาแล้ว
แมวดื้อก็ไปส่งติตี้ตามปกติ
แล้วก็แวะเซนทรัลพระราม3 ก่อนกลับ
เดินผ่านหน้าร้านนี้ กำลังเชียร์แขกใหญ่เลย
เรียกลูกค้าน่าดู
แจกคูปองลด 15%

แมวดื้อก็ whatsapp คุยกับติตี้ไปเรื่อย
(หูก็คอยเงี่ยฟัง)
หลังจากหูเรดาร์ได้ข้อมูลจนพอใจแล้ว
แมวดื้อก็ทำเนียน เดินตรงไปหยิบคูปองลด 15% จากมือพนักงานเชียร์แขก
แล้วก็เข้าไปนั่งอย่างชำนาญ
(ทั้งที่จริง..ไม่เคยมาใช้บริการหรอก ก็ร้านเพิ่งเปิดนี่นา ฮ่าๆๆ)

หลังจากพลิกหน้าพลิกหลังเมนูที่มีอยู่ไม่กี่อย่าง
โดยรวมดูเหมือนว่าร้านนี้เน้นที่ซูชิสายพานมากกว่า a la carte
แต่แมวดื้อไม่ค่อยอยากนั่งนาน (กับซูชิสายพาน)
ก็เลยสั่งเมนูที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด
ถ้าเมนูนี้ไม่ผ่าน คงไม่ต้องคิดถึงเมนูอื่นกันแล้ว

ถือว่าผ่านไปแบบกลางๆ นะ
ไม่ได้ปลาบปลื้มขนาดต้องชักชวนคนอื่นมากิน
แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
ค่าเสียหาย 320 บาท (รวมน้ำ) (รวมค่าบริการ 10%) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) (รวมส่วนลด 15%)
เอาไว้มีโอกาสจะพาติตี้มาทดสอบซูชิสายพานเสียหน่อย

:twisted: :twisted:


วันนี้ได้โอกาสได้ไปใช้ดีลสปา (อีกล่ะ)
Bliss Mssage & Spa
อยู่ในซอยสุขุมวิท 33
เดินเข้าไปจากปากซอยพอสมควร
ร้านอยู่ฝั่งขวามือ หาไม่ยาก

จากที่เคยไปใช้บริการที่ True Spa และ Chivit Chiva Massages & Spa
ก็เลยแอบคาดหวังเยอะอยู่สักหน่อย ว่าสปาน่าจะแบบหรูๆ นิดนึง
ไม่ได้คิดว่าจะมีหลากหลายรูปแบบ
ประสบการณ์ในวันนี้ ทำให้รู้ว่า ไม่ว่าธุรกิจแบบไหน มันก็จะมีทั้งแบบที่เราพอใจ และไม่พอใจด้วยกันทั้งนั้น

== รูปทั้งหมดจากเว็บไซต์ http://bangkok101.thaicitydeals.com ==

เพราะแมวดื้อไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้เลย
พยายามผ่อนคลายไปกับการนวดให้มากที่สุด
แม้ว่าจะมีสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ตรงกับที่คาดหวังก็ตาม

ก่อนมาสปาในวันนี้ ติตี้กับแมวดื้อก็ไปซัดโฮกกันที่กัลปพฤกษ์ เอมโพเรียม
ก่อนจะเดินทอดน่องมาถึง Bliss Massage & Spa
เมื่อมาถึง พนักงานก็ดูงงๆ อยู่เล็กน้อย
(แม้ว่าแมวดื้อจะโทรนัดล่วงหน้า และคอนเฟิร์มแล้วก็ตาม)

– Stage 1 big fish – 

แมวดื้อเองเคยดูอย่างเดียว
ไม่เคยลองแบบจริงจังสักที
ติตี้ก็คอยให้กำลังใจตลอด
..ว่าแต่..
ปลาของที่นี่ มันเป็น doctor fish จริงๆ เหรอนั่น
ตัวอวบอ้วน ใหญ่เบ้อเริ่ม
แถมดูดจ๊วบๆ ไม่เหมือนกับตอดๆ นะ
อันนี้เหมือนมันมาสูบเลย
มันก็ไม่เจ็บหรอก จั๊กจี้มากกว่า แต่สยองตรงความใหญ่ของมันนี่แหละ
ขนาดติตี้เคยไป fish spa บ่อยๆ ยังไม่คุ้นกับขนาดปลาเท่านี้เลย
กว่าจะรอด stage 1 ไปได้ ก็ขนพองสยองเกล้ากันเลยทีเดียว

– Stage 2 hot treatment –

หลังจากรอดชีวิตจากปลาแล้ว
ก็ขึ้นสู่ชั้นสอง
จะเป็นเตียงเตี้ยๆ แบบนี้ ยาวไปจนสุดห้อง (ตัวตึกแถว)
กั้นแต่ละเตียงแค่ม่านอย่างที่เห็น
ภาระกิจในขั้นตอนนี้ เริ่มจากให้เปลี่ยนเสื้อผ้า
โดยพนักงานรูดม่าน แล้วก็เดินหายไป
อยากจะบอกว่า… รูดม่านด้านเดียว!! อีกด้านเป็นหน้าต่างใส ส่องสว่าง มองเห็นวิวด้่านนอก
ตกลงรูดไม่ให้พนักงานเห็น แต่ให้คนข้างนอกเห็นว่างั้นเถอะ!!

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เริ่มพิธีลนเทียน
เอ้ย… ไม่ใช่
เริ่มนวดเบาๆ ตามด้วยผ้าร้อนๆ
แมวดื้อไม่แน่ใจว่าในผ้าคืออะไรนะ
อาจเป็นหินร้อน ข้าวสวย หรือไม่มีอะไรเลย
คือวิธีการทำ ก็เพียงเอาห่อที่ว่านี้ไปนึ่ง พอสุก เอ้ย..ร้อนได้ที่ ก็เอามาแนบตัว
ไม่เคยโดนนึ่ง ก็ลองคราวนี้แหละ
ถ้ามันไม่ร้อนมาก ก็คงจะทำให้เลือดไหลเวียนดีอยู่หรอก
แต่..แนบมาแต่ละที สะดุ้งตลอด!!
สรุปว่า 2 stages ผ่านไป โดยไม่มีการงีบสักนิด
กระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา!!

– Stage 3 massage –

หลังจากนึ่งจนสุกได้ที่แล้ว ก็ขึ้นสู่ชั้น 3
ได้เวลาถอดทุกสิ่งอย่าง ใส่เพียง “เศษผ้า” เสียที
กะว่าคงจะได้พักผ่อน งีบสักนิดได้สักที
แต่…ชั้น 2 ที่ร้อนระอุ ทั้งสภาพแวดล้อม และทรีทเม้นต์
มาสู่ชั้น 3 ที่เย็นยะเยือก ร่างกายก็ปรับสภาพไม่ทันน่ะสิ
การนวดจะเป็นการนวดแบบไทย
ที่แมวดื้อรู้สึก “เจ็บ” มากกว่า “ผ่อนคลาย”
เสร็จสิ้นภาระกิจ 3 stages ออกจากร้านไปด้วยสภาพงงๆ น่วมไปทั้งตัว
หันกลับมามองหน้าร้านแล้วหยีตาด้วยแดดที่สะท้อนเข้าตา
คิดในใจ.. คงไม่มาอีกแล้ว ไม่ว่าดีลจะดีแค่ไหนก็ตาม
ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่อาจจะไม่เหมาะกับติตี้และแมวดื้อ ก็แค่นั้น

;-);-)


Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรามาคุยกันถึงเรื่อง
Pet case
ซึ่งสามารถพบเห็นได้มากมายหลายแบบ
ทั้งที่เป็นแบบสำเร็จรูป หรือประยุกต์ขึ้นมา

จากประสบการณ์ของแมวดื้อ
พบว่าผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนมาก ยังไม่ค่อยนึกถึง
Safety First
สักเท่าไหร่
หลายครั้งที่การพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ ด้วยอาการปกติ
คือต้องการแค่จะฉีดวัคซีนประจำปีแค่นั้น
แต่กลับต้องสูญเสีย
ด้วยความที่
“คิดไปเอง”
คิดว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่ตื่นกลัว
ไม่ตื่นกลัวกับเสียงดัง รถต่างๆ สัตว์ชนิดอื่นๆ
แต่พอเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น ก็ได้แต่คิดว่า
“ไม่น่าเลย”
เมื่อสายเกินไป

แมวดื้อเคยประสบเคสกรณีเหล่านี้กับตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่ลงจากรถแล้วเตลิดออกนอกถนนไปเลย
ทั้งที่จอดหน้าคลินิก ห่างแค่เพียงฟุตบาทนิดเดียวแท้ๆ
หรือ
แมวที่ตื่นกลัว หลังจากได้กลิ่นสัตว์ชนิดอื่น หรือกลิ่นยาในคลินิก
หนีเตลิดออกไป จนหาตัวไม่เจอ

ข้ออ้างเล็กๆ ที่มักจะได้ยินเสมอ
เวลาแมวดื้อตำหนิลูกค้าที่ชอบอุ้มสัตว์เลี้ยงด้วยมือเปล่าเดินมาหา
อาทิเช่น
ยังไม่มีเวลาไปซื้อตะกร้า
มีคนยืมตะกร้าไป
บ้านใกล้แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก
ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ไม่ตื่นหรอก

คือถ้ายังไม่ประสบด้วยตัวเองก็คงไม่รู้จักระมัดระวัง
การป้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่การกระทำที่เกินความจำเป็น
แถมยังสร้างความอุ่นใจให้แก่สัตว์เลี้ยงด้วย
อยู่ในตะกร้า อยู่ในกรง ยังไงก็รู้สึกปลอดภัยมากกว่า
(โดยเฉพาะแมว)

สำหรับ Pet case แบบสำเร็จรูปนั้นมีมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นแบบกระเป๋าผ้า
แบบนี้สะดวกตรงที่สะพายขึ้นบ่าแบบกระเป๋าสะพายได้เลย
หรือจะใช้วิธีหิ้วเอามือจับก็ได้
แต่ก็มีข้อควรระวังตรงที่ ด้วยความที่เป็นผ้าหรือหนัง
จะทำให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ง่าย
ดังนั้น จึงต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ
หรือแบบ hard case ที่เป็นพลาสติกหนา
เปิดทางประตูหน้า หรือถอดฝาออกทางด้านบนได้เลย
แบบนี้แข็งแรงกว่าแบบกระเป๋าผ้า
แต่มีข้อเสียตรงที่หนัก และต้องยกแบบมือหิ้วเพียงอย่างเดียว
การทำความสะอาดนั้นง่ายกว่า แค่ถอดเป็นชิ้นๆ ล้างทำความสะอาด แล้วตากแดด เป็นอันจบ

ส่วน Pet case แบบที่ประยุกต์นั้น ก็มีมากมาย
ตะกร้าพลาสติก สำหรับใส่ของเป็นแบบที่นิยมเป็นอันดับต้นๆ
ทำความสะอาดง่าย ขนาดกระทัดรัด
ข้อเสียอยู่ตรงถ้าสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่จะพอดีตะกร้า กลับตัวไม่ได้ อยู่นานๆ อึดอัดเหมือนกัน
ตะกร้าพลาสติกบางยี่ห้อ ตัวล็อคไม่แน่นหนา แค่แมวเอาหัวโขกทีเดียวก็เปิดได้แล้ว
แบบนี้ก็ไม่ไหว
บางยี่ห้อ ล้างแล้วห้ามตากแดด
คือถ้าเอาไปตากแดด พลาสติกจะกรอบจนผุ ก็มี
เครื่องหวาย เป็นสิ่งประยุกต์อีกแบบที่พบเห็นบ่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแล้วร้อยเชือก หรือตะกร้าหวายเลย
ซึ่งแข็งแรงทนทาน ข้อเสียก็คือทำความสะอาดยากพอสมควร
และสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา
การนำเป้มาใช้เป็น pet case ก็สามารถพบได้บ่อยเช่นเดียวกัน
แม้ว่าช่องสำหรับให้อากาศผ่านเข้าไปจะน้อย
เพราะส่วนใหญ่ เป้มักจะทำให้กันน้ำ กันฝนเสียมากกว่า
ก็เลยต้องเปิดช่องซิปเอาไว้ให้สัตว์เลี้ยงหายใจด้วย
และด้วยความที่มีตะเข็บ ซิปมากมาย ทำให้การทำความสะอาดนั้นลำบากมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน
แมวดื้อก็ยังรู้สึกดี มากกว่าการอุ้มสัตว์เลี้ยงมาด้วยมือเปล่าอยู่ดี
เรื่องการทำความสะอาดที่แมวดื้อพูดถึงบ่อยๆ นั้น
เป็นเพราะว่าเชื้อโรคบางอย่าง จะยังคงอยู่ใน pet case นั้นเป็นระยะเวลานาน
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของสัตว์เลี้ยง หรือเศษขนเศษผิวหนัง อันจะนำไปสู่โรคต่างๆ
ดังนั้น หากไม่ลำบากจนเกินไป ก็แนะนำให้หมั่นทำความสะอาดด้วย

สัปดาห์นี้ เห็นผู้เลี้ยงสัตว์น่ารักๆ บ้านหนึ่ง
นำแมวมาผ่าตัดทำหมัน
เขียนป้ายแปะไว้ที่ pet case ชัดเจน
ส่งใคร… โดยใคร.. เมื่อไหร่… พร้อมเบอร์โทรติดต่อ…
ป้องกันการสลับตัว สลับกรง และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดฝัน
(ที่ตัวแมวก็ใส่ปลอกคอที่มีรายละเอียดเหมือนกันนะ)
อย่างนี้สิ ที่เรียกว่า
Safety first 

:lol::lol:


More Posts


iomega Prestige
July 13, 2011

iomega Prestige

Minimal Sunday
July 10, 2011

Minimal Sunday

Buffalo Air Station NFINITI
July 5, 2011

Buffalo Air Station NFINITI

Kub Kao Kub Pla
July 3, 2011

Kub Kao Kub Pla