ถึงเวลาโบกมือลาปราณบุรี
วันหยุดสั้นๆ กับการพักผ่อนแบบสบายๆ

ติตี้ชอบที่นี่มาก
มาที่นี่สองปีติดกันเลย
คงได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีก


หลังจากนั่งเล่นนอนเล่นรับลมกันชิลๆ ไปแล้ว
ก็ถึงแพลนไปเที่ยวที่วนอุทยานปราณบุรีกัน
วนอุทยายปราณบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองเก่า – คลองคอบ
ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี
ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
อยู่ในตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่หลายที่ด้วยกัน
แต่การเดินทางนั้นจำเป็นต้องใช้การขับรถยนต์ส่วนตัว
เรียกว่าหากไม่ได้ขับรถมา แทบหมดสิทธิ์
อีกหนทางหนึ่ง (เดียว) ที่คิดได้ตอนนี้คือ… โบกรถ!!
จุดหมายของเราในวันนี้คือป่าโกงกาง

ข้อมูลที่น่าสนใจของป่าโกงกาง

ป่าชายเลน หรือ ป่าโกงกาง (อังกฤษ: mangrove forest หรือ intertidal forest) คือเป็นกลุ่มสังคมพืชซึ่งขึ้นอยู่ในเขตน้ำลงต่ำสุดและน้ำขึ้นสูงสุด บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำหรืออ่าว อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง สังคมพืชที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิดหลายตระกูล และเป็นพวกที่มี ใบเขียวตลอดปี (evergreen species) ซึ่งมีลักษณะทางสรีรวิทยาและความต้องการสิ่งแวดล้อมที่คล้ายกัน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้สกุลโกงกาง (Rhizophora) เป็นไม้สำคัญและมีไม้ตระกูลอื่นบ้าง

source: www.wikalenda.com/ป่าโกงกาง-ปราณบุรี-090283.html

ด้วยความที่พวกเราเดินทางไปถึงในช่วงบ่ายแก่ๆ
เลยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ช่วยบันทึกลงในความทรงจำได้อย่างดี
เริ่มจากช่วงเวลาที่ไปถึงน้ำขึ้นในระดับหนึ่ง
ที่ทำให้พวกเราสามารถนั่งล่องเรือชมธรรมชาติของป่าโกงกางได้
ซึ่งข้อมูลพื้นฐานของป่าโกงกาง ที่คนทั่วไปจะนึกถึง ก็คือภาพต้นไม้เยอะๆ ริมน้ำ ที่เราสามารถนั่งเรือเที่ยวชมได้

พวกเรา 5 คน รวมกับสองสาวแม่ลูก เป็นผู้โดยสารของเรือเล็กๆ ลำนี้
แดดยามบ่ายแก่ๆ แอบร้อนนิดๆ
แต่เนื่องจากมีน้ำและต้นไม้มากมาย
ทำให้การล่องเรือชมธรรมชาติแบบนี้ก็ชิลได้เหมือนกัน
แมวดื้อกับติตี้นั่งกันท้ายเรือ ซึ่งพี่คนขับเรือก็ได้ตะโกนบอกข้อมูลแข่งกับเสียงเครื่องยนต์เป็นระยะ

แมวดื้อชอบเที่ยวแบบธรรมชาติแบบนี้
ซึ่งหลายคนอาจมองว่ามัน “ไม่มีอะไร”
แต่สิ่งที่คิดว่า “ไม่มีอะไร” นั้นอยู่รอบๆ ตัวเรา
เหมือนอากาศที่เรามองไม่เห็น แต่รู้ว่ามันมีอยู่ และมันก็สำคัญ
สิ่งมีชีวิตไม่ว่าสัตว์ หรือต้นไม้ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

ความงามของธรรมชาติ
เป็นรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้มาสัมผัส

แดดอ่อนแรงลงจางๆ
เรือลำน้อยพาลัดเลาะ “ทางน้ำ” ออกไปสู่ปากอ่าว
ชุมชนชาวเลที่สามารถพบเห็นเรือน้อยใหญ่มากมาย

ดูจากขนาดเรือแล้ว น้ำตรงบริเวณนี้น่าจะลึกพอสมควร
อาคารก่อสร้างแบบแข็งแรง เดาว่าเป็นอู่เรือ และท่าสำหรับขนส่งสินค้า
ส่วนบ้านเรือนที่ใช้อาศัย เป็นแบบชั้นเดียว พื้นยกสูง มีร่องรอยของน้ำขึ้นสูง

พี่คนขับเรือพาพวกเราล่องไปจนถึงบริเวณคล้ายเขื่อน
จากนั้นก็กลับเรือตามเส้นทางเดิม

บรรยากาศชวนให้นึกไปถึงซีรีส์อเมริกาที่ยังดูไม่จบ
และหยุดดูไปตอนที่บทเริ่มออกทะเลไป
LOST สมชื่อ
หากมีเวลาก็คิดว่าคงจะดูให้จบเสียที

และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ชวนตื่นเต้น
เมื่อ “ทางน้ำ” เล็กๆ ที่เราผ่านมา
น้ำกลับลดลง อย่างรวดเร็ว
ซึ่งก็เป็นปกติของน้ำขึ้นน้ำลง
แต่ปัญหาคือน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว
เผยรากไม้ให้เราเห็นจำนวนมาก

พี่คนขับเรือก็พยายามเข้าไปยังร่องน้ำ ส่วนที่ลึกที่สุดของทางน้ำ เพื่อให้เรือผ่านไปได้
แต่ด้วยน้ำหนักของคน 8 คน (รวมพี่คนขับเรือ)
ส่งผลให้เรือเริ่มติด
ซ้ำยังต้องแข่งเวลา ไม่เช่นนั้นหากน้ำลดไปมากกว่านี้ เรือก็ไม่อาจผ่านไปได้เลย
หมายถึงทุกคนอาจต้องลงลุยดินเลนกันแน่ๆ
โชคดีที่มีเรืออยู่ใกล้ๆ จึงได้แบ่งผู้โดยสารทั้งหมดออกเป็นสองกลุ่ม
การย้ายผู้โดยสารเรือหางยาวไปยังเรืออีกลำขณะลอยลำอยู่ เป็นอีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย
หลังจากนั้น ถึงแม้ว่าจะลดน้ำหนักโดยรวมของเรือไปได้บ้าง
แต่ระดับน้ำก็ลดลงต่ำ จนเรือต้องค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ
มีรากไม้ เศษดิน และขยะติดหางเสือเป็นระยะ
พี่คนขับเรือต้องกระโดดลงจากเรือ เพื่อเอาของออกจากหางเสือ และลดน้ำหนักเรือไปอีก
ทำให้พี่คนขับได้ใจแมวดื้อไปเต็มๆ บริการเต็มที่แบบนี้ ขอให้รวยๆ

หลังจากขึ้นเรือมาได้ แดดก็เหลือเพียงจางๆ แทบไม่รู้สึกถึงความร้อน
ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่ส่องเส้นทางบนทางเดินเท่านั้น

ต้นไม้น้อยใหญ่ มีสัตว์เล็กๆ เช่น ปูต่างๆ ให้เราหยุดดูเป็นระยะ

เมื่อเดินถึงหอส่องสัตว์ แมวดื้อก็ไม่พลาดที่จะขึ้นมาชมวิวทิวทรรศน์ และถ่ายรูป
อากาศเริ่มเย็นๆ
มองไปทางไหนก็เขียวไปหมด

คุณป๊าติตี้ ขอถ่ายรูปรวมกับสองสาวแม่ลูก
ที่ไปร่วมความตื่นเต้นบนเรือเมื่อกี้เสียหน่อย
จากที่คุยๆ สองสาวแม่ลูกคู่นี้ ก็เป็นนักท่องเที่ยวตัวยงเหมือนกัน

อากาศสบายๆ
แม้ว่าบันไดเดินขึ้นที่หอส่องสัตว์จะชันอยู่สักนิด
แต่ทุกคนที่ขึ้นมา ต่างรู้สึกหายเหนื่อย ทันทีที่ขึ้นมาถึง

ไม่ได้ถ่ายรูปคนนี้คงไม่ได้

นับเป็นวันปีใหม่อีกปีหนึ่ง ที่มีความทรงจำดีๆ


หลังจากกิจกรรมช่วงเช้า
ก็พักผ่อนรับลมทะเลไปเรื่อย
จนสิบเอ็ดโมงกว่า ครอบครัวติตี้ก็แพลนมื้อเที่ยงทันที
แมวดื้อเองยังไม่ทันย่อยอาหารเช้าดี
ปกติก็ไม่ค่อยได้มีอาหารเช้ากะเค้าเท่าไหร่
มื้อแรกของวันก็บ่าย (บางวันไปเย็น หรือไม่ก็รวบมื้อเดียวดึกๆ เลยก็มี)
แต่ว่าครอบครัวติตี้ต้องทานอาหารตรงเวลา
เข้าใจว่าด้วยเรื่องสุขภาพและเป็นสิ่งที่ทำกันมาต่อเนื่อง
เที่ยงตรง แมวดื้อก็ไปนั่งอยู่ในร้านอาหารริมทะเลเรียบร้อย
กับข้าวไม่กี่อย่าง แต่แมวดื้อต้องรับหน้าที่เป็นหน่วยเก็บกวาด
กว่าจะหมดได้ เล่นเอาเกือบจุกไปเหมือนกัน
เพราะต้องทำเวลาด้วย
จะมามัวนั่งเล่นตามสไตล์แมวดื้อก็มิควร

เมื่อมื้อเที่ยงจบลง
และไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน
ก็จบลงด้วยการกลับรีสอร์ท
ทำให้แมวดื้อได้สำรวจรีสอร์ทแห่งนี้แบบจริงๆ จังๆ เสียที
ว่าทำไมติตี้ก็ได้ชอบที่นี่
หลังจากเดินไปเดินมา ไปชะเง้อตามห้องต่างๆ
ก็สรุปเอาเองว่า ที่นี่มีจุดเด่นในเรื่อง “ห่างไกลจากที่อื่น”
ซึ่งแน่นอนว่า หากมาพักที่นี่ จะได้ความสงบ
จริงๆ ในสถานที่แบบนี้ ก็เหมาะกับคนสองกลุ่ม
หนึ่ง.. คือคนที่รู้ว่าจะมาทำอะไร
เช่นมาถึง แล้วไปเที่ยวที่อุทยานใกล้เคียง
หรือมาพักผ่อน ชิลๆ นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือ
ไม่ต้องสนใจ คนอื่นสักเท่าไหร่
หรือ
สอง.. คือคนที่ไม่รู้ว่าจะมาทำอะไร
แบบอกหักรักมังคุด เอ้ย.. อกหักรักคุด
อยากมาเมาๆ ตื่นสายๆ ร้องไห้ริมหาดทราย
ก็มาที่นี่ได้ ไม่ค่อยมีใครเท่าไหร่ (ที่มีก็น้อยมากจนเหมือนจะไม่มีใครสนใจใคร)
มันเลยเหมือนกับว่า มาที่นี่แล้ว สามารถเป็นตัวของตัวเองได้
(ตราบใดที่ไม่ไปรบกวนคนอื่นนะ)
ไม่มีเคเบิ้ลทีวี ไม่มีอินเทอร์เนท ไม่มีบาร์ ดิสโก้เทค
มีเพียงหาดทราย ทะเล เกาะ ภูเขา ลมทะเลเย็นๆ แค่นั้น
หรือไม่อยากจะสัมผัสน้ำทะเล ก็มีสระว่ายน้ำให้เกาะขอบสระ รับลมและวิวจากทะเลได้เช่นกัน

แมวดื้อก็คว้ากล้อง ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

สักพัก สาวๆ ก็ออกมานั่งเล่นชิลๆ กัน
มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย

ลมเย็นๆ แม้ว่าจะมีแดดแรงอยู่บ้าง
แต่ด้วยหมอน ที่นอน บรรยากาศ ก็ชวนให้หลับสักงีบเสียจริง


วันขึ้นปีใหม่
ตื่นเช้าๆ รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
ทำจิตใจให้สงบ
ลด ละ เลิก สิ่งไม่ดีต่างๆ

เช้านี้มีกิจกรรมตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่
รีสอร์ทนี้เก๋ดี มีกิจกรรมแบบนี้ด้วย
นึกถึงปีก่อนที่ได้ไปหัวหิน เจอพระสงฆ์เดินบิณฑบาตรอยู่ชายทะเล
แต่ตอนนั้นมีแต่กล้องนะ รองเท้ายังไม่ได้ใส่เลย ฮ่าๆๆ

ยังพอมีเวลา ในขณะที่ทางรีสอร์ทไปรับพระสงฆ์
แมวดื้อก็ได้เดินสำรวจรีสอร์ทคร่าวๆ พร้อมกับดูเส้นทางที่เมื่อคืนได้ผจญมา
ลมเย็นๆ คลื่นหัวแตกซัดกระทบหาดทรายเบาๆ
สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด เสพความงามของทะเล
แสงแดดอุ่นๆ เริ่มสัมผัสกายหยาบ พร้อมพระอาทิตย์ดวงน้อย ค่อยๆเผยตัวเองหลังภูผา

เส้นทางที่แมวดื้อเดินเข้ามาเมื่อคืน ไม่ไกลเท่าไหร่
แต่ด้วยไม่รู้ทิศทาง ไม่มีแสงไฟนำทาง ทำให้รู้สึกว่าไกลพอสมควร

เส้นทางที่แมวดื้อเดินฝ่าพงหญ้าออกริมชายหาดเมื่อคืน
แล้วได้เจอติตี้ตรงนี้

รีสอร์ทที่นี่ดูเล็กๆ แต่เงียบสงบ
ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถมาเอง คงลำบากมาก

สาวๆ กำลังเตรียมของสำหรับตักบาตร
เริ่มมีผู้มาพักรวมตัวกันอยู่บริเวณนี้
เมื่อพระสงฆ์เดินทางมาถึง ก็เริ่มการตักบาตรขึ้นปีใหม่กันทันที

หลังจากตักบาตรเรียบร้อย
ก็รับศีล กรวดน้ำ
เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรม

อาหารเช้าของที่นี่มาเรียบๆ มีจัดแต่งให้ดูธีมทะเล
และตามเคย เวลาไปกับเพื่อนๆ หรือครอบครัวคนอื่น
รู้ตัวว่ากินข้า ก็จงรีบๆ อิ่มซะ ไม่ต้องนั่งกินเป็นคนสุดท้าย ให้คนอื่นต้องรอ

เสร็จสิ้นภาระกิจตอนเช้าก็พักผ่อน เตรียมตัวออกไปเที่ยวสถานที่ใกล้เคียง
รีสอร์ทนี้มีเรือแคนูด้วย ที่ติตี้ประสบเรื่องน่าตื่นเต้นเมื่อวานนี้


หลังจากบทซึ้งผ่านไป
แมวดื้อก็ไปนั่งแจมกับครอบครัวติตี้
โดยคุณพี่สาวและคุณเพื่อนพี่สาว ออกจะตื่นเต้น ที่แมวดื้อโผล่มากลางดึก
แถมมาทางทะเล!!
รีบจัดแจงหาอะไรมาให้ทานกันใหญ่
นั่งคุยนั่งเล่นกันสักพัก สองสาวก็ปล่อยให้ติตี้กับแมวดื้อนั่งสวีทกันสองคน

อากาศเย็นสบายๆ กับลมทะเล
ท้องฟ้าเปิด เห็นดาวมากมาย
ใกล้เวลาข้ามปี ก็มีเสียงพลุดังจากที่ไกลๆ
จู่จู่ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมากระโดดนั่งตัก
น้องหมาทะเลนั่นเอง
พอยกลงก็วิ่งๆ หนีไปสักพัก ก็กลับมามุดอยู่ใต้โต๊ะ
มึนงงกับพฤติกรรมน้องหมาทะเลอยู่พักนึง
จนเข้าใจได้ว่า น้องหมาทะเลกลัวพลุนี่เอง
สุดท้ายก็ยอมให้นอนอยู่ข้างๆ
ตกใจโหมะเลย

ถึงเวลา countdown
Happy New Year
2011
บรรยากาศดีๆ กับคนพิเศษ นั่งข้างกันริมทะเล
แฮปปี้ที่สุด

หลังจากนั้นแมวดื้อก็หยิบอู๊คขึ้นมาเล่นเบาๆ
เพราะดึกมากแล้ว
มีดาวตกผ่านมาให้ได้อธิฐาน
จนเวลาล่วงเลย พร้อมกับน้ำค้างเริ่มหยดลงหัว
ได้เวลาพักผ่อนกันเสียที
วันปีใหม่..อย่าตื่นสาย
ไม่เช่นนั้นจะสายไปอีกทั้งปี

== HAPPY NEW YEAR 2011 ==


More Posts


Bye 2010
December 31, 2010

Bye 2010

RIP DongDaeng
December 30, 2010

RIP DongDaeng

Sanyo eneloop mobile booster
December 23, 2010

Sanyo eneloop mobile booster

CU Vet alumni bowling
December 19, 2010

CU Vet alumni bowling