บทความนี้น่าสนใจทีเดียว
อ่านแล้วก็นึกย้อนมาเตือนตัวเองในหลายๆ เรื่อง
เลยหยิบมาบล๊อกไว้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วย
ข้อความมาจากเว็บไซต์
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2010q3/2010August24p4.htm

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

การจะสร้างความสุขได้นั้น ควรจะเริ่มจากการหยุดพัก หยุดคิด และหยุดวิ่งวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และหันมาชื่นชมต่อสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอดีตให้มากขึ้น เนื่องจากวิถีการดำรงชีวิตของเราในปัจจุบันจะไม่หยุดนิ่ง และวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การได้หยุดพักนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ชื่นชม และให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวเราและรอบๆ ตัว ก็จะนำพาความสุขสู่ตัวเราได้ ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพการดำรงชีวิตปัจจุบันที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เราจะปล่อยให้สิ่งต่างๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่ได้มีเวลาในการเพ่งพิจารณาและชื่นชมกับสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น การชื่นชม และให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆ น้อยเหล่านี้ ก็ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นได้

ประการที่สอง คือ ให้หยุดเปรียบเทียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่างตนเองกับผู้อื่น ถึงแม้ทฤษฎีการจัดการของต่างประเทศนั้นให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจ และมีแนวทางในการพัฒนาตนเองมากขึ้น แต่ถ้าอยากมีความสุขนั้น เราควรจะหยุดมองและเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นครับ เนื่องจากเมื่อเราเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกอยากจะมี อยากจะได้ เหมือนที่ผู้อื่นมี และเมื่อเราไม่สามารถ มี หรือได้ เหมือนผู้อื่นแล้ว เราก็จะไม่มีความสุข เราจะรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า ทำให้เกิดสูญเสียความมั่นใจ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบในเรื่องใดก็ตาม ถ้าอยากจะมีความสุขก็ควรจะหยุดการเปรียบเทียบนั้นซะ และหันมามองในความสำเร็จของตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองทำได้จะนำให้เรามีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ และเป็นอยู่มากขึ้น

พฤติกรรมประการที่สาม ที่จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นได้นั้น ก็คือ อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องของเงินมากเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นครับว่าคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเงินเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิตนั้น จะมีความเสี่ยงที่จะมีความทุกข์ ความหดหู่ ความไม่มั่นใจในตนเอง จริงอยู่นะครับที่เงินเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่เมื่อใดก็ตาม ที่เรานำเงินเป็นตัวตั้ง ความสุขของเราก็จะเริ่มหดหายไป แต่ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง ก็คือ ถ้าเราขยัน ซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงาน มีความฉลาดเฉลียวในการทำงาน สุดท้ายเงินก็จะมาหาเราเอง ผมเคยคุยกับคนรุ่นใหม่คนหนึ่งที่มีเป้าหมายในชีวิตที่อยากจะช่วยเหลือผู้อื่น แต่เขากลับมองว่าการที่เขาจะช่วยผู้อื่นได้นั้น เขาจะต้องมีเงินก่อน ซึ่งทำให้ชีวิตเขาไม่มีความสุขเท่าที่ควร เนื่องจากเขามีแต่ความมุ่งมั่นที่จะหาเงิน แต่จริงๆ แล้วถ้าเขามองกลับกัน โดยมองว่าถ้าเขาอยากช่วยผู้อื่น เขาก็สามารถช่วยได้ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้เงิน และสุดท้าย เงินก็จะมาหาเขาเอง

การจะมีความสุขได้นั้น เราควรที่จะมีเป้าหมายบางอย่างในชีวิตที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเป้าหมายในด้านการทำงาน เป้าหมายในการเรียนรู้ หรือ เป้าหมายของการเลี้ยงลูกออกมาให้เป็นคนดีและมีความสุข ผู้ที่มีเป้าหมาย มีความฝันจะมีความสุขมากกว่าผู้ที่ไร้ซึ่งเป้าหมายและความฝัน นอกจากการมีเป้าหมายและความฝันในด้านต่างๆ แล้ว สำหรับการมีความสุขในการทำงานนั้น ก็มีข้อเสนอแนะหนึ่งว่าถ้าอยากจะมีความสุขในการทำงานนั้น เราไม่ควรจะทำงานแบบเรื่อยๆ เฉื่อยๆ แต่ควรจะมีความคิดริเริ่มในงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น การให้ข้อเสนอแนะในการทำงาน หรือการทำงานที่เพิ่มหรือมากขึ้นกว่าปกติ การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ที่ไม่ใช่งานประจำที่ทำเป็นปกติ จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานมากขึ้น

การจะมีความสุขได้นั้น เราควรที่จะมีเป้าหมายบางอย่างในชีวิตที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเป้าหมายในด้านการทำงาน เป้าหมายในการเรียนรู้ หรือ เป้าหมายของการเลี้ยงลูกออกมาให้เป็นคนดีและมีความสุข ผู้ที่มีเป้าหมาย มีความฝันจะมีความสุขมากกว่าผู้ที่ไร้ซึ่งเป้าหมายและความฝัน นอกจากการมีเป้าหมายและความฝันในด้านต่างๆ แล้ว สำหรับการมีความสุขในการทำงานนั้น ก็มีข้อเสนอแนะหนึ่งว่าถ้าอยากจะมีความสุขในการทำงานนั้น เราไม่ควรจะทำงานแบบเรื่อยๆ เฉื่อยๆ แต่ควรจะมีความคิดริเริ่มในงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น การให้ข้อเสนอแนะในการทำงาน หรือการทำงานที่เพิ่มหรือมากขึ้นกว่าปกติ การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ที่ไม่ใช่งานประจำที่ทำเป็นปกติ จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานมากขึ้น

อีกทัศนคติและพฤติกรรมหนึ่งที่นำสู่ความสุขได้นั้นคือการมีทัศนคติในเชิงบวก เนื่องจากคนที่มีความสุข จะมองสิ่งต่างๆ ในด้านบวก มองโอกาส มองถึงความเป็นไปได้ และมองถึงความสำเร็จ นอกจากการมองถึงโอกาสและความสำเร็จในอนาคตแล้ว ผู้ที่มีความสุข เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตก็จะมองแต่สิ่งดีๆ ดังนั้นถ้าเรามองกลับกัน การที่จะมีความสุขได้ก็ควรจะเริ่มต้นจากการมีพฤติกรรมและทัศนคติในการมองสิ่งต่างๆ ในเชิงบวก อย่างไรก็ดีอาจจะมีข้อโต้แย้งจากบรรดาผู้ที่ชอบมองสิ่งต่างๆ ในเชิงลบนะครับว่าการมองในเชิงบวกมากเกินไป อาจจะทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆ เป็นสีชมพู จนลืมมองสิ่งต่างๆ ในแง่ของความเป็นจริง การมองโลกในแง่ลบบางครั้งอาจจะมีข้อดีในแง่ของการทำให้เราระมัดระวัง คอยป้องกันและบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และมีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเรื่องของน้ำครึ่งแก้วนั้น ถ้าพวกที่มองโลกในแง่บวก ก็จะคิดอย่างมีความสุขว่า “ยังเหลือน้ำอีกตั้งครึ่งแก้ว” ส่วนพวกที่มองในเชิงลบก็จะมองว่าเหลือน้ำเพียงแค่ครึ่งแก้ว จะต้องคอยหาน้ำมาเติมให้เต็มตลอดเวลา

สรุปก็คือท่านผู้อ่านอาจจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างการมองทั้งในเชิงบวกและเชิงลบนะครับ ถ้าบวกมากเกินไปก็อยู่แต่โลกแห่งความฝัน แต่ถ้ามองแต่เชิงลบอย่างเดียวก็จะคอยระมัดระวังและคิดมากเกินไปจนไม่มีความสุข

อีกพฤติกรรมที่นำสู่ความสุขนั้น คือการแสดงถึงความขอบคุณอย่างจริงใจตลอดเวลา ปัญหาประการหนึ่งของคนไทยคือเราอาจจะสำนึกขอบคุณหรือพระคุณที่ผู้อื่นทำให้กับเรา แต่การพูดหรือแสดงออกถึงความขอบคุณนั้นมักจะไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เรามักจะเก็บความรู้สึกขอบคุณนั้นอยู่ในใจเรา แต่ผลจากการทดลองพบว่าผู้ที่แสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณบุคคลต่างๆ หรือ ผู้ที่อยู่รอบข้างเรา จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มมากขึ้น มองโลกในแง่ดีเพิ่มขึ้น รวมทั้งเกิดความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ในการทำงาน มีงานวิจัยที่พบว่าผู้ที่ชอบเขียนจดหมายขอบพระคุณไปยังผู้อื่นที่มีผลกระทบต่อชีวิตของเรา จะมีคะแนนในด้านความสุขสูง และความสุขดังกล่าวก็จะยาวนานถึงอาทิตย์ ดังนั้น เพียงแค่การอีเมลหรือเขียนโน้ต แสดงความขอบคุณนั้นจะทำให้เรามีความสุขขึ้นแล้ว

การออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เรามีความสุขขึ้น จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Duke พบว่าการออกกำลังกายมีผลพอๆ กับการรับทานยาเพื่อแก้ไขอาการหดหู่ เบื่อโลก นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังทำให้เราเกิดความรู้สึกของการบรรลุความสำเร็จ เนื่องจากการบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนกับเราสามารถบรรลุเป้าหมายที่สำคัญได้ อีกทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังทำให้ร่างกายเราหลั่งสารเอนโดรฟินที่ช่วยทำให้เรารู้สึกมีความสุขด้วย

ข้อสุดท้ายสำหรับการสร้างสุขก็คือการให้ครับ เมื่อ “การให้” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราแล้วเราจะมีความสุขมากขึ้น โดยการให้นั้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของตัวเงินเสมอไป การช่วยเพื่อนบ้าน ช่วยเพื่อนร่วมงาน การอาสาสมัครเพื่อทำความดี หรือการบริจาคสิ่งของหรือกำลังกาย ก็ถือว่าเป็นการให้ และสิ่งที่น่าสนใจก็คือจากงานวิจัยเราพบว่า “การให้” นั้นนำไปสู่สุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีมากกว่าการออกกำลังกายและการหยุดสูบบุหรี่ด้วยซ้ำไป นอกจากการให้ในลักษณะที่เราคุ้นเคยแล้ว การรับฟังผู้อื่น การถ่ายทอด ให้ความรู้ของตนเองต่อผู้อื่น หรือ การให้อภัย ก็ล้วนแล้วแต่เพิ่มความสุขให้กับเราได้ สุดท้ายที่น่าสนใจที่สุดก็คือเราจะมีความสุขมากขึ้นถ้าใช้เงินเพื่อผู้อื่น มากกว่าการใช้เงินเพื่อตนเอง ดังนั้นถ้าท่านอยากจะมีความสุขจากการใช้เงิน ก็ขอให้ใช้เงินนั้นเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตนเองครับ

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.nidambe11.net/ekonomiz/2010q3/2010August24p4.htm


ฝนตกตอนเช้า
พวกเราก็เลยถือโอกาสพักผ่อน นอนยาว

:cry::cry:

ตื่นมากับอาหารเช้าริมทะเล

หลังจากที่สอบถามเรื่องกิจกรรมในแพคเกจแล้ว
ก็พบว่าเราสามารถเลือกเวลาไปเที่ยวที่เกาะขามได้ตามต้องการ
ท้องฟ้าดูไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ หาที่เที่ยวบนเกาะหมากก่อนแล้วกัน
เมื่อวานนี้ แวะไปเล็งๆ เช่ามอร์เตอร์ไซต์ไว้แล้ว
กลางวันนี้ก็ไปเที่ยวบนเกาะกันเลย
อากาศชื้นๆ กลิ่นดินจางๆ

ได้แวะไปตามท่าเรือต่างๆ ชมรีสอร์ทสวยๆ
เยี่ยมชมหมู่บ้านคนพื้นเมืองที่อยู่กันมานาน
ไม่อยากคิดเลยว่า หากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวจะเป็นยังไง
อยากให้อยู่แบบสงบๆ แบบนี้ไปนานๆ

;-);-)


เนื่องจากผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยว
จากพิษทางการเมือง
ทำให้ปีนี้มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวหลายครั้ง
ในปีก่อนๆ แมวดื้อก็ไปเดินบ้าง ประมาณว่าเดินดูรูปเพลินๆ
แต่ปีนี้ มีโอกาสได้จองแพคเกจท่องเที่ยวบนเกาะหมากเอาไว้
ก็เลยได้โอกาสในช่วงวันคล้ายวันเกิดหวานใจ
ไปพักผ่อน ทำชีวิตให้ช้าลง

เกาะหมากในช่วงนี้
ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซัน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่
ทะเลก็ไม่สวยมากแบบฤดูร้อน
แถมช่วงนี้ยังมีฝนอีก
แมวดื้อก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาเท่าไหร่
ถือว่าไปพักผ่อนแบบเงียบๆ ปล่อยๆ อะไรไปบ้าง
ซึ่งก็ตามคำที่เค้าพูดกัน
“ไปทะเลหน้าฝน..มันโครตเหงา”
ใครอกหัก..อย่าได้ทะเลช่วงนี้เชียว

:arrow::arrow:

;-);-)


วันนี้วันคล้ายวันเกิดหวานใจ
ก็เลยพาไปทะเล
เกาะเล็กๆ ทางตะวันออก
ช่วงโลว์ซีซัน แถมหาดที่เราไปพักเงียบอย่างกะป่าช้า
อ้าว… จะเล่าทริปหรือแฮปปี้เบิร์ทเดย์หวานใจกันแน่
งั้นเอาไว้ก่อน ไว้ค่อยเล่านะ
เอนทรีนี้ขอ Happy Birthday หวานใจก็แล้วกัน
มีเค้กแบบชาวเก๊าะ..ชาวเกาะมาเซอร์ไพรส์เล็กๆ

Happy Birthday นะจ้ะ
ขอให้มีความสุขมากๆ
มีคนขี้โกง แอบจุดเทียน อธิฐานอีกรอบ

:roll: :roll:


วันนี้ขอดึงคอลัมน์ Yummy fridaY ขยับมาเร็วหนึ่งวัน
เนื่องจากว่า พรุ่งนี้ไปทะเล

:arrow: :arrow:

สัปดาห์นี้หยิบข้อมูลร้านน่ารักๆ ของกินหน้าตาดี
อยู่ไม่ไกลแค่สุขุมวิทเอง
ติดอยู่อย่างเดียว ร้านปิดวันอาทิตย์
เศร้าเลย
เพื่อนๆ คนไหนไปลิ้มลองแล้วอย่าลืมแวะมาบอกกันบ้างนะ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.bkkmenu.com เช่นเคย

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

ที่ตั้ง : ซอยนภาศัพท์ 2 (ซอยโรงเรียนนานาชาติ Trinity), สุขุมวิท 36 (BTS สถานีทองหล่อ)
โทร : 08-7042-8228, 08-1751-0447
Facebook : The Launderette Garden
เปิดบริการ : 12.00 – 24.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)
ราคาต่อท่าน (โดยประมาณ) : 200 บาท

Launderette Garden (ลอน-เดอ-เรท) คาเฟ่ที่มีคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ว่าด้วย “The First Perfect Combination of Laundry Service & Cafe & Dining” จะดีสักแค่ไหนหากคาเฟ่แห่งนี้จะเสิร์ฟแต่ของอร่อย ไปพร้อมๆ กับบริการดูแล ทำความสะอาดกระเป๋าแบรนด์เนมใบเลิฟของคุณด้วยในที่แห่งเดียว

ด้วยโลเคชั่นที่อยู่ใจกลางกรุงแต่ก็ไม่จอแจวุ่นวายมากนัก เดินทางเข้ามาในซอยสุขุมวิท 36 ไม่ไกล เป็นที่ตั้งของบ้านปูนหลังสีเขียว ดัดแปลงจากบ้านเก่า เอาความโมเดิร์นมาเติมได้อย่างลงตัว อดยิ้มไม่ได้กับป้ายและทางเดินน่ารักๆ วางเรียงด้วกระถางดอกไม้ เมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน ต้องเซอร์ไพรส์กับมุมต่างๆ ซึ่ง จัดสรรปันส่วนพื้นที่และมุมนั่งเอาไว้หลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ในห้องครัว เฟอร์นิเจอร์ออกแนวเรทโทรนิดๆ หรือ Livinig Room บนชั้น 2 ให้เรานั่งๆ นอนๆ อย่างสบายอุราบน Bean Bag ใบนุ่ม แถมด้วยดีเทลเก๋ๆ ด้วยการนำเอาของเล่นของใช้กระจุกกระจิกแต่งตามมุมนู้นมุมนี้ ในยามแดดร่มลมเย็น จะย้ายมานั่งชิลล์ตรงสนามหญ้าหน้าบ้านก็ยังได้ค่ะ

ไม่เพียงแต่บรรยากาศดูดีมีสไตล์ อยากจะบอกว่าอาหารเค้าก็็เลิศไม่แพ้กัน เมนูส่วนใหญ่เน้นแบบง่ายๆ แต่อิ่มอร่อยจริงจัง ทั้งกับแกล้มหรือกับข้าวก็ได้ ว่าแล้วสตาร์ทที่ หนังไก่ทอดขิง (75 บาท) หนังไก่หมักขิงทอดกรอบ ท้อปด้วยขิงสไลด์เป็นเส้นทอดเคี้ยวกรุบๆ ทานกับน้ำจิ้มไก่ ถ้าใช้มือหยิบจะได้อรรถรสยิ่งขึ้น จานถัดมา กุ้งผัดพริกเกลือเบคอนกรอบ (165 บาท) กุ้งทอดกรอบผัดปรุงรสพริกเกลือเค็มๆ มันๆ เคียงมากับเบคอนทอด

เมนูเอาใจสาวๆ บ้าง กุ้งทอดครีมสลัด (165 บาท) กุ้งชุบแป้งทอดสีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน ราดน้ำครีมสลัดเข้มข้นสูตรเฉพาะของ ลอน-เดอ-เรท ลองเมนูกับข้าว ต้มยำไข่เจียว (85 บาท) ต้มยำน้ำข้นรสจัดจ้านแซ่บจี๊ด โปะหน้าด้วยไข่เจียวหอมๆ ของหวานเป็น วอฟเฟิลไอศครีม (95 บาท) วอฟเฟิลอบใหม่ร้อนๆ เสริฟ์พร้อมไอศครีมวานิลาราดซอสสตรอว์เบอร์รี่

ปิดท้ายด้วย Special Launderette (150 บาท) ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของร้าน ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเคล้ากลิ่นหอมของ Malibu หรือถ้าเป็นแบบ Non-alchohol ลอง Cha Thai Frappe’ (75บาท) ชานมแบบไทยๆ ปั่น สอดไส้ตรงกลางด้วยริชวิปปิ้งครีมหอมมัน

อีกไฮไลท์ที่เกริ่นไปข้างต้นก็คือ Launderette Service รับการดูแลและทำความสะอาดกระเป๋าแบรนด์แนมที่ได้มาตรฐานโดยมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น Chanel, Coach, Longchamp, Burberry, Louis Vuitton, Kipling, LeSportsac ฯลฯ ในราคาสบายกระเป๋า (ทั้งนี้แล้วแต่ความยากและรูปแบบเป็นผ้าหรือหนัง) รวมทั้งเสื้อผ้าชุดสำคัญที่ต้องซักแห้งอย่างพิถีพิถัน

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.bkkmenu.com


More Posts


Nikita
September 8, 2010

Nikita

DJ Max Trilogy
September 7, 2010

DJ Max Trilogy

Q&A book
September 6, 2010

Q&A book

โรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว
September 4, 2010

โรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว

Risa Lamo
September 3, 2010

Risa Lamo