ช่วงนี้มีงานเฝ้าฟาร์มเยอะหน่อย
(Country Story)
ก็เลยดูซีรีส์ลดลงไป

:cool: :cool:

วันนี้มีโอกาสได้ดูซีรีส์เรื่องนี้
Invasion
เรื่องราวของ E.B.E
(Extraterrestrial Biological Entity)
ซึ่งถ้าใครเป็นแฟน X-Files
น่าจะคุ้นเคยกันดี

สำหรับเรื่อง Invasion
เท่าที่ดูไป ชอบวิธีการเล่าเรื่อง
ที่ใช้ “การกระทำ” ของตัวละคร
สร้าง “จินตนาการ” ของคนดูไปก่อน
แล้วค่อยกลับมาเผยปริศนาภายหลัง
ตัวละครหลากหลายตัว
แต่มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่เริ่มแรก
ก็เลยไม่ค่อยงง

ซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศตั้งแต่ปี 2005
ออกมาแค่ 1 ซีซัน
ปัจจุบัน — เท่าที่ลองค้นข้อมูลดู
เหมือนจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้
(ไม่ทำต่อ)
เสียดายจัง


กลายเป็นสถานที่นัดพบปะสำหรับชาว twitter กันไปแล้ว
กับร้านกาแฟวาวี ซอยอารีย์
ร้านที่มองเห็นได้ชัดเจนบนสถานีรถไฟฟ้า BTS
ทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์
จะมีวงที่ชื่อ ihear
ที่มีสมาชิกเป็นชาว twitter ไปบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้ได้ฟังกัน
บ่ายวันอาทิตย์
ไล่ตั้งแต่บ่ายสามโมงไป
ก็จะเริ่มมีชาว twitter แวะเวียนกันไปใช้บริการร้านวาวี
รวมถึงการพบปะพูดคุยเพื่อนๆ ตัวเป็นๆ
นอกเหนือจากติดตาม tweet

แหล่งพบปะนี้
เริ่มจากวง ihear ได้ไปเล่นในงาน twittbkk #3
เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
หลังจากที่ได้รู้ว่าวงนี้เล่นประจำอยู่ที่ร้านกาแฟวาวี
ก็เลยนัดกันมา

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว
เดือนตุลาคม
แมวดื้อก็มีโอกาสได้ไปที่ร้านกาแฟวาวี
แล้วเจอเพื่อนๆ นักดนตรีกลุ่มนี้มาแล้วครั้งนึง
ยังคุยกับหวานใจอยู่เลยว่า บรรยากาศดีจัง
แดดร่มลมตก ฟังเพลงสบายๆ

Wawee Coffee

มาวันนี้
แมวดื้อก็ชิลๆ
(จริงๆ เดี้ยงจากงาน photo marathon เมื่อวานนี้)
เลยชวนหวานใจไปร้านกาแฟวาวีกัน

:arrow: :arrow:

ไปถึงประมาณหกโมงนิดๆ
ฟ้ามืดแล้ว ฝนตั้งเค้าว่าจะตกลงมาอีก
(ทั้งที่ตกมาหลายรอบแล้ว ตลอดบ่าย)

วันนี้ดูเงียบๆ
คงเป็นเพราะฝนที่ตกลงมา
หลายคนก็เลยลังเลว่าจะมากันดีหรือเปล่า

หวานใจกับแมวดื้อ
สั่งชา กับ กาแฟ เจมาลิ้มลองกันหน่อย
ปีนี้ชวนกันกินเจ
ไม่รู้ว่าจะกินไปได้กี่วัน

:roll::roll:

วง ihear
มีสาวๆ (และหนุ่มๆ ) แอบเหล่มือกีต้าร์กันด้วย

เหล่านักร้อง ที่ขึ้นไปแจมกับวง ihear

นักดนตรีมืออาชีพก็มาแจมกับ ihear ด้วย

ส่วนคนดู (คนฟัง)
ก็หาเลือกมุมกันตามสะดวก

สำหรับวันนี้
มีเซอร์ไพรส์เล็กๆ
กับคู่นี้
ที่จะแต่งงานกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน
แอบมาร้องเพลง (ทำพรีเซนเตชั่น) กันที่นี่ด้วย

ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าไว้เลย

:oops::oops:


..เหนื่อยมาก..
แค่นี้แหละ
ฮ่า..ฮ่า

ตื่นตั้งแต่ตี 5
ออกไปตระเวนถ่ายรูป
ตามโจทย์ที่กำหนดไว้
ส่งรูปไปแบบขำๆ

สิ่งที่ได้จากวันนี้
คือมิตรภาพดีๆ
จากที่ท่องไปทั่วกทม.
แล้วเจอผู้เข้าแข่งขัน (สังเกตจากเสื้อที่ใส่)
ก็ทักทาย หรือยิ้มให้กัน
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
สำหรับคนรักบันทึกภาพถ่าย

อีกอย่างก็คือฝึกตัวเอง
ถ่ายภาพเป็นไฟล์ jpg
ให้จบแบบหลังกล้องเลย
ปรับ picture style กับ white balance
ได้ตามต้องการมากยิ่งขึ้น

มีภาพเก็บตกจากวันนี้
ดูไปเรื่อยๆ ไม่บรรยายนะ

การเดินทางในวันนี้
รถไฟฟ้า BTS & MRT
และ
..เดิน..เดิน..เดิน..
เท้าบวมเลย


Yummy fridaY
กันอีกแล้ว
สัปดาห์นี้ เลือกเป็นร้านอาหารที่มีทั้งของคาวและของหวาน
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากออฟฟิศแมวดื้อเท่าไหร่
ร้านจะเปิดให้บริการเป็นสองช่วงเวลา
(น่าจะเดาลักษณะการให้บริการกันไม่ยากเนอะ)
ข้อมูลจากเว็บไซต์ bkkmenu.com เช่นเคย
บัตร Bkkmenu privillege ของแมวดื้อหมดอายุแล้ว
ยังไม่ได้ต่ออายุเลย
เอิ้ก..เอิ้ก

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

ที่ตั้ง : 70 ซอยนราธิวาส 15 ถนนราชนครินทร์ สาทร กทม. 10120
โทร : 0-2676-1653
เว็บไซต์ : www.thesensual-suanplu.com
เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 – 14.00 น., 17.30 – 01.00 น.
ราคาต่อท่าน(โดยประมาณ) : 300 – 400 บาท

คราวนี้เราเลือกโลเคชั่นมาทางฝั่งถนนสาทร-นราธิวาส มายังร้าน The Sensual
ร้านนี้น่าจะเป็นที่รู้จักของหนุ่มสาวคนทำงานในย่านนี้ในชื่อเดิมคือ The Sensual
Suanplu 2007 ที่ ณ บัดนี้เค้า Renovated ใหม่ ดูไฉไลกว่าเดิมด้วยคอนเซ็ปต์
Restaurant Cafe’ & Wine Garden ตัวร้านเป็นบ้านหลังสีขาว 2 ชั้น ภายใน
ตกแต่งสไตล์ Fusion จากไอเดียเจ้าของร้าน แบ่งโซนเป็นมุมโรแมนติค ดูเก๋ชิค
ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจและแชนเดอร์เลียเก๋ๆ มีมุมเบเกอรี่น่ารักตกแต่ง
แนว English Country ของร้านเค้กที่ชื่อ Cakeaholic ถัดขึ้นมาบนชั้น 2 เป็น
Glass House สามารถจัดปาร์ตี้ส่วนตัวสำหรับสมาชิกที่มาสังสรรค์กรุ๊ปใหญ่ หรือจัด
เป็น Function Room สำหรับมาเอ็นเตอร์เทนลูกค้าได้ด้วย ใครอยากนั่งรับลมชม
ดาว มีโซน Open Air หน้าบ้านจัดสไตล์ Wine Garden บรรยากาศดีต้องคู่กับ
ดนตรีเพราะๆ เห็นด้วยไหมคะ ที่นี่เปิดเพลงคลอเบาๆ ฟังสบายๆ ทั้ง Jazz, Blues
, Chill out, House และ Bozza ในช่วงค่ำตั้งแต่ 1 ทุ่มของทุกวันอังคาร พฤหัสฯ
ศุกร์ และเสาร์ มี Live Band เล่นดนตรีแบบ Acoustic

มาดูเรื่องเมนูอร่อยของ The Sensual ที่ทำออกมาในสไตล์ Twist คือการนำส่วน
ผสมจากเมนูที่เราคุ้นเคยมาสลับสับเปลี่ยน ครีเอทเป็นเมนูใหม่ โดยเน้นรสชาติ
ถูกปาก เลือกแต่เครื่องปรุงที่มีคุณภาพ มีคุณค่าของอาหาร และที่สำคัญคือปราศ
จากผงชูรสร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังเสิร์ฟไวน์ชั้นดี คัดเลือกนำเข้า 15 ประเทศ
มากกว่า 40 แบรนด์ มาให้คอไวน์ได้รื่นรมย์ ทั้ง Red Wine, White Wine และ
Sparkling Wine ราคาสตาร์ทที่ขวดละ 600 บาทขึ้นไป

มื้อนี้ออกสตาร์ทด้วยเมนูสำหรับสาวผู้รักสุขภาพ ส้มตำแอปเปิ้ล (90 บาท) แอป-
เปิ้ลสดมากคุณค่าด้วย เบต้าแคโรทีน วิตามินซี กับเนื้อกุ้งหวานๆ คลุกเคล้าในน้ำ
ยำรสแซ่บเผ็ดพอดีๆ ต่อด้วยเมนูไฮไลท์ของร้าน ซึ่งเน้นจานไซส์ใหญ่สำหรับทาน
กับข้าวสวยร้อนๆ อย่าง ฉู่ฉี่ปูนิ่ม (240 บาท) ฉู่ฉี่ปูนิ่มทอดกรอบ รสชาติเข้มข้น
หอมเครื่องพริกแกง, ปลาแซลมอนต้มยำแห้งใบชะพลู (200 บาท) เมนูใหม่
ล่าสุดของร้าน จัดจ้านด้วยเครื่องต้มยำแบบไทย บนเนื้อปลาแซลมอนทอดชิ้นโต,
ซี่โครงหมูย่างราดซอสกะเพรา (240 บาท) ซี่โครงหมูย่างหอมๆ ราดซอส
กะเพราน้ำขลุกขลิกครบรส

นอกจากนี้แล้ว คุณจะได้ Enjoy Eating กับเบเกอรี่โฮมเมดฝีมือ คุณเปิ้ล สาวเจ้า
ของร้านผู้ชื่นชอบและมีฝีมือในการทำขนม วันนี้เธอแนะนำ Short Break (ชิ้น
ละ 10 บาท) เป็นบัตเตอร์คุกกี้หอมนมเนยชิ้นกลมพอดี ทานคู่กับ Latte Coffee
(70 บาท) กาแฟลาเต้รสกลมกล่อมหอมกรุ่นกับโฟมนมละมุน

หรือถ้าเป็นคอชา
ต้องทาน Scone Set (95 บาท) ขนมปังสโคนเสิร์ฟทานพร้อม Strawberry Yam
& Clotted Cream ต่อมาคือ Brownie (95 บาท) บราวนี่รสเข้มข้มกับชิ้นช็อก-
โกแลตชิพ ทานคู่กับไอศครีมอิตาเลี่ยนโฮมเมด

สุดท้ายเป็น Banoffi Pie (85)
ชั้นล่างสุดเป็นคุกกี้ ซ้อนด้วยคาราเมล กล้อยหอม ช็อกโกแลต และบัตเตอร์ครีม

หากใครมาที่ เดอะเซนฌวล คงรู้สึกเหมือนได้ไปนั่งชิลล์บ้านเพื่อน ในบรรยากาศ
อันแสนสบาย ได้ฟังดนตรีไพเราะ ได้ทานอาหารอร่อยๆ เหมาะสำหรับการรีแลกซ์
ยามเย็นหลังเลิกงานเป็นที่สุด… เรายังไม่อยากให้คุณเชื่อ จนกว่าจะได้มาพิสูจน์
ด้วยตัวเองค่ะ ร้านตั้งอยู่ในซอยนราธิวาส 15 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 100 เมตร
ร้านอยู่ซ้ายมือ ใครมีรถส่วนตัวมาเอง สามารถจอดบนถนนในซอยได้เลยนะคะ
ซอยได้เลยนะคะ

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.bkkmenu.com


อ่านเจอใน porpuay.multiply.com
เขียนเอาไว้นานล่ะ
แต่น่าสนใจทีเดียว
กับวิธีการคิดแบบนี้
ถึงแม้จะไม่ได้นำไปใช้เพื่อการวิจารณ์ภาพถ่ายคนอื่น
แต่ก็สามารถนำวิธีการคิดนี้
มาประยุกต์ พัฒนาการถ่ายภาพของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

การวิเคราะห์ วิจารณ์ ภาพถ่าย
โดย อ.ศรศักดิ์

สังเกตเห็นบ่อยๆว่าเมื่อมีผู้ส่งภาพขึ้นมาขอความเห็นและขอคำวิจารณ์ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีแต่คำชม…ภาพสวย มุมมองแปลก ขอเอาใจช่วย ฯลฯ แต่ไม่มีคำแนะนำหรือความคิดเห็นอื่นใด ที่จะให้ผู้ถามได้นำไปใช้ในการปรับปรุงการถ่ายภาพให้ดีขึ้น เข้าใจดีว่าเป็นการให้กำลังใจ ไม่อยากทำลายน้ำใจ และก็เข้าใจดีอีกเช่นกันว่า หลายคนที่โหลดภาพขึ้นมาก็เพราะอยากโชว์ภาพ และอยากได้คำชมเช่นนี้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการความคิดเห็นและคำวิจารณ์ที่เหมาะที่ควร และบางคนก็อาจจะเซ็งกับคำชม ก็เลยไปหาคำวิจารณ์จากที่อื่น

ผมเข้าใจว่าหลายคนคงยังไม่รู้ถึงวิธีการดูภาพว่ามันจะต้องดูกันอย่างไร จึงจะเรียกว่าภาพดี ยังไม่ดีพอ หรือว่าไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ก็เลยอยากจะแนะนำให้ศึกษาบทความที่นำมาให้อ่านนี้ให้ดี มันไม่ยากอะไรนัก แต่ผู้วิจารณ์ควรจะมองภาพให้ถี่ถ้วน ไม่มองว่าเป็นภาพของใคร หรือตัวแบบ วิว หรือว่าดอกไม้สวยเพียงไร
ขอให้มองให้ครบ 3 ประการ คือ

1. คุณภาพทางด้านเทคนิค
2. องค์ประกอบ
3. ความรู้สึกที่ได้จากภาพ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผมได้คัดมาสั้นๆจากวิชาที่ได้เคยเรียนมา คือ Photo Appreciation จุดประสงค์ในการเรียนวิชานี้ก็คือ มันจะช่วยทำให้เราสามารถดูภาพได้อย่างเข้าใจ อ่านความหมายของภาพ ดูให้กระจ่างถึงภาพรวมทั้งหมด และสามารถที่จะวิจารณ์ภาพได้

การวิจารณ์ภาพถ่ายควรจะเป็นการมุ่งเน้นในการที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางทฤษฏี ทางด้านมุมมอง ทางด้านศิลปะ หรือทางด้านเทคนิคในการถ่ายภาพให้ดีขึ้นและมีหลักการมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ควรจะช่วยเหลือแนะนำให้ปรับปรุงแนวของการมองภาพ ให้เป็นตัวของตัวเองในการทำงานอีกด้วย
ผู้วิจารณ์ควรจะแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือศึกษาการถ่ายภาพให้มากขึ้นด้วยการดูงานของผู้อื่น แต่ต้องไม่เปลี่ยนมุมมองของเขาหรือพยามยามที่จะให้เขาเลียนแบบงานของผู้อื่น หรือของผู้วิจารณ์เอง เพราะการเลียนแบบ หรือการลอกงานเป็นศัตรูตัวฉกาจของความสร้างสรรค์

ผู้วิจารณ์ภาพจำเป็นที่จะต้องเข้าใจจุดประสงค์ของการถ่ายภาพของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้แน่ชัดเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร…จะต้องเข้าใจว่าภาพที่กำลังจะวิจารณ์นี้ เป็นภาพที่จะนำไปใช้ในสถานการณ์เช่นใด เช่น เป็นภาพที่จะนำไปใช้สำหรับการศึกษาอะไรหรือเปล่า หรือว่าใช้ในการประกอบบทความ, ใช้เป็นการรายงาน, เป็นภาพใช้ดูกับเพื่อนและครอบครัว, เป็นงานศิลปะ หรือว่าจะส่งเข้าประกวด หากผู้ขอคำแนะนำมิได้บอกจุดประสงค์มา ก็ควรที่จะถามถึงจุดประสงค์ให้ชัดเจน จึงจะสามารถที่จะโฟกัสการมองให้แคบลงและวิจารณ์, วินิจฉัยภาพให้ได้ตรงเป้าหมาย

การวิจารณ์ภาพโดยทั่วไปจะอาศัยหลักดังต่อไปนี้ เนื่องจากเป็นการดูภาพผ่านจอคอมพิวเตอร์ จึงขอปรับบางส่วนนิดหน่อยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

I. Technical quality
คุณภาพทางด้านเทคนิค เป็นที่เข้าใจกันดีว่าภาพที่ดีจะต้องเริ่มต้นด้วยความคุณภาพทางด้านเทคนิคก่อน เช่น
1. Focus การโฟกัสชัดหรือไม่ หากไม่ชัด เป็นเพราะว่าความจงใจที่จะให้ภาพมีความนุ่ม และประสบความสำเร็จหรือไม่ หรือว่าไม่ชัดเพราะความผิดพลาด
2. Cleanliness ภาพสะอาดหรือไม่ มีรอยขีดข่วน มีจุดขาวของฝุ่นเกาะและไม่ได้รับการแต่ง หรือแต่งแล้วแต่ไม่เนียนพอ หรือว่ามีรอยด่าง มีแฟลร์ให้เห็น เป็นต้น
3. Exposure ภาพมืดไป สว่างไป หรือว่ากำลังดี
4. Lighting แสงในภาพความเปรียบต่างสูงไป น้อยไป หรือว่ากำลังดี
5. Colour ภาพมีโทนสีที่ถูกต้อง หรือว่ามีสีที่เพี้ยน

II. Composition
องค์ประกอบ จากมุมมองของกล้องและระยะความยาวของเลนส์ ภาพจะออกมาอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ
1. Balance ภาพวางได้สมดุลดีหรือว่าเอียง
2. Logic การใช้องค์ประกอบได้ผลหรือไม่
3. Purpose มีจุดสนใจที่ชัดเจนหรือว่ามีอะไรน่าสนใจหรือไม่
4. Clarity ดูเรียบง่าย แต่สมบูรณ์ปราศจากสิ่งรบกวน หรือว่ายุ่งเหยิง

III. Emotional Appeal
ความดึงดูดสายตาและอารมณ์ สิ่งที่สำคัญสำหรับภาพที่ดีก็คือจะต้องเป็นภาพที่ดูแล้วสมควรแก่การจดจำ
1. Dynamic ภาพดึงดูดสายตามากน้อยเพียงไร มันมีจุดที่เรียกว่า “ใช่เลย” รึเปล่า
2. Provocative ภาพทำให้ดูแล้วตื่นเต้นหรือทำตื่นตาตื่นใจหรือไม่
3. Creative ในภาพแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่คุ้นเคยในมุมมองที่แปลกและใหม่หรือไม่
4. Unusual ในภาพแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่แปลกในด้านที่ต้องตาอะไรบ้างไหม

ด้วยหลัก basic ง่ายๆเช่นนี้ มันก็จะทำให้เราเปลี่ยนวิธีการมองภาพไปได้มากทีเดียว หากยังไม่แน่ใจว่าจะ work เพียงไร ลองนำภาพของเราเองออกมาวางเรียงดูแล้วพิจารณาอย่างถี่ถ้วน วิเคราะห์ และวิจารณ์ ดูก่อนที่จะวิจารณ์ภาพของคนอื่น ก็จะช่วยได้มากเช่นกัน

Credit: etcfoto.com และ lannaphotoclub.com เอามาอีกทีจาก pantip.com ครับ

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: porpuay.multiply.com


More Posts


PR: MCC รับตรวจเช็คฟรี
October 13, 2009

PR: MCC รับตรวจเช็คฟรี

Facebook game
October 12, 2009

Facebook game

Twitter Mug
October 11, 2009

Twitter Mug

Apple Mug
October 11, 2009

Apple Mug

Moka Coffee
October 10, 2009

Moka Coffee