เมื่อวานนี้
หลังจากกลับจากหัวหิน
ลงจากรถตู้ยังไม่ทันตื่นนอน
ก็ไปเที่ยวต่อทันที
หุหุ
งานนี้แมวดื้อลุยเดี่ยว
เพราะหวานใจกลับบ้านไปพักผ่อน
นั่งรถเมล์ไปแถวโอเดี้ยนแล้วเดินอีกนิดหน่อยก็ถึงงาน
จริงๆ แถวนี้ แมวดื้อก็เดินเล่นบ่อยนะ
แต่ไม่รู้ชื่อที่เค้าเรียกกัน
เข้าไปในแพร่งภูธรบ่ายแก่ๆ
คนยังไม่เยอะมาก
แต่พอค่ำๆ คนก็เดินเข้ามาเต็มเลย
ของกิน จะว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยโบราณจนแปลกตา แปลกลิ้น
อาจเพราะไปเที่ยวตลาดโบราณค่อนข้างบ่อย
แต่ก็ถือว่าได้บรรยากาศดี

เสวนากันที่ลานเอนกประสงค์ แพร่งภูธร

ของคาว ของหวานมากมาย
มีให้เลือกซื้อ เลือกชิม
บางร้านต่อแถวกันยาวเลย

ซุ้มไปรษณีย์
สามารถถ่ายรูปตัวเอง ทำเป็นแสตมป์ได้ด้วย

คุณลุง เจ้าของอู่วิเชียร
เปิดให้ถ่ายรูปรถโบราณ
พร้อมทักทายและให้ความรู้อย่างเป็นกันเอง

รถคันนี้ใช้ในการถ่ายทำ MV หลายเพลง
ก็เลยมีคนอยากถ่ายรูปด้วยเต็มไปหมด

ป้าย (ทะเบียน) เก๋ๆ

บางคัน ถูกใช้เป็นที่หลบแดด

คุยกับคุณลุงอยู่นาน
จนคนเริ่มเยอะ
เดินไปแพร่งอื่นกันบ้าง

ป้ายข้อคิดดีๆ

ลูกชุบ
ที่เมื่อก่อนแมวดื้อชอบมาก
แต่พอไปเที่ยวตลาดโบราณบ่อยๆ
กลับไม่ค่อยได้ซื้อซะงั้น

คุณพี่ตรงกลาง (เกาแขนอยู่)
เล่าเรื่องราวที่แห่งนี้ในสมัยก่อนให้ฟัง

ที่แพร่งนรานี้จะมี (บ้าน) ร้านอาหารหลายร้าน

เจอเพื่อนเจี๊ยบที่แพร่งนรา
แมวดื้อแว่บไปแพร่งสรรพศาสตร์แป้บนึง
แล้วก็เดินกลับมาที่แพร่งนรา
รอการแห่สิงโตที่นี่ในช่วงค่ำ

สิงโตขึ้นไปรับรางวัลถึงบนตึก

เสาสูง ที่อยู่บนนั่งร้านอีกที
สูงมาก

ขึ้นคนเดียวไม่สะใจ ขึ้นไปสามคนเลย

ขึ้นไปผูกเชือกรองเท้าชิลๆ บนโน้น

ต่อจากรูปก่อนหน้านี้
แว้ก…กกก
เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้แห่สิงโต เค้ามีบันจี้จัมป์กันด้วย
เสียวตอนน้องตัวเล็กนี่แหละ หล่นมาไกลมาก

ให้ดูโฉมหน้าน้องตัวเล็ก
ลงมาข้างล่างแล้ว
ลุงๆ ป้าๆ ช่วยกันให้ค่าขนมน้องตัวเล็กหน่อยนะ

ปิดท้ายกับสิงโต
ไม่มีแรงอยู่ต่อจนงานเลิกแล้ว
สองทุ่มกว่ากลับไปสลบเหมือด


สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยประทับใจกับ Seahorse resort
ก็คงเป็นเรื่องอาหารการกินนี่แหละ
ซึ่งเดาเอาว่า การบริการในส่วนนี้ยังไม่เรียบร้อยนัก
ไม่มีร้านอาหาร (หลัก) ของรีสอร์ท
ไม่สามารถสั่งอาหารขณะที่เข้าพัก
(แบบโรงแรมทั่วไป)
อาหารที่อยู่ในรูปข้างล่างนี้
เป็น “อาหารชุด” ที่รวมอยู่ในแพคเกจพิเศษ
อาหารเย็น (สำหรับผู้ที่จองแพคเกจในงานท่องเที่ยวฯ)
อาหารเช้า (สำหรับผู้มาพักตามปกติ)

มื้อเย็น

อาหารเช้า

รสชาดใช้ได้นะ
แต่ดูเหมือนปริมาณยังเตรียมเผื่อเอาไว้ไม่พอดี
เลยดูเหมือนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

หากใครที่ขับรถไปเอง
การออกมาหาอะไรกินนอกรีสอร์ท สามารถทำได้สะดวก
แต่หากใครไม่มีรถ
การออกไปยังตลาดหัวหิน หลังหกโมงเย็น
อาจต้องเหมารถแท๊กซี่หัวหิน ซึ่งแพงมาก
แถมออกไปกินข้าวเสร็จ ขากลับเข้ารีสอร์ทก็ต้องเหมารถอีกรอบ
ส่วนเรื่องรถบริการรับส่ง ตลาดหัวหิน – รีสอร์ท นั้น
มีอยู่ 4 เที่ยวต่อวัน ต้องคอยเช็คเวลาดีๆ
ถ้าพลาดก็ยาวเลย (หรือต้องเรียกรถไปเอง)

แมวดื้อคิดว่า ถ้ารีสอร์ทเปิดบริการด้านอาหารอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากจะบริการลูกค้าผู้มาพักแล้ว
น่าจะมีรายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก
เพราะผู้มาพักที่ไม่อยากออกไปไหน
ยังไงก็ต้องสั่งอาหารจากทางรีสอร์ทอยู่แล้ว

:lol: :lol:


จากประสบการณ์ในช่วงปีที่ผ่านมา
ทำให้พวกเราค่อนข้างที่จะมั่นใจ
เรื่องการเดินทางโดยรถตู้มากยิ่งขึ้น
มีทริป หัวหิน – ชะอำ ตลอด
เอิ้ก..เอิ้ก
วันนี้ แค่บ่ายสามโมง
พวกเราก็มายืนอยู่ที่ Seahorse Resort เป็นที่เรียบร้อย

รถสองแถวจากตลาดหัวหิน
(ตลาดหัวหิน – เขาตะเกียบ)
มาส่งถึงหน้ารีสอร์ท

ตึกด้านหน้า
มองแล้วเหมือนรูปในเว็บไซต์ของรีสอร์ทเอง
แปลว่าไม่ผิดแน่ๆ

หวานใจเข้าไปติดต่อที่พัก
ตามแพคเกจที่ซื้อมาจากงานท่องเที่ยวเมื่อกลางปี
พนักงานต้อนรับเอาน้ำผลไม้มาเสิร์ฟ
พนักงานเช็คอินก็ทำงานเสร็จพอดี

พอเดินออกจากฟรอนท์ (ประตูสีฟ้าซ้ายมือ)
ก็มาเจอโต๊ะอาหารที่ทางรีสอร์ทจัดเอาไว้แบบนี้
ส่วนห้องพักของพวกเราก็กระจกอยู่ไกลๆ ทางด้านขวามือ
ดูจากสถานที่คร่าวๆ แล้วเป็นรีสอร์ทเล็กๆ ที่น่ารักดี
แต่ยังไม่ได้สำรวจอะไรมากนัก
พนักงานก็ถือกระเป๋าเดินนำพาไปยังห้องพักทันที

ห้องพักของพวกเราเป็นห้อง Malibu
ก็เลยเป็นสีฟ้า
จุดเด่นของห้องก็คือจะอยู่ชั้นล่าง
หากเดินออกมานอกห้อง (มีที่นั่งพักเล่นหน้าห้องด้วย)
ก็จะเป็นสระว่ายน้ำเลย

ห้องกว้างมาก
เป็นส่วนพักผ่อน นั่งนอนเล่น ดูทีวี กินขนม
ถัดไปอีกนิด ก็เป็นห้องแต่งตัว
มีราวแขวนเสื้อผ้า กระจกบานใหญ่
ถัดไปอีกก็จะเป็นห้องน้ำ

สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
รองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้อง ร่มเผื่อไปข้างนอก
เสื้อคลุมอาบน้ำ (หรือออกไปว่ายน้ำ)
ตู้เซฟ และ ไดร์เป่าผม
ประตูห้องน้ำ เป็นแบบพับ

เดินเข้ามาก็จะเจออ่างน้ำหน้า (ล้างมือ)
มีอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำครบถ้วน
กระจกบานใหญ่ อยู่ขวามือ

จากอ่างล้างหน้า พอเดินซ้ายมือเข้ามา
ก็จะเป็นส่วนอาบน้ำ
ซึ่งมีทั้ง Rainshower, Shower และก๊อกสำหรับล้างเท้า

จากส่วน shower เดินลงบันไดมา
ก็จะเป็นสปาขนาดย่อมๆ

แต่หากจากอ่างล้างหน้า เดินไปขวามือ
ก็จะเจอสุขา
(รูปนี้ถ่ายจากสปา)

มองจากสปา ย้อนกลับไปยังทางที่เข้ามา

ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ
สบู่ แชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำ โลชั่น

แก้วน้ำ หมวกคลุมผม สำลี คอตตอนบัด

ออกจากห้องน้ำ
เดินหาตู้เย็น
มาซ่อนไว้ตรงนี้เอง
ข้างในชั้นวางทีวี

ห้อง Malibu วิวข้างนอกก็จะเป็นแบบนี้
สระว่ายน้ำเปิดให้บริการถึง 22.00 น.
แต่ว่าไม่มีพนักงานคอยดูแลนะ
จะเล่นน้ำก็ดูแลตัวเองกันดีๆ

ที่นี่มีบริการ WiFi ฟรีด้วย
แต่ต้องติดต่อทางรีสอร์ทเพื่อขอรหัสผ่านก่อนนะ
แมวดื้อไม่ได้เอากางเกงขาสั้นมา เลยต้องเอาจักรยานไปซิ่งในตลาด
โดยทุกวันเสาร์ ที่วัดหลังรีสอร์ท จะมีตลาดนัดพอดี
(ประจวบเหมาะจริงๆ)

เปลี่ยนชุดเรียบร้อย มาเดินเล่นกัน
หมาน้อยอยู่ในสวน
นึกถึง iberry ที่เชียงใหม่ขึ้นมาทันที

บันได ทางขึ้น สำหรับห้อง Moon Terrace
ซึ่งจริงๆ ห้อง Moon Terrace จะอยู่ด้านบนของห้อง Malibu
จุดเด่นของห้อง Moon Terrace คือจะตกแต่งเป็นสีเขียว
มีระเบียงออกมานั่งชมวิวด้านสระว่ายน้ำได้
และห้องน้ำจะเป็น open style bathroom
ซึ่งเนื่องจากวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้อง
ก็เลยไม่มีโอกาสไปแอบดูห้องอื่นๆ ว่าเป็นยังไง

จากรูปนี้
ห้อง Malibu คือห้องสีฟ้าทางด้านล่าง
ด้านบนจะเป็น Moon Terrace
ส่วนห้องใหญ่ซ้ายมือจะเป็น Exotic Suite

ห้อง Exotic Suite
จะเป็น 2 ห้องนอน (สำหรับพัก 4 คน)
มีบันไดขึ้นชั้น 2 อยู่ภายในห้องเลย
ตกแต่งด้วยสีแดง

2 building หลัก
ก็จะเป็นห้อง Malibu, Moon Terrach และ Exotic Suite

เดินมาอีกด้านนึง
ก็จะเป็นห้อง White Vista
เป็นห้องใหญ่ ตกแต่งด้วยสีขาว
ตรงส่วนนี้จะเรียกเป็น Villa

ในห้อง Malibu กับ Exotic Suite
จะมี Spa Pool
ส่วนห้อง White Vista
จะเป็น Jacuzzi แทน

ที่สระว่ายน้ำ มี Pool bar ด้วย
แต่เหมือนจะยังไม่มีบริการอาหาร/เครื่องดื่ม
มีแค่พนักงานคอยมาเปิดเพลงฟังสบายๆ ตลอดทั้งวัน
สระ (ว่ายน้ำ) เด็ก อยู่ติดกับตรงที่จัดโต๊ะอาหารเลย

Jacuzzi
ที่ลงไปแช่ได้อย่างสบายๆ

สระว่ายน้ำ
ที่หากเปิดบริการ Pool Bar
ก็จะสามารถมานั่งตรงนี้ได้ด้วย
แยกส่วนตรง Pool Bar, Swimming Pool และ Jacuzzi

อีกมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำ
โดยจะเห็นว่ามีบันได ขึ้น/ลง สระว่ายน้ำเพียงแค่อันเดียว
เนื่องจากว่าสระว่ายน้ำเป็นสระลาด
ส่วนที่ลึกที่สุด เพียงแค่ 1.30 เมตรเท่านั้น
ดังนั้น หากต้องการว่ายน้ำจริงๆ
ควรจะว่ายในตามขวางของสระมากกว่า
(คงเป็นสาเหตุนี้กระมังที่ทำให้ไม่ต้องมีพนักงานดูแลความปลอดภัยที่สระว่ายน้ำ)
แต่ก็มีป้ายเขียนเตือนเอาไว้อย่างชัดเจน

เบาะเอาไว้ นอนอาบแดด
หรือนั่งเล่น อ่านหนังสือชิล ชิล ยามแดดร่มลมตก
ก็ได้บรรยากาศไม่เลว
ที่เห็นเป็นตึกไกลๆ ด้านขวามือ
อันนั้นเป็นรีสอร์ทเพื่อนบ้าน ที่อยู่ติดกัน
ไม่ต้องห่วงว่าจะอยู่ห่างไกลผู้คน
ชายหาด ก็อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ท
ปั่นจักรยานไปแป้บเดียว

หากนั่งอีกด้าน
ก็จะเห็นวิว โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ
ที่ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ในชุมชนเขาตะเกียบ

ปิดท้ายด้วยรูป “แพมและลูกสาว”
ที่บังเอิญไปเจอกันที่รีสอร์ทพอดี
(มักจะเจอกันตอนไปเที่ยวทุกทีเลย ฮ่า..ฮ่า)


ไม่รู้ว่ากลายเป็นธรรมเนียมไปตั้งแต่เมื่อไหร่
เดี๋ยวนี้เวลาจะมาขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
ก็จะต้องแวะซัดโฮกก๋วยเตี๋ยวเรือทุกทีไป
สำหรับวันนี้ หวานใจอยากกินลูกชิ้น
ก็เลยเปลี่ยนร้านบ้าง
ก็ร้านที่อยู่ด้านถนนพหลโยธิน
มีขายลูกชิ้นปิ้งเป็นไม้ๆ ด้วย

ลูกชิ้นเด้งดึ๋งดั๋ง
ไม่รู้แช่สารอะไรมาบ้าง
เหอ..เหอ

ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก
ในย่านนี้ถือว่าไม่เป็นรองใคร
แต่ต้องร้อนๆ มานะ

บะหมี่หมูแดง
ถั่วป่นแทรกเข้าไปในเนื้อบะหมี่
กับหมูแดงแล่บางๆ

ติดใจบะหมี่หมูแดงร้านนี้ เลยต้องขอเบิ้ลอีกสักชาม


ช่วงนี้เริ่มขี้เกียจ
มีสิ่งที่ต้องทำเต็มไปหมด
แต่บางทีก็แปะเอาไว้ก่อน
อยากทำงานที่อยากทำ
ก็เลยคิดใหม่
ว่าจะกำหนดตารางเวลาไปเลย
แต่ก็ไม่อยากจะใช้ iCal หรือ Calendar (iPhone)
อยากได้โปรแกรมตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ไปเลย
จนมาเจอโปรแกรมนี้

เท่าที่อ่านสรรพคุณโปรแกรม
ก็กดซื้อมาอย่างไม่ยากเย็น

จริงๆ ก็ไม่ได้ดีเด่นจนพิเศษอะไร
แต่คุณสมบัติที่มี
ก็ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการ

Sort
สามารถเรียง ToDo ได้ตาม
Category, Priority, Due Date หรือ Title ได้

Color
แต่ละ ToDo สามารถกำหนด Priority เป็นสีๆ ได้
1-10 ระดับ

Tap & Hold
ในแต่ละ ToDo เราอาจใส่เป็นโน้ตสั้นๆ
เวลาใช้งานก็เพียงแตะรายการนั้นค้างไว้
ก็จะแสดงรายละเอียดขึ้นมาเลย
ไม่รบกวนการแสดงผลส่วนอื่นๆ
(พอปล่อยมือ รายละเอียดก็ถูกซ่อนไป)

Date & Time
สามารถกำหนดได้ทั้งวันที่และเวลา
(แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้)

Task
สามารถเลือกได้ว่าจะเป็น
To Do, To Call หรือ To Email
เพื่อจุดประสงค์หลายแบบตามต้องการ

Repeat & Alert
สามารถกำหนด repeat ได้เป็น
Hours, Days, Weeks, Month จนถึง Year เลย
แถมยังเลือกได้อีกว่าจะให้นับจาก Due date หรือ Complete date

Import/Export
ถ้าหากมีข้อมูล ToDo จากโปรแกรมหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ก็สามารถ Import/Export ข้อมูลที่เป็น CSV ใช้งานร่วมกันได้โดยง่าย
มีการ backup ข้อมูลโดยอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอ

ความต้องการระบบขั้นต่ำ เฟิร์มแวร์ 2.0
ท่านใดสนใจ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก App Store


More Posts


Dead Set
September 17, 2009

Dead Set

Cupp Keyk
September 17, 2009

Cupp Keyk

ไปดูมาแล้ว: 5 แพร่ง
September 16, 2009

ไปดูมาแล้ว: 5 แพร่ง

Trip Chachoengsao (6)
September 15, 2009

Trip Chachoengsao (6)