และแล้วก็ถึงฤดูกาล US series อีกแล้ว
แม้่ว่าจะมีซีรีส์เรื่องใหม่อีกหลายเรื่อง
แต่ก็เลือกที่จะดู prison break ก่อน
จริงๆ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก
มีสมาชิก คอยถามอยู่ตลอดเวลา
ว่าอยากดู
ฮ่า..ฮ่า
ก็เลยต้องหามาดู
ซึ่งคราวนี้ มันก็เร็วมาก
เรียกว่าฉายที่ US วันจันทร์ วันอังคารบ้านเราก็ได้ดูกันแล้ว
สำหรับซับไทย (แปลเอง) ก็อาจออกมาประมาณวันพุธ
เร็วมาก

สำหรับ prison break ในซีซันใหม่นี้
ดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว
เริ่มจะออกทะเลไปบ้าง แต่เพิ่ม แอคชันกับดราม่าเข้าไปพอสมควร
ตอนจบแต่ละตอน ก็กระตุ้นให้อยากดูตอนต่อไปได้พอสมควร


ถึงแม้ว่ากล้อง D-SLR นั้น จะเน้นที่การมองผ่าน viewer
มากกว่าการใช้ live view (สำหรับกล้องบางรุ่น)
แต่แมวดื้อเอง ก็มักจะขี้โกงที่ชอบใช้ live view สำหรับการถ่ายรูปบางประเภท
หรือบางครั้ง ที่เขียนบทความ
ถ่ายรูปไปด้วย เขียนบทความไปด้วย
ก็ชอบที่จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการควบคุมแทน
กดปุ๊บ ขึ้นคอมปั๊บ ใช้งานได้เลย สะดวกทีเดียว
ตัวกล้องก็อยู่บนขาตั้งกล้อง มั่นคง ภาพที่ได้ไม่สั่นอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ คุ้นๆ ว่าเคยผ่านตาว่ามีการนำเอา gadget อื่นๆ มาควบคุมการทำงานของกล้อง
วันนี้ก็ไปเจอข้อมูลการนำเอา NDS มาใช้
มีเมนูควบคุม ผ่าน NDS ด้วย
น่าสนใจทีเดียว

Link: Panocamera.com 


วันนี้ตอนเช้าไปช่วยหวานใจถ่ายรูปงานแต่งงานของญาติ
แมวดื้อกับน้องลูกพรุน ก็นั่งแก้ไข database ตั้งแต่เมื่อคืน
หกโมงเช้า database ยังไม่เสร็จดี
แต่ก็ไปถ่ายรูปงานแต่งงานทันที
เหอ..เหอ
อารมณ์ง่วงปนอิ่ม
เพราะว่ามีของกินเยอะมาก เลยได้กินมาตลอดคืน 😛
พอไปถึงงานก็ลุยกันเลย
เจ้าของงานคงงงๆ ว่าพวกนี้ใครวะ
เอากล้องมาจ่อหน้า ให้ทำโน่นทำนี่
แค่พิธีการก็ยุ่งมากแล้ว เจ้าพวกนี้ยังมายุ่งอีก
หุหุ

ไม่ได้ไปงานแต่งงาน ที่มีพิธีการแบบไทยๆ เยอะๆ นานแล้ว
ดูวุ่นวายไปหมด
ถ้าแต่งงานก็จะไม่ให้มีแบบนี้เด็ดขาด
สงสารญาติผู้ใหญ่ ต้องคอยวิ่งไปวิ่งมา
ญาติแต่ละฝ่ายอีก
ไหนจะคนนำพิธีการ ที่เหมือนว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ได้รู้ล่วงหน้ามาก่อน
เค้าให้ทำอะไรก็ทำ
เอิ้ก..เอิ้ก
รูปทั้งหมด ก็คงต้องฝากฝังอยู่ที่หวานใจกับน้องลูกพรุน
เพราะแมวดื้อไม่ถนัดถ่ายรูปคนเลย
ไปแจมกับเค้าแบบขำๆ
ถ่ายเรื่อยเปื่อยมาก

สุดท้าย ก็เล่นมุขเดิม
แนวถนัด

เจ้าบ่าว เจ้าสาวเห็น คงหัวเราะขำกลิ้ง
รูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวอ่ะถ่ายไม่เป็น
พอเป็นของกิน ถ่ายได้เลย
ตากล้องเห็นแก่กินนี่หว่า
ฮ่า..ฮ่า


ผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์
หลังจากที่อัพเกรดเซิร์ฟเวอร์
ส่งผลให้มีปัญหากับฐานข้อมูล
คือ ณ ปัจจุบัน มันก็ใช้งานได้
แต่ไม่สามารถอ่านภาษาไทยใน phpmyadmin
ทำให้ห่วงว่า ในอนาคต หากต้อง export sql แล้ว import กลับเข้าไปใหม่
อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา
ก็เลยต้องหาทางแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้
เมล์จี้ไปทาง admin ของ hosting ก็แล้ว
แจ้งเจ้าของ hosting โดยตรงก็แล้ว
โกรธ.. จนเริ่มติดต่อ hosting ใหม่ก็แล้ว
แต่เหมือนไม่มีใครให้ความช่วยเหลือได้เลย
คือให้คำปรึกษาแบบว่า “น่าจะ” “ลองทำ” นั่น โน่น นี่
เออ.. ถ้าทำเองเป็น ก็ทำไปแล้วแหละ
ความรู้ ถึงจะมีเท่าหางอึ่ง แต่ก็พอจะรู้อยู่บ้าง
แต่ได้รับคำตอบแบบไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ 
ก็เลยนั่งไล่อ่านข้อมูลในเนท
ลองทำตามแล้ว ก็ยังไม่ได้
สุดท้าย
ลองคิดให้ง่ายขึ้น
ใช้วิธีชาวบ้านแบบดิบๆ
เออ.. มันกลับได้แฮะ

จากที่มีปัญหา
ก็กลับมาสู่ปกติ
แต่ปัญหาก็คือ “ต้องทำมือ”
แล้วข้อมูลเจ้ากรรม ก็ดันมี “เป็นแสน”
วันนี้ก็เลยให้น้องลูกพรุนมาช่วยกันทำ
คืนนี้คงไม่ได้นอน


ควันหลงจากทริปพัทยา
อยากกินส้มตำ ไก่ย่างขึ้นมาอีก
พอดีกับที่ manager online แนะนำร้านนี้
คอมเม้นท์ไม่ค่อยจะดีนัก
แต่เผอิญเป็นคนไม่ค่อยเชื่อความคิดเห็นคนอื่น
เลยหยิบมาแปะเอาไว้ก่อน
เอาไว้มีโอกาสค่อยไปลอง
แต่ก็คงไปสาขาแรกมากกว่า เพราะใกล้กว่ากันเยอะ 


บรรยากาศภายในร้านไก่ย่างเสือใหญ่ 

       “ไก่ย่าง” เมนูง่ายๆ ที่หากจะทำให้อร่อยนั้นไม่ง่ายเลย แต่ทว่าในเมืองไทยนั้นก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำไก่ย่างในระดับฝีมือเป็นเอกอุอยู่หลายร้าน ดังเช่นร้าน “ไก่ย่างเสือใหญ่” ที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ไปประสบพบเจอในมื้อนี้

       สำหรับร้าน“ไก่ย่างเสือใหญ่” ร้านนี้หลายคนๆ ที่เป็นคออาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสานสุดแซบคงจะพอได้ยินชื่อเสียงกันมาบ้าง เพราะที่จริงแล้วร้านไก่ย่างเสือใหญ่นั้นมีสาขาแรกอยู่ตรงซอยเสือใหญ่อุทิศ (ซ.รัชดาภิเษก 36) ซึ่งเปิดขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนร้านที่พวกเรามากินกันในมื้อนี้เป็นสาขา 2 ที่ขยับขยายกิจการมาเปิดอยู่ที่นี่ก็นานกว่า 10 ปี โดยที่นี่เน้นขายอาหารอีสานแบบรสชาติดั้งเดิมสุดแซบ และก็ยังมีอาหารไทย อาหารจีนให้ได้เลือกลิ้มรสกันด้วย ซึ่งอาหารของที่นี่นอกจากจะมีรสชาติอันดีที่ชวนกินแล้ว เรื่องของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารทางร้านเขาก็ใส่ใจคัดสรรแต่ของที่มีคุณภาพมาทำ แถมทั้งอาหารของที่ยังปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส กินได้อย่างสบายใจ


ส้มตำไทย

       ในมื้อนี้พวกเราด้วยความที่มากันหลายคน และแต่ละคนก็ชื่นชอบอาหารที่แตกต่างกันไป พวกเราก็เลยเลือกที่จะสั่งเมนูอาหารมากินแบบหลากหลาย แบบว่าเลือกสั่งเมนูเด่นๆ ของที่นี่มากินกันจนเต็มโต๊ะ เมนูแรกที่ถูกเสิร์ฟมาคือ ส้มตำไทย (50 บาท) ที่ตำมาได้แบบครบเครื่องส้มตำ ชิมรสชาติส้มตำไทยมะละกอเคี้ยวกรุบกรอบเพราะทางร้านเลือกใช้มะละกออย่างดีจากดำเนินสะดวก (ราชบุรี) และปรุงรสชาติเปรี้ยวได้ใจเพราะใช้มะนาวคั้นสดๆ เผ็ดนิดๆ จากพริกขี้หนูสวน และเคี้ยวมันปากกับถั่วลิสงหอมๆ ที่ทางร้านคั่วเองแบบสดใหม่


แหนมหม้อทอด

       จากนั้นตามมาด้วยเมนู แหนมหม้อทอด (90 บาท) เป็นแหนมหม้อที่ทางร้านสั่งตรงมาจากเชียงใหม่โดยเฉพาะ นำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าแล้วนำไปคลุกกับไข่และเกร็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ กินแหนมทอดร้อนๆ เคี้ยวกรอบนอกเนื้อในนุ่มได้รสชาติแหนมรสดีไม่เปรี้ยวหวาน กินแกล้มกับถั่วลิสงทอด ขิงอ่อน ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม และกะหล่ำปลี


ไก่ย่าง

       เมนูต่อมาถือว่าเป็นเมนูเด่นชูโรงของที่นี่ ถ้ามาแล้วไม่สั่งมากินไม่ได้ นั่นคือไก่ย่าง (ตัวละ 160 บาท ครึ่งตัว 80 บาท) เป็นไก่ย่างที่ตัวไม่ใหญ่มากนัก ทางร้านเลือกใช้ไก่บ้านสีทองจากโคราชที่คัดมาอย่างดี นำมาหมักกับเครื่องสมุนไพรไทยค้างคืนไว้ ก่อนจะนำมาย่างด้วยเตาไร้ควันจนไก่สุก แล้วพอลูกค้าสั่งก็จะนำมาย่างด้วยเตาถ่านอีกทีเพื่อให้หนังกรอบ ทำให้ไก่ย่างของที่นี่มีรสชาติโดดเด่นตรงที่ไก่หนังบางกรอบ เนื้อแห้งเคี้ยวนุ่มได้รสชาติเครื่องหมักที่ซึมลึกถึงเนื้อในไก่ และยังมีน้ำจิ้มหวาน กับน้ำจิ้มแจ่วที่ทางร้านทำเองมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติ


ต้มโคล้งปลากรอบ

       กินแต่เมนูแห้งๆ มาหลายจาน ชักเริ่มฝืดคอเลยสั่ง ต้มโคล้งปลากรอบ (120 บาท) มากินซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องกันหน่อย ต้มโคล้งปลากรอบของที่นี่รสดีตรงที่ปลากรอบเป็นปลาเนื้ออ่อนที่นำมาทอดจนกรอบอีกที กินแล้วได้ทั้งความหอมและรสชาติปลากรอบรสดี ที่เข้ากันกับน้ำซุปต้มโคล้งเปรี้ยวแซบได้ใจ


หมี่กรอบชาววัง

       และเรายังไม่อิ่ม ยังสั่งหมี่กรอบชาววัง (90 บาท) มากินกันต่อ เป็นเส้นหมี่ขาวนำมาทอดจนฟูกรอบและผัดปรุงรสชาติเคล้ากับเครื่องต่างๆ ตามสูตรเด็ดของทางร้านได้หมี่กรอบที่กินแล้วเคี้ยวกรอบนุ่มซึมรสชาติเครื่องปรุงที่เข้มข้นกลมกล่อมถูกปาก และหอมกลิ่นผิวส้มซ่าที่โรยมาบนหมี่กรอบ


โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

       สุดท้ายพวกเราเลือกที่จะขอปิดมื้ออิ่มกันด้วย โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย (120 บาท) เป็นเมนูแกงจานเด็ด ที่ทางร้านโขลกเครื่องแกงเขียวหวานเองนำมาแกงใส่ลูกชิ้นปลากรายที่ทำเองแบบใช้เนื้อปลากรายล้วนๆ ลิ้มรสแล้วโดนใจปากมากๆ ตรงที่ลุกชิ้นปลากรายเคี้ยวนุ่มหนึบหนับปาก น้ำแกงเขียวหวานเข้มข้นถึงเครื่องแกงออกเผ็ดนิดๆ กินคู่กับโรตีทอดกรอบสุดยอดนักเชียว


บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ

       และนอกจากเมนูจานเด็ดเหล่านี้ที่พวกเราได้สั่งมากินกันจนอิ่มแน่นท้องแล้ว ก็ยังแอบชำเลืองเห็นว่าในเมนูอาหารยังมีอาหารจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนชิมอีกมาก อาทิ แกงคั่วหอยขม (100 บาท) ทอดมันปลา (100 บาท) ส้มตำปูม้าสด (90 บาท) แกงเผ็ดเป็ดย่าง (120 บาท) เต้าหู้ทรงเครื่อง (120 บาท) และยังมีของหวานอย่าง ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม (ถ้วยละ 25 บาท) และน้ำสมุนไพรชวนดื่มที่ทางร้านทำเอง อาทิ น้ำกระเจี๊ยบ ตะไคร้ ลำไย (แก้วละ 30 บาท) แต่เห็นทีว่ามื้อนี้คงจะกินไม่ไหวแล้วจริงๆ เอาเป็นว่าขอติดเอาไว้ก่อน แล้วคราวหน้าจะขอกลับมาอิ่มแซบสบายท้องกันที่ร้าน “ไก่ย่างเสือใหญ่” กันอีก

       ชื่อร้าน : ไก่ย่างเสือใหญ่
       
       ประเภทอาหาร : อาหารไทย-อีสาน
       
       เมนูจานเด่น : ส้มตำไทย, แหนมหม้อทอด, ไก่ย่าง, ต้มโคล้งปลากรอบ, หมี่กรอบชาววัง, โรตีเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
       
       บรรยากาศร้าน : กว้างขวาง มีให้เลือกนั่งทั้งในโซนห้องแอร์ และด้านนอกรับลมเย็นๆ
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 150/1 ถ.กรุงเทพกรีฑา แขวง/เขตสะพานสูง กทม. การเดินทางถ้ามาจากเส้นศรีนครินทร์ วิ่งตรงมายังสี่แยกกรุงเทพกรีฑา จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถ.กรุงเทพกรีฑา วิ่งตรงเข้าไปประมาณ 1-2 กม. จะเห็นร้านไก่ย่างเสือใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็น จุดสังเกตร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับสนามกอล์ฟยูนิโก้
       
       สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถในร้าน
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ : ถ้ามากินแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 0-2736-2200

Link: Manager Online


More Posts


Dolls Trip
September 11, 2008

Dolls Trip

HBD Darling
September 10, 2008

HBD Darling

Upgrade server2
September 9, 2008

Upgrade server2

Tum Tum
September 8, 2008

Tum Tum

Trip:Pattaya 2008 D3
September 7, 2008

Trip:Pattaya 2008 D3

Trip:Pattaya 2008 D2
September 6, 2008

Trip:Pattaya 2008 D2