สองวันแล้วที่ฉันเบื่อกับโลกอินเทอร์เนท
เบื่อเป็นคนเก่งที่ทุกๆ คนก็คาดหวัง
แม้ว่าจะเขียนบอกในเว็บไว้แล้ว
ว่าจะหยุดพัก
แต่ก็ยังไม่วาย มีไอโฟนเดินทางมาให้จัดการถึงคลินิก
ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ
แค่รู้สึกว่า
เวลาส่วนตัว
มัน “หายไป”

เบื่อกับการเครียดที่ต้องมารับผิดชอบ กับของๆ คนอื่น
ทำดีก็เสมอตัว ทำไม่ดีก็โดนบ่น (แม้จะไม่มาบ่นให้เราได้ยินก็ตาม)
เบื่อที่ต้องการคอยหาคำตอบให้กับคนที่เฝ้ารอคำตอบ
ไม่ว่าบางคำตอบที่ตอบได้เพียงทันที
หรือบางคำตอบที่ต้องไปค้นมาตอบให้
มันทำให้ฉันรู้มากขึ้น
แต่ฉันรู้สึกเป็นเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปทุกวัน
เครื่องจักรกลที่ไม่ต้องคิดอะไร
อยู่ในโลกอินเทอร์เนท
รับคำสั่งมา ประมวลผล แล้วก็แสดงผลออกมา
แค่นั้น

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว
ที่ฉันอยู่กับจอมอร์นิเตอร์และคีย์บอร์ด
ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างใครๆ
จากที่เลิกแตะต้องทีวี (ไม่ได้แตะมาหลายปีแล้ว) ดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าวผ่านจอมอร์นิเตอร์ทั้งนั้น
มาเพิ่มมาขึ้น กับการเลิกดูหนังที่โรงภาพยนตร์
จนมาถึง เดี๋ยวนี้ เหมือนฉันกลายเป็นเด็กบ้านนอกคนนึงที่เข้ามาอยู่ในซอกเล็กๆ ของเมืองหลวงแห่งนี้
ทั้งๆ ที่ฉันเป็นเด็ก “กรุงเตบ”
ห้างดังๆ ร้านอาหารดังๆ ฉันก็ไม่รู้จัก ไม่เคยไป
ดีหน่อยก็ตรงเปิดเนท เจอร้านอะไรก็จดไว้ พอมีโอกาสก็แวะไป
ไม่สิ เค้าเรียกตั้งใจไปเลย
ไม่ใช่ ไม่มีที่ไป แล้วจะแวะไปทำนองนั้น
แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกชิงชัง กับอาชีพการงานที่ทำอยู่
เพราะมันทำให้ฉันมีเวลาทางสังคมน้อยกว่าคนอื่น
มันเป็นอาชีพที่ถูกหลายคนดูถูก อยู่กับสัตว์ อยู่กับสิ่งสกปรก
แต่พอฉันทำได้ ทำให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี
บางที เราก็ยิ้มได้นะ
เราอาจมีเวลาไปพักผ่อนน้อยกว่าคนอื่น
มีเวลาไปเที่ยวเล่นน้อยกว่าคนอื่น
แต่เราไม่เคย “มีเพื่อน” น้อยกว่าคนอื่น
แค่นั้นก็พอแล้วใช่ไหม

ฉันตื่นขึ้นมากับจับคอม (ที่ไม่ได้ปิด) ก่อนนอนก็จับ sleep ไว้แค่นั้น
พร้อมที่จะทำงานได้ทุกเมื่อ
หลายวันก่อน ฉันโดนบล๊อค ichat จากน้องคนนึงที่ฉันคิดจะเข้าไปช่วยเหลือเครื่องไอโฟน
แต่จนเวลาผ่านไปนานเกือบสองสัปดาห์
ที่ฉันไม่ได้ออกไปไหนมากนัก  อยู่ที่คลินิกตลอด
ก็ไม่ได้ไปเอาเครื่องเค้ามาแก้ให้ (ซึ่งไม่รู้ว่าจะแก้ได้หรือเปล่า) สักที
เค้าก็บล๊อคไปซะเฉยๆ
ไม่เข้าใจคนพวกนี้เหมือนกัน
ก็ช่างเถอะ
ฉันไปทำ ไม่มีผลตอบแทนอะไรอยู่แล้ว
เพื่อนๆ พีๆ น้องๆ ที่สนิทกัน (น่าจะ) รู้จักฉันดี

 

เมื่อคืนวันลอยกระทง
ได้คุยกับพี่ชายที่น่ารัก (เป็นทั้ง boss ทั้งพี่ชาย)
ว่าอยากออกไปถ่ายรูปกลางคืน
อยากไปภูเขาทอง
รู้ว่ามีงานภูเขาทอง
ไม่เคยไปสักครั้ง
แต่ด้วยรู้สึกเพลีย กับอ่อนใจยังไงชอบกล
คล้ายจะไม่สบายด้วย
เลยตัดสินใจว่าจะไม่ไปถ่ายรูป
แต่ถ้าไปหาอะไรกินเย็นๆ OK

 

สุดท้ายก็เลยตกลงกันว่าไปหาอะไรกินกัน
แถวร้านมนต์นมสด หน้าศาลาว่าการฯ

 

ฉันปิดคลินิกตอนสามทุ่ม
แล้วก้าวเท้าออกจากร้าน
รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล
ถ้าเป็นวันอื่นๆ ฉันคงจะกลับไปนั่งอยู่หน้ามอร์นิเตอร์ ไม่แชต ก็ท่องเนทอย่างเช่นเคย
ลมหวานพัดผ่านกระทบหน้าฉันอย่างจัง
อากาศหนาวมาแล้วเนอะ
ผู้คนต่างทยอยกลับบ้านกันแล้ว
ไปลอยกระทงกันตั้งแต่หัวค่ำ
แต่สำหรับฉัน มันเพิ่งจะเริ่มต้น
เพราะฉันเพิ่งจะทำงานเสร็จ

 

ฉันนั่งแท๊กซี่ ไปลงแถวๆ เรือนจำ
รถไม่ติดมากนัก แต่เห็นคนเดินไกล เลยคิดว่าเดินเอาดีกว่า
สักพักก็มี SMS ส่งเข้ามา
“หมอ..ไม่ต้องมาแล้ว ภูเขาทอง คนยังกะหนอน”
OK
ฉันเปลี่ยนใจเดินเลียบเรือนจำ เข้าซอยเปลี่ยวเล็กๆ ที่เดินประจำ ออกไปทางวัดสุทัศน์
หน้าเสาชิงช้า ลมแรงมาปะทะให้ฉันสะท้านอีกครั้ง
เด็กวัยรุ่น 2-3 กลุ่ม เดินถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือกันอย่างมีความสุข
ฉันหวนไปนึกถึงวิทยุที่ได้ฟังในรถแท๊กซี่
สถิติเด็กวัยรุ่น เสียความบริสุทธิ์ในคืนวันลอยกระทง ยังคงมีตัวเลขที่สูงอยู่
หวังว่าเด็กวัยรุ่นกลุ่มที่ฉันเพิ่งเดินผ่านมา คงไม่คิดอะไรแบบนั้น

 

ฉันข้ามถนนหลายครั้ง จนมาถึงหน้าศาลาว่าการฯ
ชอบอากาศแบบนี้จัง
อากาศเย็นๆ มีลมหนาวพัดมาเรื่อยๆ
แม้ว่าไม่มีหวานใจอยู่ข้างๆ แต่ก็โทรบอกว่าอยู่ไหนตลอด
ข้ามถนนอีกรอบก็ถึงร้านมนต์นมสด
ร้านนี้อยู่มานานมาก
ตั้งแต่ฉันเป็นเด็กวัยรุ่น มาเรียนพิเศษแถวๆ นี้ ก็มีร้านนี้แล้ว
จากร้านขนมปังธรรมดา กลับกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียง มีหลายสาขา

 

ขนมปังสารพัดหน้า ทั้งปังเนย ปังน้ำตาล ปังสังขยา
วางอยู่ตรงหน้าละลานตา
พร้อมกับนมสดเย็น
ที่คนไปซื้อถามว่า จะเอานมโคบ้านเรา หรือนมโคเมืองนอก
[มุขซะงั้น]
กินกันไป เม้าท์กันไป
คนเยอะมาก
คนต่อแถวกันออกไปนอกร้าน ยาวไป 3 คูหา
ท่ามกลางเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจภายในร้าน
ฉันกลับมานั่งคิดดู
นี่หรือคือสิ่งที่ฉันต้องการ
ออกมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ เฮฮากันไปตามประสา
อย่างน้อยก็ทำให้ฉันไม่ต้องห่วงกับเรื่องราวบนอินเทอร์เนทสักเท่าไร
แม้จะไม่ว่าต้องหยิบไอโฟนออกมาดูประปราย

ต่อจากขนมปัง (ของหวาน) แล้ว
เราเดินไปหากินผัดไทตามคำแนะนำของสมาชิกในกลุ่มกันต่อ
ฉันรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ
อยากจะนั่งลงกับพื้น จิบแอลกอฮอล์ซะตรงนั้น
หลายคนรู้สึกร้อน
แต่สำหรับฉันมันหนาวเหลือเกิน
เดินย่อยขนมปังไม่นาน
เราก็มาถึงร้านผัดไทชื่อดัง
คนเยอะมาก
กองถั่วงอกอวบอั๋นมหึมาอยู่ข้างกายพ่อครัว
รอสักครู่ใหญ่ๆ เราจึงได้โต๊ะ

 

 

แม้ว่าทางร้านจะมีเส้นธรรมดา เส้นจันทน์ มันกุ้ง หลากหลาย
แต่จากการสั่งมากินแล้ว
พวกเราสรุปกันว่า “ไม่ผ่าน”
เพราะมัน “ขาด”การเข้าถึงรสชาด
มันอาจจะเหมาะกับคนจีนที่ชอบกินจืดๆ หรือคนที่ต้องมาปรุงเอง
แต่สำหรับฉัน มันจืดสิ้นดี
หลังจากจบเมนูนี้ ก็ปาเวลาข้ามวันไปแล้ว ฉันก็แยกย้ายขอตัวกลับ
เพราะตอนเช้ามีผ่าตัดอีก
ฉันเดินข้ามถนนกลับมาเพื่อเรียกรถแท๊กซี่
แต่ดูเหมือนว่าคนเริ่มทยอยกลับกัน
รถแท๊กซี่เริ่มน้อยลง
ที่มีก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น (น่าจะนอนอยู่บ้านนะ เปลืองน้ำมันเปล่าๆ)
ฉันเดินลัดเลาะตามถนน จนเปลี่ยนชื่อถนนไป 3-4 ถนน
จนมาถึงตลาดเที่ยงคืน
ที่เค้าว่ากันว่า ลองมาเดินสักครั้งจะติดใจ
ฉันเลยลองเดินเข้าไปดู ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว
ผ่านไป 2-3 ตรอก ข้าวของส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยต่างจากของตอนกลางวันสักเท่าใด
อาจจะมี “ของโจร” “ของมีตำหนิ” ให้เห็นบ้าง
เรียกว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย”
ฉันไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก
จนไปหยุดอยู่ตรงร้านขายหมา
มีชิสุห์ผสม 2 ตัว และหมาไทย 3 ตัว
คาดว่าน่าจะหลอกว่าเป็นหมาบางแก้วได้ไม่ยาก
แต่เห็นอาการหอบแล้วน่าสงสาร อากาศไม่ได้ร้อนมาก แต่หอบแฮ่กเลย
ท่าทางจะไม่สบาย
ดูอยู่สักพัก มีคนมาซื้อไปสองตัว
ฉันเดินออกจากร้านด้วยอาการงงๆ เริ่มง่วงเล็กน้อย ปนกับอิ่มมาก
แล้วฉันก็เดินข้ามไปอีก 2 ถนน
มาจนถึงถนนเจริญกรุง
ถึงตรงนี้ ฉันก็ยังหาแท๊กซี่ไม่ได้สักที
จนมาถึงหอไม่มีโคม (มันไม่โคมเขียว โคมแดงทั้งนั้น มันไม่มีโคม)
ฉันเห็นสาวแท้ สาวเทียม ยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ข้างๆ หอ แล้วก็ค่อยๆ หายไปทีละคน
พาลนึกในใจว่าเดี๋ยวนี้มันโจ่งแจ้งกันขนาดนี้เลยเหรอ
สักพักใหญ่ๆ มีรถเมล์ตลอดคืนผ่านมา
ฉันรีบกระโดดเกาะรถไปลงที่หัวลำโพง
ด้วยการเดาว่าน่าจะมีรถแท๊กซี่ให้ฉันใช้บริการบ้าง
และแล้วก็โชคดี มีแท๊กซี่มาพอดี
สรุปฉันกลับมาถึงคลินิกเกือบตีสอง
กว่าอาบน้ำ กินมาม่า (เดินไกลไปหน่อย กลับมาก็หิวเลย) กว่าจะได้นอนเกือบตีสาม
ถือว่าเป็นอีกคืนกับชีวิตในเมืองกรุงที่ไม่ค่อยได้สัมผัส

 

….

 

 

หวานใจคงนอนไปแล้ว
คืนนี้เป็นคืนเหงาอีกคืน

 

[audio:ost_snow_queen_loveholic.mp3]


 

 สำหรับตากล้องที่ชื่นชอบถ่ายรูปพระราชวังต่างๆ แมวดื้อคิดว่า ไม่น่าจะมีใครพลาดไปถ่ายรูปที่นี่
อยู่ไม่ไกลจากกทม. แค่เพียงนครปฐมเท่านั้นเอง
ปัจจุบันได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง
ในปีนี้ ได้มีการจัดงาน “งานฉลอง 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์” ขึ้น
ตากล้องทั้งหลายไม่ควรพลาด

 

 

       หากกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของจังหวัดในเขตปริมณฑล อย่างจังหวัดนครปฐม “พระราชวังสนามจันทร์” ถือเป็นหนึ่งในสถานที่อันสวยงามที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม

“พระราชวังสนามจันทร์” แห่งนี้สร้างขึ้นในพื้นที่เดิมที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นพระราชวังเก่าของ กษัตริย์ในสมัยโบราณ เรียกว่าเนินปราสาท เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระราชประสงค์จะสร้างวังขึ้น ณ เมืองนครปฐม เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ ความเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรม ศาสนาของเมืองนครปฐม และเพื่อเป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์และเมื่อบ้านเมือง ถึงยามวิกฤต

พระองค์ทรงเห็นว่าบริเวณเนินปราสาทนั้นเป็นทำเลที่เหมาะสมจึงขอซื้อ ที่ดินจากราษฎรรวมทั้งสิ้น 888 ไร่ เพื่อสร้างพระราชวัง แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี ซึ่งต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรม ศิลปประสิทธิ์) เป็นแม่งาน ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปีด้วยกัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยลงใน พ.ศ.2450 รัชกาลที่ 6 จึงพระราชทานนามให้ว่า “พระราชวังสนามจันทร์” ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานสระน้ำโบราณหน้าโบสถ์พราหมณ์ (ปัจจุบันไม่มีโบสถ์พราหมณ์เหลืออยู่แล้ว) ว่า สระน้ำจันทร์ หรือ สระบัว

สำหรับพระราชวังสนามจันทร์ ประกอบไปด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ อันมีชื่อคล้องจองกันได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ พระที่นั่งวัชรีรมยา พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับขวัญ พระตำหนักทับแก้ว และอนุสาวรีย์ย่าเหล

จากวันนั้นถึงวันนี้ พระราชวังสนามจันทร์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนมีอายุครบรอบ 100 ปี ในปีนี้ ซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้สำนักพระราชวัง ร่วมกับจังหวัดนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินการจัด “งานฉลอง 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์” ขึ้น ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.- 2 ธ.ค.50 ณ พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม ซึ่งนอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้แล้ว ยังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระ บาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นอีกด้วย

สำหรับการเฉลิมฉลองนั้น จะใช้พื้นที่ภายในพระราชวังสนามจันทร์เกือบทั้งหมด โดยเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพร้อมสัมผัสบรรยากาศภายในวังยามค่ำคืน ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 100 ปี และในพิธีเปิดได้จัดให้มีขบวนแห่ยิ่งใหญ่ อลังการ 4 ขบวน คือ พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า ทั่วดินถิ่นนครปฐม มหาธีรราชเจ้าจอมราชันย์ และพระราชวังสนามจันทร์ 100 ปี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ การออกร้านสินค้า OTOP ที่นำชื่อเสียงมาสู่จังหวัด การจำหน่ายผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกจากโครงการส่วนพระองค์ การแสดงตำนานเสือป่า การแข่งขันฟุตบอลโบราณ เพื่อรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณที่รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานกำเนิดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและสันทนาการ การประกวดอีกมากมาย ฯลฯ

โดยในการจัดงานเฉลิมฉลองครบ 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์ในครั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. เวลา17.00 น.

สำหรับผู้เข้าร่วมงานในวันเปิดที่แต่งกายชุดลูกเสือชาวบ้านไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู สำหรับเด็กนักเรียนนักศึกษาในราคา 20 บาท ผู้ใหญ่ ราคา 50 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พระราชวังสนามจันทร์ โทร. 0-3424-4236-7

 

Link: Manager Online


แมวดื้อจำไม่ได้ว่าเคยกิน “ถุงทอง” ครั้งแรกที่ไหน
ตอนเด็กๆ ชอบกินเกี้ยว (กรอบที่ห่อเป็นสามเหลี่ยม) มาก
พอโตขึ้นมา มีโอกาสได้กิน “ถุงทอง” เลยเปลี่ยนมาชอบถุงทองแทน
ด้วยความที่พอคำ เวลากัดแล้ว ไม่ค่อยมีเศษเกี้ยวร่วงสักเท่าไหร่
น้ำจิ้มก็คล้ายๆ กัน
ถ้าที่ไหนหรูหน่อย ก็มีไส้ที่แตกต่างกันออกไป
วันนี้มีร้านอาหารไทยมานำเสนออีกหล่ะ
อยู่ถนนสามเสน ไม่ไกลจากถนนพระอาทิตย์มากนัก
ถือว่าเป็นอีกแหล่งที่ของกินเยอะทีเดียว
ไว้มีโอกาสต้องลองไปชิม

 

อิ่มหนำ ดื่มด่ำบรรยากาศ ที่”สามเสนสโมสร”


นั่งกินข้าว ชมวิวสะพานและสายน้ำเจ้าพระยาที่ สามเสนสโมสร

ช่วงเทศกาลลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ (24 พ.ย.) หลายคนคงเล็งร้านอาหารริมน้ำไว้สำหรับพาคนรู้ใจไปอิ่มเอมในรสชาติอาหารและ ดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำ รวมถึงร่วมลอยกระทงให้ลอยล่องไปสู่พระแม่คงคาตามที่ใจอธิษฐาน

สำหรับร้าน “สามเสนสโมสร” หรือสามเสนซอยสามเดิม ถือเป็นหนึ่งในร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยามีบรรยากาศชวนนั่ง ชวนกินอาหาร และชวนดื่มไม่น้อยเลย โดยทันทีที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เดินเข้าร้านไป เราก็ได้พบกับบรรยากาศภายในร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีโต๊ะนั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งโซนในบ้าน โซนบาร์ที่มีเคาน์เตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มแบบครบครัน โซนโถงใหญ่ตรงกลางร้าน มีโต๊ะเก้าอี้นั่งไม้สีขาว ดูโปร่งโล่งสบาย และโซนริมระเบียงติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คนนิยมกันมาก เพราะนอกจากจะเป็นส่วนตัวแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ และชมวิวสวยๆ ของสะพานพระราม 8 อีกด้วย


ถุงทอง

หลัง“ผู้จัดการตระเวนกิน”เลือกมุมเหมาะริมน้ำได้แล้ว เราก็ไม่รีรอสั่งเมนูเด่นๆที่ทางร้านแนะนำมาทันที เริ่มจากเมนูเบาๆเรียกน้ำย่อยอย่าง ถุงทอง (120 บาท) ที่เป็นแผ่นแป้งปอเปี้ยะ ข้างในใส่ไส้กุ้งและหมูสับปรุงรส แล้วห่อเหมือนถุงทอดจนเหลืองกรอบ จิ้มกินกับน้ำจิ้มบ๊วยหวานๆ เค็มๆ เคี้ยวเข้าปากกรุบกรอบเต็มปากเต็มคำกับไส้ข้างใน สั่งมากินแกล้มกับเครื่องดื่มเย็นๆ เข้ากันดีนักเชียว


กุ้งสามเสน

ต่อด้วยเมนูหนักท้องอย่าง กุ้งสามเสน (200 บาท) เป็นกุ้งแม่น้ำนำมาผ่าครึ่งแล้วทอดในน้ำมันงา แล้วก็มีน้ำราดที่ปรุงตามสูตรเฉพาะของทางร้านใส่กระเทียม พริก น้ำพริกเผา และนมสดเพิ่มความหวานมัน ราดมาจนทั่วตัวกุ้ง และโรยหน้าด้วยกระเทียมฝานอีกที ชิมรสชาติกุ้งเนื้อหวานหอมน้ำมันงา ฉ่ำน้ำราดรสจัดจ้านหอมหวานมัน เจือรสเผ็ดจากพริกและน้ำพริกเผา และหนักกระเทียมถูกใจ


กะพงทวนสมุทร

กะพงทวนสมุทร (150 บาท) เมนูนี้ทางร้านนำปลากะพงมานึ่ง แล้วแกะเอาแต่เนื้อปลาล้วนๆ มาม้วนแล้วราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้าน ชิมเนื้อปลากะพงเนื้อแน่นนุ่มซึมรสชาติน้ำราดซีฟู้ดที่เปรี้ยว เผ็ด แซบเด็ดถูกปาก

จากเมนูปลาตามมาชิมเมนูปุกันบ้างกับ ปูนิ่มพริกไทยดำ (250 บาท) เป็นปูนิ่มคลุกแป้งปรุงรสแล้วทอด ก่อนจะนำมาผัดกับเครื่องพริกไทยดำที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเอง และใส่พริกไทยสดกับพริกหวานด้วย ลิ้มรสชาติปูนิ่มหอมกลิ่นพริกไทยดำขึ้นจมูก เคี้ยวปูกรอบกรุบเนื้อในนิ่มออกรสเครื่องพริกไทยดำเข้มข้น กินกับข้าวสวยร้อนๆ เข้ากันดี


ปูนิ่มพริกไทยดำ

จากนั้นส่งท้ายกับเมนูซดน้ำร้อนๆ อย่างต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน (180 บาท) เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟ เป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นที่มีกุ้งตัวโต ต้มกับเครื่องต้มยำครบสูตร ใส่เห็ดฟาง ปรุงรสชาติใส่น้ำพริกเผากับนมสดเพิ่มความหวานมัน โรยหน้าด้วยมะพร้าวอ่อน ตักต้มยำซดน้ำร้อนๆ รสชาติจัดจ้านเข้มข้น เผ็ด เปรี้ยวเครื่องต้มยำ ส่วนมะพร้าวอ่อนเนื้อหวานกลมกล่อมลงตัวเข้ากับต้มยำ

นอกเหนือจากเมนูที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” หม่ำมาแล้วที่นี่ยังมีเมนูเด็ดชวนลิ้มลองกันอีกหลากหลาย อาทิ ยำสามทัพ (150 บาท) แกงส้มกุ้งชะอมทอด (150 บาท) หมึกไข่นึ่งมะนาว (220 บาท) ปลากะพงทอดน้ำปลา (250 บาท) ซึ่งหากใครชื่นชอบบรรยากาศร้านอาหารริมน้ำ ชมวิวสวยๆ “สามเสนสโมสร” คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยเฉพาะในคืนวันลอยกระทง ที่นี่คือหนึ่งในที่ๆเหมาะแก่การพาคนรู้ใจมาอิ่มเอมเคล้าเสียงเพลงและร่วม ลอยกระทงส่งจิตอธิษฐานกันเป็นอย่างยิ่ง

ชื่อร้าน : สามเสนสโมสร

ประเภทอาหาร : อาหารไทย

เมนูจานเด่น : ถุงทอง, กุ้งสามเสน, กะพงทวนสมุทร, ปูนิ่มพริกไทยดำ

บรรยากาศร้าน : กว้างขวาง มีโต๊ะนั่งให้เลือกหลายโซน ทั้งโซนในบ้าน โซนบาร์ที่ โซนโถงใหญ่ตรงกลางร้าน และโซนริมระเบียงติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 10 ซ.สามเสน 3 ถ.สามเสน วัดสามพระยา พระนคร กรุงเทพฯ การเดินทางถ้ามาสี่แยกบางลำภูให้ขับมาทางถ.สามเสน ตรงมาจนถึง ซ. สามเสน 5 ให้เลี้ยวเข้าไปจะเจอที่จอดรถของทางร้าน และจะมีรถกอล์ฟพาไปยังร้าน

สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถอยู่ที่ซ.สามเสน 5

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. โดยทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา 20.00-21.30 น. และ 22.00-23.00น.จะมีนักดนตรีมาเล่นเพลงสดๆให้ฟังกันแบบเพลินๆ

เบอร์โทรศัพท์ : ทางร้านยังรับจัดงานเลี้ยงด้วย ส่วนถ้าใครอยากได้ที่นั่งติดริมน้ำควรโทร.จองโต๊ะล่วงหน้าที่เบอร์ 0-2628-8362

Link : Manager Online


ตอนนี้แมวดื้อดู Grey’s Anatomy มาถึง season 3 หล่ะ
หวานใจก็ดูตามมาแล้ว
พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจ ก็เริ่มติดกันงอมแงม
ด้วยเนื้อหาทางการแพทย์ที่น่าสนใจ
และการเกริ่นบทนำ และบทสรุป ของแต่ละตอน
ที่มีข้อคิดดีๆ แทรกไว้ตลอด
ทำให้เราได้คิด ได้นำมาใช้ (อย่างน้อยก็วันรุ่งขึ้นแหละ)

 

DVD master ที่ขายกันในบ้านเรา
ขาย season 3 กันแล้ว

 

มีข้อมูลที่น่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้มาฝากกัน

 

ABC.com: Grey’s Anatomy
http://abc.go.com/primetime/greysanatomy/index

 

Google News: Grey’s Anatomy
http://news.google.com/news?q=grey’s+anatomy&hl=en&client=safari&rls=en-us&um=1&ie=UTF-8&sa=X&oi=news_result&resnum=4&ct=title

 

 Wikipedia: Grey’s Anatomy
http://en.wikipedia.org/wiki/Grey’s_Anatomy

 

TV show: Grey’s Anatomy
http://www.tv.com/greys-anatomy/show/24440/summary.html

 

BuddyTV: Grey’s Anatomy Cast
http://www.buddytv.com/tvshow/page/Greys-Anatomy-cast-1.aspx


สวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย
(เน่ามาแต่หัววันเลย)

จริงๆ ไม่มีอะไร

แค่จะมาบอกว่า

ซน

ลงโปรแกรม

จนเครื่องเดี้ยงไป (อีกแล้ว)

คาดว่าจะเข้าสู่ระบบ

7 days later

จะให้กระอักเป็น leopard ไปซะนี่

ถ้าเซตได้เร็ว คงจะไม่หายไปหลายวัน

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ป.ล.มีแววว่าอาจจะได้มาอัพบล๊อคด้วยไอโฟนหล่ะ

เอิ้ก..เอิ้ก

 

ป.ล. 2 หวานใจจะบึ่งเข้าบางกอก ขอแต่งงาน

ฮ่า..ฮ่า


More Posts


Parker Pens
November 20, 2007

Parker Pens

AF4: อิ๋งอิ๋ง & ปุยฝ้าย
November 19, 2007

AF4: อิ๋งอิ๋ง & ปุยฝ้าย

trend greeny
November 18, 2007

trend greeny

“โภชนารมย์” ปอเปี๊ยะสด รสเก๋าแห่งท่าช้าง
November 16, 2007

“โภชนารมย์” ปอเปี๊ยะสด รสเก๋าแห่งท่าช้าง

แมวฉี่ไม่ออก
November 15, 2007

แมวฉี่ไม่ออก