ช่วงบ่ายสามโมง
จะเป็นเวลาที่แมวดื้อจัดให้เป็น
Tea time
ซึ่งพ้องเสียงกับ
Three (O’clock) time
โดยธรรมชาติของคนเราในเรื่องสมาธิ
ที่มีจำกัดประมาณ 3 ชั่วโมง
การพักเบรค จะเพื่อให้สมองได้หยุดพักและจัดระเบียบใหม่
พร้อมกันนี้ยังเป็นการให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนอิริยาบท ไม่ต้องนั่งในท่าเดิมนานๆ
การทานของว่าง ไม่ว่าจะเป็นขนมหรือผลไม้ ร่วมกับการดื่มน้ำช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
ถึงแม้ว่าการทานชา กาแฟ ในช่วงบ่ายไม่ได้มีผลต่อระดับความง่วง
แต่ก็มีประโยชน์ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี

สำหรับแมวดื้อ ที่นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศเป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมง
แมวดื้อพยายามพักช่วงสั้นๆ เวลามีเคสก็ได้เปลี่ยนอิริยาบทอยู่แล้ว
แต่แมวดื้อพยายามบังคับตัวเอง ให้ทานอาหารหรือของว่าง ร่วมกับน้ำ ทุกๆ 3 ชั่วโมง
ขนมที่สามารถหาซื้อได้ง่ายใน 7-Eleven เป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับแมวดื้อ (นอกจากอาหารมื้อหลัก)
เพราะมีสาขาใกล้ออฟฟิศมาก แต่บางครั้งก็ไม่มีขนมให้ซื้อในช่วงกลางวัน
ขนมพวกนี้เป็นขนมที่มักจะมีอยู่ติดชั้นวางขายตลอด
อาจเพราะรสชาติไม่ถูกปาก หรือเป็นขนมประเภทที่ไม่ติดอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อ
ผลก็เลยมาตกอยู่ที่แมวดื้อ ที่ชอบขนมเหล่านี้เป็นพิเศษ
อิอิ

ซึ่งหลายครั้ง ที่หากต้องนั่งรถเดินทางไกลๆ
แมวดื้อมักจะซื้อติดกระเป๋าไปด้วย
และเวลาแมวดื้อแจกจ่ายให้คนอื่น ก็แทบจะไม่มีใครแตะเลย
จริง..จริง
มันคงเป็นขนมที่เกิดมาเพื่อแมวดื้อโดยเฉพาะสินะ
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
(อร่อยจะตาย)

:cool: :cool:


วันวิสาขบูชาปีนี้
แมวดื้อตั้งใจจะไปไหว้พระในเมืองเช่นทุกปี
บางปี ถ้าหากแว่บจากออฟฟิศได้เร็วหน่อย ก็อาจได้ไปเวียนเทียนที่วัดสุทัศน์ฯ
บางปี ถ้าแว่บจากออฟฟิศไม่ได้ ก็ต้องรอปิดออฟฟิศก่อน แล้วจึงมาที่วัดสระเกศฯ
ปีนี้แมวดื้อชวนติตี้มาด้วย


นัดแนะกันด้วยพิกัดบนไอโฟนเลย


แม้ว่าจะดึกแล้ว แต่คนก็ยังเยอะอยู่


ทางขึ้นสวรรค์
ที่ติดแหงกกันอยู่ตรงนี้
เนื่องจากด้านบนยังไม่ได้ลงมา คนด้านล่างก็เลยยังขึ้นไปไม่ได้
ติตี้กับแมวดื้อยืนรอกันตรงนี้อยู่พักใหญ่
คนแน่นๆ ที่แคบๆ
ทำให้แมวดื้อเริ่มเกิดอาการหายใจไม่สะดวก
ต้องถอยไปนั่งตั้งหลัก รอให้คนขึ้นกันไปก่อน


เมื่อการจราจรเริ่มคล่องตัวดีขึ้น
ก็เริ่มขึ้นภูเขาทองกันต่อ


สาเหตุที่ทำให้พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจกันขึ้นภูเขาทองในคืนนี้ก็คือ
การเปิดให้เข้าชมพระบรมสารีริกธาตุ


เจ้าหน้าที่เปิดโอกาสให้ถ่ายรูปกันด้วย
ว่ากันว่า หากใครที่มีบุญญาธิการ ก็จะสามารถถ่ายรูป
โดยที่มองเห็นลูกแก้วส่องสว่างแวววาวเป็น 7 สี


หนึ่งในหนทางการทำบุญ ตามแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล


ทุกครั้งที่ขึ้นมาภูเขาทอง
แมวดื้อจะรู้สึกถึงความเย็น และความสงบ
มีลมเย็นๆ พัดผ่าน ให้เรารู้สึกผ่อนคลาย
เมื่อเรามองลงมายังเบื้องล่างที่มืดมิด ทำให้จิตใจสงบ
ไม่ต้องมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน
กลับบ้านไปด้วยสติ ความสงบนิ่ง พร้อมจะก่อให้เกิดปัญญา

;-);-)


เมื่อวานนี้หลังจากไปซัดโฮกที่
Tohkai Japenese Restaurant
กันแล้ว
ติตี้กับแมวดื้อก็ไปดู
Fast Five (Fast & Furious 5: Rio Heist)
ที่เอ็มโพเรียม
ซึ่งแมวดื้อก็ไม่ได้เป็นแฟนภาพยนตร์ในซีรีส์นี้
ประมาณว่าดูได้ (และคุ้นว่าได้ดูแค่ 1-2 ภาคเท่านั้น)
ฮ่า..ฮ่า

มีเวลานิดหน่อย ที่จะแวะเข้าไปดูนิทรรศการที่
TCDC (Thailand Creative & Design Center)
ช่วงนี้มีเรื่องวิวัฒนาการในเรื่องของเกม
แหม… ไม่ค่อยจะได้ไปที่ TCDC สักเท่าไหร่ พอได้ไป ก็มีเรื่องที่สนใจพอดีเลย
มีเครื่องเล่นเกมเก่าๆ มาให้ย้อนรำลึกความหลังมากมาย
จะว่าไปแล้ว แมวดื้อก็เล่นเกมมาตั้งแต่เด็กๆ เลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นยุคเครื่องบางๆ แบบเครื่องคิดเลข
อาทิเช่น

พนักงานดับเพลิงรับคนที่กระโดดจากตึกเพื่อหนีไฟไหม้


Fire (Nintendo, 1981)

พายเรือรับพลร่มให้รอดพ้นจากฉลาม


Parachute (Nintendo, 1981)

ดำน้ำล่าขุมทรัพย์โดยหลบปลาหมึกยักษ์


Octopus (Nintendo, 1981)

หรือ

เกมรับไข่ที่มีออกมาหลายเวอร์ชัน หลายตัวละคร
และปุ่มก็เพิ่มมาเป็น 4 ปุ่ม


Egg (Nintendo, 1981)


Micky Mouse (Nintendo, 1981)

มาจนถึงเครื่องเล่นเกมหนาขึ้น ตัวเครื่องพับได้
มีสองจอ ส่วนบังคับทางด้านล่าง
อาทิเช่น


Donkey Kong (Nintendo, 1982)


Donkey Kong II (Nintendo, 1982)

Game Photo Credit: http://www.handheld.remakes.org/online.php

จำได้ลางๆ ว่าไม่ได้มีทุกเกม
แต่เพื่อนๆ จะมีกันคนละเกมสองเกม
ตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียนก็เอามาแลกกันเล่น

ในนิทรรศการก็มีเครื่องเกมเหล่านี้บ้าง
แต่ไม่มากนัก เน้นที่เครื่องเล่นเกมและเทคโนโลยีใหม่ๆ
อันที่แมวดื้อมาสะดุดตา สะดุดใจก็คงเป็นอันนี้


MX-15 (Casio, 1984)

เจ้าตัวนี้ออกมาในช่วงไล่เลี่ยกับ Nintendo Family Computer (1983)
หรือที่เราคุ้นเคยเรียกกันว่า “Famicom”
ตอนที่ Famicom ออกในช่วงแรกนั้น นอกจากจะมีเกมออกอย่างต่อเนื่องแล้ว
ก็มี Family Basic ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายตลับเกมของ Famicom แต่ว่าจะเป็นสีดำ และใหญ่ (สูง) กว่า
ในชุดจะขายพร้อมคีย์บอร์ดมาด้วย
Family Basic ที่ว่านี้ เอาง่ายๆ ก็คือโปรแกรมภาษาเบสิค
ที่เปิดโอากาสให้ผู้ใช้สามารถเขียนโปรแกรมหรือเกมเล็กๆ
เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็สามารถบันทึกลงในเทปคาสเซ็ท
จำได้ว่าตอนนั้นท่านแม่ซื้อ Famicom พร้อมเกมมาให้ 3 เกม
แต่แมวดื้อไปให้ความสนใจ Family Basic มากกว่า
การใช้งานมันค่อนข้างจะซับซ้อน
บ่อยครั้งที่เซฟจะหาย จนทำให้ต้องจดและพิมพ์คำสั่งต่างๆ เข้าไปใหม่

พอ MX-15 เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย
และแมวดื้อมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ
แมวดื้อก็ใช้ความสามารถในการเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งเป็นหลัก
มากกว่าการเปิดเครื่องเล่นเกม (สามารถนำตลับเกมของ Famicom มาเสียบเล่นได้)

ถือเป็นฉากเริ่มต้นของการไม่ติดทีวีของแมวดื้อเลยก็ว่าได้
ตอนอายุ 8 ขวบ (1982) ก็เริ่มหัดเล่นกีต้าร์ จับเครื่องเสียงมากกว่าทีวี
ตอนอายุ 9 ขวบ ท่านแม่ก็ส่งไปเรียนอิเล็คโทนกับเปียโน ว่างก็ซ้อมดนตรีอยู่ที่สยามกลการ
พออายุ 10 ขวบ ทีวีก็ไม่ได้ใช้งานตามปกติ เพราะเอามาต่อกับ Famicom / MX-15
จำได้ว่า ตอนแรกเขียนโปรแกรมจากการพิมพ์คำสั่งตามหนังสือ
โดยที่ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก
เพียงแค่จำได้ว่าคำสั่งนี้ใช้ทำอะไรแค่นั้น
แต่ก็วางแผนจนได้อย่างที่ต้องการมาหลายโปรแกรม

น่าแปลกที่สิ่งแวดล้อมหรือโอกาสในวัยเยาว์
ส่งผลทำให้หลายสิ่งหลายอย่าง วนเวียนติดตัวเราไป
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
กลายเป็นทั้งความสนใจและทักษะไปพร้อมๆ กัน

:cool::cool:


วันนี้ติตี้อยากไปทานที่
Tohkai Japanese Restaurant
แมวดื้อก็เลยจัดให้
ไปถึงก็สั่งอาหารอย่างรวดเร็ว
แทบจะไม่ต้องดูเมนูแล้วมั้งสำหรับร้านนี้
แป้บเดียวก็มาเต็มโต๊ะ
เอิ้ก..เอิ้ก

:twisted::twisted:


วันนี้แมวดื้อตื่นเช้ากว่าปกติ
(ปกติก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว)
เกิดอารมณ์อยากทำอาหารเช้าขึ้นมา
มีไข่ไก่ ไส้กรอก ขนมปัง
กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่พ่อบ้านแม่บ้านร้อง “ยี้” กันทุกคน
เพราะมันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำอาหารได้รสชาติห่วยที่สุด
แต่มันก็สะดวกที่สุดด้วยนะเออ
เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาอบ มันไม่ได้เหมาะกับที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบหรอก

ไข่ดาวไมโครเวฟ
ด้วยอุปกรณ์สำหรับทำไข่ดาวโดยเฉพาะ

ใส่น้ำเล็กน้อย แล้วตอกไข่ไก่ลงไป

ปิดฝา แล้วเอาเข้าไมโครเวฟ

เสร็จล่ะ

หน้าตาก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
(มันไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้วแหละ)
รสชาติ มันก็เหมือนไข่สุกทั่วไป
ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า
เอาน่า ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ
ทำง่าย ไม่อันตราย

:cool::cool:


More Posts


Postagram
May 13, 2011

Postagram

N Seoul Tower
May 12, 2011

N Seoul Tower

Golden bear
May 11, 2011

Golden bear

Yamagoya
May 8, 2011

Yamagoya

Happy Birthday Sweetie 2011
April 29, 2011

Happy Birthday Sweetie 2011