Tuesday nerD
สัปดาห์นี้เรามาทำความรู้จักกับโปรแกรม Phone Disk กัน
Phone Disk นั้นพัฒนาจากบริษัท Macroplant
ซึ่งใจดีแจกโปรแกรม Phone Disk ให้ไปใช้งานกันฟรีๆ
โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
จากนั้นทำการเปิดโปรแกรมและใส่โค้ดเพื่อ unlock ตัวโปรแกรม
ภายใน 01 December 2010 นี้
โค้ดก็อยู่บนหน้าเว็บนั่นเอง

ลักษณะของโปรแกรมจะเอาไว้เชื่อมต่อ iPhone, iPod Touch หรือ iPad กับเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยจะ mount iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad ขึ้นมาเป็น Disk
แล้วเราก็สามารถเข้าไป browse จัดการไฟล์ต่างๆ
จะติดตั้งโปรแกรม หรือจะแบ็คอัพข้อมูลก็สามารถทำได้โดยสะดวก

โปรแกรมนี้สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS X
โดยความต้องการขั้นต่ำ iTunes 9 หรือสูงกว่า สำหรับ Windows
และ Mac OS X 10.5 หรือ 10.6
ซึ่งหากมองกันจริงๆ ตัวโปรแกรมน่าจะต้องทำงานร่วมกับ mobiledevice ที่มาพร้อม iTunes เป็นหลัก
(Mac OS X นั้นจะมี iTunes รวมด้วยอยู่แล้ว)

การทำงานนั้นเพียงเปิดโปรแกรม Phone Disk ไว้ก่อน
(จะตั้งให้ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้)
จากนั้นเสียบ iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์
ก็จะปรากฏ Disk ขึ้นมาบน Finder (Mac OS X) หรือ My Computer (Windows) ทันที

หากเครื่อง iPhone หรือ iPod Touch หรือ iPad ทำการ jailbreak และติดตั้ง AFC2 เอาไว้
ก็จะสามารถ browse เข้าไปจัดการไฟล์ได้ถึง root (/) ของอุปกรณ์ได้ทีเดียว
แต่ถ้าไม่ได้ jailbreak และติดตั้ง AFC2 เอาไว้ ก็จะเข้าไปจัดการได้แค่ mobile user แค่นั้น

Official Site: www.macroplant.com/phonedisk/


เก็บตกทริปหัวหินปีนี้
กับบรรยากาศหาดทราย สายลม สองเรา
อัลบั้มก่อนสาดสีจนถูกใจไปแล้ว
คราวนี้มาแนวอื่นดูบ้าง

;-) ;-)


วันนี้มีแพลนจะไปเดินหลายที่
สุดท้ายก็ไปวนเวียนอยู่แถว Siam – MBK
ไม่ได้ไปงานท่องเที่ยว
ซึ่งจริงๆ ก็ยังเหลือแพคเกจที่ยังไม่ได้ไปอยู่
ก็รอใช้ให้หมดก่อนแล้วค่อยหาเพิ่มก็แล้วกัน

ไปถึง MBK ก็เจอเพื่อนๆ หลายคนที่ไม่ได้เจอกันนาน
ก็แปลกดีที่วันนี้พร้อมใจกันไปเดินแถวนี้
แมวดื้อกับหวานใจเดินเล่นไปถึง MBK ชั้น 7
ก็เป็นโอกาสที่จะได้ลิ้มลองร้าน Pepper Lunch
ที่เวลาเดินผ่าน มักจะเป็นช่วงเวลาที่หมายตาร้านอื่นไว้แล้วทุกที

:o :o

แมวดื้อสั่งเป็น Spaghetti Chicken Sausage (149 บาท)
พร้อม pepsi กับซุปมิโซะ (+49 บาท)
หน้าตาก็มาประมาณนี้

เสิร์ฟบนเตาร้อน
ก็ได้รสชาติไปอีกแบบหนึ่ง
ซึ่งหากว่างๆ ไม่รู้จะกินอะไรก็นานๆ ที อาจแวะไปสักครั้ง
รสชาติไม่ได้โดดเด่นจนต้องกลับไปลิ้มลองบ่อยๆ
ประกอบกับปริมาณและราคายังไม่สมดุลย์กันนัก
หากเป็นร้านอื่นอาจอิ่มกว่านี้
(ป.ล.แมวดื้อไปต่อที่ “ขนมจีนบางกอก” อีกเซตใหญ่ๆ ได้เลย)

:x :x


Saturday petdoC
สัปดาห์นี้เรามาต่อซีรีส์ Cat Colors กันดีกว่า
กลัวว่ายิ่งเขียนไป เดี๋ยวจะแตกออกไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบสักทีแน่เลย
ฮ่า..ฮ่า
ความเดิมตอนที่แล้ว (เหมือนหนังซีรีส์เลย)
Previously on Cat Colors..

Cat Colors (1)
Cat Colors (2)
Cat Colors (3)

จากเม็ดสีในตอนแรก
ต่อมายังสีขาวในตอนที่สอง
ไล่มายังลายอันเกิดจากสีดำ/แดง ปนกับสีขาว ในตอนที่สาม
มาถึงรูปแบบใหม่ในตอนที่สี่นี้

ที่บอกว่ารูปแบบใหม่
เนื่องจากมีทฤษฏีมากมายเกี่ยวกับการเกิดลักษณะแบบนี้
แถมยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปแต่ละแหล่งอีกด้วย
ในอเมริกาเรียกอย่างนึง ในยุโรปเรียกอย่างนึง ในเอเซียเรียกอีกอย่าง
งงไปหมด

ย้อนกลับไปเรื่อง Tabby กันนิดนึง
Tabby นั้นลวดลายจะสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่แรกเกิดเลย
และหากนำเส้นขนมาดูใกล้ๆ จะพบส่วนที่เป็นสี และส่วนที่เป็นสีขาวสลับกันอย่างไม่มีแบบแผน

แต่ยังมีลักษณะอีกแบบหนึ่งซึ่งในตอนเล็กๆ แทบจะเห็นเป็นสีขาวล้วน
แต่พอโตขึ้น กลับเริ่มเห็นมีสีจางๆ แซมอยู่
ลักษณะนี้ เราเรียกกันว่า “Shading”
การเรียกชื่อ Shading ได้ถูกต้องทั้งหมดถือว่าเป็นเรื่องยากมาก
เพราะมีเกณฑ์ตัดสินที่แตกต่างกันออกไป
แมวดื้อขอยกตัวอย่างเอาเกณฑ์การตัดสินจากตำแหน่งสีบนเส้นขนมาใช้
ท่านใดสนใจเกณฑ์ตัดสินแบบอื่น แนะนำให้ลองค้นหาด้วยคำว่า Shading Color Cat ดูนะ

หากพิจารณาเส้นขนหนึ่งเส้น
หากมีสีในความยาว 1/8 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Chinchilla”

หากมีสีในความยาว 1/4 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Shade”

แต่ถ้าหากมีสีในความยาว 1/2 ของเส้นขน โดยวัดจากปลายเส้นขน
เราเรียกว่า “Smoke”

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากรูปที่ยกตัวอย่างมาให้ดูกันจะเป็นสี silver ทั้งหมด
และแน่นอนว่าจะต้องมีสีอื่นด้วย
อย่างเช่น
“Golden Chinchilla”, “Shaded Golden” และ “Golden Smoke”
หรือ
“Shell Cameo” (Red Chinchilla), “Shaded Cameo” (Red Shaded) และ “Smoke Cameo” (Red Smoke)
เป็นต้น

สี่ตอนผ่านไปแล้ว ตอนนี้เราก็มีพื้นฐานในการเรียกลักษณะน้องเหมียวกันบ้างแล้ว
ลองฝึกสังเกตกันดูนะ

:lol::lol:


Yummy fridaY
สัปดาห์นี้เรามาดูร้านอาหารสไตล์คลาสสิค
ได้บรรยากาศเก่าๆ แต่ตกแต่งได้น่ารัก
เดินทางไม่ลำบากมากนัก
หยิบข้อมูลมาจากเว็บไซต์ www.bkkmenu.com เช่นเคย

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

ที่ตั้ง : 9/11 ถ.เทอดดำริ หน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีบางซื่อ ประตู 1
โทร : 0-2585-8767
เปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 – 22.00 น.,
ราคาต่อท่าน (โดยประมาณ) : 200 บาทขึ้นไป

“อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน” คือนิยามร้านนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟบางซื่อ แว่วเสียงรถไฟวิ่งผ่านไปมา ชวนให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ใครผ่านมาแถวนี้ก็ต้องสะดุดตากับบ้านอิฐสีแดง ซึ่งภายในเนรมิตให้เป็นร้านอาหารสไตล์ Cozy ที่มีกลิ่น
อายของอิตาเลียนด้วยบล็อกอิฐ ตกแต่งด้วยของเก่าของสะสมรุ่นคุณแม่ มีมุมเก๋เป็นชิงช้าหวายกับหมอนอิงนุ่มสบาย (ช่วงเย็นๆ ใครอยากนั่งมุมนี้เป็นพิเศษแนะนำให้จองล่วงหน้า) หรือเลือกนั่งกินลมได้ในโซน Outdoor หน้าร้าน

มาถึงที่นี่แล้ว คุณจะได้ชิมอาหารสูตรพิเศษในรูปแบบ Home Cuisine พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนู ทั้งไทยสไตล์ฟิวชันที่มีกลิ่นอายของอิตาเลียน แต่ได้รสชาติเผ็ดร้อนแบบไทย และญี่ปุ่น รวมถึงเบเกอรี่แสนอร่อยคอยต้อนรับคุณทุกวัน

มื้อนี้ประเดิมด้วย Boneless Grilled Chicken (100 บาท) ปีกไก่เลาะกระดูก สูตรโบราณหมักเครื่องสมุนไพร รากผักชีและพริกไทยโขลก ย่างจนสุกนุ่มหอม รสเข้มถึงเครื่องแบบไม่ต้องถามหาซอส ต่อด้วยเมนูสุขภาพ Tofu Lemon Salad (120 บาท) ยำเต้าหู้ญี่ปุ่นสูตร Organic (ไม่มีวัตถุกันเสีย) ราดซอสมะนาวรสแซ่บ

มาถึงจานไฮไลท์ใครมาต้องลอง Bella Spaghetti (150 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นเรียวเล็กผัดกับพริกสดและซอสมันกุ้งรสเข้ม ใส่ไข่กุ้ง หอมใบผักชีฝรั่ง หรือลองจานอร่อยสไตล์เจแปนอย่าง Crispy Salmon Roll (180 บาท) ข้าวห่อหน้าเเซลมอนทอด ด้านนอกกรุบกรอบแต่เนื้อปลาและข้าวนุ่มอร่อย ทานกับซอสสูตรพิเศษของ Bella Casa ต่อด้วย Grilled Rib Eye (400 บาท) ริบอายจิ้มเเจ่วเนื้อย่างหอมนุ่ม กับน้ำจิ้มรสแซ่บ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ ยังมีอีกหลายรายการที่น่าทานไม่แพ้กัน อาทิ สปาเกตตี้ขี้เมาชีส เส้นหมี่กระเฉด น้ำพริกขี้กา ผัดผักบุ้งฝอย ลาซานญ่า ครีมโคโรเกะกุ้ง เป็นต้น

ส่วนของหวานของร้านนี้ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็น Matoom Cake (50 บาท) เค้กมะตูม หน้าเค้กเนื้อละเอียดจากชิ้นมะตูมกวนกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ กัดเข้าไปเเล้วเจอเนื้อมะตูมเป็นชิ้นๆ, Thai Tea Milk Choux Cream (20 บาท) ชูครีม แป้งนุ่ม ไส้ครีมชาเย็นหอมหวานมันเยิ้มล้นออกมา, Blueberry Cheese Pie (90 บาท) บูลเบอรรี่ชีสพาย เนื้อครีมชีสเข้มข้น หอมกลิ่นซินนาม่อน ก่อนจะปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Lemon Sorbet Ice Cream (40 บาท) ไอศครีมซอร์เบท์รสมะนาว แทรกด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รี่สด

เพราะเชื่อว่าหลายคนที่ชอบออกมากินข้าวนอกบ้าน ก็มักติดว่าอยากได้ร้านอาหาร บรรยากาศเป็นกันเองเหมือนนั่งอยู่ที่บ้านด้วย ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ลองมาที่ Bella Casa ค่ะ เพราะบ้านอบอุ่นหลังนี้มีแต่ของอร่อย…ร้านอยู่ถนนเทอดดำริ ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางซื่อ เดินออกทางประตู 1 มาไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงแล้ว

v

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.bkkmenu.com


More Posts


Persons Unknown
July 7, 2010

Persons Unknown

Adobe CS5 Road Show Bangkok
July 6, 2010

Adobe CS5 Road Show Bangkok

Workshop Basic Photoshop for Beginner
July 4, 2010

Workshop Basic Photoshop for Beginner

Cat Colors (3)
July 3, 2010

Cat Colors (3)