Archive for » 2007 «

Dec
31

ปิดท้ายปี 2007 ด้วยร้านอาหารไปตามระเบียบ
ปีนี้ ปิดคลินิก 4 วัน
แต่ก็ไม่ได้ปิดไปเฉยๆ
ต้องปรับปรุงคลินิกใหม่
เพราะครบอายุที่ต้องต่อใบอนุญาตฯ
วันนี้ไปเดินเลือกดูของที่ต้องซื้อ
แต่ยังมีข้อมูลไม่พอ ต้องกลับไปวัดระยะที่คลินิกอีก
เดินจนเมื่อย ที่ home pro ไม่มีอะไรกินเลย (นอกจาก MK)
เลยต้องมาฝากท้องไว้ที่เซนทรัลเหมือนเดิม
ZEN คนเยอะมาก
เลยลุยกันร้านนี้เลย

 

Viet Cuisine
จากชื่อก็คงไม่ต้องบอกว่าเป็นอาหารเวียดนามแน่นอน
จากเดิมที่เคยคิดว่า อาหารเวียดนามต้องผักล้วนๆ
ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่
ผักหน่ะมีแน่นอน เยอะด้วย แต่ก็มีเนื้อสัตว์ให้กินด้วยนี่นา


ปากหม้อญวน


สลัดกุ้งพันอ้อย


เฝอผัดแห้ง


ปอเปี๊ยะสด


ตบท้ายของหวานด้วย สาคูแคนตาลูบ

รสชาดใช้ได้เลยนะ มีเฝอผัดแห้งที่เผ็ดเอาสักหน่อย
อย่างอื่นก็ ok เลย ไม่แพงด้วย
ใช้บัตร Serenade (AIS) ลดไปได้อีก 10%

 

คืนนี้หวานใจออกไปถ่ายรูปคนเดียว
แมวดื้อง่วงมากเลย
ขอนอนก่อนนะ

Category: Yummy  Tags: ,  Leave a Comment
Dec
30

จากเมื่อวานซืนที่ท่านแม่บ่นอยากไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
วันนี้ก็เลยได้ฤกษ์ไปทัศนาเสียหน่อย
ตามปกติแล้ว ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะเปิดทำการ
เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์
ช่วงเวลา 07.00 น. – 14.00 น.
แต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ปีนี้มีกิจกรรมมากมาย
อาทิเช่น

 

- เที่ยวชมตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่เปิดดึกถึงเที่ยงคืน (วันที่ 29 – 31 ธันวาคม 2550) พร้อมชมการแสดงพื้นบ้าน การแสดงพื้นเมือง และกีฬาสานสามัคคีของชุมชน
- ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง 9 วัด (วัดบางขมิ้น, วัดจักแดง, วัดบางกระสอบ, วัดกองแก้ว, วัดบางกอบัว, วัดบางน้ำผึ้งใน, วัดบางน้ำผึ้งนอก, วัดราษฎรรังสรรค์, วัดบางกะเจ้ากลาง)พระสงฆ์ 80 รูป รับบาตรในวันที่ 1 มกราคม 2551 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ ถนนทางเข้าองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง
- ล่องเรือชมหิ่งห้อยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (วันที่ 29 – 31 ธันวาคม 2550 และวันที่ 1 มกราคม 2551) ณ วัดบางน้ำผึ้งนอก
- ชมนิทรรศการความสำเร็จของชุมชนบางน้ำผึ้ง “ฉลอง 2 รางวัลเกียรติยศ” ได้แก่ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2550 และ รางวัลชุมชนคนรักษ์น้ำ ในโครงการเจ้าพระยาสดใส เทิดไท้องค์ราชันฯ
- ชมพลุนานาชาติหลากสีเต็มท้องฟ้ามากกว่า 800 ดวงในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ (วันที่ 31 ธันวาคม 2550 เวลา 24.00 น.)
- ชมการประกวดพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ อาทิ โกสน, หมากแดง, หมากผู้หมากเมีย
- เลือกซื้อพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับและกิ่งพันธุ์มะม่วงคุณภาพ

ตอนแรก สนใจทัวร์หิ่งห้อยอยู่บ้าง
แต่ไม่ได้ขับรถไป เลยคิดว่าขากลับน่าจะลำบากพอสมควร
แต่ยังไงเดี๋ยวดูสถานการณ์อีกที

เริ่มจากนัดท่านแม่ไว้ตอนเที่ยงที่ MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
แล้วนั่ง taxi meter มาที่ท่าเรือ (บอกเค้าว่าไปที่วัดคลองเตยนอก)
การเดินทางเริ่มจากนั่งเรือจากท่าเรือคลองเตย ไปขึ้นที่ท่าเทียบเรือเพ็ชรหึงษ์
ค่าโดยสารคนละ 15 บาท เป็นเรือขนาดเล็ก จ่ายเงินที่ท่าเรือคลองเตยเลย
แดดร้อนมากๆ แต่บอกท่านแม่ให้เตรียมหมวกมาแล้ว


ไปด้วยเรือแบบนี้แหละ ระยะเวลาประมาณ 20 นาที


แดดร้อน ลมแรง เรือเหินข้ามฟองคลื่นไปเรื่อย
น้ำกระเซ็นมาโดน filter หมดเลย
รูปหลังจากนี้ เสียไปเกือบหมด เพราะว่าเป็นรอยหยดน้ำเต็ม T-T


คนขับเรือบอกว่า ถ้าจ่ายเพิ่ม (ให้คนขับ) ก็จะไปส่งถึงบางน้ำผึ้ง
แต่เราไม่ชอบพวกซิกแซก ไม่ผ่านคนขายตั๋ว เลยไม่ไป
ขึ้นจากเรือ filter เริ่มแห้ง ถ่ายรูปกันหน่อย
ชื่อประหลาดดี

จากตรงนี้มีสองวิธีที่จะไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ก็คือนั่งมอร์เตอร์ไซต์ คนละ 20 บาท
ซ้อน 2 คน มันก็คิด 40 บาท อยู่ดี
นั่งคนเดียวปลอดภัยกว่า
หรือ
เดินผ่านวินมอร์เตอร์ไซต์ไป แล้วขึ้นรถบัสไปก็ได้
เนื่องจากเริ่มหิวแล้ว
เราเลยเลือกซ้อนมอร์เตอร์ไซต์ไป
พอไปถึงหน้าตลาด มีป้ายเตือนนักท่องเที่ยว ว่าอย่าซ้อนมอร์เตอร์ไซต์
ตามกฏของที่นี่ มอร์เตอร์ไซต์ 1 คัน รับผิดชอบผู้โดยสารคนเดียว
ประมาณว่า ถ้าซ้อนไปอีกคน แล้วเกิดหล่นตุบลงมา คนขับก็ไม่รับผิดชอบ ประมาณนั้น
-*-


มาถึงแล้ว ถ่ายรูปป้ายเสียหน่อย ต้นไม้ข้างหน้าป้ายรกกว่าที่เคยเห็นในเนทนะ :P


ห่อหมกหม้อดิน ของกินอย่างแรกที่เจอแล้วน่าสนใจ
ท่านแม่บอกทริคในการเดินตลาดน้ำ ก็คือให้ซื้ออันเดียว ลองกินดูก่อน
ถ้าอร่อยค่อยกลับมาซื้อ อย่าซื้อไปก่อน เพราะถ้าไม่อร่อย ก็ทิ้งหมด
นี่มีห่อหมกกระหล่ำ ห่อหมกใบโหระพา ห่อหมกใบกระเพรา
ท่านแม่ซื้อห่อหมกใบโหระพามาอันนึง


โดนัทหมู เป็นอย่างที่สองที่เข้าตากรรมการ
เป็นไอเดียที่ใช้ได้ นำหมูบดผสมกับข้าวโพด แครอท ปั้นก็ก้อนๆ
แล้วก็ใส่ในเตาคล้ายเครื่องปิ้งขนมปัง
กดออกมา เป็นรูปโดนัท
กินแล้วหมูเยอะ แต่ท่านแม่บอกว่า น่าจะข้าวโพดเยอะกว่านี้หน่อย
เอ.. ตกลง หมูเยอะ หรือข้าวโพดเยอะดีกว่ากันเนี่ย
ข้าวโพดเยอะมันก็ต้นทุนถูกกว่าหมูสิ.. ท่านแม่ – -”


ขนมถ้วยโบราณ เคี่ยวน้ำตาลปึกกันข้างๆ


คนรอต่อแถวซื้อเจ้านี่เยอะมาก
ถ่ายรูปไว้ก่อน ยังไม่ทันเห็นว่าเป็นอะไร เดี๋ยวกลับมาอีกที


เดินผ่านอาหารนานาชนิด เริ่มหิวจัด หาที่นั่งเลยแล้วกัน
ตรงนี้มีก๋วยเตี๋ยวหลอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ หมูสะเต๊ะ
หลายอย่างดี นั่งตรงนี้แล้วกัน
สั่งก๋วยเตี๋ยวหลอดมาก่อนเลย
รสชาดพอใช้ได้ แต่ติดหวานไปหน่อย


ไข่ลงหลุม หรือไข่นกกระทาครกนั่นเอง
กินร้อนๆ อร่อยเลย (หรือว่าหิวหว่า)


ห่อหมกที่ท่านแม่ซื้อมาเมื้อกี้
เนื้อด้านล่างติดมันหน่อยนึง
น่าจะเป็นเพราะกะทิ
ไม่เผ็ด แต่มัน เนื้อห่อหมกเละไปนิด
สรุปแล้ว โหวต ไม่ผ่าน เลยไม่ได้กลับไปซื้ออีก :P


โต๊ะข้างๆ จะไปซื้อเจ้านี่ แต่มาบ่นว่าต้องรออีกนาน
เลยตามไปถ่ายรูป
มันคือ “ปากเป็ด” มันกินตรงไหนหว่า
ทางสัตวแพทย์ มันไม่มีหนัง ไม่มีเนื้อ ไม่มีอะไรให้สามารถกินได้เลย
แต่ก็มีคนรอต่อแถวซื้อกันเยอะ


บ่ายสอง เริ่มอิ่มแล้ว นักชิมบางตาลงเห็นได้ชัด
จะได้จำไว้ว่าช่วงเที่ยงคนเยอะ
ถ้าไม่คิดจะมากินข้าวเที่ยงที่นี่ ก็อย่ามาช่วงนั้น น่าจะดีกว่า
เดินกันต่อ ไปเจอขนมเบื้อง
ที่มีความลับตรงที่ใช้เตาแก๊ส แต่ว่าเอาเตาถ่านครอบหลอกตาเอาไว้
เหอ..เหอ


ร้านนี้ขายภาษามอญ 10 วันคำ
แปลว่าปีนึงรู้ไม่ถึง 40 คำ
กว่าจะรู้ทั้งหมด ใช้เวลากี่ปีเนี่ย ฮ่า..ฮ่า


ร้านนี้ขายโปสการ์ด มีตู้ไปรษณีย์ส่งได้ด้วย
นึกถึงปายขึ้นมาเลย
ที่น่าสนในของร้านนี้ ดูจะเป็นตุ๊กตา red devil กับเจ้า spider นี่


เดินจนสุดทาง วกกลับมาเส้นทางเดิม
ร้านนี้คนน้อยแล้ว


มันคือ หอยทอดครกนั่นเอง
เหมือนขนมครก แต่แทนที่จะเป็นไข่นกกระทา (ไข่ลงหลุม)
ก็กลายเป็นหอยทอดแทน


ขนมหวานที่นี่มีทั้งซาหลิ่ม ทับทิมกรอบ ลอดช่อง แต่ไม่ยักมีเฉาก๊วยแฮะ


มะกล่ำตาแดง กับ มะกล่ำตาหนู
จำกันได้ไหม ตอนเด็กๆ เคยเรียนจากวิชาภาษาไทย แต่ไม่ค่อยได้เห็นจริงๆ กันสักที

เดินจนวนกลับเกือบถึงทางเข้า เจอกิจกรรมนี้
คนมาร่วมกันเชียร์ “มวยทะเล”
ถ้าจะว่ากันให้ถูกน่าจะเป็น “มวยแม่น้ำ” มากกว่า ;)


มวยคู่แรก ทั้งสองฝ่ายขึ้นสังเวียนได้


แก๊ง แก๊ง กรรมการบอกเริ่ม ฝ่ายน้ำเงิน เดินหน้าเข้าไปลุยทันที
ตูม! ฝ่ายแดงร่วง จากฤทธิ์หมัด แต่ฝ่ายน้ำเงินก็เสียหลัก ลงน้ำเช่นเดียวกัน


ยกสอง พอเริ่ม ฝ่ายน้ำเงินก็เล่นสูตรเดิม
ตุ๊ยท้อง จนเอาชนะมาได้


คู่ต่อมา ฝ่ายแดง ได้เปรียบช่วงแขนยาว ดันแขนฝ่ายน้ำเงินขึ้น


จากนั้นก็ดึงลงมา ฝ่ายน้ำเงินก็ร่วง แต่ก็หนีบอยู่นาน จนยอมตกน้ำไป
เรียกเสียงฮาจากฝูงคนได้พอสมควร แม่ค้าตะโกนจะให้รางวัลปลอบใจกันไปตามระเบียบ

หลังจากนั้นก็เดินเส้นทางสุดท้ายก่อน ตัดสินใจกลับ
เพราะจากเส้นทางแล้ว กลางคืนน่าจะกลับลำบาก
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไกลจากท่ารถกลับกทม. พอสมควร
แม้ว่าจากท่ารถจะข้ามสะพานก็มายังฝั่งกทม.ได้เลยก็ตาม


ขนมนางเล็ด ปั้นม้วนเป็นก้อน


น้ำสารพัด ขายพร้อมเครื่องดินเผา


ก๋วยเตี๋ยวกะลา น่ากินดี แต่ว่าอิ่มมั่กๆ ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ


ป้ายโก๋ยักษ์ ปักษ์ใต้ ใหญ่อลังการ เหนือทางเดิน


เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็เจอร้าน สาวน้อยคนขาย เห็นกล้องเลยรีบมุดใต้ร้านเลย สงสัยอาย


ปิดท้ายด้วยขนมปังจระเข้ 3 ตัว 70 กินตัวเดียวก็อิ่มแล้ว ตัวใหญ่จริงๆ

จากนั้นก็เดินออกมา เรียกรถกระป้อ
เก็บคนละ 15 บาท
ถูกกว่ามอร์เตอร์ไซต์ขามาเสียอีก แถมยังวิ่งไกลกว่าตั้งเยอะ
รถกระป้อ ไปส่งตรงท่ารถพระประแดง
สามารถขึ้นรถเมล์สาย 138 ไปหมอชิต หรือ 82 ไปสนามหลวงได้
ถ้าหากอยู่แถวสาธุประดิษฐ์ – พระราม 3 เรียก taxi ข้ามสะพานนิดเดียวก็ถึงเลย
แล้วขาไป จะนั่งเรือทำไมฟร่ะเนี่ย –*

blog วันนี้ยาวมั่กๆ รูปเยอะด้วย แหะ..แหะ
ปิดท้ายด้วยรูปนี้ก่อนขึ้นรถกลับกทม.

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ในช่วงแรกที่เคยอ่านในเนท
น่าจะใกล้เคียงกับตลาดน้ำแห่งอื่น
แต่ปัจจุบัน เปลี่ยนไปเยอะมาก
อบต.บางน้ำผึ้ง คงจะพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
แต่กลับกลายเป็นการทำให้นักท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ “ไม่ประทับใจ” ไป
ตลาดน้ำ “ขาด” การจำหน่ายสินค้า อาหาร “บนเรือ”
อาหารที่แทบจะไม่มีสัตว์น้ำ
แทบทุกอย่างเป็นหมู ไก่ เนื้อ
แม้ว่าราคาอาหารที่นี่จะประมาณ 20-40 บาท
ถ้าเทียบกับตลาดน้ำตลิ่งชัน อาจจะมองว่า
“ถูกกว่า” มีร้านค้า “มากกว่า”
แต่ก็อาจจะสู้ไม่ได้กับสิ่งที่เรียกว่า
“บรรยากาศ” ของตลาดน้ำ
ยิ่งพอมีขายพรรณไม้มากมาย
ถ้าปิดตาไปปล่อย คงนึกว่าอยู่ที่สวนจตุจักรเป็นแน่แท้
แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป ก็แนะนำให้หาโอกาสไปสัมผัสสักครั้ง
มีความอบอุ่น เป็นกันเอง ของชาวบ้านบางน้ำผึ้ง
ที่คุณไม่สามารถหาได้หลายๆ ที่ในกทม.
^____^

Dec
29

ท่านแม่ไปเที่ยวเวียดนาม
แทบไม่ได้ซื้อของฝากอะไรเลย
คือตั้งใจไปเที่ยว “บรรยากาศ” ว่างั้นเถอะ
นอกจาก “อาหารเสริม” ที่หมอจับเส้น ทักว่าเลือดน้อย
ให้ซื้ออาหารเสริมราคาเกือบหมื่นมาแล้ว
ก็มีเจ้าพวกนี้
ท่านแม่รื้อกระเป๋าพลางเล่าเรื่องราวตอนไปเที่ยวให้ฟังอย่างมีความสุข
ถ่ายรูปแบบยิงแฟลช (หัวกล้อง) ตลอด
แสงสะท้อนเพียบ
เอิ้ก..เอิ้ก
แม่เล่าให้ฟังว่า
ประทับใจเรื่องการข้ามถนน
ที่ไม่ต้องดูอะไรเลย ถ้ามัวแต่รอให้รถหยุดก็จะไม่ได้ข้ามถนนสักที
ถ้าเดินไปแล้วก็ห้ามหยุด ห้ามถอยหลังเด็ดขาด
เหอ..เหอ
นอกจากนั้นเวลาซื้อของ จะหาถุงก๊อบแก๊บใส่ก็ยากเหลือเกิน
ที่ให้มา (แบบจำใจให้) ก็บางเหลือเกิน
จะได้จำไว้ เผื่อหวานใจลากไปในสักวัน
หวานใจอยากไปเวียดนามมั่กๆ
มาเริ่มกันเลย


ตุ๊กตาไม้หลากสี มาเป็นคู่
ที่จริงมีหลายสีมาก จับมาสองคู่เขียวแดง x-mas แล้วกัน อิอิ


กล่องไม้ สำหรับไม้จิ้มฟัน


ที่ทับกระดาษ

หมดแล้วเชื่อป่ะ
ท่านแม่ไม่ซื้อของจริงๆ
ฮ่า..ฮ่า

 

หวานใจอยากไปหล่ะสิ
ตอนนี้หวานใจคงไม่สนใจ
เพราะมัวแต่ห่วงอยากได้ตุ๊กตา blythe doll อยู่
เหอ..เหอ

Category: Diary  Tags: , ,  One Comment
Dec
28

ปิดท้ายปลายปีกับคอลัมน์ yummy friday กับ KaraFun

เดี๋ยวนี้ร้านคาราโอเกะทำเป็นแบบนี้หมดเลย
ห้องคาราโอเกะ ที่นั่งสบายๆ พร้อมหมอนไว้ให้นอน
อาหารฟิวชั่น เรียกว่ากินกับแกล้มเบียร์ เคล้าเสียงเพลง
ราคาเหมาห้องก็ตกประมาณ 1200-2000 บาท ตั้งแต่เย็นๆ ไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน
สำหรับ karafun ที่นี่ดูเหมือนจะเรียกตัวเองเป็นร้านอาหาร มากกว่าเป็นร้านคาราโอเกะ
ก็เลยโดนใจแมวดื้อ
สถานที่อยู่ไม่ไกล แค่ตรงแยกเหม่งจ๋ายเอง

 


บรรยากาศด้านหน้าร้านคาราฟันส์ มีห้องคาราโอเกะ และลานนั่งกินอาหาร

เผลอแป๊บเดียวปีหมูกำลังจะล่วงผ่าน และปีหนูกำลังจะย่างกรายมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว สำหรับช่วงเทศกาลแห่งการเลี้ยงอำลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ หากแฟนๆ นักกินกำลังคิดมองหาสถานที่กิน สถานที่สังสรรค์ปาร์ตี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้แล้วละก็ “ผู้จัดการตระเวนกิน” มีร้านกินในบรรยากาศสนุกสนานกับการอิ่มหนำทั้งอาหาร และครื้นเครงกับการร้องเพลงคาราโอเกะมานำเสนอให้ลองไปสัมผัสกันยังร้านที่ มีชื่อว่า “คาราฟันส์ มิวสิคฮันท์” ที่ตั้งอยู่ตรงสี่แยกเหม่งจ๋าย


อิ่มหนำกับอาหาร ร้องเพลงสนุกสนานในห้องคาราโอเกะ

“คาราฟันส์” เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่ว่ามีความน่าสนใจให้ลองเข้าไปใช้บริการอยู่ไม่น้อย ภายในร้านอาหารมีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งโซนให้บริการออกเป็นหลายโซน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การให้บริการห้องคาราโอเกะ ซึ่งมีห้องคาราโอเกะส่วนโซนด้านหน้าถึง 9 ห้อง (ราคาคิดเหมาตั้งแต่ 17.00-01.00 น. 2,000 บาท/ห้อง) แต่ละห้องตกแต่งสไตล์โมเดิร์นทันสมัย สีสันสดใสชวนนั่ง มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถจุคนได้ประมาณ 15-20 คน โดยรวมส่วนที่เป็นระเบียงด้านนอกที่สามารถนั่งได้ด้วย ส่วนภายในห้องคาราโอเกะมีโซฟาให้นั่งสบายๆ จอทีวีplasma ขนาด 42 นิ้ว ระบบเสียงsurround อีกทั้งเพลงก็มีให้เลือกร้องอย่างจุใจทั้งเพลงไทย-สากล-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี และเพลงอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าถูกใจคอไมค์กันงานนี้


ยำกุ้งฟูและเมี่ยงตะไคร้

และนอกจากห้องคาราโอเกะแล้วในโซนด้านหน้ายังมีส่วนที่เป็นลานโล่ง ที่จัดเป็นโต๊ะให้นั่งกินข้าวแบบสบายอารมณ์ พร้อมกับฟังเพลงเพราะๆ จากนักดนตรีที่มาเล่นเพลงให้ฟังกันสดๆ หลากหลายสไตล์เพลง ถัดจากด้านหน้าเข้าไปด้านใน เป็นโซนคาราฟันส์ฮอลล์ เป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยงทุกรูปแบบ มีพื้นที่กว้างขวาง และมีห้องคาราโอเกะตกแต่งสไตล์บาหลีอีก 8 ห้องให้บริการ ห้องหนึ่งจุได้ 15 คน (ราคาคิดเหมา 1,500 บาท/ห้อง) อีกทั้งยังมีเวทีตรงกลางฮอลล์ ที่เมื่อตกดึกจะกลายเป็นผับ มีนักดนตรีมาเล่นเพลงอย่างสนุกสนาน ให้ทุกคนได้แดนซ์กัน

นี่คือส่วนของบรรยากาศสถานที่ คราวนี้หันมาดูเรื่องของอาหารอันชวนลิ้มรสของที่นี่กันบ้าง ซึ่งอาหารก็มีความหลากหลายไม่แพ้บรรยากาศ มีทั้งอาหารไทย-จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป สารพันเมนูให้เลือกลองลิ้มรสชาติกันอย่างจุใจ แบบเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งเมนูไหนมากินกันดี เลยให้ทางร้านช่วยแนะนำเมนูเด็ดๆ มาลิ้มลองกัน เริ่มจากเมนูไทยๆ


หมูฮ่องกงและปูทอดจิวหยิบ

ยำกุ้งฟู (180 บาท) เป็นเนื้อกุ้งสับละเอียดคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังทอดมาจนฟูกรอบ กินคู่กับน้ำยำรสเด็ดที่มีส่วนผสมของมะม่วง หอมแดง พริกขี้หนู และถั่วลิสง ชิมกุ้งฟูกรอบกรุบเข้ากับน้ำยำออก 3 รส เปรี้ยว เผ็ด หวาน

ต่อด้วยเมนูจีน หมูฮ่องกง (150 บาท) เป็นเนื้อหมูสันในหมักกับซอสและเครื่องเทศฮ่องกง แล้วย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนหมูสุกหอม และราดด้วยน้ำซอสสูตรเด็ด ชิมรสชาติหมูเนื้อนุ่ม ออกรสซอสกลมกล่อมลิ้น และมีถั่วลิสงต้มปรุงรสพิเศษให้กินแกล้มแก้เลี่ยน

ปูทอดจิวหยิบ (150 บาท) อีกหนึ่งเมนูจีนชวนกิน เป็นปูม้าสดๆ ฉ่าด้วยน้ำมันให้สะดุ้งในไฟร้อนๆ และมีเครื่องกระเทียม รากผักชี พริกขี้หนูสับที่ผัดปรุงชาติกับน้ำมันแห้งๆ นำมาราดคลุกเคล้ากับปู ลิ้มรสชาติปูเนื้อหวานเคล้ารสชาติเครื่องกระเทียมหอมๆ ถูกปาก

สลับรสชาติมาที่เมนูฝรั่ง สลัดกุ้งกับผลไม้ (200 บาท) เป็นกุ้งคลุกแป้งและเกล็ดขนมปังทอดกรอบ แล้วมีสลัดผลไม้ที่มีส่วนผสมของแอปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่ง สับปะรด หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า คลุกเคล้ากับน้ำสลัดสูตรเด็ดของทางร้าน ออกมาเป็นสลัดผลไม้รสกลมกล่อม กินคู่กับกุ้งเนื้อกรอบนอกนุ่มใน


สลัดกุ้งกับผลไม้และปลากะพงซอสเนย

นอกจากเมนูเหล่านี้แล้วก็ยังมีอีกหลากหลายเมนูที่ชวนกินอีกเพียบ อาทิ เมี่ยงตะไคร้ (160 บาท) ปลากะพงซอสเนย (250 บาท) ขาหมูทอดกรอบ (280 บาท) กุ้งทอดจิวหยิบ (150 บาท) ปลากะพงทอดน้ำปลา (280 บาท) ปูผัดผงกะหรี่ (400 บาท) ปลาเก๋านึ่งซีอิ้ว (300 บาท)

เรียกว่าหากใครที่กำลังมองหาสถานที่ปาร์ตี้สังสรรค์อยู่ละก็ ที่ “คาราฟันส์” แห่งนี้สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งความอิ่มหนำจากสารพันอาหาร ได้สนุกสนานไปการร้องคาราโอเกะ และฟังเพลงเพลินๆ ซึ่ง “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ขอให้แฟนๆ นักกินทุกคนได้อิ่มอร่อยสุขสันต์ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้กันถ้วนหน้าทุกคนเลย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 “คาราฟันส์ มิวสิคฮันท์” (KARAFUN Music Hunt) ตั้งอยู่ที่ 598 ถ.ประชาอุทิศ (ใกล้กับสี่แยกแหม่งจ๋าย) แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. การเดินทางจากสี่แยกเหม่งจ๋าย ให้วิ่งตรงมาถ.ประชาอุทิศ ตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นร้านคาราฟันส์ อยู่ริมถนนทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับสวนอาหารนาทอง มีป้ายให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถกว้างขวาง เปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. ถ้ามาร้องคาราโอเกะแนะนำว่าโทร. มาจองห้องก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2690-5555 และทางร้านมีโปรโมชั่น ลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม 10% สำหรับเงินสดแจก Gift Voucher 500 บาท ตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค. 51

ชื่อร้าน : คาราฟันส์ มิวสิคฮันท์ (KARAFUN Music Hunt)
ประเภทอาหาร : อาหารไทย-จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป
เมนูจานเด่น : ยำกุ้งฟู, เมี่ยงตะไคร้, หมูฮ่องกง, ปูทอดจิวหยิบ, สลัดกุ้งกับผลไม้, ปลากะพงซอสเนย
บรรยากาศร้าน : กว้างขวาง มีหลายโซนให้เลือก มีห้องคาราโอเกะและพื้นที่โต๊ะนั่งกินข้าว มีโซนจัดเลี้ยง โซนเวที
ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 598 ถ.ประชาอุทิศ (ใกล้กับสี่แยกแหม่งจ๋าย) แขวง/เขตห้วยขวาง กทม. การเดินทางจากสี่แยกเหม่งจ๋าย ให้วิ่งตรงมาถ.ประชาอุทิศ ตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นร้านคาราฟันส์ อยู่ริมถนนทางขวามือ ตรงข้ามกับสวนอาหารนาทอง มีป้ายให้เห็นชัดเจน
สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถกว้างขวางกว่า 400 คัน
บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิตทุกชนิด ยกเว้นเอเม็กซ์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ :ถ้ามาร้องคาราโอเกะแนะนำว่าโทร. มาจองห้องก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2690-5555

 

Link: Manager Online

Category: Yummy  Tags: , ,  4 Comments
Dec
27

แม้ว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ได้เปิดทำการมาได้ช่วงนึงแล้ว
แต่แมวดื้อก็ยังไม่มีโอกาสจะไปเลย
จะไปเที่ยวเล่นก็ไม่ใช่ที่
วันนี้ท่านแม่กลับจากไปเที่ยวเวียดนาม
ก็เลยถือโอกาสอาสาไปรับ
ตื่นตาตื่นใจมากมาย
ไปวิ่งประตูล้อกลมๆ ตั้งหลายรอบ
ฮ่า..ฮ่า
ด้านนอกที่ชั้น 4 มีต้นคริสต์มาสประดับอยู่ด้วย
เลยไม่พลาดที่จะถ่ายรูปมา
ส่วนข้างใน
พี่รปภ. ทำหน้าเข้ม เลยไม่กล้าหยิบกล้องออกมา
หุ..หุ

 

วันนี้เที่ยวบินดีเลย์กันเป็นแถว
ของท่านแม่ ตอนแรกต้องมาถึง 22.50 น.
มาถึงจริงตอน 00.30 น.
รอจนง่วง
โชคดีที่มีร้านกาแฟเต็มไปหมด
:P
ทั้ง starbuck, black cayon หรือ blue cup (S&P)
จัดร้านสวยดี
ไว้มีโอกาสไปอีกจะไปลองร้านอาหารอื่นๆ บ้าง

Category: Diary  Tags: ,  One Comment
Dec
26

คอนเสิร์ต
ATIME AF คนพันธุ์ A
เป็นอีกคอนเสิร์ตนึงที่อยากดู
แต่ด้วยความที่จัดที่อิมแพค
ก็เลยต้องขอบายไปโดยปริยาย
ตอนนี้ DVD ออกมาแล้ว
มีการตัดเพลงออกไปบ้าง เนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์
เพลงในคอนเสิร์ตเรียกว่าร้องตามได้อย่างไม่ยาก
พัดชาน่ารักสุด
อิอิ

Category: Music  Tags: , , ,  Leave a Comment
Dec
25

 

Merry X’mas

Wish you be happy in greeting season.

 

Category: Diary  Tags: ,  3 Comments
Dec
24

เมื่อวานนี้ไปลองชิมที่ร้าน Ya Long
วันนี้ขอเขียนถึงนิดนึง
Ya Long หรือ ญาลอง
เป็นร้านของพี่จิ๊ก เนาวรัตน์
ตอนไปกิน พี่จิ๊กก็โหวกเหวกอยู่ข้างๆ
ฮ่า..ฮ่า
ตอนแรกไม่รู้หรอก จนกระทั่งพี่แกคุยโทรศัพท์ดังลั่น
แล้วก็มาคุยขำๆ กับพนักงาน
ร้านนี้อยู่ชั้น 5 central world
เป็นร้านอาหารเวียดนาม แล้วก็อาหารฟิวชั่น ไทย-ฝรั่งทั่วไป
ราคาก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
เฉลี่ยแล้วประมาณ 80-180 บาทต่อจาน
ด้วยการตกแต่งร้าน กระจกเอย โต๊ะหรูทรงประหลาด เก้าอี้ที่นั่งสบายน่านอน
พนักงานดูแลดีมาก
เรียกได้ว่า “แทบจะดีเกินไป”
ประมาณว่าโต๊ะเลอะนิดเดียว รีบเอาทิชชู่มาเช็ดเลย
เปิดเพลงบรรยากาศสบายๆ น่านอนมากกว่านั่งกินอาหาร
รวมๆ แล้ว ก็สมราคานั่นแหละ

 
ประเดิมด้วยกุ้งพันอ้อย (ไม้ละ 85 บาท) T-T
เนื้อกุ้งละเอียด น้ำจิ้มใช้ได้ ไม่หวานจนเกินไป
เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ม้วนพอดีคำ


ข้าวเกรียบปากหม้อ ที่โรยหน้ามาด้วยหมูยออย่างดี


ยำหอยแมลงภู่ ที่เสิร์ฟพร้อมขนมจีน
ด้านหน้าโรยด้วยกระเทียม
รสชาดจานนี้จัดจ้าน ใครไม่กินเผ็ด+เปรี้ยวจี๊ดไม่แนะนำ


ยำเนื้อสันนอก
เนื้ออย่างดี ยำเน้นที่เปรี้ยวเป็นหลัก
ตามสไตล์อาหารเวียดนาม


ข้าวผัดสัปปะรด
โรยหน้าด้วยหมูหยอง
รสชาดคล้ายข้าวหมกไก่ :P
โดยรวมก็ ok

 

กุ้งพันอ้อยก็ 340 บาทแล้ว
ที่เหลืออีก 4 อย่าง
รวมเครื่องดื่ม (น้ำผลไม้)
+ service charge
เบ็ดเสร็จ มื้อนี้ 800 บาท

 

สรุป.. ถ้าหากนานๆ กินที หรือมีโอกาส นัดไปกินข้าวกับเพื่อน
เลือกร้านหรูๆ นั่งกันได้หลายคน นั่งนานโดยไม่โดนไล่ออกจากร้าน
อาหารประมาณนี้ ก็ไปกันได้เลย

แต่ถ้าจะไปกินอาหารกินเล่น จานเดียวอิ่ม แนะนำให้เลี่ยงดีกว่า
“ญา ลอง” อาจจะกลายเป็น “อย่า ลอง” ไป

:P

Category: Yummy  Tags: , ,  2 Comments
Dec
23

วันนี้ไปเลือกตั้ง
อยู่บ้านจนค่ำ
เลยได้รูปพระจันทร์แบบนี้ติดกล้องมาด้วย

 

อยู่ที่บ้าน (ลาดพร้าว) แล้วรู้สึกดี
ได้รับลมเย็นๆ ที่หาไม่ได้ในกลางเมืองหลวง
ดูเป็นชนบทไหม เอิ้ก..เอิ้ก

จากนั้นก็เข้าเมือง (หลงแสงสีจริงๆ)
มายังแหล่งแสงไฟหลากสี
Central World
เริ่มจากกินข้าวที่ร้าน YA LONG
เรื่องร้านนี้ ติดเอาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมาพูดถึงอีกที
จากนั้นก็เดินเล่นๆ วันนี้ห้างเปิดถึงเที่ยงคืน
ช่วงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว
ใครๆ ก็ดูมีความสุขกันดีเนอะ
ถ่ายรูปกันใหญ่
เลยยืนแอบๆ ถ่ายมาบ้าง
ชอบที่นี่
“บ้านขนมปัง”
นิทานที่ได้อ่านตอนเด็กๆ แล้วสอนให้รู้ว่า
แค่เศษขนมปัง ก็ช่วยชีวิตได้
ฮ่า..ฮ่า

พอออกมาลานเบียร์
คิดถึงหวานใจที่สุด
ก็อะไรซะอีก
ก็เค้าถ่ายรูปกันใหญ่เลย
สาวๆ ยืนโพสท่า (โดยมีหนุ่มคอยตามถ่ายรูป)
อย่างกับประกวดนางงามกันซะงั้น
..เฮ่อ..
เห็นแล้วเศร้าใจ
ถ่ายรูปต้นคริสต์มาสแทนแล้วกัน


ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามรพ.ตำรวจ สีสวยเลย


ใครๆ ก็ถ่ายรูปกัน ช่างเป็นแหล่งที่แสงสีเยอะจริงๆ คืนนี้


Bangkok Countdown to 2008 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 21

หลังจาก central world ก็ไม่รู้จะไปไหน
พรุ่งนี้มีผ่าตัดตอนเช้า
เลยตั้งใจกลับดีกว่า
ถ้าพรุ่งนี้มีแรง ค่อยมาใหม่ :P
บนเกาะกลางถนนหน้าห้างอัมรินทร์ อันโดดเดี่ยว
ไม่มีตากล้อง หรือนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก
กล่องของขวัญ ตุ๊กตาหิมะ และต้นคริสต์มาส สีสดใส ก็มีให้เห็น

ก่อนจะขึ้นรถกลับ มีรถแท๊กซี่คันนี้ผ่านมา
คว้ากล้องโดยพลัน
เนื่องจากแสงไฟ “ในรถ” ไม่ต่างจากแสงไฟที่ central world เลย
ด้านข้างของรถ ติดสติ้กเกอร์ happy new year 2008 ไว้เต็มไปหมด
ภายในรถก็มีไฟหลากสี
ประมาณว่า ถ้านั่งแท๊กซี่คันนี้มีหวัง เมารถ (เมาไฟ) แน่ๆ
ฮ่า..ฮ่า

นี่แหละน้า
สีสันเมืองหลวง

 

คิดถึงหวานใจจัง
ไปนอนหล่ะ

 

Category: Diary  Tags: , ,  One Comment
Dec
22

สำหรับคนที่ชอบเล่นเนท
อาจจะคุ้นเคยกับโปรแกรม web browser อย่างเช่น Internet Explorer (IE)
ที่มากับระบบปฏิบัติการ “หน้าต่าง” กันเป็นอย่างดี
แต่นั่นไม่ใช่ทุกอย่าง
บางเว็บไซต์นั้นไม่สามารถใช้ IE ในการเข้าไปดูได้
หรือดูได้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์
แมวดื้อ เลิกใช้ IE มานานมากแล้ว ด้วยเรื่องของ security และการแสดงผล
web browser ตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือ firefox ซึ่งมีทั้งบน “หน้าต่าง” และ “ผลไม้ของอดัม”
ด้วยการทำงานที่รวดเร็ว ปรับแต่งได้ตามต้องการ รวมถึง security ที่ดี (กว่า IE)
ล่าสุด “จิ้งจอกไฟ” ก็ได้มาถึงเวอร์ชัน 3 ซึ่งพัฒนาหลายส่วน
ที่ชอบมากๆ ก็คือเรื่องของ tab

 

 

 

เคยคุยกับหวานใจว่า มีคนมากมายรู้จักแค่ IE ไม่รู้จัก FF (firefox)
ไม่น่าแปลกใจ
แต่ “เสียดาย” ที่คนเหล่านั้นไม่รู้จัก
That’s it!!

 

Link: Firefox

Category: Computer  Tags:  Leave a Comment
Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes