ซีรีส์เรื่องนี้ แค่เห็นปกก็น่าสนใจแล้ว
ยิ่งพอได้อ่านเรื่องย่อ ยิ่งน่าสนใจ
เป็นซีรีส์แนว Drama มี Fashion ปนพองาม
หากใครชอบ Sex and the City หรือ The Devil wears Prada
น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ดูแรกๆ

เรื่องย่อ

ในมหานครนิวยอร์คที่สุดเลิศหรู ผู้หญิงสี่คนอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลาที่พวกเธอไขว่คว้าหาความสำเร็จบนโลกธุรกิจที่แสนขับเคี่ยว ถึงแม้จะมีฉายาที่ดูร้ายกาจอย่าง “เจ้าแม่แคชเมียร์” แต่พวกเธอก็เป็นกำลังใจซึ่งกันและ.กันทั้งเรื่องงาน และ.บ่อยครั้งกับเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตั๊วส่วนตัว เจ้าแม่สิ่งตีพิมพ์ มีอา.(ลูซี่ ลิว)., CEO สาว จูเลียต.(มิแรนด้า อ็อตโต้)., ผู้บริหารธุรกิจระดับสูง โซ.(ฟรานเซส โอคอนเนอร์).และ.นักการตลาดชั้นเซียน เคทลิน.(บอนนี่ ซอมเมอร์วิลล์).พวกเธอล้วนตามล่าหาความสำเร็จอันแสนสมบูรณ์แบบ แต่ความทะเยอทะยานของพวกเธอนั้นต้องแลกมาด้วยสิ่งที่มีราคาแพง ทว่าจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้เชิดหน้าขึ้นสู่จุดสุดยอดโดยมีเพื่อนรู้ใจเดินไปด้วยกัน… 

 


หลังจากที่ได้สั่ง iPod shuffle
ต้อนรับ Apple Store Online Thailand
ซึ่งก็จะได้รับเสื้อ T-Shirt ด้วยหนึ่งตัว
เป็นธีมเทศกาลลอยกระทง
เช้าวันนี้ก็ได้รับพัสดุ
ซึ่งตอนแรกก็งงเหมือนกัน
เพราะผ่านมานาน จนลืมไปแล้ว
ฮ่า..ฮ่า

ข้างกล่องพัสดุ เขียนเอาไว้เลยว่า T-Shirt
ข้อสงสัยในคราวแรก หมดไปโดยพลัน 

แกะกล่องออกดู
ก็พบกล่องแบบ gift ที่เป็นบริการ (เสียเงิน) ของทาง Apple Store Online
พร้อมการ์ดใบเล็ก

เสื้อ T-Shirt สีม่วงสดใส

ด้านหลัง
ข้อความแบบนี้แหละ ที่อยากได้
ฮ่า..ฮ่า
ที่จริงข้างหน้า ไม่ต้องมีลายอะไรเลยก็ได้นะ

 :idea::idea:


ขนมจากตลาดน้ำอัมพวาเมื่อวาน
ไม่แน่ใจว่าเรียกแบบนี้หรือเปล่า
ข้างนอกกรอบๆ
หวานๆ
ชอบตั้งแต่เด็กๆ แล้ว
หยิบมาถ่ายรูป
รู้สึกไม่ได้ถ่ายรูปอาหาร (ที่กิน) นานแล้ว

บางที ไม่ต้องออกไปหาร้านอาหาร เพื่อจะถ่ายรูปอาหาร
แต่จงถ่ายรูปของกินรอบๆ ตัว


This entry is hard for me to photo process and write long story.
I don’t know the future.
But I know one thing, This day is beautiful memory..

ต่อกันกับเอนทรีภาคจบของไตรภาค
มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในวันนี้จริงๆ
เปิด entry ด้วยรูปนี้
แมวดื้อถ่ายต้นไม้นี้ที่สวนสาธารณะข้างๆ ท่าเรือมหาชัย
ต้นไม้ที่มีใบไม้แห้งๆ เต็มต้นไปหมด
หวานใจยังเดินมาถามเลยว่าถ่ายอะไร
(ไม่เห็นมีอะไรน่าถ่ายเลย)
รูปนี้ถูกนำไป process ในสไตล์ที่ต่างจากที่คิดไว้ตอนแรก
แต่ก็ได้มาในอีกแบบที่ชอบ แล้วหยิบมาใช้เป็นรูปเปิด entry
พร้อมกับเพลงใสๆ จาก Depapepe
เวลาที่แมวดื้อต้องการสมาธิ บางครั้งการฟังเพลงบรรเลง ก็ทำให้สงบได้เหมือนกัน

ต่อจากเอนทรีที่แล้ว
เหมือนฟ้าประทาน (เว่อร์จริง) ให้เราเจอรถ (บัส) แดง
ก็ถามข้อมูลจากคนขับรถให้แน่ใจอีกครั้ง
เพราะรถที่จอดอยู่ตรงนี้ จะมีอยู่ด้วยกันสองสาย
คือสายที่ไปกรุงเทพ กับสายที่ไปแม่กลอง
ก็สอบถามกันดีๆ ก่อนขึ้นรถ เพื่อความแน่ใจ

จาก blog คราวที่แมวดื้อไปอัมพวาคนเดียวนั้น
Amphawa Diary 1
Amplawa Diary 2
หากนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยฯ มาถึงแม่กลอง
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
แต่นี่เจอรถ (บัส) แดง (หวานเย็น)
วิ่งจากมหาชัยไปแม่กลอง
เกือบสองชั่วโมง

:cool: :cool:

ด้วยความที่ต้องตื่นแต่เช้า
พอขึ้นรถได้ หวานใจก็หลับสนิท
จากสองครั้งที่แมวดื้อมาอัมพวา
ครั้งแรก.. ด้วยรถตู้
ครั้งที่สอง.. ด้วยรถบัส
คราวหน้า.. ต้องหาทางมาด้วยรถไฟให้ได้!!

รถบัสพาเรามายังท่ารถแม่กลอง
วันนี้ประจวบเหมาะที่มีงาน “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” พอดี
มีทั้งให้ชิมฟรี จำหน่าย รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆ อย่าง
ปลาทูของแม่กลองนั้น ของแท้ต้อง “หน้างอ คอหัก”
เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลยทีเดียว
เวลาปลาสองตัว อยู่ในเข่งเดียวกัน
ทำให้เกิดพลังสมดุลย์ ปาน หยิน-หยาง ไม่มีผิด

ก่อนหวานใจจะคล้อยตาม พี่ๆ ที่วินมอร์เตอร์ไซต์ ที่เรียกลูกค้าอยู่แถวนั้น
แมวดื้อก็พาเดินลัดเลาะออกมายัง ตลาดแม่กลอง
ตลาดที่นี่ มีชื่อเรียกกันไปต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็น “ตลาดหุบร่ม” หรือ “ตลาดเสี่ยงตาย”
ด้วยสาเหตุที่ว่า เป็นตลาดที่อยู่ข้างๆ สองทางของทางรถไฟ
เวลาที่มีรถไฟวิ่งผ่าน พ่อค้าแม่ค้า ก็จะทำการหุบร่ม (ไว้บังแดด เวลาที่รถไฟยังไม่มา)
บ้างก็ดึงผ้าใบมาปิดร้านเอาไว้สักครู่
ตามปกติ วันนึงจะมีรถไฟผ่าน 8 รอบ
ซึ่งก็ดูค่อนข้างจะวุ่นวายพอสมควร
แต่หากได้ลองไปสัมผัสแล้วจะรู้ว่า คนที่นี่เก่งกันมาก
แค่นาทีเดียว เสร็จเรียบร้อยทุกร้าน

ตารางรถไฟ แม่กลอง – บ้านแหลม
(ที่แมวดื้อพลาดนั่นแหละ – -a )

เส้นทางจาก แม่กลองมายังบ้านแหลม

ออก – ถึง

06:20 – 07:20
09:00 – 10:00
11:30 – 12:30
15:30 – 16:40

เส้นทางจาก บ้านแหลมมายังแม่กลอง

ออก – ถึง

07:30 – 08:30
10:10 – 11:10
13:30 – 14:30
16:40 – 17:40

ซึ่งแมวดื้อคิดว่า จะหาโอกาสมาถ่ายรูปที่ตลาดแม่กลอง ตอนรถไฟผ่านมาบ้างสักครั้ง 

พอเดินทะลุตลาดแม่กลองออกมา ก็จะเจอท่ารถ (สองแถว) ต่อไปยังอัมพวา
สักครู่เดียว รถสองแถวก็พาเรามาถึงยังอัมพวา
แต่มารอบนี้ แมวดื้อชวนหวานใจไปเดินดูโฮมสเตย์ริมน้ำกันสักนิด
เดินดูๆ แล้วก็เจอบ้านน่ารักๆ หลายแห่งเลยทีเดียว
แม้ว่าพวกเรายังไม่ได้มาพัก แต่ก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
ราคาที่พัก ก็ถือว่าไม่แพง
หากใครชอบธรรมชาติ ริมแม่น้ำ ลำคลอง
ก็อยากจะแนะนำให้มาลองสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ดูบ้าง
ตื่นเช้ามาก็ตักบาตร จากนั้นก็นั่งเล่น นอนเล่นอยู่ชานริมน้ำทั้งวัน
ตลาดน้ำก็อยู่ใกล้นิดเดียว บางครั้งก็มีเรือมาขายกันถึงหน้าบ้านเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้แมวดื้อยังไม่ได้ไปลองที่ไหนเลย
เอาไว้หากไปลองพักที่ไหน แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีก็แล้วกัน

จากโฮมสเตย์ที่แวะไปดูกัน
เดินออกมา ก็จะเจออุทยาน ร.๒
เดินเลี้ยวไปอีกนิด ก็เจอตลาดน้ำอัมพวา
เกือบบ่ายแล้ว
หวานใจเลยเริ่มออกอาการ
พอเดินเข้าตลาด ด่านแรก ก็ซื้อน้ำมะพร้าวก่อนเลย
พร้อมด้วยมองขนมไทยสีสวย ไม่วางตา
ตอนแรก แมวดื้อกะว่าจะพาหวานใจไปกินอาหารไทย ที่ร้าน กำปั่น
แต่ด้วยความที่แมวดื้ออยากกิน “ไข่ปลาหมึกทอด”
ก็เลยแวะซื้อก่อนที่เชิงสะพาน
สุดท้ายแมวดื้อกับหวานใจก็ตัดสินใจเริ่มซัดโฮกกันกับ ไข่ปลาหมึก และ หอยทอด
แต่ยังไม่ทันจะถ่ายรูปทวิต หรือหยิบกล้องออกมาเลย
ไข่ปลาหมึกก็หายวับไปกับตา
ฮ่า..ฮ่า
เหลือแค่นี้

พอกินหมด แล้วก็มุ่งหน้าไปต่อร้านอื่นได้ทันที
ตามนิยมของ “แก๊งปากมัน”
..อย่ากินให้อิ่ม แต่จงลิ้มลองให้ได้ทุกร้าน..

:lol: :lol:

พอเดินเข้าตลาดน้ำ คนเริ่มเยอะ
แมวดื้อก็เลยปล่อยหวานใจ ถ่ายรูปไปเรื่อย
ส่วนแมวดื้อ หลบคนที่เดินสวนทางผ่านไปมา
เห็นคุณยายพายเรือขายสาคูเข้ามาใกล้ๆ
ก็ไม่พลาดที่จะอุดหนุนคุณยาย
เดินไป กินไป (อีกหล่ะ) 

:twisted::twisted:

เดินกันไปจนสุดทาง
เห็นหวานใจยังสนุกกับถ่ายรูปอยู่
แมวดื้อก็เลยไปนั่งรอในร้านลูกชิ้น / ลอดช่อง
ร้านน่ารักๆ ที่เอาโต๊ะนักเรียน มาเป็นโต๊ะให้ลูกค้านั่ง
โต๊ะไม้ขนาดเล็ก มีช่องสำหรับใส่หนังสือ สมุดด้านหลัง
บนโต๊ะมีเครื่องดนตรีไทยขนาดเล็ก (เล่นได้)
แดดเริ่มออกแบบนี้ สั่งลอดช่องมากินกันดีกว่า
..แต่แล้ว..
..ไอ่กบ..ก็โผล่มา..

Bonjour ลูกชายหวานใจ
ชอบทะลึ่งโผล่มาจุ้นจ้านเป็นประจำ
แมวดื้อชอบเรียกว่า “ไอ่กบ”
อิอิ
ลอดช่องมาหล่ะ.. ไอ่กบ ยืนไกลๆ เดี๋ยวจมลอดช่อง

หวานใจมาถึงก็สั่งลองช่องมาเบิ้ล แถมลูกชิ้น กินกันเพลิน
ร้านนี้ หากคนว่างๆ มีพรอพอะไรให้ถ่ายรูปเต็มไปหมดเลย
แต่พอนั่งไปสักพัก คนก็เริ่มมากันเต็มร้าน
(เป็นอย่างนี้ประจำ.. ทุกที)
ก็เลยเดินหาทำเลใหม่กัน
มาจนถึงร้านนี้

ชั้นล่าง ขายเสื้อ ของที่ระลึก
พอเห็น
“จิบชา และเครื่องดื่ม
สบาย สบาย เชิญชัน 2”
แมวดื้อกับหวานใจก็ถือโอกาสลองชาที่นี่กันสักหน่อย

ตัวบ้าน เป็นบ้านไม้
พอขึ้นมาชั้นสอง ก็แทบไม่อยากไปไหนแล้ว
บรรยากาศดีมั่กๆ
ในวันที่แดดออก มีลมเอื่อย..เอื่อย สบายๆ แบบนี้ ชิลสุดๆ
หรือหากเป็นวันที่ฝนตกพรำๆ ก็น่าจะได้อารมณ์เย็นๆ ปน เหงาๆ
อยู่แค่ไม่กี่นาที ก็หลงรักร้านนี้เข้าให้แล้ว
อีกอย่าง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่ง
ทำให้รู้สึก “เหมือนอยู่บ้าน” 
มีหมอน กับ เบาะ อยู่เต็มไปหมด
(ให้อารมณ์คล้ายร้าน sometime’s)
พอเดินขึ้นมาแล้ว หากพนักงานไม่ทันเห็น
หรือหากต้องการเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่ม ก็ใช้บริการอันนี้ได้

มีชาอยู่หลายแบบเหมือนกัน
ส่วนใหญ่เป็นชาผลไม้
มีแต่งกลิ่นดอกไม้บ้าง น่าลิ้มลองยิ่งนัก
ลองสั่งชาบูมเบอรี่มาดูหน่อย

สีสวย กลิ่นหอม
ขอน้ำแข็งได้ตลอด
85 บาท
แถมบรรยากาศ (ไม่คิดตัง)

หลังจากเอาชามาเสิร์ฟ แล้วเก็บเงินไปแล้วนั้น
ทางร้านก็ปล่อยให้อยู่ไป จะทำอะไรก็ได้
นั่ง นอน ถ่ายรูป ตามสบายเลย
ซึ่งก็แน่นอน หวานใจ ต้องอยากให้ถ่ายรูปให้อยู่แล้ว

ฝืมือที่มีก็ถ่ายได้แค่นี้ (อีกตามเคย)
แล้ว Je t’aime ก็โผล่มา
ไม่รู้ว่าจะมากินชา หรือมาตีกลอง
ทำท่าอย่างมือ percussion
เอาหล่ะสิ เริ่มมีสมาชิกเพิ่ม
ก็ต้องกดชัตเตอร์ไปตามระเบียบ 

หวานใจถักหมวกคู่สีเหลืองมาพร้อม
กะว่าจะไปเที่ยวทุ่งทานตะวันเต็มที่

และแล้ว.. ก็เสียวสันหลังวาบ
เหอ..เหอ..เหอ
รอยยิ้มอันลี้ลับ 

ขอแทรกเล่าเรื่อง “เรโกะ” กันสักนิด
ปกติแล้วแมวดื้อไม่ค่อยสนใจน้องๆ ของหวานใจเท่าไหร่
คือแบบว่า อยู่ๆ ก็ชอบเกิดขึ้นมา
ไม่รู้ใครทำคลอดให้
เรโกะเกิดมาแบบแมวดื้อไม่รู้เรื่องเลยแหละ
นานไป หวานใจก็บอกว่าน้องคนนี้ อาจต้องไปอยู่บ้านอื่น
ด้วยมีน้องๆ เริ่มเยอะ ไม่ค่อยได้เล่น
แม้ว่าอาจจะสงสาร แต่คงต้องหาบ้านใหม่ให้
ทริปนี้ ตอนแรกสุดหวานใจตั้งใจว่าจะพาเรโกะมาถ่ายรูป
ก่อนจะหาบ้านใหม่ให้ไปอยู่
หวานใจพาเรโกะมาโชว์ตัว

อืม.. ก็ไม่ได้สนใจอะไร
มาดูบรรยากาศรอบๆ ร้านนี้กันดีกว่า

เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ มีเบาะนั่งสบาย

มีระเบียงออกไปนั่งตากลมสบายๆ มองดูตลาดน้ำจากมุมสูง
นอกจากนี้ยังเห็นแม่น้ำชัดเจน

จะนอนอ่านหนังสือ ชิลๆ ตรงนี้ก็ได้

บรรยากาศสบายๆ มองเห็นนักท่องเที่ยว กับเรือผ่านไปมา
ตอนนี้ หวานใจก็ง่วนอยู่กับ Je’ taime
ทิ้งเรโกะไว้ข้างๆ แมวดื้อ
ไหนๆ ก็อาจไปอยู่บ้านใหม่แล้ว
มาถ่ายรูปกันหน่อย
ดูสิ.. หน้าตาน่ารักแค่ไหน

แบ๊วได้อีก

:idea: :idea:

ซนจริงๆ เลย

ปีนบันไดอยู่นี่แหละ

ออกไปเล่นข้างนอกต่อ

ปีนไปโน่นอีกหล่ะ ถ้าตกไปนี่ ลงน้ำเลยนะ – -“

วิ่งออกไปตากแดด ระเบียงอีกด้านนึง
ร้านนี้มีที่เล่นเยอะจริงๆ

อ่อย… แย่แล้ว ตากแดดมากไปหน่อย หน้าแดงเลย
เรโกะจะเป็นลมแดดค่ะ พาเรโกะไปพักหน่อยค่ะ

เฮ่อ.. ตากพัดลม ค่อยยังชั่วหน่อย

นั่งพักนาน เรโกะเริ่มง่วงแล้วค่ะ

แอบง่วงเจ้าค่ะ แต่ยังซนได้อีก

และแล้วหวานใจก็หันมาเห็น
เรโกะกลับไปนอนในรังหนอนเหมือนเดิม

 :?::?:

อยู่ที่ร้านธารามาตย์กว่าสามชั่วโมง
ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ เพราะกินกันตลอด
แต่แดดร่มแล้ว ไปเดินตลาดกันดีกว่า
ก่อนลงมาข้างล่าง เห็นน้ำตาลของร้านนี้ น่ารักดี

พอเดินลงมาข้างล่าง ก็แวะดูเสื้อกันสักนิด

บริเวณสะพาน คนเริ่มเยอะกันแล้ว
แม่ค้าทยอยพายเรือมาขายของกันอย่างสนุกสนาน
บ้างก็หลบเรือนำเที่ยว บ้างก็ปิ้งๆ ย่างๆ ตำส้มตำกัน
ดูเป็นวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่าย
(มันจะไม่ง่าย ก็ตรงที่นักท่องเที่ยวเยอะนี่แหละ)

กุ้ง – ปลาหมึก น่ากินมาก

 

นั่งกินกันริมตลิ่งกันเลย ก้าวพลาดก้าวเดียวก็ลงน้ำ

ขนมจีนก็มีนะ

หรือจะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวบนเรือจริงๆ

แมวดื้อกับหวานใจ เลือกโต๊ะริมน้ำ ด้วยเหตุที่ว่าสัมภาระค่อนข้างเยอะ
(กลัวตกน้ำ)
กินกุ้งกันดีกว่า

กุ้งอบวุ้นเส้นหอมๆ
เริ่มจะไม่ถ่ายรูปหล่ะ เพราะมือไม่ว่าง
ฮ่า..ฮ่า

กินอิ่มก็ได้เวลากลับกันแล้ว
ก็ยังซื้อขนมติดมือกลับกันด้วย
บั๊บ..บาย อัมพวา 

 


หลังจากเติมคาเฟอีนกันไปแล้ว
หวานใจก็บอกว่าก็ไปอัมพวาสิ
ซึ่งแมวดื้อก็คิดไว้อยู่แล้ว
เพราะว่าวันนี้อยากนั่งรถไฟ
ก็นึกถึงการเดินทางไปแม่กลองทางรถไฟสายเก่า
แล้วก็ต่อรถไปยังอัมพวาอีกที
แต่ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัว
แค่คุ้นๆ ผ่านตาทางเนท
ก็เลยสอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟ
ได้ความว่าต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่
ซึ่งแมวดื้อกับหวานใจเรียกแทกซี่ไป
แต่ดันบอกผิด บอกเป็นสถานีรถไฟบางกอกน้อย (ชื่อใหม่ สถานีรถไฟธนบุรี)
ก็เลยได้สัมผัสอากาศเย็นๆ กับสถานีรถไฟน่ารักๆ อีกแห่ง
ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งตัวสถานีเอง รวมไปถึงตลาดติดกับสถานีรถไฟ
แมวดื้อเชื่อว่า หากใครชอบบรรยากาศพื้นบ้านแบบนี้
รับรองจะติดใจ
แต่แนะนำให้ไปตอนเช้านะ เพราะถ้าแดดออก ท่าทางจะร้อนมาก
(และหาที่หลบแดดลำบากทีเดียว)
แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟที่สถานีนี้
ทำให้ตัดสินใจรีบต่อไปยังสถานีวงเวียนใหญ่เลยทันที
ตุ๊ก..ตุ๊ก คันเล็ก ก็พาพวกเราวิ่งไปตามถนน
สัมผัสอากาศเย็นๆ กลางเดือนธันวาคม
จนมาถึงสถานีวงเวียนใหญ่ ก่อนแปดนาฬิกา

แมวดื้อจำไม่ได้ว่าเคยมาที่สถานีรถไฟแห่งนี้มาก่อนหรือเปล่า
แต่ว่าก็คุ้นๆ อยู่พอสมควร
ซึ่งเชื่อว่า หากใครไม่ใช่คนแถวนี้ หรือไม่ทันสังเกต
อาจไม่ทราบเลยว่า ตรงนี้มีสถานีรถไฟอยู่ด้วย

หวานใจเดินไปซื้อตั๋ว
แล้วก็โดนพนังงานโวยวายเสียงดังลั่น
ด้วยความที่เป็นช่วงที่มี “ตั๋วฟรี”
ซึ่งก็จะเปิดให้ผู้โดยสารมารับในเวลาแปดนาฬิกาตรง
บอกกันดีๆ ก็ได้เน้อ
ไม่เอาตั๋วฟรีก็ได้ ตังก็มี ไม่ได้มาขอขึ้นรถไฟฟรีซะหน่อย

:evil:

หลังจากเคารพธงชาติเรียบร้อย
ก็ได้ตั๋วมาหล่ะ

ตั๋วระบุไว้ว่า
ขบวนรถที่ 4305 สายชานเมืองแม่กลอง
ออกเดินทางจากวงเวียนใหญ่ 08:35 ถึงมหาชัย 09:28
รถไฟชั้น 2 ราคา 0 บาท 

ยังพอมีเวลาก่อนรถไฟออก
หลังจากหวานใจกับแมวดื้อจับจองที่นั่งเรียบร้อย
ก็หยิบกล้องกันเลยทันที
กลายเป็นนิสัยไปแล้ว
เหอ..เหอ

รถไฟชั้นสอง มีพัดลมให้ด้วย
ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

แล้วก็ได้เวลาเดินทาง
ไปกับคนนี้

กับลูกสาว ที่กำลังหาบ้านใหม่

นั่งมองข้างทาง มองผู้คนที่สัญจรด้วยรถไฟเป็นประจำ ยังไม่ทันไร
รถไฟก็ถึงสถานีปลายทางเสียแล้ว
ที่นี่เอง มหาชัย

ตลาดขายของส่วนหนึ่งอยู่ข้างทางรถไฟเลย
เวลารถไฟมาก็จะเป็นแบบนี้

ให้ดูกันอีกที
ว่าถาด / ตะกร้าผัก ผลไม้ ที่วางขายอยู่ ใกล้กับรถไฟที่วิ่งมาแค่ไหน

ถึงแม้ว่าร้านค้าริมทางรถไฟที่มหาชัยนี้
จะไม่เยอะมากเท่าที่แม่กลอง ซึ่งต้องมีการปิดผ้าใบ เวลารถไฟผ่าน
แต่ก็เรียกว่าวางไว้ชิดกับรางรถไฟได้ไม่แพ้กันเลย

จากการสอบถามผู้คนในละแวกนั้น
ทำให้เกิดทิศเดินทางสองทาง
ถามกี่คนก็ไม่ซ้ำกัน
ฮ่า..ฮ่า
สุดท้าย แมวดื้อก็ตัดสินใจเดินออกมายังท่าเรือมหาชัย

ตามคำบอกเล่าของ (คนแถวนี้) เสียงข้างมาก
บอกว่าให้พวกเราลงเรือ จากท่ามหาชัย ไปยังท่าฉลอม
โอ้ว.. นี่คงเป็นตำนานของเพลง “ท่าฉลอม” กระมัง
บริเวณท่ามหาชัยนี้ จะมีวัดและที่จอดรถอยู่
ซึ่งก็อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวเรื่องสุขาหรืออื่นๆ
แต่ต้องขอเตือนสำหรับท่านที่ขับรถไปเอง
เพราะว่าบริเวณนี้เป็นจุดอันตราย “อันดับหนึ่ง”
ที่ีมีอัตราการโจรกรรมรถบริเวณวัด ในประเทศไทยเลยทีเดียว

พอข้ามไปยังท่าฉลอมได้
เหมือนกับว่าพวกเราได้หลุดไปยังชนบทสักแห่ง
ซึ่งแตกต่างจากอีกฝั่งที่เพิ่งข้ามเรือมาหยกๆ เลยทีเดียว
สอบถามคนแถวนั้น (อีกหล่ะ)
ก็ได้ความว่า จะมีรถไฟ (สายเก่า) จากท่าฉลอมไปยังแม่กลอง
รถไฟออกเวลา 10:30
ซึ่งแน่นอน ยังมีเวลา
แมวดื้อกับหวานใจ ก็เลยเดินกันไปเรื่อยๆ
..เรื่อย..
..เรื่อย..
..เรื่อย..
จนเห็นรถไฟวิ่งผ่านหน้าไป

:shock: :shock:

เดินจ๋อยไปสอบถามเจ้าหน้าที่
ได้ความว่า รถไฟออกเวลา 10:00 ต่างหาก
ไม่ใช่ 10:30 อย่างที่ชาวบ้านบอกกัน
..เฮ่อ..
แถมอีกขบวนนึงก็ต้องรอ 13:00
ซึ่งก็ไม่รู้จะไปทำอะไร
ได้รับคำแนะนำให้นั่งรถไปต่อ “ปากทาง”
แล้วนั่งรถไปยังแม่กลองอีกที

มา ณ จุดนี้
แมวดื้อก็เริ่มเกิดอาการ เพราะด้วยทิศทาง และการข้ามเรือมาแล้ว
แสดงว่าอยู่ในตำแหน่งที่ไม่น่าอยู่
ซึ่งก็เดาว่าการเดินทางน่าจะลำบากอยู่ไม่น้อย
แต่หวานใจก็ยังดึงดัน ว่าถามคนแถวนี้มา (อีกแล้ว)
..ง้องแง้ง..กันตามระเบียบ..
แมวดื้อหยุดพักที่ศาลา วอน google maps ช่วยลูกด้วย
แล้วมันก็บอกประมาณนี้

เอาแค่เส้นทางถนนก่อนนะ
เห็นชัดว่ามหาชัยมีเส้นยังกับรังผึ้ง ในขณะที่ท่าฉลอมดูโล่งไปเลย
ถ้าเทียบระยะกับทางหลวง
แน่นอนว่ามหาชัย ชิงชัยไปเต็มๆ ท่าฉลอมยังมองไม่เห็นว่าจะไปโผล่ทางหลวงตรงไหน
แล้วการเดินทาง ที่ยังไม่รู้ว่า “ไปด้วยรถอะไร” กับ “ทางที่มองไม่เห็น”
น่าจะเป็นอะไรที่มืดแปดด้าน
เสี่ยงมากๆ กับคนนอกพื้นที่อย่างพวกเรา
ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้าย ก็นั่งเรือย้อนกลับไปที่มหาชัย
ซึ่งพอออกจากท่าเรือมหาชัยได้
รถ (บัส) แดง ไปแม่กลอง ก็รอเราอยู่ข้างหน้าแล้ว

 :razz::razz:


More Posts


Le Petit Cafe
December 13, 2008

Le Petit Cafe

Palmy live concert the Rhythm of the Times
December 13, 2008

Palmy live concert the Rhythm of the Times

Ltraffy
December 12, 2008

Ltraffy

[blog update]: WordPress 2.7 “Coltrane”
December 11, 2008

[blog update]: WordPress 2.7 “Coltrane”