ว่าจะเขียนถึง wordpress 2.7 beta 3 หลายวันแล้ว
แต่ก็มีเรื่องอื่นๆ คั่นตลอด
wordpress เวอร์ชันนี้เปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่วันที่ 15 nov
มีการปรับปรุงเพิ่มเติมจาก wordpress 2.7 beta 2 หลายส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ชอบที่สุด ก็เป็น QuickPress ซึ่งจริงๆ เริ่มมาตั้งแต่ wordpress 2.7 beta 1 แล้ว

และแล้วก็เจอตัวปัญหาแล้ว
จากที่ติดตั้ง wordpress 2.7 beta ไป
แล้วไม่สามารถใช้ Visual Mode ตอนเขียน Post / Page ใหม่ได้
พอ deactivate Kimili Flash Embed plugin ไป
ก็ใช้ได้เลย

 :razz::razz:

เมล์แจ้งผู้พัฒนาเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับ plugin ตัวนี้ เอาไว้แสดงผลไฟล์ที่เป็น swf ได้ทันที
คือเราอาจทำ swf แล้วเก็บไว้ใน server เราเอง
ไม่ต้องไปใช้บริการเว็บอื่นๆ อย่าง youtube 

 คุณสมบัติเพิ่มเติมของ wordpress 2.7
บางส่วนเรียกได้ว่าเป็น “น้ำจิ้ม” ที่ช่วยเหลือให้ผู้ใช้งานมือใหม่
ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีบางสิ่งที่ซ่อนไว้
จริงๆ ก็ไม่ถือว่าซ่อนหรอก แค่จะมีใครรู้ แล้วเอาไปใช้หรือเปล่า แค่นั้น
มีบทความสองอัน เขียนถึงวิธีการใช้งาน wordpress ได้อย่างน่าสนใจ
ท่านใดสนใจ ลองอ่านกันดูเด้อ

8 Common Sense Tips For Writing Clean WordPress Blog Posts

Definitive Sticky Posts Guide for WordPress 2.7

 


หลังจากที่ไปอ่านบล๊อคของอาจารย์ศุภเดช (@ripmilla)
ดองบล๊อกตอนที่ 1 : สุกี้บาร์
ก็สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กะว่าจะหาโอกาสไปซัดโฮกสักครั้ง
พอดีว่าวันอาทิตย์ หลังจากกลับจากสวนอัมพร ฝนตกหนัก
นั่งรถมาลงอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วก็นั่ง BTS ต่อมายังสถานีพร้อมพงษ์
เดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 ไปยังอาคาร terminal
ซึ่งแมวดื้อเคยไปกิน Shiretoko ramen ชั้น G ของอาคารนี้มาแล้ว
แต่คราวนี้เดินขึ้นไปชั้น 2 กันเลย

** รูปทั้งหมดถ่ายด้วยไอโฟน **


ป้ายร้าน Suki Bar ที่เห็นตั้งแต่หน้าอาคาร terminal


เดินขึ้นบันไดมา ก็จะเห็นป้ายร้านอยู่ทางขวามือ


มีบาร์สำหรับนั่งคนเดียว (ก็ตามชื่อร้านแหละ)


แต่สำหรับมากันหลายคน ก็มีโต๊ะให้นั่งกันสบายๆ


การตกแต่งของทางร้าน


เมนูของร้าน Suki Bar
อาหารจะมีทั้งแบบเป็นชุด และแบบบุฟเฟ่ต์
น้ำซุปมีให้เลือก 6 อย่าง (สามารถเลือก 2 อย่างในหม้อเดียวกันได้)
น้ำซุปกระดูกหมู, น้ำสะเต๊, น้ำข้าวต้ม,
น้ำต้มยำ, น้ำซุปเห็ดหอม, น้ำเย็นตาโฟ


เมนูเครื่องดื่ม
ราคาบุฟเฟ่ต์นี้ไม่รวมเครื่องดื่มนะ
ถ้าเป็นชาจีนก็จะเติมได้ตลอด


เมนูของว่าง
ปีกไก่ทอด, เกี๊ยวกุ้งทอด ฮ่องกง, เกี๊ยวซ่าทอด, กุ้งเทมปุระ


หลังจากสั่งอาหารแล้ว ก็สำรวจรอบๆ ร้าน
โดยรวมสะอาดสะอ้านดี


ถ้วยน้ำจิ้มแยกน้ำจิ้มซีฟู้ดและน้ำจิ้มสุกี้
ตะเกียบไม้แบบใช้ครั้งเดียว ช้อนโค้งเหมาะเอาไว้ซดน้ำซุป


หม้อสะอาด ร้อนเร็ว
การควบคุมความร้อนทำได้ง่าย (ปุ่มควบคุมอยู่ตรงขอบโต๊ะ/บาร์)


ขณะรออาหาร (สด) ก็สั่งเกี๊ยวกุ้งทอด ฮ่องกงมาลองชิม
ซึ่งบอกได้เลยว่า ขอแนะนำ เมนูนี้ อย่างแรง
แป้งกรอบกำลังดี ไม่มีกลิ่นน้ำมัน
ขนาดชิ้นไม่ใหญ่มาก ที่ทำให้เวลากัดแล้วร่วงกราว
เนื้อกุ้งนิ่มได้ที่ ไม่แข็งจนเกินไป


อ่ะ.. ป้อน.. อ้ำ.. 


ชุดผัก ซึ่งมีทั้งผัก, วุ้นเส้นและลูกชิ้นต่างๆ


ข้าวผัดกระเทียม


ชุดเนื้อมาแล้วจ้า


ชุดทะเล ซึ่งมีกุ้ง ปลาหมึก ปลาและหอย


เปิดฝาหม้อกันเลย
แมวดื้อให้ทางร้านแนะนำ
ก็เลยได้น้ำซุปกระดูกหมู กับน้ำสะเต๊


ลุยกันเลย


ลวกไม่นาน เดี๋ยวเนื้อจะแข็ง


หอยสุกเร็ว (มาก) อย่าทิ้งไว้นาน
หอยจะว่ายน้ำหายไป (เหลือแต่ฝา!!)


กุ้งจ้า


Shrimp in love
(miss you darling)


เบิ้ลและเบิ้ล


รอบสุดท้าย ก่อนสงครามสงบลง

สรุปมื้อนี้ ค่าเสียหาย คนละ 500 บาท
บุฟเฟ่ต์ + น้ำ + ข้าวผัดกระเทียม + เกี๊ยวกุ้ง
อิ่มจนแทบกลิ้ง

พนักงานดูแลดี
คอยเติมน้ำ / เก็บจานเปล่า ให้ตลอด
คอยเป่าพัดลมให้ (ทั้งที่เปิดแอร์อยู่แล้ว)
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะวันอาทิตย์หรือเปล่า
ไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่
นั่งตั้งแต่ทุ่มเศษๆ ไปจนปิดร้าน (สี่ทุ่ม)
ตอนสี่ทุ่ม เราก็ให้เช็คบิล แล้วนั่งเล่นต่อไปอีก
พนังงานมาเก็บจาน อะไรไปหมดแล้ว
ก็นึกว่าจะล้าง ทำความสะอาด หรือทำอะไรอื่นๆ แบบร้านอื่น
เห็นเค้ายืนกันเงียบๆ ก็เลยถาม
สรุปว่า เค้าจะรีบกลับบ้าน

:eek: 

พอเดินออกจากร้านปุ๊บ ดับไฟ ล๊อคร้านทันที
อ่า… ขออภัยอย่างแรง รบกวนเวลา (กลับบ้าน)

ราคาอาหารก็เป็นแบบทั่วไป
อาจสูงกว่าที่อื่นเล็กน้อย กับทำเล ย่านสุขุมวิท
คุณภาพอาหารปานกลาง
เนื้ออาจไม่ได้ละลายในปาก ปลาหมึกอาจไม่สด (มาก) เท่าไหร่
แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
น่าจะเป็นอีกร้านหนึ่งที่อาหารโอเค นั่งเม้าท์กับเพื่อนๆ ได้ชิลๆ

 :?::?:


วันอังคารถือว่าเป็นวันที่ทาง Apple ชอบมีอะไรใหม่ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้า
การจัดงานต่างๆ
หรือการอัพเดตเฟิร์มแวร์ / ซอฟต์แวร์ต่างๆ

วันอังคารที่ผ่านมา (11 nov)
ก็ได้มีการเปิดใช้บริการ Online Apple Store สำหรับประเทศไทยขึ้นมา
store.apple.com/th/
หลังจากแอบซ่อน (แต่มีคนค้นพบ) มาก่อนหน้านั้น
นับว่าเป็นการค่อยๆ เพิ่มเติมบริการจากทาง Apple
หลังจากเปิด iTunes Store Thailand พร้อมๆ กับ iTunes เวอร์ชัน 8
ที่ทำให้ผู้ที่ใช้งานไอโฟน / ไอพอดทัช สามารถซื้อโปรแกรมต่างๆ ได้สะดวกขึ้น

จำได้ว่าวันอังคารที่แล้ว
ชาวแมค แทบจะเข้าไปรื้อ Online Apple Store Thailand กันเลยทีเดียว
 ทั้งส่วนสินค้า, สายด่วนออนไลน์ หรือ Education Store
รวมไปจนถึงการเปรียบเทียบราคา ระหว่าง Online Apple Store Thailand กับประเทศอื่น
หรือกับราคาจาก iStudio ที่เราคุ้นเคยกัน

จากที่เข้าไปดูคร่าวๆ ก็นึกไม่ออกว่าจะสั่งอะไรดี
เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีเกือบหมดแล้ว
เห็นแคมเปญพิเศษฉลองการเปิดตัว
หากสั่งไอพอดหรือเครื่องแมค จะได้เสื้อทีเชิ้ตตัวนึง

แมคก็มีแล้ว ไอพอดก็ไม่ค่อยอยากได้ เพราะใช้ไอโฟนอยู่
อยากได้เสื้อไว้เป็นที่ระลึก
คิดไปคิดมาก็เลยสั่งสินค้าไปอันนึง
(เอาไว้เฉลยตอนท้ายนะ ว่าสั่งอะไรมา)

แม้ว่าวันที่ 11 เดือน 11 จะจำได้ง่าย
แต่ว่า มันก็ยังไม่ใช่วันไทยๆ อ่ะ
(คิดมากไปเป่าหว่า)
เลยขอสั่งวันที่ 12 แล้วกัน
วันไทยๆ ตรงกับลอยกระทงปีนี้นั่นเอง

การทำธุรกรรมก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร
เลือกสินค้า โยนเข้าตะกร้า
แล้ว Login ด้วย AppleID
จากนั้นก็สั่ง check out ก็เป็นอันเรียบร้อย
ซึ่งจริงๆ ขั้นตอนปลีกย่อยมันก็มีเหมือนกัน
เช่นการใส่รายละเอียดการชำระเงิน
แต่หากใครที่มี iTunes Store account (Thailand) อยู่แล้ว
ระบบก็จะเอาข้อมูลตรงนั้นไปใช้ได้เลย ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม

วันรุ่งขึ้น (13 nov)
ก็ได้รับเมล์แจ้งมาว่า ได้ทำการส่งสินค้าแล้ว
Shipment Date: 13 nov
Delivers by: 17 nov 
Carrier Name: DHL Express
Standard Shipping: Delivery within 1-2 business days (after shipment) 

และแล้ววันนี้ (17 nov)
พัสดุจาก DHL Express ก็เดินทางมาถึง
ซึ่งหากคิดแบบวันเวลาราชการ
ตัดวันเสาร์-อาทิตย์ (15-16 nov) ออกไป
ถือว่าเร็วมาก

แพคเกจเป็นแบบนี้
ด้านหน้า

ส่งมาจาก SUZHOU, China
ในขณะที่คุณ @Nattachai สั่ง Airport Express ส่งมาจาก Singapore
ลองสั่งของจาก Apple Online Store Thailand

แพคเกจด้านหลังก็มีรายละเอียด Packing List

แกะออกมาดูก่อนว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง

แกะกล่องกันเลย

เปิดออกมาแล้ว

หยิบออกมา เห็นตัวหนังสือลางๆ น่าจะรู้กันแล้ว
มันคือเจ้านี่ นั่นเอง

(PRODUCT) RED ที่ขอเป็นเจ้าของกับเค้าสักอัน
(PRODUCT) RED นั้น นอกเหนือจากสีสันสดใสแล้ว
ก็ยังนำเงินที่ได้จากการจำหน่าย ไปให้กับ Global Fund
เพื่อกำจัดโรค AIDS ให้หมดสิ้นไปจาก Africa
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.apple.com/ipod/red/
http://www.joinred.com/
จึงถือว่าเป็นการช่วยสังคม ช่วยโลกใบนี้ ได้อีกทางหนึ่ง

สรุปว่า สั่ง iPod Shuffle (PRODUCT) RED ความจุ 1GB มา
เรื่องจะนำไปใช้
ก็คงใส่เพลงเข้าไปฟังบ้าง
แต่หลักๆ คงฟังจากไอโฟนอยู่แล้ว
เผื่อเอาไว้ยามฉุกเฉินไอโฟนเกิดแบตจะหมด แต่ต้องเดินทาง ก็ไม่เลวนัก

ที่ชอบมาก (ขึ้น) ก็คงเป็น engrave ด้านหลัง
เหมือนเป็นของที่ระลึก (อย่างที่ตั้งใจไว้)

ให้ดูกันชัดๆ อีกที

ไม่รู้ว่าไม่ค่อยมีคนสั่ง engrave หรือว่ามันใช้เวลาน้อยมาก
ถึงทำให้ส่งสินค้าได้เร็วสุดๆ
ก็รอลุ้นว่าจะได้ทีเชิ้ตตามมาเมื่อไหร่

:razz::razz:


ถึงวันอาทิตย์อีกแล้ว
วันหยุดวันนี้ไม่มีแพลนไปไหน
เพราะหวานใจหนีเอาน้อง (ตุ๊กตา) ไปถ่ายรูปที่สวนสยาม
ตอนเช้าตื่นขึ้นมา แมวดื้อก็เปิดคอม ทำโน่นนี่ไปตามประสา
ก็ลองโปรแกรมใหม่บนไอโฟน
ก็ลงได้ตามปกติ เรียบร้อย
แต่พอจับ restart เครื่อง
มันก็ค้างอยู่หน้าจอโลโก้ Apple ซะอย่างงั้น
reset อยู่หลายรอบ
จนแน่ใจว่าเดี้ยงแน่นอน
ก็เลย sftp เข้าไปดูดไฟล์ออกมา แล้วจับ restore ซะเลย
ถือว่าเป็นการเตรียมตัว ก่อนที่เฟิร์มแวร์ใหม่ (น่าจะ) มาในสัปดาห์หน้า

ขณะรอ restore firmware ก็เปิดเว็บไปเรื่อย
จนมาเจอข้อมูล ปชช.แห่ร่วมงาน “รำลึก 100 ปีพระบรมรูปทรงม้า”
ก็เลยยัดกล้องใส่กระเป๋า เคลียร์เมมโมรีการ์ดให้ว่าง แล้วก็ลุยโล้ด

ก่อนจะไปสถานที่แห่งใด ก็ควรทำการบ้านกันก่อน
ถึงแม้แมวดื้อเองตอนเด็กๆ ก็ไปถวายบังคมเกือบทุกปี
แถมเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แต่ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในประวัติของพระบรมรูปทรงม้าสักเท่าไรนัก
ค้นข้อมูลดูพบว่า ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
เขียนไว้อย่างละเอียด และน่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง
หยิบเอาข้อความส่วนหนึ่งมาแปะไว้ดังนี้

                 พระบรมรูปทรงม้า ณ พระลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ประชาชนทั้งประเทศพร้อมใจกันสร้างถวายในรัชกาลของพระองค์ ขณะยังดำรงพระชนม์อยู่เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๑ ถือเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่งประการหนึ่ง คือ ตามปรกติอนุสาวรีย์ของบุคคลนั้น มักจะสร้างภายหลังที่บุคคลนั้นสิ้นชีวิตไปแล้ว ยกเว้นพระบรมรูปทรงม้าแห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดพระบรมรูปด้วยพระองค์เอง

                 การสร้าง “พระบรมรูปทรงม้า” นั้น  สืบเนื่องมาจาก ๒ กรณีประกอบกัน คือ กรณีที่ ๑ เวลานั้นพระองค์ทรงคิดแผนผังสนามขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมถนนราชดำเนินที่สร้างเสร็จแล้วกับพระที่นั่งอนันตสมาคมที่กำลังสร้าง กรณีที่ ๒ อีกปีเศษจะถึงอภิลักขิตมงคล ซึ่งพระองค์จะทรงครองราชย์ยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ไทยในขณะนั้น จึงควรจะมีการสมโภชเป็นงานใหญ่ และได้ดำรัสสั่งให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร เป็นประธานในการจัดงานสมโภช เนื่องจากพระองค์ยังทรงอยู่ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป โดยใช้ชื่อการจัดงานครั้งนี้ว่า “พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก” 

                 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและคณะเสนาบดี มีความเห็นพ้องกันว่า เนื่องจากเป็นพระราชพิธีมหามงคลที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงควรที่จะชักชวนให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสบริจาคทรัพย์ตามกำลังเพื่อทูลเกล้าฯถวายเป็นเงินเฉลิมพระขวัญ หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่า “ทำขวัญ” แล้วแต่จะทรงใช้สอยเงินนั้นตามพระราชหฤทัย นอกจากนี้แล้วยังมีเสนาบดีบางคนเห็นว่าควรจะสร้างสิ่งอันใดไว้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติด้วย ซึ่งข้อตกลงนี้เห็นควรให้รอมติต่อเมื่อรู้ยอดเงินเฉลิมพระขวัญเสียก่อน

                 ในขณะเดียวกันก็ได้ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เสด็จไปทอดพระเนตรพระราชวังแวร์ซาย ณ ประเทศฝรั่งเศส และสนพระทัยพระรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงม้า หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลานข้างพระราชวัง ทรงปรารภว่าถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ตั้งไว้ในสนามที่ถนนราชดำเนินเชื่อมกับพระที่นั่งอนันตสมาคมคงจะสง่างามดี เหมือนเช่นที่มักมีกันตามประเทศต่างๆ ในยุโรป สืบราคาสร้างพระบรมรูปเช่นนั้นว่าราว ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะนั้น 

                 คณะกรรมการจึงสำรวจยอดเงินเฉลิมพระขวัญปรากฏว่ามีประชาชนยินดีถวายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นประมาณ ๑ ล้าน ๒ แสนบาทเสนาบดีจึงลงมติ แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชกราบทูลขอถวายพระบรมรูปทรงม้านั้นเป็นของขวัญทูลเกล้าฯจากประชาชนชาวไทยสนองพระมหากรุณาธิคุณในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ก็โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาต  จึงปรากฏพระบรมรูปทรงม้าขึ้น ณ พระลานพระที่นั่งอนันตสมาคมด้วยประการฉะนี้  โดยได้สร้างแล้วเสร็จพร้อมกราบบังคมทูลถวายฯ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑ 
                 สำหรับเงินเฉลิมพระขวัญที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้าอีกประมาณเกือบ ๑ ล้านบาท ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามมติเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชดำริว่าจะนำเงินนั้นไปใช้ประการใดเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยเพื่อสนองคุณความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อพระองค์นั้น ยังไม่ทันตกลงว่าจะทำประการใด ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรงดำเนินการตามพระราชประสงค์ของพระองค์ โดยโปรดให้ใช้เงินเฉลิมพระขวัญที่ยังเหลืออยู่ก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ข้อมูลเพิ่มเติม
พระบรมรูปทรงม้า : พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรไทย

 

แมวดื้อนั่งรถประจำทางสาย 28 มาลงที่เขาดิน
แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ
เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีการปิดถนนใดบ้าง
เดินเท้าเอาแล้วกัน
อากาศสบายๆ ไม่ร้อนจนเกินไป (หลังจากเย็นๆ มาได้หลายวัน)
จนมาถึงด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
ก็เห็นประชาชนแต่งกายด้วยชุดดำก็เต็มลานพระบรมรูปทรงม้าไปหมด

ก่อนจะเข้าไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน (สวนอัมพร)
ก็ควรไปถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้ากันก่อน

บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า

รูปสุดท้าย อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องอะไร
แต่มีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก
นั่นคือ
การสักการะบูชาพระบรมรูปทรงม้านั้น
นิยมใช้ดอกกุหลาบสีชมพู
ด้วยความเชื่อที่ว่า ดอกกุหลาบที่มีความงามและมีหนามแหลมคม (คืออำนาจ)
หากนำมาบูชาจะทำให้ผู้บูชามีอำนาจ และสีชมพูยังเป็นสีของวันอังคาร (วันพระราชสมภพ)

ต่อจากนั้นก็เข้ามายังบริเวณงานกันเลยก็แล้วกัน

แค่ทางเข้าก็สาวๆ เพียบ
เอ้ย.. ประชาชนผู้มารำลึก 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า จำนวนมาก

:wink::wink:

ส่วนแรกที่เข้าไปถึง ก็คือตรงน้ำพุ
บริเวณนี้จะมีเรือลอยอยู่
เป็นเรือจากตลาดน้ำต่างๆ
มาจำหน่ายอาหาร แต่งกายด้วยชุดไทย ให้เข้ากับบรรยากาศงาน

จากที่คุยกับแม่ค้า
มีหลายร้านของหมดกันแล้ว
โดนแม่ค้าดุเลย
มาทำไมเอาป่านนี้ ทำไมไม่มาเช้าๆ
ก็เลยยอมรับแต่โดยดีว่าตื่นสาย
พอบอกว่านอนตี 3-4
ก็โดนดุอีก ว่าไม่ยอมนอน
ดุกว่าท่านแม่เราอีกแฮะ
ฮ่า..ฮ่า
แต่ก็รับปากว่าจะไปเยี่ยมเยียน ตลาดน้ำคลองลัดมะยมแน่ๆ 
เป็นอีกตลาดน้ำหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะไปอยู่แล้ว

เดินต่อมาอีกหน่อย
ก็เจอร้านขายของเล่นโบราณ
จากที่เคยไปตลาดสามชุก หรือตลาดโบราณอื่นๆ
ของเล่นจะเป็นยุคกลางๆ คือเป็นยุคที่แมวดื้อเกิดทัน
(อ้าว..แอบแก่)
แต่ของเล่นที่ร้านนี้ เรียกว่าโบราณมาก
บางอย่างแทบไม่รู้จักเลย
แต่บางอย่างก็ได้เล่นนะ จะบอกให้ อิอิ

ขณะอยู่ที่ร้านขายของเล่น
ก็มีฝนตกปรอยๆ ลงมา
ก็เลยเข้าไปยังบริเวณอาคารหลักของสวนอัมพร
มีนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย

พอออกมาฝนก็หายไปแล้ว
เดินต่อไปยังลานเอนกประสงค์ ซึ่งมีการละเล่น และอาหารจำหน่ายอีกมากมาย

เดินวนไปวนมา
จนกระทั่งเกือบทุ่มนึง
กลัวว่าเดี๋ยวพองานเลิก ทุกคนก็จะกลับบ้านพร้อมกัน
คงไม่มีรถ ก็เลยตั้งใจว่าจะออกมาก่อน
แต่พอใกล้ประตูทางออก
ก็เจออีกอาคารหนึ่ง ที่แสดงพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ก็เลยเดินเข้าไปดู

พระราชกรณียกิจมากมาย
ยกตัวอย่างอาทิเช่น การเลิกทาส, การไปรษณีย์/โทรศัพท์
โรงพยาบาล, การพยาบาล/สาธารณสุข 
การขนส่ง, การสื่อสาร
การไฟฟ้า/ประปา, การธนาคาร

เหล่าพสกนิกรชาวไทยควรจะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช
ผู้ทรงปกป้องคุ้มครองแผ่นดินและพัฒนาบ้านเมืองเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการนำเอาความรู้
ความสามารถมามุ่งมั่นพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ขอปิดท้ายด้วยรูปนี้

พอจะออกจากอาคารเล็กหลังนี้
ฝนก็ได้เทลงมาอย่างหนัก
ก็เลยเก็บกล้อง ห่มฟลายชีต เดินตากฝนออกมาเรียกรถกลับเข้ากลางใจเมือง
ถือว่างานนี้เป็นอีกงาน ที่จัดค่อนข้างดีทีเดียว
มีกิจกรรม เนื้อหา สิ่งต่างๆ ที่สอนลูกหลานได้อย่างดี
พร้อมอาหารอร่อยๆ และการแสดงที่หาชมได้ยาก
ขอตินิดเดียว ก็ตรง การแจกแผ่นพับที่ระลึกของงาน
ที่ออกจะเละเทะไปหน่อย
เดี๋ยวก็ให้ผู้สนใจ ไปรับที่โน่น สักพักเดี๋ยวก็ให้มาตรงนี้
จะดีหน่อยก็ตรงสามารถควบคุมเรื่องคิวได้ในระดับหนึ่ง
คือใครแซงคิว ก็อาจโดนประจานเสียงดังได้
ฮ่า..ฮ่า


เตรียมตัวกับคอนเสิร์ตนี้มาพอสมควร
จากที่ได้รู้ข่าวครั้งแรก
โหลดเพลง “ขอบคุณ” มาฟังเรียบร้อย
ชอบเพลงนี้ ตั้งแต่เวอร์ชันออริจินัลแล้ว
ด้วยเมโลดี้ของเพลง เสียงร้อง รวมถึงริฟฟ์กีต้าร์ไลน์สวยๆ

เลยใช้บริการของ Twuffer
ซึ่งเป็นบริการ schedule tweet
นั่นคือตั้งเวลา tweet ของ twitter.com เอาไว้ล่วงหน้า
ซึ่งแมวดื้อก็ tweet เป็นประจำอยู่แล้ว
หน้าตามันประมาณนี้

 

ก็เลยประยุกต์ เอามาใช้ตั้งเตือนซะเลย
เพราะเปิด Twitter applications อยู่ทั้งวันอยู่แล้ว
ตั้งเวลาตามที่ thaiticketmajor จะเปิดให้จองบัตร ตอน 10.00 น.
มันก็ทำงานโดย tweet มาแบบนี้ 

ตรงเวลาพอดิบพอดี
ก็เลยเข้าไปจองบัตร
แต่ให้ตายเหอะ
แค่ช่วงเวลา 8 นาที (10.08 น.)
บัตรถูกสุด (1000 บาท)
โซนกลางๆ ที่ดีที่สุด เกือบเต็ม
แต่แมวดื้อก็พยายามสอยมาจนได้สองใบ
ลันลา

 :lol::lol:

คอนเสิร์ตนี้ น่าจะต้องอ่านว่า
“กรูฟ มี่ ด๊อก”
แทนที่จะเป็น
“กรูฟ มาย ด๊อก”
เพราะว่าเอาชื่อศิลปินมาเป็นชื่อคอนเสิร์ต
 “Groove (riders) – (pal) My – (modern) Dog” 

:cool::cool:


More Posts


Marina HK
November 13, 2008

Marina HK

Loi Krathong 2008
November 12, 2008

Loi Krathong 2008

BitterSweet BoydPod The Short Film
November 10, 2008

BitterSweet BoydPod The Short Film

Walktrip: 09 nov
November 9, 2008

Walktrip: 09 nov