วันนี้ต้องถ่ายรูป product อยู่หลายตัว
เพราะไฟลนก้นแล้ว
ต้องรีวิว accessories อยู่หลายชิ้นเหมือนกัน
ฮ่า..ฮ่า
ด้วยความที่โต๊ะทำงาน ไม่เอื้ออำนวยในการถ่ายรูป
ก็เลยต้องวิ่งไปถ่ายรูป แล้วกลับมาเช็คไฟล์ RAW
ไปๆ มาๆ อยู่หลายครั้ง
คือถ้าหากต่อกล้องเข้ากับไอแมคเลย มันก็จะทำงานได้เร็วกว่านี้ไง

สิ่งที่เจอในวันนี้
จริงๆ ก็มีข้อมูลอยู่ในหัวอยู่แล้วหล่ะ
แต่ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก
ก็คือเรื่องเทคโนโลยีของ flash card
ใช้งาน flash card มาก็นานพอสมควร
มียี่ห้อ blacklist อยู่ในใจพอสมควร
ก็จะเลือกซื้อยี่ห้อที่คิดว่าใช้งานได้ดี
สุดท้ายมาจบลงที่ sandisk
ไม่ได้โฆษณาว่าดีเลิศ กว่ายี่ห้ออื่นแต่อย่างใด
แต่พอลองใช้ แล้วปัญหาเรื่อง compatible กับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ค่อยมี
ราคาก็พอสมควรที่เอื้อมถึง
ความเร็วในการทำงานก็ถูกใจ

พอวันนี้ ต้องถ่ายรูปเยอะๆ
ก็เลยสลับการ์ดไปมา
คือ CF ที่ใช้ก็เป็นของ sandisk ทั้งหมด
แต่ว่ามีขนาดความจุแตกต่างกันออกไป
แล้วก็มีเทคโนโลยีต่างกันด้วย

จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องการเขียนทับข้อมูลของพวก flash card
การลบข้อมูล ก็เป็นการเขียนทับข้อมูลด้วย
คอนเซปต์ไปอยู่ตรงที่ว่า
หากเราใช้งานไม่เต็มพื้นที่ของการ์ด
แล้วไปลบออก
ไม่ว่าจะเป็นการลบออกจากตัวกล้องเอง
หรือการใช้โปรแกรม copy ไฟล์รูปทั้งหมด ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วลบข้อมูลในการ์ดออก
(กรณีแบบนี้ ไม่ได้ทำการ format แต่เป็นการลบเฉยๆ)
ก็จะมีผลต่อการทำงานของ flash card ด้วย

ในจุดนี้ หลังจากที่ได้ไอเดีย
ก็จะพยายามเลือกการ์ดที่มีความจุ ใกล้เคียงกับที่เราจะใช้งานจริงทุกครั้ง
คือจะไม่เอาการ์ด 8GB ไปถ่ายรูป ที่คิดไว้ว่าจะกดชัตเตอร์สักประมาณ 30 รูปแน่ๆ

วันนี้ก็เลยหยิบการ์ด 256 MB – 512 MB มาใช้งาน
ซึ่ง 256 MB ที่มีอยู่ ใช้เทคโนโลยี Ultra II
512 MB ที่มีอยู่ ใช้เทคโนโลยีธรรมดา (รุ่นแรก)
พบว่า กว่าที่ตัวกล้องจะบันทึกไฟล์รูปได้นั้น
การ์ดที่ใช้เทคโนโลยีแบบธรรมดา (512 MB)
ใช้ระยะเวลาในการบันทึกไฟล์ค่อนข้างนาน
เรียกว่าสังเกตได้เลย
หากตัวกล้องไม่มี buffer ในการพักหน่วยความจำไว้ก่อน ก็คงช้ามากๆ
พยายามตัดประเด็น เรื่องขนาดความจุที่สูงขึ้น การทำงานอาจนานขึ้น
ด้วยการนำเอา 4GB Extreme III มาลองทดสอบด้วยอีกที
ความเร็วในการบันทึกไฟล์ที่ได้ เร็วกว่า 256MB Ultra II เสียอีก
จึงเดาคร่าวๆ เอาว่า
เทคโนโลยีของการ์ดมีผลกับความเร็วในการอ่าน/เขียน ข้อมูลพอสมควร
คือด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ในสมัยก่อน อาจมองไม่เห็นความแตกต่างสักเท่าใด
แต่ว่าอุปกรณ์ใหม่ๆ น่าจะควรเลือกเทคโนโลยีของการ์ดด้วย
ถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ว่าแล้ว.. ก็ไปซื้อ CF 16GB Extreme IV กันเถอะ
ฮ่า..ฮ่า


ที่ผ่านมา
เรื่องการก๊อปปี้บทความ
เป็นอีกเรื่องนึง ที่ได้รับการพูดถึงเสมอมา
บทความของแมวดื้อเอง
ก็เคยถูกก๊อปปี้เหมือนกัน
ชนิดที่เรียกว่า เคาะ enter
มันก็เอาไปแปะแบบเคาะ enter
บรรทัดไหนลืมเคาะ enter
มันก็เอาไปแปะแบบลืมเคาะแบบนั้น
ยกมาเป็นของตัวเอง แบบไม่ให้เครดิต
เสมือนประหนึ่งว่าเป็นคนเขียนเองก็มิปาน

แมวดื้อขอแค่ให้เครดิตบ้าง
แล้วก็ถ้าจะให้ดี ก็ควรจะลิงค์กลับมายังต้นฉบับบทความด้วย แค่นั้น

ประเด็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน
ได้แก่ Deep Link

ความน่าสนใจ
อยู่ตรงที่ว่า
“แบบไหนถึงจะถูกต้อง และควรน่าจะเป็นมากกว่ากัน
ระหว่าง การลิงค์ไปยังหน้าแรกของเว็บ
กับ การลิงค์ไปยังต้นฉบับบทความ (deep link)”

มามองถึงกรณีแรก
หากเป็นเว็บไซต์ที่ทำในรูปแบบธุรกิจ มีการโฆษณา
ย่อมต้องการให้ผู้ใช้งานเว็บ มองเห็นโฆษณาต่างๆ
การกระโดดเข้าไปยัง deep link เลยนั้น
ทำให้เสียโอกาสในหลายๆ ด้าน (ทางธุรกิจ)

กรณีนี้ มีกรณีศึกษาตัวอย่างหลายคดีด้วยกัน
และทางศาลตัดสินว่าการลิงค์ไปยัง deep link เป็นสิ่งผิด
เนื่องจากทำให้ธุรกิจเสียหาย

แต่หากมองในอีกด้าน
สำหรับนักค้นคว้าข้อมูล
สมมติว่าเว็บไซต์ชื่อดังแห่งนึง มีจำนวนกระทู้ประมาณ 5 หมื่นกระทู้
แล้วระบบการค้นของเว็บนั้น ไม่สะดวก หรือทำงานได้ไม่ดี
ส่งผลให้ต้องมาคอยนั่งหาข้อมูลอันน้อยนิด จากจำนวนกระทู้มหาศาล
หากเป็นคุณ ที่ต้องการข้อมูลนั้นมากๆ
จะเพื่อตรวจสอบความจริง หรือจะอ้างอิงอะไรก็ตามแต่
คุณจะรู้สึกอย่างไร

กรณีที่สอง
ในทำนองกลับกัน
กับการลิงค์ไปยัง deep link
ข้อดี ก็ตกไปอยู่กับผู้ค้นข้อมูล
ที่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มา แสดงความชัดเจน
ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง
หรือโยนโบ้ยไปว่า อยู่ใน 5 หมื่นกว่ากระทู้นั้นแหละ มีแน่ๆ
แต่อาจไม่มีจริง (ก็ได้) ใครจะรู้?

นอกจากข้อเสีย (โอกาส) ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
การขโมย bandwidth ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกัน
ยกตัวอย่างเช่น
เว็บไซต์ A นำเสนอรูป
เว็บไซต์ B นำรูปจากเว็บไซต์ A (จากลิงค์) มาใส่ในเว็บไซต์ของตน
แบบนี้เว็บไซต์ A ก็จะถูกขโมย bandwidth ไปโดยปริยาย

สำหรับทางออกกับเรื่องดังกล่าว
แมวดื้อก็คิดไม่ออกเหมือนกัน
ฮ่า..ฮ่า
คือเข้าใจทั้งสองฝ่าย
ต่อไป.. อาจจะต้องใช้ html tag ช่วยหล่ะมั้ง
น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด (ที่คิดได้ในขณะนี้)
ก็คือใช้เป็น
<a href=”main page url” target=”_blank”>deep link</a>
มันก็จะออกมาง่ายๆ ว่า
หากคุณคลิ้กลิงค์ web browser ก็จะไปเปิด main page ของเว็บไซต์ ขึ้นมา
อันนี้ทางการตลาด ok
ส่วนนักค้นข้อมูล
แทนที่จะจะคลิ้กลิงค์ (ซึ่งจะเปิด main page)
กลับต้องทำงานมากขึ้นอีกขั้น (ซึ่งก็คงไม่ยุ่งยากอะไรสำหรับการจะค้นคว้าอะไรสักอย่าง)
โดยการนำข้อความตรง deep link ไปใส่ในช่อง url ของ web browser เอง
แบบนี้ น่าจะพอเป็นทางกลางๆ ให้เลือกเดินได้บ้าง
ไม่รู้เหมือนกัน

สำหรับการตัดแปะ ทั้งหมดของบทความนั้น
แมวดื้อ คิดเห็นส่วนตัวว่า
หากมีการลิงค์ หรือให้เครดิต “อย่างชัดเจน”
ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หากมีใครเอาบทความของแมวดื้อ ไปวางลิงค์ไว้ 1 บรรทัด (แปะแค่ลิงค์)
ให้เครดิตว่าแมวดื้อเป็นคนเขียน
แต่ไม่มีใครสนใจ.. ที่จะคลิ้กลิงค์ 1 บรรทัดนั้น
บทความนั้น จะมีประโยชน์อันใด
ที่จะเขียนให้ผู้อื่นได้อ่านกันเล่า


วันอาทิตย์ไปร้าน sometime’s มา
entry ที่แล้ว ไม่ได้เป็นนามธรรมแต่อย่างใด
จะเล่าเรื่องของร้านนี้
แต่เกิดอารมณ์ เหงาๆ เซ็งๆ ชอบกล
process รูปซะร้านเค้าเละเทะหมด
ฮ่า..ฮ่า
วันนี้เอาใหม่
😛

อ่านเจอบทความเกี่ยวกับร้านนี้จาก masii gourmet
เลยปิ๊งไอเดีย
ท่าทางร้านน่าสนใจ
ก็เลยแวะไปลองนั่งเล่นดู
ถ้าเวิร์คเผลอๆ อาจเป็นร้านประจำ หรือจะได้นัดมีตติ้งได้เลย

=========
การเดินทาง
=========

จากข้อมูลในเว็บ บอกว่าหากขับรถไป ให้จอดรถที่ตึกอิตัลไทย II ได้เลย
ส่วนเรื่องการเดินทางโดยรถสาธารณะนั้น
ก็บอกแค่เพียงว่า ให้ไปลง BTS พระโขนง แล้วนั่งรถต่อเข้าไป
ระยะทางไกลแค่ไหนก็ไม่รู้หล่ะ
แมวดื้อเริ่มจากสถานี BTS พระโขนง
เลือกประตูออกก็งงๆ เดาว่าน่าจะลงด้านที่ไปทางอ่อนนุช
พอลงเสร็จ
ซอย (ถนน) สุขุมวิท 71 มันอยู่ตรงไหนหว่า
คุ้นแต่ซอยทองหล่อ หรือเอกมัย แบบว่าพอลงจากสถานี เดินนิดเดียวก็เจอซอยแล้ว
มองไป (เดาว่า) เห็นไกลๆ
เลยตัดสินใจ โบกพี่คนขับมอร์ไซต์ ไปเลยดีกว่า
บอกชื่อตึกไป พี่คนขับก็งง ไม่รู้จักอีก
ก็เลยบอกว่า ไปตึก ที่อยู่ระหว่าง ซอยปรีดีพนมยงค์ ซอย 38 และ 40
30 บาท เป็นค่าเดินทาง สำหรับคนที่ไม่รู้จักทาง ถือว่าโอเคเลย
พี่คนขับมอร์ไซต์ พาไปส่งถึงตึก
ยืนอยู่หน้าตึก
ร้านอยู่ตรงไหนฟร่ะ
-*-
เห็นคนเดินขึ้นเดินลงที่ตึก มีป้ายบอกสถาบันสอนภาษาด้วย
กำแล้ว
เอาไงดี
เดินไปทางจอดรถที่อยู่ทางด้านข้าง
อย่างน้อย ข้อมูล (ในเว็บ) บอกให้จอดรถที่ตึกได้
ร้านอาจอยู่ชั้นบน หรือทางด้านหลัง
แบบต้องเข้าจากลานจอดรถ
เอาฟร่ะ ลองเดินเข้าไปดู


แต่ลานจอดรถ โล่งกว่าเมื่อกี้นี้อีก
– -”
ไม่น่าจะมีร้านอะไรอยู่ตรงนี้ได้เลย
ก็เลยคายดอกพิกุลออกมา
ถามพี่ที่คุมอยู่แถวนี้
พี่รปภ.หัวเราะ (อย่างดัง.. อายนะเฟร้ย) แล้วชี้มือไปบอกทาง
โน่น.. อิน้องเอ้ย….ไม่ต้องขึ้นตึก (โว้ย)
เดิน (ผ่านตึก) ไปเรื่อยๆ เห็นพงไม้ (รกชัด) นั่นไหม นั่นแหละร้าน
ออเค..ครับทั่น
เสียงหน้าแตก ดังสนั่นหวั่นไหว 😛

พอถึงร้านหน้า (หน้าร้าน)
ร้านกิ๊บเก๋ยูไรก้ามั่กๆ
มีป้ายเปิดปิด อยู่ตรงหัว (ใหญ่มาก จนมองไม่เห็น)
เป็นลักษณะบ้านคน แล้วนำมาทำเป็นร้านเก๋ไก๋นั่นเอง

=========
เดินเข้าไปในร้าน
=========

ทุกสายตาจับจ้องมาที่แมวดื้อ
แหม… คนหน้าดี ก็งี้แหละ
แป้บเดียว ก็ไม่มีใครสนใจ
ฮ่า..ฮ่า
พนักงานถามว่า “นัดใครไว้หรือเปล่าคะ”
พอตอบไปว่า “เปล่า”
พนักงานก็ไม่สนใจเราอีกเลย
-*-
หง่ะ

เอาฟร่ะ หาที่นั่งเองก็ได้
เดินวนไปวนมา
จนพนักงานรำคาญ
“พี่..พี่ นั่งตรงนี้ก็ได้”
ขอบเตียง.. เอ้ย.. ขอบใจน้อง
ซอกเล็กๆ หน้าห้องน้ำ ดูไม่เหมาะกับพี่สักเท่าไหร่
แม้ว่าปากพี่มันจะอาจจะไปใกล้เคียงกับสิ่งที่อยู่ข้างในก็ตาม
เดินวนไปวนมา
จนมีท่านคุณหญิง ผู้หนึ่ง เอ่ยปากออกมาว่า
“นั่งตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
แล้วลุก (แบบกระฟัดกระเฟียด) ไปนั่งกับคุณสามี อีกโต๊ะนึง
เอ่อ.. คุณหญิง ขอรับ นั่งห่างกันขนาดนี้ (เรียกว่าคนละสุดขอบของร้านเลย)
อย่ามาด้วยกันเลยดีกว่านะขอรับ
แต่ก็เอาเถิด ได้ที่นั่งมาแล้ว
นั่งคนเดียว โต๊ะใหญ่เลย สบายค่อด

และด้วยความหน้าตาดี
พนักงานสาวๆ จึงได้เดินหนีกันไปหลบอีกส่วนหนึ่งของร้าน
ปล่อยให้พนักงานชายหัวตั้ง มารับออร์เดอร์
แต่..
ท่าทางพนักงานคนนี้ เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่นาน
ถามอะไรไป พี่แก วิ่งเข้าครัวไปถามแม่ครัวทุกคำ
เอิ้ก..เอิ้ก
เอาน่า
อย่างน้อยก็ทำงานเป็นแหละ
ดีกว่า มั่วตอบลูกค้าไปวันๆ

เมนูของที่นี่ มีอยู่ไม่กี่หน้า
เมนูอาจจะไม่เหมือนกับที่อ่านในเว็บ แต่ไม่เป็นไร เราสั่งเมนูเหมือนหน้าเว็บได้เลย
แป่วว
(แล้วจะมีเมนูไว้ให้อ่านทำไมเนี่ย)

เมนูแรก สั่งมาลองก่อน
หลังจากที่ถามไป ถามมา
จนพนักงานต้องวิ่งเข้าวิ่งออกครัวหลายรอบ
ก็เลยสั่ง double espresso มาลองซะหน่อย
หลังจากไปอ่าน blog คุณกาแฟ ใน exteen แล้ว ได้ความรู้
ถึงระดับคาเฟอีน ในกาแฟแต่ละแก้ว
คือก่อนหน้านี้ กินเพราะติดในรสชาดมากกว่า
ตอนนี้ก็เลยหันมาลองเลือกตามปริมาณคาเฟอีนดูบ้าง

หอมกลิ่นกาแฟ
รสชาดเข้มข้น (ก็ double นี่นะ)
บนโต๊ะจะมีกระดิ่งไว้ให้ด้วยทุกโต๊ะ
ไม่ได้เอาไว้เรียกผีจีนแต่อย่างใด
แต่เอาไว้เรียกพนักงานต่างหาก
ไอเดียเข้าท่าดี

ผ่านเวลาล่วงมาจนเกือบสี่โมงเย็น
ตัวพยาธิในท้อง คงเริ่มออกอาการ
ถามน้องพนักงานไปว่า ถ้าพี่สั่ง ABF เนี่ย ยังมีอีกไหม
หลังจากที่วิ่งไปถามแม่ครัวข้างใน หลายรอบ
กว่าจะกลับมาตอบได้หมดว่า ABF ทำให้ได้ แล้วก็มีอะไรบ้าง มีตัวเลือกอะไรบ้าง
เล่นเอาเหงื่อตก
สุดท้ายก็ได้มาแบบที่เห็น

=========
ขอเวลาซัดโฮกก่อนนะ
=========

หลังจากซัด ABF จิบกาแฟ เรียบร้อย (กั๊กขนมปังไว้กินทีหลัง :P)
ก็เริ่มมาพิจารณาร้านนี้กันเสียที

ร้านนี้เพดานอยู่สูง ก็เลยทำให้ดูโปร่ง โล่งดี
ตกแต่งหลายรูปแบบ หลายมุม
คือบางมุม ก็ดูเป็นแนว oldies ดี มีมอร์ไซต์วางอยู่
บางมุมก็หวานแหว๋ว น่ารักๆ เหมาะกับคู่รักที่มาเป็นคู่

มีตู้ไอติมซึ่งเป็นของบาสกิ้น ไว้คอยบริการด้วย

มุมตรงที่นั่งอยู่ wallpaper เท่ดี มีบ้านนกด้วย
ถ้าไม่เงยหน้ามอง ไม่เห็นเลย เพราะเพดานอยู่สูงมาก

มุมเดิมจากรูปเมื่อวาน
ปรับสีปกติ
ด้านหลังมีบอร์ดโปสการ์ด และประกาศขายบ้าน ต่างๆ ด้วย

มุมนี้ เป็นโต๊ะไม้ เก้าอี้สูง
เหมาะสำหรับก๊วนติวหนังสือเป็นอย่างมาก
ด้านหลังมอร์ไซต์คันนี้ ยังเป็นบาร์เล็กๆ สำหรับผู้ที่มาคนเดียว
ไม่เกี่ยวกับใคร หันหลังให้โลก มองหน้าเข้ากำแพง
ให้ได้จิบกาแฟ เงียบๆ คนเดียว ได้อยู่เหมือนกัน

วันนี้ไอติมมีไม่เยอะ
แต่ก็ไม่พลาดที่จะลิ้มลอง

หน้าร้านมีชั้นวางเบเกอร์รี่ต่างๆ
แอบเห็นคุณสุภาพสตรีท่านหนึ่ง กำลังเลือกซื้อ “คุ้กกี้เพิ่มอึ๋ม” อย่างสบายอารมณ์
เดินไปอ่านสรรพคุณแล้วก็ยังงงๆ
แต่ตามคำโฆษณา (ที่วางอยู่ข้าง) เห็นว่า ขายดีขนาดหนัก

มองชะโงกหน้าข้ามห้องไป
มีไอแมคหน้าดำจอใหญ่วางอยู่

ก่อนจะเดินไปไหนไกล
ไอติมก็มาส่งเสียก่อน
lime sorbet กับ mint choc chip

นั่งไปนั่งมา ฝนตกหนักซะนี่

ตรงบาร์ นั่งคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร

กลับมาดูหน้าร้านอีกที
นอกจากเบเกอร์รี่เบาๆ อย่าง white choc หรือ double dark choc cake แล้ว
ก็ยังมีชาเขียว (ดาวแดง) สำหรับหนุ่มๆ ไว้คอยบริการอีกด้วย

เครื่องไม้เครื่องมือ สำหรับชงกาแฟ หลากหลายสูตร

หรือใครที่ติดใจชา twining ก็มีให้เลือกแทบจะทุกรส

มุมเพื่อนฝูง เฮฮา
หากอยากบุหรี่
โน่น.. ข้างนอก โต๊ะยังว่าง..เพื่อน

ของตกแต่งเต็มร้าน
ไม่กล้าถามว่าไม่กลัวหายบ้างเหรอ
แต่ที่แน่ๆ ให้ถ่ายรูปได้ตามใจสุดๆ

วกมาหน้าเค้าเตอร์อีกที ก่อนเข้าไปด้านใน
เครื่องปรุง (เรียกงี้เปล่าหว่า) เยอะมาก

บอร์ดโปสการ์ด ข้างชั้นไวน์
มีลังปลอกลูกปืน กองอยู่สองลัง
ประมาณว่า เป็นการบอกว่า หากอยากมีเรื่อง มีหวังจะได้กินสักลูกสองลูก

มุมนอน
มุมสำหรับนอนจริงๆ มีหมอนไว้ให้หลายใบ
โต๊ะมันยังนอนเป็นเพือนเลย ดูดิ

มุมเพิ่มรอยหยักในสมอง
มีหนังสือมากมายให้เลือกอ่าน
ด้านนอกมีแมกกาซีนทั่วไปให้อ่าน
ด้านในนี้ จะมีหนังสือพอกเกตบุคเยอะเลย
ใครจะยืมกลับไปอ่านที่บ้านก็ได้ด้วยนะ

อีกมุมนึง
โต๊ะตัวกลาง เป็นโต๊ะนักเรียนจริงๆ นะนั่น
มองเห็นไกลๆ เป็นอีกมุมนึง ที่ไทยๆ

กระดิ่งประจำโต๊ะ

รูปทั้งหมดก็หมดลงเพียงเท่านี้

=========
สรุป
=========

แมวดื้อนั่งเล่น เดินไปเดินมา หลับไปหลายงีบ
ประมาณ 4 ชั่วโมง
ไม่มีท่าทีว่าจะไล่ให้กลับไปนอนที่บ้านแต่อย่างใด

ร้านเปิดเพลงแจสสบายๆ ตลอดเวลา
ฟังสบายๆ ชิล..ชิล

free internet ผ่าน wifi ฟรี

อาหารที่สั่งไปทั้งหมด เสียค่าเสียหายไป 300 บาท
ถือว่าไม่ได้โหดร้ายอะไร

ร้านตกแต่งด้วยสารพัดสสาร
หลากหลายแนว ถ่ายรูปได้ตลอด
ตราบใดที่ไม่ไปรบกวนลูกค้าคนอื่น ไม่น่าจะถีบเราออกจากร้าน

ห้องน้ำห้องท่า สะอาด เรียบร้อย มิดชิด

ทุกส่วนภายในร้าน รับแอร์คอนดิชันตลอด
ไม่ต้องห่วงว่าจะร้อน
แต่ควรพกผ้าห่มมาด้วย ถ้าคิดจะมานอน
หมอนไม่ต้อง เพราะทั้งร้าน หมอนเยอะมาก

นั่งกลางวัน เปิดมูลี่กิ๊บเก๋ นั่งกลางคืนเปิดไฟสว่างไสว

ร้านเปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด 07.00 – 22.00 น.

ถ้าขับรถไปเอง ให้จอดรถที่ตึกอิตัลไทย II
ถ้าไม่ได้ขับรถ มีรถเมล์ผ่านดังนี้
รถเมล์ธรรมดา 22, 71, 109, 115 ,133
รถเมล์ปอ. 1, 126
รถเมล์ปอพ. 17, 19
แต่ถ้าไม่คุ้นกับสายดังกล่าว จะนั่ง BTS มาลงสถานีพระโขนง
แล้วจะนั่งรถกระป๊อ, มอร์ไซต์, รถบัสเขียว หรือจะรถเมล์ที่ผ่าน ก็ตามลำบาก

พิกัดบน Google Map
Sometimes @ 13 43.882, 100 35.810

=========
เรื่องที่จะเล่า ก็มีประมาณเช่นนี้แล
=========



หนึ่งในการรวมเพลงไทยรูปแบบเอ็มพีสาม
เห็นที แทบจะไม่มีใคร ไม่รู้จักแวมไพร์ซูโม่
ที่มีการจัดทำ เรียกว่า “ล้ำ” แผ่นจริงต้นฉบับเสียอีก
กับ album artwork ที่ใส่มาให้เลย
การเรียงเพลงแยกอัลบั้มเต็ม และซิงเกิ้ล เก่า-ใหม่
แถมระยะหลังๆ ก็มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปอีกกับ 192-320 kbps

สำหรับคนที่ติดตามแวมไพร์ซูโม่มา จะทราบว่าแผ่นสุดท้ายที่ออกมานั้นคือ VM636
แล้วก็เงียบหายไปเลย
จนมีข่าวออกมาว่าเลิกทำไปแล้ว
แต่ล่าสุด ก็มีแวมไพร์ซูโม่รีบอร์น 01 ออกมาจนได้
คราวนี้.. จะเรียกยังไงดีหล่ะ

มี mp3 ห้าร้อยกว่าเพลง
คุณภาพ 320 kbps (CBR) หรือ VBR กันเลยทีเดียว
เพลงก็มีทั้งเพลงไทย และเพลงสากล
แถมมาด้วย mp4 อีกห้าสิบกว่าเพลง
mp4 ที่ว่านี้ แปลงคาราโอเกะ/เอ็มวีออกมา (แยก channel ซ้ายขวา – เฉพาะดนตรีและเสียงร้อง)
นำไปเล่นกับไอพอด ไอโฟน โทรศัพท์มือถือที่สนับสนุน หรือพีดีเอได้ทันที

อัดแน่นลงในแผ่น DVD
cover มีชื่อเพลงครบทุกเพลง
นี่หากมี credit ของแต่ละเพลงด้วย
มีหวังแผ่นแท้ไม่รอด
ต่อให้มีรูปน้องร้อง หรือ enhance CD ก็เหอะ
เหอ..เหอ


More Posts


Daisho Sushi
September 26, 2008

Daisho Sushi

Pushing Daisies
September 25, 2008

Pushing Daisies

ไทยคีย์บอร์ด
September 24, 2008

ไทยคีย์บอร์ด

PCD presents
September 23, 2008

PCD presents

Heroes Season 3
September 22, 2008

Heroes Season 3

KOBE
September 21, 2008

KOBE