ต่อจากเมื่อวาน
หลังจากซัดก๋วยเตี๋ยวเจ๊กิมไปแล้ว
พอเดินออกมา ก็เจอร้านโจ๊ก ที่พี่เสือบอกว่าอร่อย
คนนั่งกันเต็ม เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน
เดินผ่านร้านอัดรูปหลายร้าน
ตัดสินใจเข้าไป หมายมั่นว่าจะอัดรูปที่ทำเอาไว้สัก 2-3 ใบ
ค้นๆ ใน CF ทุกอันอยู่นาน
สุดท้าย.. หน้าแตก ไม่มีรูป
ฮ่า..ฮ่า
ก็ด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าพกกล้องไปไหนมาไหน
ก็เลยเอารูปที่ process แล้ว (พร้อมจะอัด) ใส่ไว้ใน CF 
 แล้วด้วยความเคยชิน (อีกเหมือนกัน) ที่ชอบ format CF
รูปมันจึงได้หายไป ด้วยประการเช่นนี้ – -”

หลังจากหน้าแตก เดินออกมาจากร้าน
ยืนคิดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ว่าจะไปหาหวานใจที่บ้านดีไหม
หรือว่าไปเที่ยวก่อน แล้วบ่ายๆ ค่อยโทรหา
เพราะเมื่อวานก็โทรคุยกันแล้ว หวานใจไม่อยากออกจากบ้านตอนเช้า
แต่ตัวไวกว่าความคิด
กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็มาอยู่บนรถเมล์ปรับอากาศแล้ว
จุดหมายปลายทาง (ที่บอกพนักงานเก็บค่าโดยสาร)
…บางลำภู…
เล่นไอโฟนไปบนรถ
กดไปกดมา ไปกดอัพเดต app จาก appstore
มันเลยได้เรื่อง
คือเจ้าไอโฟน มันจะพยายามต่อเนท (ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง)
ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะอัพเดตโปรแกรมเสร็จสิ้น!!
งานเข้าเลยครับพี่น้อง
เครื่องอืดสุดๆ กดอะไรก็ช้าเหลือเกิน
มีสายเข้ามา บางทีก็กดรับไม่ได้
กว่าจะเสร็จสิ้น.. ก็ 3 ชั่วโมงให้หลัง
– -”

หลังจากที่พยายามขืนใจ
กด location บน Maps
จนรู้ตำแหน่งคร่าวๆ ถึงที่หมาย
ก็กดหา bookmarks ที่เคยเก็บไว้
อุว่ะ.. อัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ ลืมเอากลับมาใส่
เซ็งซ้ำซ้อน
เอาฟร่ะ.. มองซ้ายมองขวา ลงจากรถ
อาศัยความจำ (อันน้อยนิด) เดินหาร้าน
สรุป.. ไม่เจอ
ฮ่า..ฮ่า
เอายังไงดีหล่ะทีนี้
เห็นแม่ค้าผลไม้มาแต่ไกล อุดหนุนมะม่วงสักลูก
อร่อย เดินกินสบายใจ
เดินจากบางลำภู มาเข้าตรอกข้าวสาร
ยังไม่มีที่ไป
😛
เดินออกมาจากตรอก เห็นแม่ค้าผลไม้ (อีกเจ้า)
อุดหนุนสัปปะรดอีกชิ้น
เดินจิ้มพริกเกลือไปพลาง คิดว่า “ตรูจะไปไหนดีฟร่ะ”
สุดท้าย เดินเลี้ยวไปยังถนนพระอาทิตย์
ไม่ได้มาถนนพระอาทิตย์นาน หลายตึกปรับปรุงอยู่
ไม่ว่าจะเป็นบ้านพระอาทิตย์ หรือตึกแถวบริเวณใกล้เคียง
ร้านมะตะบะ ยังคงอยู่ คนยังเยอะเหมือนเดิม แม้ว่าจะแค่สิบโมงกว่า
มีร้านวาฟเฟิล พาสต้า ที่เล็งเอาไว้ วันหน้าจะมาชิม

เดินไปถ่ายรูปที่สวนสันติฯ
แล้วก็ต่อไปยังท่าพระอาทิตย์
นั่งเล่น รอไอโฟนอัพเดตไปเรื่อยๆ
เพราะไม่งั้นทำอะไรต่อไม่ได้เลย
สักพัก ก็เดินย้อนกลับทางเดิม
ไปยังท่าวังหน้า – สนามหลวง
เห็นพิพิทธภัณฑ์สถานแห่งชาติ คนเยอะดี
เดินเข้าไปถามว่า ข้างในถ่ายรูปได้ไหม
ได้ความว่า “ไม่ได้” เลยเดินออกมาอย่างเสียดาย

ยังคงไม่มีจุดหมาย
คราวนี้เดินลัดเลาะเลียบวัดพระแก้ว ไปยังท่าช้าง
อากาศเริ่มร้อน แถมเดินมาได้ระยะแม้ว
เห็นร้าน Cafe by navy wives association มีป้ายโฆษณากาแฟ
เลยตัดสินใจแวะนั่งตากแอร์ดีกว่า
ร้านที่นี่น่าสนใจดี
อยู่ตรงป้ายรถเมล์
ท่ามกลางท่าเรือหลายท่า
ไม่ค่อยมีร้านอะไรให้นั่งสักเท่าไหร่ (นอกจากเดินไปถึงท่าพระจันทร์)
มีร้าน cafe ที่มีเครื่องดื่มสารพัด ทั้ง coffee, smootie หรือน้ำผลไม้
มีอาหารว่างไว้คอยบริการ ทั้งแซนวิชต์ ไส้กรอก หรือสลัด
ตบท้ายด้วยอากาศร้อนๆ ใครอยากไอติม/ขนมหวาน ก็มีไว้รอให้บริการ
แมวดื้อก็ลุยประเดิม กับร้านนี้กับกาแฟที่เรียกว่าวัดอุปกรณ์ของแต่ละร้านเลย
Ice Capuccino

ตากแอร์เย็นๆ เริ่มง่วง
โทรหาหวานใจ
สรุปว่ายังไม่ออกจากบ้าน หุหุ
นั่งเล่นไปสักพัก ดูรูปที่ถ่ายมาตั้งแต่เช้า
ตาก็เหลือบไปเห็นเมนูบนโต๊ะ
แบบนี้ต้องสั่งมาลองอีก
Navy Blue

เครื่องดื่มโซดา ที่สีสันสดใส ออกเปรี้ยวนิดๆ

เกือบบ่ายแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเจ๊กิม ถูกย่อยไปเป็นที่เรียบร้อย
สั่งไส้กรอกมากินเล่นดีกว่า

ฉกรูปมาจาก twingle ฮ่า..ฮ่า
เพราะ twitt แล้วลืมถ่ายเก็บไว้เอง
ไส้กรอกหมู เนื้อเด้ง เปลือกกรอบกำลังดี จิ้มกับพริกน้ำส้ม และซอสมะเขือเทศ
กินแกล้มกับผักสดกรอบ กรุบกรับ รสชาดใช้ได้เลย 

รอต่อภาคต่อไป
อิอิ

 


อาทิตย์นี้ฉายเดี่ยว
เริ่มจากไปสวนรถไฟตอนเช้า
แล้วแวะไปหาพี่เสือ
ได้กินก๋วยเตี๋ยวหมูร้านเจ๊กิม
ที่อยู่ในซอยลาดพร้าว 1
ชอบก๋วยเตี๋ยวหมูแบบนี้
หมูสับละเอียด มาเป็นแบบละเอียด
ไม่ชอบแบบที่สับแล้วยังเกาะกันเป็นแผ่น
มีถั่วโรย คล้ายก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย

เอาไว้วันหลังไปลองใหม่ อิอิ

ช่วงนี้ไม่มีสมาธิอัพบล๊อคเลย มีอะไรในหัวเต็มไปหมด
คืออยากทำทุกอย่าง ในเวลาเดียวกัน
แปะไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน
เอาไว้มาต่อนะ


คอนเสิร์ตที่ถูกกล่าวขานในช่วงนี้อีกอันนึง
จำกันได้ไหม กับปีที่แล้ว
เจ๊คิ้ม ปิ๊งมาแล้วครั้งนึง
เอามาให้ดูกันอีกที
อิอิ

[kml_flashembed movie="http://i.ibluewind.com/wp-content/uploads/2007/07/kim.swf" height="220" width="300" /]

มาตอนนี้ เจ๊ปิ๊งยิ่งกว่าเดิม

มาปีนี้ ความฮายังคงล้นอยู่เช่นเดิม
ร้องเพลงมากขึ้น
แต่ไม่ปลื้มกับหนุ่มๆ x-men ของเจ๊ในคราวนี้สักเท่าไหร่
แต่คอนเสิร์ตก็ยังอลังการงานสร้างอยู่ดี
ตรงช่วงเพลงหนัง/ละคร นี่หากไม่มีโชว์เลิศๆ หรือมายากลระดับเทพ ก็แทบจะหลับ 😛 
มาถึงช่วงเพลงลูกทุ่ง ก็โชว์พาว ว่าเจ๊อ่ะร้องได้ทุกแนว
ช่วงชุดเพลงหน้าไม่อาย โดนทุกเพลง
แต่ขำที่แซวลุลา
ฮ่า..ฮ่า
ปีนี้เจ๊ก็ยังเปรี้ยวอยู่ดี
ชอบ..ชอบ


มานึกๆ ดูแล้ว ช่วงนี้ ก็ไม่ได้เข้าร้านอาหารไทยเท่าไหร่เลยแฮะ
มันก็อยากนะ แต่หากเดินห้างทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งอาหารอิตาเลียนทุกที อิอิ
ร้านอาหารไทย ที่ทาง manager online แนะนำในคราวนี้
อยู่ใกล้กับตลาดศรีย่าน
(จากแผนที่นะ ยังไม่เคยไปหรอก)
ซึ่งตลาดนี้ ก็มีของกินอร่อยๆ หลายร้านซะด้วย
น่าสนใจทีเดียว
ร้านนี้เปิดวันอาทิตย์ด้วย ดูจากรายการอาหารแล้วน่าไปนั่งมั่กๆ
(ถ้าไปไม่ลำบากนะ)


บรรยากาศโต๊ะนั่งในห้องแอร์เย็นสบายๆ ดูโปร่งโล่ง

       มีเพื่อนคนหนึ่งเคยถาม “ผู้จัดการตระเวนกิน” ว่าทำไมถึงชอบออกมากินข้าวนอกบ้าน?? เราตอบเพื่อนคนนั้น กลับไปว่า ก็มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนชอบกิน เพราะว่าการได้ออกไปตระเวน กินข้าวนอกบ้านในแต่ละครั้ง เราจะได้สัมผัสกับสิ่งแปลกใหม่ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ของร้านอาหารสวยๆ และอาหารสารพัดอย่าง ที่มีรสชาติแตกต่างกันไป แบบไม่จำเจ ที่แต่ละร้านอาหารนำเสนอ ให้ได้ลิ้มลองรสชาติกัน

       ว่าแล้วในมื้อนี้นั้น เราก็ได้เดินทางมาตระเวน กินอาหารนอกบ้านกันอีกเช่นเคย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมาอิ่มเอม กับอาหารไทยกันที่ร้านที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า “โอรส” ที่ดูจากชื่อร้านก็มีความน่าสนใจ และชวนเชิญให้เข้าไปสัมผัส กับรสชาติอาหาร ของที่นี่ว่าจะมีรสชาติที่โอ (เค) หรือไม่??


มุมโต๊ะนั่งด้านในให้อารมณ์อบอุ่นสบายๆ ชวนนั่ง

       แต่ก่อนที่จะพูดถึงอาหาร ขอพูดถึงบรรยากาศ ของที่นี่ก่อนดีกว่า เพราะเพียงแค่ก้าวเข้ามาในร้าน ก็สัมผัสได้กับความร่มรื่นที่ชวนนั่ง เพราะร้าน รายล้อมไปด้วยต้นไม้ มีที่นั่งด้านนอกร้าน รับลมเย็นสบาย ส่วนด้านใน มีโต๊ะให้เลือกนั่ง ในห้องแอร์เย็นสบาย ดูโล่ง โปร่งสบาย กรุกระจกใสรอบด้าน และยังมีมุมโต๊ะนั่ง ที่ตกแต่งดูอบอุ่นน่ารักๆ ชวนนั่ง และถ้าใครอยากจะโชว์เสียงเพราะๆ ที่นี่ก็มีห้องคาราโอเกะ บริการด้วย

       มาถึงเรื่องอาหาร อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่า จะมากินอาหารไทยกัน ซึ่งที่นี่ เขานำเสนออาหารไทย ที่ไม่ใช่ไทยจ๋าแบบโบราณ แต่เป็นอาหารไทย สไตล์ประยุกต์อันหลากหลาย ที่ยังคงรสชาติจัดจ้าน แบบไทยๆ แถมยังเน้นไปที่อาหารไทย เพื่อสุขภาพ และปรุงอาหารทุกจาน แบบไม่ใส่ผงชูรส เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ ของคนกิน


ยำใบบัวบก

       เมนูอาหาร ของที่ร้านโอรสนี้มีมากมาย หากขอเมนู มาเลือกเปิดสั่งดู อาจจะสั่งกันไม่ถูกเหมือน “ผู้จัดการตระเวนกิน” ที่เห็นว่าเมนูไหนก็น่ากินไปหมด เราเลยให้ทางร้าน ช่วยแนะนำเมนูเด่นๆ ของที่นี่ มาลิ้มลองกันจะดีกว่า และเมนูแรก ที่ทางร้านนำเสนอ เป็นอาหารออกแนวเพื่อสุขภาพอย่าง ยำใบบัวบก (75 บาท) ที่ถึงแม้ว่า จะไม่ได้อกหักก็สามารถกินได้ เพราะใบบัวบก มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยแก้ช้ำใน ร้อนใน บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลียได้ ยำใบบัวบกของที่นี่ มีรสชาติจัดจ้านถูกปาก เคี้ยวใบบัวบก สดกรอบ ไม่ออกกลิ่นเหม็นเขียว มีกุ้งแห้ง ให้เคี้ยวมันปาก เคล้ารสชาติน้ำยำรสเด็ดที่ออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และมันปาก เพราะว่ามีมะพร้าวคั่ว ใส่โรยมาด้วยในยำ


แซลมอนโอรส

       ถัดมา เป็นเมนูเด็ด ประจำร้านที่ขายดี แซลมอนโอรส (220 บาท) เป็นปลาแซลมอนทอด แล้วมียำส้มโอ สูตรเฉพาะของทางร้าน ราดมาบนชิ้นปลา และโรยหน้า ด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มาพร้อมกับ ผักสลัดข้างจาน เวลากิน แนะนำว่า ให้กินทั้งปลาแซลมอน และยำส้มโอ ส่งเข้าปากพร้อมกัน ได้รสชาติ ปลาแซลมอนสีส้ม เนื้อนุ่มหอม รสชาติกลมกล่อม เข้ากันกับยำส้มโอรสดี


ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน

       จานต่อมา ทางร้านภูมิใจเสนอ ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน (120 บาท) นึกว่าจะมาเป็นชาม มีเส้นก๋วยเตี่ยว มีน้ำซุปให้ซด แต่เปล่าเลย กลับกลายเป็นเมี่ยง ที่จัดมาเป็นคำ ทางร้าน นำเอาผักคะน้า และผักกาดหอม มาจัดเป็นคำๆ และภายในคำนั้น มีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ กุ้ง ไข่ หมูสับ และกุ้งแห้ง เวลากินก็หยิบมาทั้งคำ แล้วราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด ส่งเข้าปาก เคี้ยวกร้วมคำโต คะน้ากรุบกรอบ เคี้ยวมันปาก เข้ากับเครื่องทุกอย่าง ได้รสชาติ น้ำราดออกหวานๆ


สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง

       หลังจากได้เคี้ยวมันปาก กับก๋วยเตี๋ยวคำหวานแล้ว มาลิ้มรสชาติ กับเมนูเส้นๆ อย่าง สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง (165 บาท) กันบ้าง เมนูนี้ เป็นการนำเอาแกงเขียวหวาน ที่มีรสชาติเข้มข้นแบบไทยๆ มาราด บนเส้นสปาเก็ตตี้ เส้นเล็กๆ เหนียวนุ่ม ลองลิ้มแล้วรสโดนใจ ตรงที่เส้นสปาเก็ตตี้ เส้นเล็กเหนียวนุ่ม กินเข้ากันดี กับแกงเขียวหวานกุ้ง ที่เข้มข้น ถึงเครื่องแกงเขียวหวานรสเด็ด ออกเผ็ดปลายลิ้น


เค้กบานอฟฟี่ และน้ำรามูเน่

       นอกจากเมนูจานเด่น ที่เราได้ลิ้มรสเหล่านี้แล้ว ทางร้านยังแนะนำว่า ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ข้าวคั่วป่ากุ้ง (120 บาท) ข้าวปั้นทอดส้มตำ (110 บาท) แกงคั่วเห็ดเผาะ (120 บาท) ปลากะพงทอดราดต้มยำแห้ง (350 บาท) และยังมีเค้กโฮมเมด นานาชนิดให้ได้ลิ้มลอง อย่างเค้กที่ขายดีมี เค้กบานอฟฟี่ (60 บาท) เชอรี่ชีสพาย (60 บาท) และยังมีเครื่องดื่ม ที่แนะนำให้สั่งมาดื่ม คู่กับอาหารอย่าง น้ำรามูเน่ (85 บาท) เป็นน้ำดอกอัญชัน ที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาว ที่ดื่มแล้วสดชื่นใจ เอาเป็นว่าหากนักกินคนไหน กำลังเล็งหาร้านอาหาร นั่งกินข้าวนอกบ้าน เราขอแนะนำร้าน “โอรส” ร้านนี้ ที่จะทำให้ทุกคน ได้อิ่มเอมกับอาหารไทย ในบรรยากาศสบายๆ ชวนนั่ง

       ชื่อร้าน : โอรส
       

       ประเภทอาหาร : อาหารไทย
       
       เมนูจานเด่น : ยำใบบัวบก, แซลมอนโอรส, ก๋วยเตี๋ยวคำหวาน, สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง, เค้กบานอฟฟี่, น้ำรามูเน่
       
       บรรยากาศร้าน :เป็นบ้านที่บรรยากาศร่มรื่นชวนนั่ง รายล้อมไปด้วยต้นไม้ มีที่นั่งด้านนอกร้านรับลมเย็นสบาย ส่วนด้านในมีโต๊ะให้เลือกนั่งในห้องแอร์เย็นสบาย ดูโล่ง โปร่งสบาย กรุกระจกใสรอบด้าน และยังมีมุมโต๊ะนั่งที่ตกแต่งดูอบอุ่นน่ารักๆ ชวนนั่ง และถ้าใครอยากจะโชว์เสียงเพราะๆ ที่นี่ก็มีห้องคาราโอเกะบริการด้วย
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 317/9 ถ.ราชสีมา เขตดุสิต กทม. การเดินทางมาจาก 4 แยกสวนรื่น วิ่งตรงมาที่ถ.ราชสีมา จะเห็นร้านโอรสอยู่ทางซ้ายมือมีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน จุดสังเกตอยู่ตรงข้ามกับบัณฑิตวิทยาลัย
       
       สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถด้านในร้าน
       
       บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิต
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ : 0-2669-7232, 0-2669-7574

Link: Manager Online

 


วันนี้ก็ยังคงติดอยู่กับคอนเสิร์ตอีกเช่นเคย
ช่วงนี้ VCD/DVD คอนเสิร์ตออกมาเยอะจริงๆ
หุหุ
DA ENDORPHINE ILLUSION CONCERT


คอนเสิร์ตนี้ เอาใจขาร๊อค แฟนๆ ดา เอ็นโดรฟีน โดยเฉพาะ
เปิดตัวด้วย “ภาพลวงตา” ที่มีไอเดียเก๋ๆ กับ “เงาเสียง”
หลังจากนั้นก็ลุยร้องเพลงอย่างเดียว
ทั้งตัวเจ้าของคอนเสิร์ต และศิลปินรับเชิญ
ไม่ต้องเน้น เปลี่ยนเสื้อผ้าหลายชุด ฉากอลังการณ์
ว่ากันด้วยเพลงล้วนๆ
เพลงค่อนข้างเยอะ ร้องตามได้ทุกเพลง ฮ่า..ฮ่า


More Posts


Six in the City
July 22, 2008

Six in the City

Cafe Culture
July 21, 2008

Cafe Culture

TouchSmart PC
July 19, 2008

TouchSmart PC

PR: ห้องอาหารจีนโฟร์ซีซั่น
July 18, 2008

PR: ห้องอาหารจีนโฟร์ซีซั่น