เพลงฮิตสมัยยังเด็กๆ
เหมือนจะโดนกรอกหู
ให้คุ้นเคย
เอาลง blog กับเค้าบ้าง

[audio:ost_ktc_visa.mp3]


กลับมากทม.
เปิดบิท
รีบโหลด
“หนังคาใจ”
บนรถทัวร์ทันที
ฮ่า..ฮ่า

Die Hard
หนังคลาสสิคที่ไม่เคยดูสักภาค
เอิ้ก..เอิ้ก
โหลดมาดูสักหน่อยแล้วกัน

BadBoys
ใกล้จะจบแล้ว ขอดูให้จบแล้วกัน
เห็นเวลาในบิทแล้ว ไม่รู้กี่วันจะเสร็จ
โปรแกรมมันฟ้องว่า 2 สัปดาห์ถึงจะเสร็จ

 


..มาหล่ะ..
ถึงเวลามาบ่นแล้ว entry นี้บ่นล้วนๆ ใครไม่อยากฟัง ข้ามไปดูรูปอย่างเดียวได้เลย อิอิ

 เริ่มจากเมื่อวาน
นั่งรถตู้จากปายมาถึงเชียงใหม่
พอถึงสถานีขนส่งก็เอาสัมภาระลง
จัดแจงให้น้องลูกพรุนกับหวานใจไปซื้อตั๋วกลับกทม.ก่อน
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถเมล์เพื่อไปยังประตูท่าแพ

-อารมณ์เสีย-

กับหวานใจ ที่คุยกับน้องที่ guesthouse ไม่รู้เรื่อง
เรื่องสถานที่ guesthouse
คือคนที่เชียงใหม่ ต่างคนก็ต่างเรียกกันไปไง
“suriwong center”
คนนึงบอกถนนโน้น คนนึงบอกถนนนี้
หวานใจก็ไม่รู้ น้องที่ guesthouse ก็ไม่รู้
สรุป เดินไปเดินมาอยู่นาน
พอมาถึง

* Been & Gone … Guesthouse (ฝรั่งเพียบ) ราคา 650-1250 บาท เคเบิ้ลทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น (มีจักรยานเสือภูเขาให้ทุกห้อง??) ฟรีอินเตอร์เนท ใกล้ Starbuck และ Black Canyon … ไนท์บาซ่าร์ และ ถนนคนเดิน ตรงประตูท่าแพ โทร. 053-207-067-8
* โทรถามแล้ว [ห้องละ 600 บาท] นอนได้ 3 คน (ห้องแอร์ ห้องน้ำ ทีวี เคเบิ้ล อินเตอร์เนต)

เป็นอะไรซะอีกกว่า guesthouse อีก
มีทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น
แอร์ไม่ค่อยเย็น มีพัดลมตั้งโต๊ะ (ประมาณว่าแอร์ไม่เย็น ใช้ไอ้นี่แล้วกัน)
ห้องน้ำไม่ล้าง ไม่มีสบู่ ไม่มีผ้าเช็ดตัว
กระจกฝ้าในห้องน้ำแตก ตึกข้างๆ มองเห็นในห้องน้ำได้อย่างสบาย
ตู้เก็บเสื้อผ้ามีไม้แขวนเสื้อ 2 อัน
กระจกด้านบนผนังแตกเช่นเดียวกัน เอาไม้ ผ้า กระดาษแปะไว้ เหมือนกันมันปลิวซะแค่นั้น
สรุป.. ไม่ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ใครอย่าได้เผลอเข้าไปเชียวนะ
Wi-Fi ไม่ต้องถาม เพราะไม่มี
มีร้านข้างๆ เนท ADSL 512Mb ชั่วโมงละ 30 บาท ขูดกันเห็นๆ
ใช้ Edge เล่นแทนยังสบายใจกว่า

หลังจากเห็นสภาพห้องน้ำกับสภาพตัวเองตอนนั้นแล้ว
คิดว่า.. เอาฟร่ะ ยังไงก็ต้องอาบน้ำแล้ว เน่าได้ที่
เลยเดินไปร้าน boot หาโฟมล้างหน้า แชมพู มีดโกนหนวด ฯลฯ
กลับมา ล้างห้องน้ำก่อนเลย เพราะดูท่า น้องลูกพรุนกับหวานใจ คงไม่จัดการเป็นแน่
อาบน้ำ สระผม ล้างหน้า (หลายรอบ) โกนหนวด
ออกมา..สดชื่นขึ้น แอร์เริ่มเย็น หวานใจกับน้องลูกพรุนโดนเคเบิ้ลทีวีดูดเข้าไปอย่างไม่ยากเย็น
หลังจากรอทั้งสองคนอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว
น้องลูกพรุนบ่นว่า สงสัยจะเริ่มไม่สบาย
สรุปว่าทริปนี้อาจจะยกเลิก “ไก่ทอดเที่ยงคืน” ไป
เพราะอาจต้องรอนาน น่าจะหิวกันซะก่อน
รีบหาอะไรกินแล้วกลับมากินยาแล้วนอนเร็วก็แล้วกัน

จุดหมายของพวกเราก็คือ night bazarr
แมวดื้อไม่ได้มาเชียงใหม่เป็นสิบปีแล้วเห็นจะได้
ที่มาก็เพียงผ่านไปปาย (ปีที่แล้ว) ไม่ได้มาพักหรือมาเที่ยวเลย
night bazarr แปลกตาไป
นักท่องเที่ยวเยอะมาก ฝรั่งเพียบ
มองไปสองฝั่งถนน ก็เจอแต่ fast food
เอ่อ.. มันก็เหมือนกทม. หรือ พัทยา
อารมณ์แตกต่างจาก 2 วันก่อนโดยสิ้นเชิง
แมวดื้อเริ่มรมณ์บ่จอย ถามพี่รปภ. ได้ความว่ามีอาหารตามสั่งในตลาด
พวกเราเลยเดินเข้าไปในตลาด
อาหารตามสั่ง จานเดียว มีให้เลือกไม่กี่ร้าน
แมวดื้อสั่งผัดไท
กินแล้วก็เฮ่อ.. ถอนหายใจ
ข้าวไข่เจียวที่ปางอุ๋ง แม้ว่ารอนาน (มาก) ยังอร่อยกว่าเลย
จากนั้นก็ปล่อยให้หวานใจเดินดูสินค้าพื้นบ้าน
แมวดื้อว่ามันก็เหมือนๆ ที่เคยเดินตาม JJ หรือสวนลุมไนท์นะ
ดีหน่อยก็ตรงมีสตอร์เบอรี่สด รสชาด ok เลย
กับ pancake เมืองไทย ที่ฝรั่งชอบกันมาก
pancake – roti – rotee แล้วแต่ร้าน
แมวดื้อยืนอยู่ตรงสี่แยกไนท์บาร์ซาร์ เห็นมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 5 ร้าน

จากนั้นก็เดินกลับที่พัก
ระหว่างทางแวะ 7-11 ซื้อขนมมากิน (เหมือนไม่อิ่ม) หุ..หุ

มาถึงที่พัก
ทุกคนก็อัพยากันเต็มที่
ซุกใต้ผ้านวม แล้วก็โดนเคเบิ้ลทีวีดูดไป
ไม่รู้ใครปิดทีวี
เอิ้ก..เอิ้ก

เช้าวันนี้
แมวดื้อตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่เช้า
แต่นึกได้ว่าอยู่เชียงใหม่ ไม่รู้จะไปไหนดี
ก็เลยนอนอุตุ ไปจนสาย
ดูแก๊งเรานอนสบายกัน
11 โมง จึงจะขุดตัวเองไปอาบน้ำ เก็บของ
เช็คเอ้าท์ แล้วก็คิดกันว่าจะไปไหนดี
แมวดื้อ… no idea
แค่เห็นสภาพไนท์บาร์ซาร์เมื่อคืนแล้ว ชักไม่อยากไปไหนแล้ว

หวานใจชวนไปร้านอาหารเช้าที่เดินผ่านกันเมื่อคืน
ร้าน JJ Breakfast
อยู่ใกล้กับ starbuck – boot ประตูท่าแพ ที่พวกเราอยู่
ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้า จนถึงบ่ายแก่ๆ
ขายอาหารเช้าตลอด
ร้านนี้เปิดมาหลายสิบปีแล้ว
เจ้าของร้านออกมารับออร์เดอร์เอง
บริการใช้ได้
อาหารก็ ok ไม่แพงนัก
แมวดื้อสั่งชุดอาหารเช้า
ถ่ายด้วยไอโฟน

สรุปพวกเรารวบอาหารเช้า – เที่ยงไว้ด้วยกัน
13.00 น. พร้อมออกเดินทาง
หวานใจกางแผนที่ บอกว่าจะไปที่ Gallery
พวกเราเดินลัดเลาะเมืองไปตามแผนที่
อากาศร้อนได้ที่ กับ เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
พอมาถึง Gallery แมวดื้อหยิบกล้องมาถ่ายรูปสุดท้ายของทริป แล้วก็ไม่ได้ถ่ายอีกเลย

จากนั้น พวกเราก็เดินไปตลาดวโรรส ซึ่งของฝาก
ตามที่ท่านแม่สั่งน้องลูกพรุนมา
ต้องซื้อร้านนี้เท่านั้น
เอา.. ร้านนี้..ก็..ร้านนี้
หลังจากได้ของฝากกันมาคนละถุงใหญ่ๆ
หวานใจก็เรียกรถสองแถว พาพวกเราไป iberry
iberry ที่นี่ ก็ดูน่ารักดี
แต่ไงหล่ะ แมวดื้อแค่อยากมาเที่ยว ไม่อยากติดภาพอะไรที่เป็นเมืองหลวง
ที่ร้านนี้ ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งนักศึกษา มช. นั่งกันเต็มไปหมด
ไม่ต่างจาก iberry ใน siam paragon
ความอยากในการถ่ายรูปเลยหมดไปโดยปริยาย
แต่ก็ดี ได้มีโอกาสใช้บัตร iberry ครั้งแรก ตั้งแต่สมัครสมาชิกมา ฮ่า..ฮ่า
หลังจากนั้นก็ไปยังเป้าหมายสุดท้าย
ถนนคนเดิน
ซึ่งบอกได้เลยว่า
“ไม่ประทับใจ” อย่างแรง
คนเยอะ
อากาศร้อน
สถานที่กว้างเกินไป มีทางแยกเต็มไปหมด
ถ้าจะเดินทุกเส้นต้องเดินไปแล้วย้อนกลับมา
สินค้าเหมือนๆ กันหมด
วัดที่อยู่บนถนนดังกล่าว ปล่อยให้ร้านค้าเข้าไปขาย
บางอย่างไม่เหมาะที่จะนำไปขาย “ในวัด”
ทั้งถนน เต็มไปด้วย “เทปกาว” ที่ผู้ขายมาแปะไว้กันคนเตะสายไฟ
แต่ไม่มีท่าทีว่าพอเก็บร้านแล้วจะเอาออกให้เรียบร้อย
ถนนบางเส้น เป็นแหล่งหาเงิน
ทั้งคนพิการทางสายตา ทางหู
หรือคนปกติ ที่หาเงินเรียน หรือนักท่องเที่ยวหาเงินกลับบ้าน (ไม่รู้จริงหรือเปล่า)
พ่อค้าแม่ค้า ที่ดูไม่เป็นมิตรอยู่เต็มไปหมด
ตากล้อง ขายรูป ที่เขียนป้ายด่าคนคอมเม้นท์
ไม่ว่าเค้าจะติ หรือจะชม ก็แขวะเค้าไปหมด
ถ้าคิดแค่แบบนั้น ก็ไม่ต้องเอามาอวด เอามาขายหรอก เก็บไว้ดูคนเดียวจะดีกว่า
อาหารเหมือนจะเยอะ
แต่ต้องเลือกร้านสักนิด
บางร้าน แพคใส่กล่องพลาสติกมา
ดูท่าทางทำมาตั้งแต่เช้า
มันก็อาจจะไม่สด หรือใครธาตุไม่แข็งแรงก็อาจจะเกิดอาการได้
สรุป
ไปครั้งเดียวพอ

จากนั้นก็กลับไปเอาสัมภาระ แล้วก็ไปยังสถานีขนส่งกลับกทม.

 

ปิดท้าย Trip นี้
ชอบบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ
ไว้มีโอกาสคงไปอีก
ขออยู่แม่ฮ่องสอน – ปางอุ๋ง – ปาย นานๆ
จริงๆ แม่ฮ่องสอนมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก
ที่ปางอุ๋งก็มีกิจกรรมกับสถานที่ ที่ยังไม่ได้แวะไปอีก แต่เล็งไว้แล้ว
ที่ปายก็ขอไปแบบพักชิลๆ ไม่ต้องเร่งเหมือนทริปนี้

หน้าสุดท้ายของอัลบั้มการเดินทาง

มีรูป panorama ที่ถ่ายหลาย shot แล้วเอามารวมกันด้วย
แปะไว้ให้ดูกัน
“ปางอุ๋ง… ในความทรงจำ 2008”


เช้าวันนี้ แม้ว่าอากาศจะไม่เย็นมาก
แต่พวกเราก็เลือกที่จะซุกอยู่ในผ้านวม
แทนที่จะคว้ากล้องออกไปถ่ายรูปหมอกที่ริมน้ำปายกัน
เสียงเอะอะจากบ้านข้างๆ
แก๊งสาวสามออกไปกันแล้ว
เสียงนักศึกษาที่กรี๊ดตั้งแต่เมื่อคืน ดังขึ้นอีกครั้ง
ปลุกให้พวกเราลุกขึ้นไปล้างหน้า เก็บของให้เรียบร้อย
แพลนว่าจะคืนห้องตอนเช้านี่เลย แต่ฝากของไว้ก่อน
ขับมอเตอร์ไซต์ไปเที่ยวในปาย แล้วค่อยมาเอาของ ก่อนถึงรถตู้ไปเชียงใหม่ตอนบ่ายสอง

ร้านเล็กเล็กๆ
เป็นที่หมายแรกของพวกเรา
ปีที่แล้ว แมวดื้อกับหวานใจ ขับมอเตอร์ไซต์เที่ยวในปาย
ตามแหล่งท่องเที่ยว มีวัดพระธาตุแม่เย็น รวมอยู่ด้วย
พอมาถึงตรงทางขึ้น ก็เจอร้านน่ารักๆ ร้านนี้
เจ้าของใจดี และเป็นกันเองกับพวกเรามาก
กลับมาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง


ตู้ไปรษณีย์และป้ายหน้าร้าน


ร้านนี้ขายกาแฟ ขนมปัง และโปสการ์ดที่สามารถเขียนส่งได้ทันที


Postcard สวยๆ เรียงรายที่ฝาผนังของร้าน


โต๊ะเล็กๆ ที่สามารถนั่งได้ (ถ้าแดดไม่ร้อนมาก)


อุปกรณ์สำหรับเขียนโปสการ์ด


Addison เสิร์ฟกาแฟร้อนๆ จ้า


จิบกาแฟหมดอย่างรวดเร็ว


หวานใจสั่งขนมปังมารองท้องกัน เพราะแต่ละคนกินแค่โจ๊ก/มาม่าถ้วย แค่นั้น


เพิ่มรสชาดด้วยเจ้านี่ 😉 ครั้งแรกของทริปนี้เลยนะ กับน้ำอัดลม


หวานใจจับ Addison ไปขี่นู๋แมวดำซะงั้น


กินขนมรองท้องกันแล้ว ได้เวลาเขียนโปสการ์ดหล่ะ

จากที่พูดคุย แมวดื้อเพิ่งรู้ว่าที่ร้านมีบริการนอนเต้นท์หรือที่พักแบบผ้าบูติกด้วย
น่าสนใจทีเดียว ไว้มาอีก อาจได้ไปลองดูซะหน่อย
รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้จากหน้าเว็บเลยจ้า
http://www.rhanleklek.com/

จุดหมายต่อไป พวกเราขึ้นไปนมัสการพระธาตุวัดแม่เย็น
แล้วก็ซิ่งมอเตอร์ไซต์ข้ามเมืองปายไปยังอีกด้านหนึ่ง
เพราะมัวแต่นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่ร้านเล็กเล็ก เพลินไปหน่อย
จุดต่อไปคือ “หมู่บ้านจีนยูนาน” ที่ปาย

ที่นี่บอกได้เลยว่า “รูปเน่า” เกือบทั้งหมด
สาเหตุจากแดดที่แรงเอามั่กๆ
วัดแสงตรงไหนก็ผิดหมด
คัดมาเอาที่พอดูได้ก็แค่นี้แหละ
ท้องฟ้าที่สีเข้มจนเป็นสีน้ำเงินก็ไม่ได้แต่งนะ
ใส่ C-PL filter ที่หน้าเลนส์ มันก็ได้แบบนี้เลย


ทางเข้าหมู่บ้านที่เห็นแต่ไกล


มีบริการให้ขี่ม้าแคระชมรอบหมู่บ้านด้วย


โคมที่บ้านดิน นึกถึงหนังจีนขึ้นมาทันที


ชิงช้าที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ อยากเล่น แต่คนรอเล่นเยอะมาก


โคมตลอดเส้นทางที่เดินไปในหมู่บ้าน เป็น โฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวพักในบ้านดินได้ด้วย


รูปนี้ถ่ายด้วยความหงุดหงิด เพราะดอกอื่นเหี่ยวกันหมดแล้ว เหลือดอกเดียว แดดก็ร้อน
กดๆ ชัตเตอร์ไปงั้น ได้รูปออกมาแบบอึ้ง ไม่ได้ปรับอะไรทั้งนั้น แค่ย่ออย่างเดียว


รูปนี้ลงไปกลิ้งกับพื้น เพียงเพื่อ อยากได้แมลงตัวเล็กๆ ไว้เก็บตังซื้อ 100 mm Macro ก่อนนะ


ดอกอะไรก็ไม่รู้


รูปสุดท้ายก่อนออกจากหมู่บ้าน บ้านดินเป็นแบบนี้แหละ

จุดหมายต่อไป เข้าเมืองปาย.. ไปกินข้าว
เพราะเที่ยงกว่าแล้ว ต้องไปเอาสัมภาระและต้องไปคืนมอเตอร์ไซต์ด้วย

ร้านต้มยำตีนไก่
ที่พี่เล็ก เจ้าของร้านเล็กเล็ก เป็นหุ้นส่วน แนะนำไว้


ไข่เจียว ถ่ายแบบหน้ามืด (เพราะหิว) แต่เห็นว่าสีตัดกับผ้าปูโต๊ะดี

ร้านนี้ดีสมกับที่แนะนำมา
อร่อย ราคาไม่แพง

หลังจากนั้น พวกเราก็ซิ่งมอเตอร์ไซต์ไปเอาสัมภาระ
ยิงรูปชุดสุดท้ายก่อนจากปาย
ที่จริง ปายมีที่เที่ยวอีกเยอะ
แต่เพิ่งมาเมื่อปีที่แล้ว
ปีนี้เลือกที่จะไปอยู่เชียงใหม่อีกคืน
คราวหน้า อาจจะอยู่ที่ปายเพิ่มอีกคืนดีกว่า

ปายน้ำ ปลายดอย
ที่พักของพวกเราในปีนี้

All About Coffee
ร้านดังประจำปาย
ปีนี้..เราไม่ได้แวะกันเลย
ไว้คราวหน้านะ

ร้าน สบายดี ในตอนกลางวัน

ปิดท้ายด้วยร้าน มิตรไทย ในตอนกลางวัน แทบไม่มีคนเลย

หลังจากที่มัวแต่ดูร้านมิตรไทยปิดท้ายที่ปาย
คนขับรถตู้ก็โทรมาตามพวกเรา
เหลือเวลาอีกตั้ง 15 นาทีแน่ะ
ถึงเวลาลาปายจริงๆ สักที

จากนั้นรถตู้ก็พาเราไปถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ
พวกเราสามคนนั่งแถวหลังสุด แมวดื้อหลับบ้างตื่นบ้าง
หวานใจหลับไปตอนแรก แต่ก็ตื่นมาแล้วก็ไม่หลับอีกเลย (กินไปตลอดทางที่เหลือ :P)

สำหรับเชียงใหม่… ไว้บันทึกในวันพรุ่งนี้เลยแล้วกัน
ไม่ประทับใจเอาซะเลย
ไว้มาบ่นให้อ่านกันนะ เอิ้ก..เอิ้ก


จากบล๊อคหน้าเมื่อวาน ใช้เวลาเขียน (ลอก blog note) + ทำรูป นานมาก
เลยเห็นสมควรว่าจะตัดเอา trip detail ออกไป
ทริปหน้าใครอยากไป ก็คอยติดตามแล้วกัน
คาดว่าคงจะได้เดินตามรอยทริปนี้อีกครั้ง
สรุปการเดินทางด้วยรูปแล้วกันนะ (รูปเยอะมาก ขนาดตัดออกไปแล้วนะเนี่ย – -” )

 

ตื่นเช้าขึ้นมา ณ ปางอุ๋ง
ตั้งไอโฟนปลุกไว้ตั้งแต่ตี 4 snooze ตลอด จนตื่นตอนฟ้าเริ่มสว่าง


ท้องฟ้าสวยมาก รูปนี้ไม่ได้ปรับแสง สีอะไรเลย


หมอกลงจางๆ ให้ได้หนาวกัน


หวานใจหนาวไหม?

ถ่ายมาโครกำลังเพลิน ได้รูปแม่คะนิ้งมาโดยไม่ตั้งใจ

แดดเริ่มออก เดินย้อนกลับไปตรงสันเขื่อน + ร้านอาหารที่พวกเรากินเมื่อคืน
บรรยากาศดีมั่กๆ

หลังจากไปเจอแก๊งสามสาวและลุงคนขับรถ
พวกเราก็รับกลับไปเก็บเต้นท์ + ข้าวของ
เพราะว่านัดสามสาวกับลุงดาบเขี้ยวไว้
ให้ลุงขับรถไปเที่ยวที่แม่ฮ่องสอน
ก่อนที่จะนั่งรถต่อไปที่ปาย

ก่อนออกจากปางอุ๋ง
ลุยถ่ายมาโครอีกรอบ

ที่แรกที่ลุงพาไป ก็คือหมู่บ้านจีนยูนานบ้านรักไทย
พวกเราไปถึงก็สั่ง หมั่นโถว ขาหมูตามที่พี่เสือให้ลอง

โดยรวมก็ถือว่า ok นะ แต่แมวดื้อไม่ค่อยชอบอาหารจีนเท่าไหร่
มื้อนี้ ไม่แพง แต่รสชาด ถือว่า “ไม่ผ่าน”
จากนั้นก็เดินดูสินค้าที่จำหน่ายในหมู่บ้านเล็กน้อย ก่อนไปยังจุดต่อไป

ภูโคลน
แหล่งโคลนธรรมชาติที่มีประโยชน์ มีนักท่องเที่ยว พอกหน้ากันดำ เดินกันเต็ม
แต่พวกเรามีเวลาไม่มากนัก เลยได้เดินเล่น แมวดื้อกับน้องลูกพรุนซื้อสบู่กับครีมอาบน้ำมาลอง

หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว
เริ่มจากร้านกาแฟเล็กๆ เจ้าของร้านใจดี ชงกาแฟเข้มๆ ให้พวกเราโดยเฉพาะ
ราคาไม่แพง ตอนนั้นไม่รู้คิดยังไง ไม่ได้ถ่ายรูปร้านมาเลย น่าเสียดาย
ไว้คราวหน้าไม่พลาด

ชาวกระเหรี่ยงคอยาว เป็นมิตรมากๆ
เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงให้ฟังด้วย
หวานใจซื้อเพลงที่ชาวกระเหรี่ยงแต่งเอง เล่นเอง ร้องเองมาด้วย เก่งดี


คนนี้พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ร้อง “ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ” เป็นแบบกระเหรี่ยงให้ฟังด้วย


คนนี้บอกพวกเราว่า ห่วงเอาออกจากคอได้ แต่ยากมาก พร้อมคะยั้นคะยอให้ลองใส่ – -“


เสื้อขายที่นี่ ไม่ต้องบรรยายมาก สื่อถึงแม่ฮ่องสอนได้เป็นอย่างดี


สวัสดี.. โอกาสหน้า คงได้ไปเยือนอีก

วัดพระธาตุดอยกองมู
พวกเราเกือบจะไม่ได้แวะที่นี่กันแล้ว
ด้วยเวลาอันน้อยนิด
แต่สุดท้ายก็ได้มากันจนได้
ไม่รู้ว่า “ความเชื่อ” จริงๆ เป็นเช่นไร
ต้องเดินสวดมนต์สักการะพระธาตุเช่นเดียวกับการเวียนเทียน เดินรอบโบสถ์หรือไม่
แต่พวกเราเดินกันไม่ถึงครึ่งรอบก็วางของสักการะที่พระประจำวันเกิดกันแล้ว ^^”


แดดแรงเล็กน้อย แต่ท้องฟ้ายังสวยเหมือนเดิม

จากนั้นลุงดาบเขี้ยวก็พาพวกเราไปยังท่ารถ เพื่อเดินทางไปยังปายต่อไป
พอรถมาถึงปาย ก็เตรียมขับรถไปยังเชียงใหม่ต่อทันที
ทำให้พวกเราเพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว
ค่ารถจากแม่ฮ่องสอนไปยังปาย เสียคนละ 150 บาท
แต่พวกเราเสียกันไปคนละ 250 บาท
ซึ่งเป็นราคาจากแม่ฮ่องสอนไปยังเชียงใหม่
ระหว่างทาง มีผู้โดยสารสาวที่ดูท่าทางเจนจัด อยู่ในพื้นที่
แต่กลับอ้วก (เมารถ) ตลอดทาง จนคนขับก็หยุดพักให้กลางทาง
เหอ..เหอ
เส้นทางก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันแหละ
แต่แมวดื้อฟังเพลงด้วยไอโฟน จนหลับแบบไม่รู้สึกอะไร
หวานใจเป็นคนแรกที่ไหวตัวทันว่าเราต้องลงแล้ว
ก่อนที่คนขับรถตู้จะพาเราไปถึงเชียงใหม่
ต้องย้อนกลับมาที่ปายอีกรอบ
หลังจากลงรถ พวกเราก็หงุดหงิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แล้วก็ไปเช่ามอเตอร์ไซต์ที่ แมวดื้อกับหวานใจเคยไปเช่าเมื่อปีที่แล้ว
ซึ่งก็มารู้ทีหลังจากเจ้าของที่พักในปาย ที่พวกเราพักว่า
ร้านนี้ชอบตุกติก เวลาเอารถไปคืนชอบหาว่ารถล้ม มักจะไม่ยอมคืนเงินมัดจำเต็มๆ
เซ็งดับเบิ้ลเลย.. คราวนี้

ที่พักของพวกเราในปีนี้ เป็นกระท่อม อยู่ออกจากตัวเมืองไปหน่อย
ตามปกติ น่าจะสงบเงียบ
แต่ดันมีนักศึกษา (ที่ไหนไม่รู้) กรี๊ดกร๊าดตลอด
ขนาดหวานใจยังบ่นออกมาว่า “เมิงจะกรี๊ดกันทำไมฟร่ะเนี่ย”
ฮ่า…ฮ่า
หลังจากสำรวจที่พักเรียบร้อย พบว่ากระท่อมเป็นแบบสองชั้น
ชั้นบนเป็นเหมือนห้องใต้หลังคา
สามารถยกหลังคาส่วนหนึ่ง เอาไว้ดูดาวได้ด้วย เก๋ดี
ห้องน้ำ มีเครื่องทำน้ำอุ่นเรียบร้อย
ที่นอนมีฟูก ผ้านวมอย่างดี มีปลั๊กไฟให้พวกเราได้ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ กัน
หลังจากอาบน้ำ + สระผม กันเรียบร้อยแล้ว
ก็ได้เวลาไปตะลุยท่องราตรีกันในปาย

เริ่มจากอาหารหนักๆ กันก่อน เพราะว่าหิวแล้ว
ร้านน้องเบียร์
ที่ใครๆ มาที่ปายต้องรู้จัก
คนเยอะ แน่นมาก นี่ขนาดไม่ใช่ช่วงเทศกาลนะ

เมื่ออิ่มกันได้ที่ ก็เริ่มเดินกัน

ร้านมิตรไทย มิตรรักแฟนๆ ที่ปาย คนแน่นกันตามเคย
แมวดื้อเดินเลี่ยงมาฝั่งตรงข้าม มีแกลเลอรี่ที่ปีที่แล้วยังไม่เห็น


ใครมาปาย น่าจะคุ้นกับรถคนนี้ได้ดี มีทั้งขายเครื่องดื่ม และขายเสื้อ หน้ารถกันแบบนี้

ร้านอินเทอร์เนทคาเฟ่ที่ปาย จะธรรมดาได้ยังไง
ใช้แมค พร้อม ADSL ด้วยนะ
พร้อมจัดการกับไอพอดได้ด้วย


ร้านสบายดี ร้านโปสการ์ดร้านแรก ที่แมวดื้อเจอที่ปาย คนไม่เยอะมาก

จริงๆ มีรูปอีกชุดนึง
ที่พวกเราไปกินอาหารพื้นบ้านกันด้วย
ทั้ง “ข้าวปุก” “แปะกี” หรืออื่นๆ
ไปซื้อโคมยี่เป็ง มาลอยกันเองด้วยนะ
แต่พอหล่ะ รูปเยอะ โหลดช้า
ฮ่า..ฮ่า

จบทริปวันที่ 2 แบบนี้หล่ะ
ไม่ได้ไปเที่ยว ผับ บาร์ที่ไหน กลับที่พัก ก่อไฟ ผิงไฟกันข้างๆ กระท่อม
อุ่นๆ นิดนึง ก่อนจะหลับยาว น้องลูกพรุนไม่ค่อยสบาย แมวดื้อก็เริ่มคัดจมูก
ลองไปถามเรื่องห้วยน้ำดังแล้ว ได้ความว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจ
พวกเราเลยไม่ต้องตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้น
คืนนี้นอนเอาแรงกันก่อน พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันต่อ


More Posts


Trip: Mae Hong Son – Pai – Chiang Mai (D0)
January 16, 2008

Trip: Mae Hong Son – Pai – Chiang Mai (D0)

Pre Trip: Northern 2008 (2)
January 15, 2008

Pre Trip: Northern 2008 (2)

Night Eating Syndrome
January 13, 2008

Night Eating Syndrome

หนังสือไอโฟนระลอกสอง
January 12, 2008

หนังสือไอโฟนระลอกสอง