อยู่ดีๆ ก็มีลิงค์ย้อนกลับมา
จาก blog.i-iphone.com
ตามไปดู
งงเลย
entry ที่เขียนถึง whanjai theme ธีมสำหรับไอโฟน
โดนดูดไปที่โน่นแล้ว
ท่าทางต่อไปจะมี spam มาเยอะเลย
– -“
อยู่ดีๆ ก็มีลิงค์ย้อนกลับมา
จาก blog.i-iphone.com
ตามไปดู
งงเลย
entry ที่เขียนถึง whanjai theme ธีมสำหรับไอโฟน
โดนดูดไปที่โน่นแล้ว
ท่าทางต่อไปจะมี spam มาเยอะเลย
– -“
วันนี้ตอนแรกตั้งใจจะไปงาน commart
จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปจนได้
งาน commart – comworld ในช่วง 2-3 ปีมานี้
ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
จะเดินมาก เดินน้อย ไปหลายวัน ไปวันเดียว
ยังไงก็ได้ไป
นี่เป็นครั้งแรกในช่วงนี้ ที่ไม่ได้ไป
สัปดาห์ก่อน ก็ไม่ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือทีนึงแล้ว
มันดูเหมือนมีอะไรยุ่งๆ ในหัว
ไปแล้วก็ต้องรีบกลับมาทำงาน
หรือไปทำอะไร
มันก็ไม่อยากไป
แบบว่า ไม่ชอบที่ต้องเดินรีบๆ ซื้อของเสร็จ แล้วกลับ
อะไรทำนองนี้
อยากเดินเล่น มากกว่า เดินดูหนังสือ ดูของ วนไปวนมา สักสองสามรอบ
แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ หรือถ้าไม่ถูกใจ ก็ไม่ซื้อ
สุดท้ายเลยไปลงที่ร้านคิโนะคุนิยะที่พารากอน
ร้านหนังสือ ร้านนี้ชอบมาก
เดินทีไรก็ให้ความรู้สึก ของร้านหนังสือ หรือห้องสมุด
ชอบการจัดร้าน ชอบบรรยากาศ ชอบระบบการค้นหนังสือ
แม้ว่าราคาหนังสือจะไม่ลดเหมือนที่ B2S หรือ Se-ed
แต่ก็มีหนังสือ (ต่างประเทศ) ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น
แมวดื้อชอบไปสั่งหนังสือต่างประเทศที่นี่ ราคาก็ไม่ต่างจากสั่งในเว็บ
พอได้หนังสือมาแล้ว ทางร้านก็จะโทรมาบอก พร้อมแจ้งราคา (เป็นเงินไทย)
ไปซื้อมาหลายเล่มแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าหนังสือจะหายตอนขนส่งด้วย
วันนี้ มีหนังสือเกี่ยวกับ iPhone ที่อยากได้ คือมันมีคนเขียน แต่ทางร้านไม่มี
ประมาณว่า ยังไม่ได้สั่งเข้ามา
แมวดื้อไม่แน่ใจเรื่องเนื้อหา ว่าดีหรือไม่ดี เห็นแต่หน้าปกหนังสือ ก็เลยได้แต่ก็ไปถามพนักงาน
เค้าบอกว่า ถ้ามีหนังสือรายชื่อที่แมวดื้ออยากได้มา จะโทรมาบอก
จะซื้อหรือไม่ซื้อ ก็อีกเรื่องนึง
ดีไหมหล่ะ
^_______^
จากนั้นก็ลงไปกินข้าวที่ food hall ของ paragon
มีน้องคนนึง ที่เค้าเอาไอโฟนมาให้ปลดล๊อค
เค้าเปิดร้านขายข้าวหมกไก่อยู่ที่นี่
เลยแวะไปทักทายแว่บนึง
ก่อนจะกินอย่างอื่น
ฮ่า..ฮ่า
วันนี้กินผักด้วยนะ หวานใจ จะบอกให้

เมื่อวานดูคู่แรดจบแล้ว
ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วเพลินๆ
หนังตลกแบบมีพล๊อตเรื่องสั้นๆ
มุขตลกฮาแบบคิกขุ ไม่กระบือจนเกินไป ปนมุขทะลึ่งตลอดทั้งเรื่อง
เพลงประกอบได้พี่เอ๋ นรินทรมาร้อง ได้บรรยากาศเหมือนกัน
มุมกล้อง/ตัดต่อยังไม่ดีนัก แต่คงไม่ต้องละเอียดมาก กับหนังตลกแบบนี้
สรุปแล้วแมวดื้อให้เกรด B แล้วกัน
ป.ล.ใครชอบเซกิ รับรองไม่ผิดหวังกับเรื่องนี้
ส่วนแมวดื้อ ขอดูหมวดแพทตอนเช็ดผมหลังอาบน้ำดีกว่า ฮ่า..ฮ่า
ตอนแรกสุด ว่าจะแนะนำก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
เพราะอยากกินมาก ไม่ได้กินนานหล่ะ
แต่พอเห็นรูป ซุปบูยาเบส ขอเปลี่ยนใจกระทันหัน
ฮ่า..ฮ่า
แต่หวานใจไม่ค่อยชอบกินหอยนี่สิ
– -“

บรรยากาศชวนนั่งภายในร้านภรณี
เดี๋ยวนี้มีร้านอาหารจำนวนไม่น้อย ที่พาร้านขึ้นไปเปิดอยู่ตามห้างสรรพสินค้า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการกินให้กับผู้บริโภค ที่สมัยนี้ชีวิตประจำของผู้คนส่วนใหญ่มักติดความสะดวกสบาย เรียกว่าออกจากบ้านทั้งทีได้ทั้งชอปปิ้งซื้อของ แล้วก็ได้อิ่มท้องกันไปในคราวเดียวกัน
อย่างร้าน“ภรณี” ที่ตั้งอยู่บนห้างเอ็มโพเรียม บริเวณชั้น 6 ใกล้ๆ กับ TCDC ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่มาเปิดให้บริการความอร่อยแก่ผู้บริโภคอยู่บนห้างสรรพสินค้า ซึ่งร้านภรณีแห่งนี้ไม่ได้เปิดอยู่ในศูนย์อาหารเหมือนกับร้านอื่นๆ ทั่วไป แต่เปิดเป็นร้านอาหารที่มีอาณาบริเวณ มีพื้นที่นั่งอย่างเป็นสัดส่วน และจัดตกแต่งร้านอย่างสวยงามสไตล์โบราณร่วมสมัยอันชวนให้เข้าไปนั่ง
อีกทั้งภรณีร้านนี้ไม่ได้เป็นร้านอาหารโนเนมน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดบริการขายอาหาร เพราะถ้าไปถามบรรดานักกินรุ่นเก่าหลายคนคงจะพอได้ยินชื่อเสียงของร้านภรณีนี้กันมาบ้าง ว่าเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเปิดขายอาหารทั้งไทยและฝรั่งสไตล์โฮมคุกกิ้ง อยู่ที่ถ.สุขุมวิทมานานกว่า 58 ปีแล้ว โดยมี ร.ท.อภัย อิศรภักดี เป็นผู้ก่อตั้งร้านและบุกเบิกจนทำให้ร้าน ภรณีเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักกินที่พิสมัยอาหารรสดีทั้งไทยและฝรั่ง
กระทั่งปัจจุบันนี้ภรณีได้ขยับขยายความอร่อย โดยปณิธิ วสุรัตน์ ทายาทรุ่นที่ 3 ได้นำร้านภรณีมาเปิดสาขาให้บริการอยู่บนห้าง เพื่อตอบสนองและเพิ่มช่องทางเลือกในการบริโภคให้กับผู้กิน ซึ่งอาหารที่ร้านภรณีแห่งนี้ยังคงความเป็นอาหารสไตล์โฮมคุกกิ้ง ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ปรุงโดยแม่ครัวฝีมือดี ตามสูตรเฉพาะของภรณีที่คิดข้นขึ้นมาเอง และทำแบบใส่ใจ ใส่คุณภาพว่าเหมือนกับอาหารที่ทำทานเองที่บ้าน
สำหรับเมนูอาหารที่ชวนกินก็มีอยู่มากมาย “ผู้จัดการตระเวนกิน” ขอเลือกแนะนำเมนูเด่นๆ ทั้งอาหารไทยและฝรั่งนานาชาติอันชวนลิ้มลอง เริ่มจากเมนูอาหารฝรั่ง ซุปบูยาเบส (220 บาท) ซุปซีฟู้ดน้ำข้น ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของตัวซุปที่ปรุงด้วยสูตรเด็ดของภรณีโดยเฉพาะ ซุปที่นี่ให้รสกลมกล่อมละเมียดลิ้น หวานไปด้วยเนื้อปลา เนื้อปู กุ้งสด และหอยแมลงภู่ แถมมีขนมปังฝรั่งเศสทาเนยกระเทียมหอมๆ ให้กินคู่กับซุป

ซุปบูยาเบส
ตามด้วย ข้าวสตูลิ้นวัว (150 บาท) เป็นลิ้นวัวคัดมาเป็นพิเศษนำมาต้มและตุ๋นจนเปื่อยได้ที่ กินแล้วสัมผัสได้ถึงลิ้นวัวชิ้นใหญ่เคี้ยวนุ่มเต็มปากเต็มคำ ที่กลมกลึงเข้ากับรสชาติของน้ำสตูรสเข้มข้นน้ำซอส กินกับข้าวสวยนุ่มๆ ถูกปาก และมีแครอท มันฝรั่ง และถั่วแขกต้มมาเป็นเครื่องแนม

ข้าวสตูลิ้น
สลับรสชาติมาที่เมนูไทยๆ อย่างผัดพริกขิงกากหมู (120 บาท) ที่ทางร้านนำกากหมูเจียวเองจากหมู 3 ชั้น มาผัดกับพริกแกงผัดพริกขิงที่ทางร้านโขลกเอง ผัดใส่ถั่วฝักยาว และใบมะกรูด ชิมรสชาติแล้วโดนใจปากตรงที่กากหมูกรอบกรุบซึมรสชาติเครื่องแกงพริกขิงเข้มข้นออกเผ็ดลิ้น

ผัดพริกขิงกากหมู
ต่อด้วยเมนู แกงเขียวหวานกุ้งแม่น้ำ+โรตี (180 บาท) (ถ้าคู่กับข้าว/ขนมจีน 150 บาท) แกงเขียวหวานของที่นี่รสเด็ด เพราะทางร้านโขลกเครื่องพริกแกงเขียวหวานเองโดยเน้นพวกสมุนไพรไทย นำมาแกงกับกะทิ ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง และกุ้งแม่น้ำ และพิเศษใส่วิปปิ้งครีมลงไปด้วย ทำให้ได้แกงเขียนหวานที่มีความข้น หอมมัน รสชาติเข้มข้นถึงพริกถึงเครื่องแกง แต่ว่าไม่เผ็ดมาก กินคู่กับโรตีทอดกรอบหอมนุ่มกรุบกรอบปาก

แกงเขียวหวานกุ้งแม่น้ำ+โรตี
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ ข้าวผัดเนื้อเค็ม (110 บาท) ทาโก้เนื้อ, หมู, ไก่ (180 บาท) ข้าวผัดสเปน (220 บาท) พล่าปลาแซลมอน (180 บาท) และเมนูของหวานอย่างเบเกอรี่ก็มีให้เลือกกินไม่ว่าจะเป็นพายสตูเนื้อ,ไก่ (90 บาท) เค้กกล้วยหอม (95 บาท) และมีไอศกรีมโฮมเมด (สกู๊ปละ 65 บาท) สารพัดรสที่ชวนลิ้มรสด้วยเรียกว่ามาที่ร้าน“ภรณี”
มิตรรักนักกินทั้งหลายเป็นได้รับความอิ่มท้องกับสารพัดเมนูอาหารคาว-หวาน ที่มีให้เลือกสรรกันอย่างเต็มอิ่ม
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ร้าน“ภรณี”ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 TCDC ห้างเอ็มโพเรียม ถ.สุขุมวิท กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินเข้าห้างเอ็มโพเรียม ขึ้นมาที่ชั้น 6 (ชั้นที่เป็นโรงหนัง) และเดินมาทาง TCDC จะเห็นร้านภรณีอยู่ทางขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.30-21.30 น. ถ้ามาช่วงกลางวันแนะนำว่าโทร.จองโต๊ะก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2664-8468 และภรณียังมีอีกหนึ่งสาขาอยู่ที่ สุขุมวิท ซ.23 โทร. 0-2664-4454
Link: Manager Online
นู๋จ๋อมาทวง
เรื่องที่เคยบอกว่าจะเล่าให้ฟัง
อิอิ
หยิบมาเล่าเอาแบบง่ายๆ แล้วกันนะ
เรื่องของการเขียนข้อมูลไปยังแผ่น CD/DVD
ที่แมวดื้อติดปากเรียกเป็น “เผาแผ่น” อยู่เสมอ
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า ข้อมูลในโลกดิจิตอลนั้น
ล้วนเป็นรหัส 0 และ 1 เท่านั้น
แต่เป็นการประมวลผลออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน เช่นออกมาเป็นตัวอักษร รูป หรือเสียง
การเขียนข้อมูลเข้าไปยังแผ่น CD/DVD นั้น จะอาศัยหลักการง่ายๆ ที่ว่า
เราใช้แสงเลเซอร์ที่มีความเข้มพิเศษยิงเข้าไปยังแผ่น CD/DVD
ตรงไหนที่เป็นรหัส 0 ก็ยิงเลเซอร์เข้าไป ตรงไหนที่เป็นรหัส 1 ก็ไม่ต้องยิง
ง่ายไหมหล่ะ
การใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปที่ชั้นพื้นผิวของแผ่น จะทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุด
เลยเป็นการเรียกง่ายๆ ว่า “เผา” หรือ burn นั่นเอง
ซึ่งอย่างไรก็ดี การเผานี้ เกิดขึ้นในระดับจุลภาค ดังนั้นมันเล็กมากๆ
เวลาเราเผาแผ่นเสร็จ จะรู้สึกว่าแผ่นอุ่นๆ
สำหรับในการอ่านข้อมูลจากแผ่นนั้น
ก็ใช้แสงเลเซอร์เช่นเดียวกัน
แต่ว่าเป็นแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มต่ำ ดังนั้นจึงไม่ไปทำอันตรายต่อพื้นผิวของแผ่น
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโปรแกรม Nero Burning ROM อีกด้วย
ว่ากันว่า
ชื่อของโปรแกรม มาจาก จักรพรรด์เนโร ซึ่งเป็นจักรพรรดิของโรมัน ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่ง เกิดไฟไหม้กรุงโรมเป็นเวลา 6 วัน โดยที่พระองค์ทรงดนตรีอย่างสบายใจจนเป็นเหตุให้ชาวบ้านนึกว่าท่านเป็นผู้วางเพลิง ต่อมาจึงได้เรียกขานกษัตริย์ว่า
“Nero Burning Rome”