หากใครที่เป็นแฟน FullMetal Alchemist
น่าจะคุ้นเคยกับ
The Law of Equivalent Exchange
กันดีอยู่แล้ว
กฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน
เวลาเราซื้อของ
เราได้ของมา
ก็ต้องจ่ายเงินไปในจำนวนมูลค่านั้นเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันเราตีมูลค่าสิ่งต่างๆ
ด้วย “ค่าเงิน”
ถ้าเป็นหน่วยบาท ดอลลาร์สหรัฐ กีบ หยวน เยน
หรืออะไรก็ตามแต่
หากแต่ย้อนไปยังอดีตกาล
ตามที่เราเคยได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ
เมื่อครั้งโบราณกาลนั้น
เวลาเราจะไปซื้อของ
เช่น
ซื้อผัก ชาวบ้านก็จะเอาผัก (หรือผลไม้) ไปแลก
นั่นก็น่าจะหมายถึงมูลค่าได้เช่นเดียวกัน
แต่แทนที่จะใช้ “ค่าเงิน” ในการตีมูลค่า
แต่ใช้สิ่งเปรียบเทียบอื่นๆ แทน
ตรงนี้อาจจะเป็นเพียงแค่การประมาณคร่าวๆ
โดยใช้ความพึงพอใจ ทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อเพียงแค่นั้น

วันนี้แมวดื้อเกิดปิ๊งไอเดีย
เรื่องการตีมูลค่าสินค้าด้วย “งาน” ที่ทำ
ก่อนอื่น เราเข้าใจตรงกันว่า
หากเราไปซื้อของ เราจ่ายด้วย “เงิน”
แต่การที่เราจะได้เงินมานั้น เราต้องทำงานแลกมา
หากเราตีมูลค่าสิ่งต่างๆ ด้วย “งาน”
บางครั้ง มันก็เป็นตัวกระตุ้นแรงขับที่น่าสนใจเหมือนกัน

ยกตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่า มนุษย์เงินเดือนผู้หนึ่ง
ทำงานอยู่ในรูปแบบบริษัท
ทำงานตั้งแต่ 09.00 – 17.00 น.
(วันละ 8 ชั่วโมง)
ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน
(เดือนละ 22 วัน)
ได้เงินเดือน 20000 บาท

20000 / 22 / 8
= 113.6363

นั่นคือผลของการทำงาน 1 ชั่วโมง ได้เงินมา 113.6363 บาท
คิดให้ง่ายเข้า เป็นได้เงินเดือน ชั่วโมงละ 100 บาท

คราวนี้ลองคิดตามนะ

เบียร์หนึ่งเหยือก 300 บาท
ต้องทำงาน 3 ชั่วโมง

เสื้อตัวละ 800 บาท
ต้องทำงาน 1 วัน

อาหารญี่ปุ่นอย่างดี มื้อละ 1200 บาท
ต้องทำงาน 1.5 วัน

กล้องดิจิตอลคอมแพค 5000 บาท
ต้องทำงาน 6.25 วัน

โทรศัพท์มือถือ 15000 บาท
ต้องทำงาน 18.75 วัน

ลองคิดดูว่าในแต่ละวันที่ต้องทำงาน
ต้องแก้ไขปัญหาไปยากลำบากอย่างไร
ต้องทนรองรับอารมณ์ผู้ร่วมงานหรือลูกค้าอย่างไร
ใช้เวลาไปแต่ละชั่วโมงยากอย่างไร
นั่นแหละคือมูลค่าของสินค้าที่เราต้องจ่ายไป

อาจจะมองในแง่ปลอบใจตัวเอง
ว่าการซื้อของ เป็นการให้รางวัลแก่ตนเอง
แต่ก็ควรดูด้วยว่าของนั้นมี “มูลค่า” พอที่เราต้องทำงานแลกมันมาหรือเปล่า
ทำงานครึ่งเดือน เพียงเพื่อซื้อมันมานั่งมองดู 7 วัน แล้วเก็บเข้ากล่อง
มันเหมาะสมหรือเปล่า
การตีมูลค่าด้วย “งาน” อาจจะทำให้มองเห็นคุณค่าของเงินได้ในระดับหนึ่ง


ซีรีส์แนวไซไฟจากทางฝั่ง UK
ดูแล้วออกจะขัดๆ บ้างเล็กน้อย
ในส่วนของมุขตลกที่แทรกอยู่
หรือการดำเนินเรื่อง
เรื่องราวในแนวนี้ก็คงไม่พ้น สิ่งลึกลับ มนุษย์ต่างดาว
เอเลี่ยน หรือไดโนเสาร์
เรียกว่าดูได้เพลินๆ


โปรแกรมแปลงไฟล์ Handbrake
ที่แมวดื้อเลือกใช้งานเป็นอันดับต้นๆ
ด้วยเหตุผลของคุณภาพไฟล์ที่ได้
รวมถึงการปรับแต่งที่ยืดหยุ่นพอสมควร
มีหลากหลายเวอร์ชันให้เลือกใช้
ทั้ง Mac OS X, Windows หรือ Linux

สำหรับเวอร์ชันใหม่
ก็ยังคงคุณสมบัติเดิมๆ ไว้
ทั้งการปรับแต่งและ preset
แต่ก็มีส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาบ้าง

Constant Quality
เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
หากไม่มั่นใจว่าควรจะปล่อยให้ตัวโปรแกรมคำนวณเอง (เลือกขนาดไฟล์)
หรือกำหนด bitrate ที่ต้องการ

ในกรณีที่ DVD แผ่นนั้นมี audio track หลายอัน
ก็สามารถเลือกและปรับแต่งคุณภาพได้ตามต้องการ

แน่นอนว่าเรื่อง subtitle นั้นมีความสำคัญอยู่พอสมควร
การเลือก subtitle track จากแผ่น DVD เอง
หรือเลือก external srt (subtitle file) ก็สามารถทำได้
พร้อมกับปรับแต่ง srt offset เพื่อความสมบูรณ์

Preset เดิม (เวอร์ชัน 0.9.2)
อยู่ในหมวด legacy สำหรับคนที่ชอบแบบเดิมๆ

Official Link: http://handbrake.fr/


ต่อเนื่องจากเอนทรีที่แล้ว
หลังจากที่รองท้องกับโรตี – มะตะบะ เป็นที่เรียบร้อย
ก็แอบไปชะโงกดูร้านพาสต้า กับร้านเบเกอรี่ข้างๆ
แต่ด้วยใกล้เวลาปิดร้าน
ก็เลยพลาดการปากมัน 2 ร้านนั้นไปโดยปริยาย
ข้ามถนนมายังป้อมพระสุเมรุ

ถ่ายรูปกันก๊องแก๊งสองคน

กดชัตเตอร์ไปได้ 4-5 รูป
แล้วก็คิดถึงขาตั้งกล้องขึ้นมา
เอิ้ก..เอิ้ก

หวานใจก็เพลิดเพลินไปกับ Danbo
แมวดื้อเพิ่งรู้นะนี่ว่ามีไฟที่ตาด้วย

เดินเข้าไปข้างในสวนสันติชัยปราการ
ถ่ายรูปสะพานพระราม 8 แบบเปิดช้ตเตอร์นานๆ
เรือแล่นแผ่น กลายเป็นเรือแว้นเลย

ลองดูอีกด้านนึงบ้าง

เนื่องจากไม่มาขาตั้งกล้อง
ริจะใช้เลนส์เทเล
ก็เลยต้องไปวางไว้บนโป๊ะไฟของสวนสันติฯ
ผลก็คือเกิดภาพซ้อน (สั่น) เช่นนี้แล

บรรยากาศเงียบๆ ลมเย็นๆ
ดีเหมือนกัน แต่ว่าสวนนี้ปิด 21.00 น. นะ

พอสวนปิด หวานใจกับแมวดื้อก็เดินลัดเลาะไปยังถนนข้าวสาร

มีร้านน่านั่งเยอะเลย
ราคา (เบียร์) ก็ไม่แพง (เท่าไหร่)

แสง สี ชวนให้นั่ง
ยิ่งเห็นชาวต่างชาตินั่งจิบเบียร์ ลากโต๊ะมานั่งกันกลางซอย
น่าร่วมแจมเป็นที่สุด
ซึ่งก็คิดตรงกับหวานใจ
ช่วงเทศกาล หากไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด
สงสัยจะได้มาเดินเล่นแถวนี้เป็นแน่แท้

เดินมาเรื่อยจนถึงถนนข้าวสาร
ซึ่งจะว่าไปแล้ว
อากาศร้อนขึ้นมาทันตา
อาจเป็นเพราะนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ
ไหนจะร้านค้าต่างๆ แน่นเต็มไปหมด
แต่โชคดีที่ยังพอมีลมเย็นอยู่บ้าง

ร้านขายน้ำผลไม้ที่ขึ้นชื่อของถนนข้าวสาร

หวานใจก็จับ Danbo เข้าไปก่อกวนทันที

จากนั้นก็เดินไปเดินมา
แวะซื้อข้าวเหนียวมะม่วงกันนิดนึง
ก่อนกลับบ้านแต่หัวค่ำ

One Night in Bangkok with Winter Wind


วันนี้มีงาน #mktwit และ #wawee ที่เหล่า tweeple ไปรวมตัวกัน
ตอนแรกแมวดื้อก็คิดว่าจะไปนั่งฟัง #ihereband ตอนเย็นๆ
แต่อารมณ์แปรปรวน เกิดเหวี่ยงซะงั้น
เลยไม่อยากไปทั้งที่อารมณ์ขุ่นมัว
บ่ายแก่ๆ หวานใจมาง้อ
ก็เลยออกไปนั่งรถเล่นกัน
จนมาถึงท่าพระอาทิตย์
แวะ “โรตี มะตะบะ” รองท้องกันหน่อย
ซึ่งแมวดื้อก็แพลนไว้ในหัว ว่าคงไปเดินที่ถนนข้าวสารต่อ
ก็เลยไม่ได้สั่งอะไรเยอะ
ส่วนหวานใจ ที่หิวโซ ก็ซัดโฮกไปตามระเบียบ


More Posts


De Sky
November 20, 2009

De Sky

PR: นั่งรถไฟ 2 จังหวัดสู่วิถีตลาดน้ำ เสน่ห์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
November 19, 2009

PR: นั่งรถไฟ 2 จังหวัดสู่วิถีตลาดน้ำ เสน่ห์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

FlashForward
November 18, 2009

FlashForward

iBlast Moki
November 17, 2009

iBlast Moki

NaughtyCat Blog Column
November 17, 2009

NaughtyCat Blog Column