ทานตะวัน 2552
ภาคหวานใจ
เนื่องจากรูปเยอะ ก็เลยต้องแยกออกมา
ถ้าไม่อัพรูป เดี๋ยวจะโดนเหวี่ยงมิใช่น้อย
![]()













![]()
![]()
ทานตะวัน 2552
ภาคหวานใจ
เนื่องจากรูปเยอะ ก็เลยต้องแยกออกมา
ถ้าไม่อัพรูป เดี๋ยวจะโดนเหวี่ยงมิใช่น้อย
![]()













![]()
![]()
ในปีนี้
จากการเตรียมตัวล่วงหน้า
ทำให้แก๊งปากมันของพวกเราได้จองตั๋วทริปทานตะวัน
ไปกับการรถไฟเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่กลางเดือน
เมื่อปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปในวันปีใหม่
โดย koonkwang ขับรถไป
มีเวลาลุยทุ่งทานตะวันพอสมควร
เลยได้ “Sunflower Story” มาแล้ว
เอามาลงไว้อีกครั้งนึงแล้วกัน
~ Sunflower Story ~

ทานตะวัน.. ก็เหมือนความรัก

..อยากให้ใครมาสนใจ..

แม้เธอไม่สนใจ.. ก็ขอให้อยู่ข้างๆ ..เป็นที่พักพิง

กว่าจะมาเป็นความร้ก.. ต้องผ่านอะไรมาตั้งมากมาย

กว่าจะงอกงาม.. คนอื่นเค้าก็แซงหน้ากันไปหมดแล้ว

แต่ชีวิตคือการต่อสู้.. หวังว่าจะมีวันนึงที่เป็นของเรา

อาจจะมีบ้าง.. ที่ผิดหวัง.. แต่ไม่ท้อใจ

มีหลายครั้งที่ไม่สมบูรณ์.. ดังที่หวัง

แต่ยังพร้อม.. ล้ม..แล้ว..ลุก ..ต่อไป

รอสักวัน.. ที่เธอผ่านเข้ามา

เข้ามาเติมเต็ม.. ทำให้ฉัน.. สวยงาม

~ Sunflower Story ~
พอมาปีนี้
ถึงแม้จะรู้ตารางเวลาคร่าวๆ
แต่ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะถ่ายรูปแนวไหนดี
สุดท้ายก็เลยตอบตัวเองไปว่า
ลองฝึกถ่ายรูปแบบปรับหลังกล้องดีกว่า
คือปรับ picture style และ white balance ตามต้องการจากกล้อง
ถ่ายออกมา พอดูรูป
..เอิ่ม..
ยังต้องฝึกอีกเยอะเลย
รูปเหล่านี้ไปแตะ (ตกแต่ง) น้อยมาก ส่วนใหญ่แค่ย่อแล้วก็ sharpen นิดเดียวแค่นั้น
เอามาลงโชว์ห่วยแล้วกัน
เอิ้ก..เอิ้ก
เริ่มจากนัดสมาชิกแก๊งปากมันไว้ที่หัวลำโพง
ตอน 06.00 น.
วันหยุดแต่ตื่นเช้าสุดๆ
ทุกคนนอนดึกกันหมด วันนี้ได้มีคนแฮงค์กันบ้างแหละ
ตอนจะเดินเข้าหัวลำโพง เห็นร้านโจ๊กเปิดขายอยู่
หวานใจอยากรองท้องขึ้นมาก็เลยนั่งกันเลย

โปรดสังเกตด้านล่างของชาม
นั่นไม่ใช่หมูสับปั้นเป็นก้อนแต่อย่างใด
เข้าใจว่าเป็นการกลายพันธุ์จากลูกชิ้นอะไรสักอย่าง
หวานใจเหวี่ยงไปหนึ่งดอก
กับโจ๊กที่สั่งเอาเฉพาะหมูสับกับไข่
แต่มีตับมานอนลอยคออยู่เกือบเต็มชาม
![]()
และแล้วพอแม่ค้ายกพวงสวรรค์ เอ้ย..พวงเครื่องปรุงมาให้
ก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่เห็น

อูย..ยย กะจะให้เมากันตั้งแต่ไก่โห่เลยเหรอ
FAIL
หลังจากนั้นพวกเราก็ยังมีด่าน “กาแฟ..ไม่ขม” อีกอย่าง
น่าจะดีใจเนอะ กาแฟไม่ขม
..แต่..
มันมีแต่หวานน่ะสิ (หวานเรียกลุง)
เหอ..เหอ
![]()
![]()
กว่าจะได้เข้าไปยังสถานี
ก็ได้เวลาตามที่ระบุไว้ที่ตั๋วรถไฟ

กว่ารถไฟจะเคลื่อนขบวนก็เกือบ 07.00 น.
คุณป้านั่งข้างหลังบ่นตลอดเลย
บอกว่าทริปที่แกไปคราวที่แล้ว
แกมัวแต่หาที่จอดรถอยู่ สรุป..ตกรถไฟ
มาทริปนี้ แกตั้งใจมาก่อนเวลาเต็มที่
รถไฟดันออกช้ากว่ากำหนดเสียนี่

แดดเริ่มออกแบบนี้
ผ่านสถานีชานเมือง ให้ผู้โดยสารขึ้นกัน
ใครอยู่ใกล้ บางซื่อ บางเขน (เกษตร) หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต
ก็มารอขึ้นรถไฟได้เลย ไม่ต้องไปขึ้นที่หัวลำโพง

พอแดดวิ้งๆ หวานใจก็พาเจ้ากบบุญชูออกมาแชะๆ ทันที

แมวดื้อชอบนั่งดูข้างทางไปเรื่อย
บางครั้งจะพบเห็นชีวิตที่มักจะให้ข้อคิดดีๆ (หากคิดได้นะ)

การกำหนดที่นั่งตายตัว
เป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง
เพราะเราจะไม่มีทางรู้ได้เลย
ว่าที่นั่งของเราจะไปจุ้มปุ๊กอยู่หน้าห้องน้ำหรือไม่
จนกว่าจะได้เดินทางแล้วนั่นแหละ
![]()
![]()

แดดยามเช้า กับ ลมเย็นๆ
เมื่อผ่านพ้นแหล่งชุมชนมาแล้ว
ยื่นหน้าออกไปสูดอากาศข้างนอกกันบ้าง
(หวังว่าคงไม่ไปประสบพบแก๊งปาหินนะ)
![]()

ทุ่งหญ้า สลับกับโรงงาน หรือหมู่บ้านต่างๆ
การถ่ายรูปในรถไฟ มักจะได้กรอบภาพธรรมชาติมาด้วย
นั่งมาจนเกือบง่วง
เจ้าหน้าที่ก็เดินมาบอกกำหนดการ
ว่ารถไฟจะหยุดพักให้นักท่องเที่ยว เข้าไปลุยดงทานตะวัน
ให้เป็นผื่นคันคะเยอ จนต้องร้องเรียกกระจองงอแงหาคาลาไมด์

แว่บแรกที่แมวดื้อเห็นภาพนี้บนรถไฟ
แมวดื้อนึกถึงทุ่งดอกไม้ในการ์ตูนญี่ปุ่น
ที่กว้างไกลออกไป
พาลอยากจะใช้ stamp tool ลบ โรงงานที่อยู่ไกลๆ นั้นออกไป
![]()

ท้องฟ้าสดใส
ซึ่งแท้จริง แดดกำลังเผาขนแขนให้ม้วนตัวเป็นเกลียวกันอยู่
เสียงชัตเตอร์กล้องเล็ก กล้องใหญ่ ดังกันเป็นระยะ
แมวดื้อค่อยๆ หยิบเลนส์เทเลออกมา
เจ้าหน้าที่เห็นดังนั้น ตะโกนไล่หลังมา
“โน่น.. น้องไปข้างในเลย”
พาลให้นึกไปถึงเวลาขึ้นรถมินิบัส
“ชิดในเลยพี่..ชิดในเลย”
![]()
เดินเข้าไปจนถึงจุดที่คิดว่าตัวเองจะไม่หลง
(จะหลงได้ไงฟร่ะ เดินเป็นเส้นตรงมาเลย)

จากนั้นก็ไปแวะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ให้ถ่ายรูปกลางสันเขื่อน
และพักรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
ใจจริงก็เป็นคนอัธยาศัยดีนะ
แต่แดด (โค-ตะ-ระ) ร้อนมาก
และนักท่องเที่ยวที่มา ก็ลงจากรถไฟพร้อมกางร่มกันพรึบ
(เตรียมตัวมาดี)
แล้วเหล่าชาวร่มเหล่านั้น ก็กรูกันไปที่ร้านอาหารต่างๆ อย่างว่องไว
แป้บเดียว แต่ละคนก็พาตัวเองเข้าร่มชายคา สั่งอาหารมาเรียบร้อย



อาหารท้องถิ่น ราคาเบาๆ
กินกัน 4 คน มีน้ำอัดลมด้วย ค่าเสียหาย 240 บาท
จากนั้นพวกเราก็เข้าไปเดินเล่นตรงบริเวณเขื่อนป่าสักฯ
(ร้านอาหารที่กิน อยู่ตรงบริเวณสถานีรถไฟ)

ปลาเยอะมาก ตัวใหญ่ๆ เพียบ
มีนักท่องเที่ยวให้อาหารปลากันตลอด

จากนั้นพวกเราก็เดินกลับมายังสถานีรถไฟ
รอเวลาเดินทางกลับ

แดดแยงตาขนาดนี้
หลับกันดีกว่าพี่น้อง

ตื่นมากลายเป็นเด็กขี้มูกยืด
เนื่องจากฝุ่นเข้าหน้าตลอดเวลา
สรุปทริปนี้
ค่ารถไฟ 280 บาท
ค่ากินมื้อเช้า (ที่ fail) 40 บาท
ค่ากินมื้อเที่ยง 60 บาท
ไปเที่ยวใช้เงินไม่ถึง 500 บาท
เดินทางสะดวก ไม่ถึงกับสบายมาก แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร
ใครว่างๆ ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน ลองไปดูสักครั้ง
![]()
![]()
#CS เป็น hashtag ที่แมวดื้อใช้ในการ tweet
หมายถึงเกม Country Story บนเฟสบุค
ซึ่งตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมเล็กๆ เล่นเพลินๆ แล้ว
แต่กลายเป็นดราม่าเป็นที่เรียบร้อย
Country Story กลายไปเป็น Counter Strike
ก่อกำเนิดสงครามขึ้นมาย่อมๆ
สืบเนื่องจากตัวเกมมีลักษณะของการขโมยของ
เพื่อเอาไปขาย หรือจะเพื่อให้ได้ถ้วยขโมยก็ตามแต่
(มองในอีกด้าน ช่วยปั๊มเลเวลหมาของเจ้าของฟาร์มด้วยนะ)
แรก..แรก ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติ
ปลูกผักครั้งนึง 20-30 ผลต่อแปลง
เพื่อนขโมยไปสัก 4-6 ผล ก็ไม่ค่อยเสียดายเท่าไหร่
เพราะใช้เวลาปลูก (ตามเวลาจริง) ไม่นานนัก
แต่สงครามมันเริ่มจาก patch ล่าสุด
ที่มีระบบต้นไม้เกิดขึ้นมา
ต้นไม้ที่ว่านี้มีอยู่ด้วยกัน 6 แบบ
ราคามีตั้งแต่ 7500 – 14000 เหรียญ
ในขณะที่พืชผักธรรมดาราคาแค่ไม่ถึง 300 เหรียญ
พอซื้อมาแล้ว ก็ต้องปลูกไปยาวๆ 48 ชั่วโมง
ก่อนที่จะเก็บผลไม้ใน season แรก
(ตัวเกมเรียกจำนวนครั้งในการเก็บเกี่ยวผลผลิตว่า season)
จากนั้นก็ต้องรอไปอีก 24 ชั่วโมง ถึงจะเก็บผลผลิตครั้งต่อไป
หน้าตาต้นไม้และผลผลิตก็จะประมาณนี้

ตามปกติแล้วต้นไม้พวกนี้จะให้ผลผลิต 30 ผลต่อ 1 season
แต่หากมีเพื่อนมือดี มาขโมยไป
ผลผลิตที่น้อยที่สุด ที่เจ้าของฟาร์มจะได้ก็คือ 27 ผล
(เมื่อมาเก็บก่อนผลผลิตจะเน่า)
กฎข้อต่อไปก็คือ
หากมีเพื่อนมือดีมาเขย่า
โดยจะขโมยหรือไม่ขโมยก็ตาม
ผลผลิตที่ร่วงอยู่ที่โคนต้นไม้ก็จะเน่าภายใน 12 ชั่วโมง
หลังจากที่ร่วงลงพื้น

แมลงวัน แมลงหวี่ ตอมกันเลยทีเดียว
ความแค้นระดับที่หนึ่ง
จึงอยู่ตรงที่ต้นไม้ราคาแพง
ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนาน
ถ้าไม่รดน้ำ มันก็แทบจะหยุดการเจริญเติบโต
อยู่ดีๆ เพื่อนมือดีก็มาขโมยซะนี่
เมื่อต้นไม้ตายลง
(สุ่ม) บางต้น จะมี tree spirit
(เจ้าของฟาร์มเท่านั้นถึงจะมองเห็น)

หากอยากได้เยอะๆ ก็ต้องปลูกต้นไม้เยอะๆ
(เปลืองชะมัด)

โดย tree spirit มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 9 แบบ
ออกมาแบบสุ่มแบบนี้ เมื่อไหร่ถึงจะได้ครบล่ะเนี่ย

แค่นั้นยังไม่พอ
กับ patch ล่าสุด ที่ทาง playfish บอกใบ้ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อนำ tree spirit มารวมกัน
ก็จะทำให้เกิดเป็น magic tree ขึ้นมาอีก
ข้อดีของ magic tree ก็คือมันไม่ตาย
ให้ผลผลิตตลอดไป
แต่
ให้ผลผลิตทุกๆ 24 ชั่วโมง
และให้เพียง 3 ผลเท่านั้น

ดังนั้นความแค้นจึงยกระดับขึ้นไปเป็นระดับสอง
ที่ต้องปลูกต้นไม้เยอะๆ
(สะสมความแค้นในระดับหนึ่ง)
แล้วหาทางเปลี่ยน tree spirit ไปเป็น magic tree
ซ้ำร้้าย ยังต้องระวังเพื่อนมาขโมยผลผลิตจาก magic tree
ที่ออกมาเพียงน้อยนิดอีก
กลายเป็นยุทธวิธีที่ต้องศึกษาและวางแผนการเล่นให้ดีๆ
เจ้าของฟาร์มก็หาทางป้องกันกันไป
หัวขโมยก็พัฒนาทริกต่างๆกันไป

เพื่อนๆ ที่รู้สึกไม่สะดวกใจ ที่แมวดื้อเข้าไปขโมยผักผลไม้ในฟาร์ม
..กรุณาแจ้ง..
อากาศสบายๆ ปลายสัปดาห์
หลังจากที่ช่วงต้นสัปดาห์มีลมหนาวพัดผ่่านมาให้รู้สึกเย็นๆ บ้าง
แต่ก็เริ่มอุ่นขึ้นมาอีกนิด
อากาศน่านอนแบบนี้ ต้องหาของหวานมาเติมพลังชีวิต
Yummy fridaY
สัปดาห์นี้ เห็นร้าน fairy cakes & patisserie น่าสนใจ
เดินทางก็ไม่ลำบากมากนัก
ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.bkkmenu.com เช่นเคย
== เริ่มต้นการคัดลอก ==
ที่ตั้ง :23/13-14 ซอยศาลาแดง 1 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม
โทร : 0-2636-0474
เปิดบริการ : 10.30 – 21.00 น.ทุกวัน
ราคาต่อคน : 45 – 120 บาท

พิกัดของเราในวันนี้เป็นร้านเค้กเล็กๆ หากแต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ที่นั่นก็คือ Fairy Cakes & Patisserie ร้านน่ารักแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง ดูสะดุดตาตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน โต๊ะเก้าอี้เหล็กสไตล์วินเทจน่านั่ง เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในที่ตกแต่งได้อย่างโคซี่ ด้วยโทนสีชมพูหวาน ประดับโคมไฟแชนเดอร์เลียร์ ตู้ไม้โชว์เค้กแบบโบราณผสมความคลาสสิค กล่องของขวัญและเครื่องครัวน่ารักๆ วางเรียงราย และยังมีมุมกระเช้าของขวัญของฝากแบบน่ารักกระจุกกระจิก ให้ซื้อติดไม้ติดมือไปฝากคนพิเศษได้ด้วยค่ะ



เค้กโฮมเมดของที่นี่เค้าทำออกมาในแบบ New York Style French Bakery อบกันใหม่ๆ ทุกวันที่ร้าน ด้วยฝีมือของ คุณบี๋ เจ้าของร้าน ซึ่งได้ร่ำเรียนและสั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 10 ปี บวกกับความใส่ใจเลือกใช้แต่วัตถุดิบเกรดดีนำเข้าจากต่างประเทศ วันนี้เราลอง Cupcake หน้าตาน่าทานอย่าง Vanilla Cupcake (ชิ้นละ 45 บาท) หอมกรุ่นกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ แป้งฟูนุ่มนิ่ม และ Chocolate Cupcake (ชิ้นละ 45 บาท) กัดเนื้อเค้กเข้มข้น หน้าบัตเตอร์ครีมสีหวานแหวว ต่อด้วย Banana Muffin (ชิ้นละ 45 บาท) มัฟฟินกล้วยหอมอร่อยแบบชิ้นเดียวไม่พอ


ลองชีสเค้ก Cherry Cheese Cake (105 บาท) เนื้อเนียนหวานอมเปรี้ยวนิดๆ, Red Valvet Cake (85 บาท) เค้กช็อกโกแลตสลับชั้นกับครีมสด แต่งหน้าด้วยน้ำตาลปั้นซานตาครอส, Holiday Cake (85 บาท) เค้กช็อกโกแลตหน้าครีมเบอร์รี่สีแดง ยังมีช็อกโกแลตแท้จากเบลเยี่ยมให้ลอง อาทิ Chocolate Candy (ชิ้นละ 30 บาท) เข้มข้น และ Truffle with Cashew Nut (ชิ้นละ 25 บาท) ดาร์กช็อกฯเคลือบมะม่วงหิมพานต์ หรือหากใครยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงมา ทางร้านมีบริการเสิร์ฟเมนูอร่อยทั้งแซนด์วิช เบอร์เกอร์ สลัด สปาเก็ตตี้ ฯ ให้ทานรองท้องด้วยค่ะ






== สิ้นสุดการคัดลอก ==
Link: www.bkkmenu.com
เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับเว็บ
fail.in.th
หลังจากเปิดตัวก็ add RSS เข้าไอโฟนทันที
(อาการติดจริงจัง)
ก็เปิดดูเป็นประจำ
จนกระทั่งวันหนึ่ง
เห็น logo ของเว็บแนวตั้ง
(คือรูปมันแนวตั้ง)
พอใส่โลโก้แนวตั้งก็แปลกใจ
เพราะเห็นเป็นกระต่าย
ก็พยายามดูเรื่อยมา
เก็บความลึกลับซ่อนเงื่อนไว้ในใจ
จนกระทั่งมาเจอรูปนี้ใน facebook
สิ่งที่คาใจก็ถูกเฉลยออกมา
ความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้
ภายใน
“เป็ดเหงื่อตก”
มันคือ
“กระต่ายตกมัน”
นี่เอง
WIN
![]()