วันก่อนเจอศัพท์คำหนึ่งใน tweet
“โรคลมหลับ”
จนมาเจอความหมายดังนี้

โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นอาการหลับอย่างกะทันหัน หรือ  สัปหงก (Narcolepsy)ไม่ว่านอนยังไงก็ไม่พอ จัดเป็นโรคทางจิตเวช เกิดจากความผิดปกติระบบสมอง (disease of brain)เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทส่วนหน้า (central nerverse system)อาการของโรคคือผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการหลับได้ ในแต่ละวันผู้ป่วยอาจจะรู้สึกง่วงมากจนต้องหลับไปอย่างกระทันหันได้หลายๆครั้ง มักจะหลับอย่างชนิดที่ฝืนลูกตาฝืนใจเท่าไหร่ก็แก้ไม่ให้หลับไม่ได้  ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เป็นการนอนหลับตอนกลางวัน และเป็นตอนที่ตื่นอยู่  เช่น อยู่ดีๆก็หลับไปเฉยๆ นั่งก็หลับได้ กำลังพูดคุยอยู่ดีๆ ก็หลับได้  การนั่งหลับสัปหงกในเวลาเรียนบ่อยๆ อาจหมดสติไป หลับในขณะขับรถ ยืนหลับตอนโหนรถเมล์ โรคนี้ทำให้เกิดอาการ ง่วงเหงาหาวนอนในเวลากลางวัน อาการหลับแบบไม่ปกติ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และมีอาการแปลกๆ ซึ่งอาจเป็นในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือหลายลักษณะก็ได้

[ที่มา:  www.suriyothai.ac.th ]

สิ่งที่น่าสนใจตามมา
ก็คือการศึกษาเรื่องของการนอนหลับ
พบข้อมูลหลายอันที่น่าสนใจ
ข้อมูลจาก

[ที่มา: health.buddythai.com และ my.dek-d.com ]

แมวดื้อขอหยิบบางประเด็นออกมาคุยกันนะ
รายละเอียดแนะนำให้อ่านจากลิงค์ข้างต้น
เขียนเอาไว้ละเอียดอยู่แล้ว

วงจรการนอนหลับ

จากกราฟแสดงการตื่นนอนเวลา 06.00 และเข้านอนเวลา 22.00

เส้นสีแดง แสดงถึงระดับความง่วง
ง่วงที่สุดตอน 24.00 และจะค่อยๆ ลดลงจนถึงประมาณ 10.00
จากนั้นระดับความง่วงจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงพีคที่ 14.00 และจะลดลงจนถึง 20.00
และจะค่อยเพิ่มขึ้นจนสูงสุดที่ 24.00 เป็นวงจรเช่นนี้ของทุกวัน

เส้นสีดำ แสดงถึงระดับความต้องการนอน
ซึ่งก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อตื่นนอน
เมื่อได้นอน ระดับดังกล่าวก็จะค่อยๆ ลดลง

== ความเห็นแมวดื้อ ==
จากตรงนี้ เวลา 10.00 น่าจะเป็นเวลาทอง
ที่เราสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
ระดับความง่วงลดต่ำ และความต้องการนอนก็ยังต่ำอยู่

จากกราฟ เป็นกรณีหากเราตื่นนอนเช้ากว่าปกติ มาเป็น 04.00

ระดับความง่วงของเราก็ยังคงเหมือนเดิม
แต่ระดับความต้องการนอนจะสูงกว่าปกติ
เนื่องจากความต้องการนอนจะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับหลังจากตื่น

ผลของระดับความต้องการนอนสูงมาก
ส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่า microsleeps
ซึ่งเป็นการหลับในช่วงสั้นๆ หรือวูบโดยไม่หลับตา
ระยะเวลาของ microsleeps คือประมาณ 2-3 วินาทีเท่านั้น
ถ้าหากคุยกับใครดึกๆ แล้วเค้าเงียบไป หรืองงว่าคุยอะไรอยู่
อาจหมายถึงเค้าอยู่ในภาวะนี้ได้
และหากภาวะนี้เกิดอย่างต่อเนื่อง อาจกลายเป็นการหลับในได้ในที่สุด

== ความเห็นแมวดื้อ ==
จากตรงนี้
ในช่วงเวลา 10.00 ก็ยังถือว่าเป็นเวลาทองอยู่เช่นเคย
เวลาที่จะมีปัญหา (จากวงจรปกติ)
กลับเป็นช่วง 20.00 จนถึงเมื่อล้มตัวลงนอนต่างหาก
ที่จะมีระดับความต้องการนอนสูงมาก (กว่าปกติ)

จากกราฟ เป็นกรณีหากเรางีบตอนประมาณ 14.00
(โดยยังคงตื่นและเข้านอนตามปกติ)

การงีบทำให้ระดับความต้องการนอนลดลง
และจะค่อยๆ สูงขึ้นเมื่อตื่น (จากงีบ)
ดังนั้นจึงอาจใช้เทคนิคการงีบนี้
ทำให้ระดับความต้องการนอนไม่สูงมากในช่วงก่อนนอน

== ความเห็นแมวดื้อ ==
จากตรงนี้
อาจเป็นทริกเล็กๆ ที่นำมาผสมผสานกัน
คือถ้าเราตื่นเช้ากว่าปกติ เราก็อาจงีบเล็กๆ
เพื่อไม่ให้ง่วงมากก่อนนอนในเวลาปกติ
หรือหากรู้ตัวว่าจะต้องตื่นดึกกว่าปกติ
ก็อาศัยงีบตอนกลางวัน ช่วยให้อยู่ดึกได้อย่างไม่ง่วงมากได้

ระยะในการหลับ

เมื่อเราทราบวงจรการนอนหลับ
จากตื่นนอนมาจนถึงนอนหลับ
ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
คราวนี้มาลองเจาะลึกถึงระยะของการนอนหลับกันดูบ้าง
เผื่อจะเป็นคำตอบให้กับหลายคนได้ว่า
ควรจะนอนกี่ชั่วโมง
หรือ
ควรจะงีบนานเท่าไหร่ดี

จากกราฟ แสดงระยะในการหลับ
แนวนอนคือระยะเวลาที่นอน
เริ่มจากเมื่อเรานอน
เราจะยังไม่หลับทันที จะเห็นได้ว่ามีระยะนิดนึงก่อนเข้า stage 1
เมื่อเราหลับแล้วก็จะเข้าสู่ stage 1-2-3-4
เรียงกันไปตามลำดับ

Stage 1
หลับตื้นๆ กล้ามเนื้อทำงานช้าลง
อาจมีกล้ามเนื้อกระตุกบ้างในบางครั้ง

Stage 2
อัตราการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจลดลง
อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงเล็กน้อย

Stage 3
เริ่มหลับลึก
สมองเริ่มส่งคลื่นเดลต้า
ซึ่งเป็นคลื่นไฟฟ้าที่สมองจะปล่อยออกมา ก็ต่อเมื่ออยู่ในระยะหลับลึกเท่านั้น

Stage 4
หลับลึกมาก
อัตราการหายใจ และการทำงานของกล้ามเนื้อจะลดต่ำมาก
สมองส่งคลื่นเดลต้าออกมา

เมื่อเรานอนหลับ ก็จะเข้าสู่ stage 1-2-3-4
จากนั้นก็จะย้อนกลับ 4-3-2-1 เป็นวงจร
แต่ก่อนที่จะเข้าวงจรในรอบต่อไป
จะมีระยะที่เรียกว่า REM (Rapid Eye Movement)
ซึ่งเป็นระยะที่มีการกรอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว
กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
การหายใจจะอยู่ในลักษณะที่เร็วและตื้น
ระยะนี้จะช่วงที่มีการฝันเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าในระยะ REM นั้นช่วยลดความเครียด
และทำให้จดจำบางเรื่องได้นานขึ้น
ถือได้ว่าระยะ REM นี้เป็นระยะของการ “ผ่อนคลายทางด้านจิตใจ”
ในขณะที่ stage 1-2-3-4 นั้นเป็นระยะของการ “ผ่อนคลายทางด้านร่างกาย”
ถ้าหากตื่นนอนในระยะ REM ก็จะทำให้สามารถจดจำความฝันนั้นได้ด้วย

ระยะเวลาจากเริ่มนอนจนถึงเริ่มฝัน จะได้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
เมื่อเข้าสู่วงจรนอนหลับในรอบต่อๆ ไป
stage 3-4 ของวงจรก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

== ความเห็นแมวดื้อ ==

ย้อนกลับไปที่คำถามที่เกริ่นไว้ตอนต้น
ที่ว่า “ควรนอนกี่ชั่วโมงดี”
คำตอบก็คือ “ครบวงจรการนอน”
คือให้ตื่นในระยะ REM หรือ stage 1
วิธีการเช็คที่ง่ายทีสุด
ก็คือหากเราตื่นขึ้นมาแล้วจำได้ว่าเราฝันอะไร
(เอาเดี๋ยวนั้นตอนตื่นนะ ไม่ใช่ตื่นนานแล้วมานั่งนึกว่าฝันอะไร)
ให้รีบจดระยะเวลาเอาไว้เลยว่าเรานอนนานแค่ไหน
นั่นคือระยะเวลาที่ตกในช่วง REM
ซึ่งจะถือว่าครบวงจรการนอนพอดี
ตัวเลขที่ได้ อาจจะมีได้หลายค่า
(เพราะในการนอนหลับ 1 ตื่น มีหลายวงจรการนอน)
ดังนั้นนอนน้อย นอนมากมีผลต่อทางด้านร่างกาย
แต่นอนให้ครบวงจรการนอน มีผลต่อทางด้านจิตใจ

มาถึงคำถามที่สอง
หากเราจะงีบ ควรจะงีบนานเท่าไหร่ดี
คำตอบก็คือพยายามอย่าให้นอนหลับไปเกิน stage 2
เนื่องจากพอเข้า stage 3 สมองก็จะเริ่มส่งคลื่นเดลต้าออกมา
ในระยะนี้จะเข้าสู่การพักผ่อนของร่างกาย
หากมีการขัดขวางกระบวนการ พอตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกเหนื่อย
เหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม
ถ้าจะงีบยาวจนเข้า stage 1-2-3-4-3-2 แล้วค่อยตื่น
ก็อาจจะโดนเจ้านายเชิญไปนอนต่อที่บ้าน
ดังนั้นระยะเวลาในการงีบ ก็น่าจะไม่เกิน 45 นาที (ก่อนเข้า stage 3)

รู้แบบนี้กันแล้ว
ก็อย่าลืมไปปรับการนอน/งีบให้เหมาะสมกับแต่ละคนด้วยนะ

:lol: :lol:


วันนี้วันออกพรรษา
เมื่อคืนนี้ก็ไปดริ้งแดร้งดรั้งกันแล้ว
วันนี้เข้าวัดเข้าวากันเสียหน่อย
วันออกพรรษานั้นตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
เพิ่งรู้จากหลวงพ่อว่า
จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ว่าบ่ายวันนี้ปาวารณาเรียบร้อย
แล้วจะออกพรรษาทันที
เนื่องจากในวันเข้าพรรษานั้นเราก็จะเริ่มนับที่แรม 1 ค่ำ เดือน 8
ดังนั้น ถ้าหากจะนับให้ครบ 1 พรรษา
จึงจะต้องไปสิ้นสุดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

แมวดื้อไปทำบุญตักบาตรที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์
ตอนเด็กๆ ที่โรงเรียนมักจะพานักเรียน
มาทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัดนี้เป็นประจำ
สมัยก่อนรู้สึกไกลมาก
แต่ตอนนี้ (เริ่มแก่หล่ะ) รู้สึกว่าใกล้นิดเดียวเอง
อาจเพราะไปเที่ยวเกาะเกร็ดอยู่หลายครั้ง
ก็เลยรู้สึกว่าใกล้กระมัง
(ทั้งที่จริง ออกจะไกลอยู่สักหน่อย)

หลังจากตักบาตร ทำบุญ อาราธนาศีลเรียบร้อย
ก็เดินเล่นอยู่ในวัด
ปล่อยให้คุณน้าฟังเทศน์ไปจนเกือบเพล


จากสองสามวันก่อน
ที่มีการ tweet นัดมินิมีตติ้ง
วันนี้แมวดื้อก็เลยแว่บงานออกไปเจอเพื่อนๆ ในกลุ่มนี้
เริ่มจากร้าน “จุฑารส” ตรงข้ามสยามสแควร์ซอย 1
ป้าแก้ว (@duangkeo) เอาคัพเค้กมาฝากด้วย

พนักงานของร้านนี้เป็นนินจา
เวลาจะสั่งอาหารอะไรต้องคิด หรือว่าจดไว้ในมือเลย
ถ้าสั่งไปหนึ่งอย่างแล้วเปิดเมนูไล่ดูอย่างอื่น
พนักงาน (คนดังกล่าว) ก็จะหายตัวไปอย่างลึกลับ
และเป็นแบบนี้อยู่ตลอดเวลา
เพื่อนๆ ประสบกันหลายคน
เอิ้ก..เอิ้ก

หลังจากนั้นก็หายไปร้าน To-SIT
ไปนั่งจิบเบียร์เม้าท์กันต่อ
ซึ่งเวลาที่นัดเจอกัน นานๆ ครั้ง
ก็จะมีเรื่องคุยกันเยอะไปหมด


Yummy fridaY
สัปดาห์นี้เป็นร้านน่ารักๆ ในซอยสุขุมวิท 24
กระจกใส ถ้าฝนตก ถ่ายรูปออกมา น่าจะได้บรรยากาศดี
ขนมและเครื่องดื่มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เดินทางจาก BTS อาจไม่สะดวกเล็กน้อย
แต่ในซอยนี้เรียกมอร์เตอร์ไซต์รับจ้างไม่ยาก
ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.bkkmenu.com เช่นเคย

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

ที่ตั้ง : 50/4 ซอยสุขุมวิท 24 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทร : 0-2661-1930
อีเมล์ : fresh@ohana.co.th
เว็บไซต์ : www.ohana.co.th, www.facebook.com/ohana
เปิดบริการ : ทุกวัน 09.00 – 21.00 น.
ราคาต่อท่าน(โดยประมาณ) : 200 – 300 บาท

ร้านกาแฟเก๋ๆ แห่งนี้ เปรียบเสมือนโอเอซิสอันแสนร่มรื่นกลางซอยสุขุมวิท 24
ตัวร้านเป็นเรือนกระจกใส เห็นแนวต้นไม้สีเขียวด้านนอก มีต้นไม้ใหญ่อายุหลาย
สิบปีแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ภายในตกแต่งได้อย่างน่านั่ง เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์
เรโทรและเครื่องใช้ต่างๆ ให้กลิ่นอายความเป็นคาเฟ่ญี่ปุ่นน่ารักๆ ในโทนสีไม้
สบายตา มีมุมชั้นวางหนังสือ Travel และ Cooking ให้เราหยิบอ่านกันเพลินๆ

ที่ โอฮานา ต้อนรับ Coffee Lover ทั้งหลายด้วย Kona Coffee เป็นกาแฟเมล็ด
พันธุ์ท้องถิ่นของฮาวาย ซึ่งมีเอกลักษณ์พิเศษต่างจากที่อื่น คือมีกลิ่นหอมผลไม้เคล้า
กลิ่นซินนามอนอ่อนๆ รสชาตินุ่มนวลหอมหวานและไม่เข้มมากนัก นอกจากกาแฟ
ยังมีเมนูโฮมเมดที่ทำกันแบบสดใหม่ทุกวันทั้งแซนด์วิช ครัวซองท์ และเบเกอรี่

อันดับแรกเป็น Iced Espresso Latte (90 บาท) ก้อนน้ำแข็งเอสเพรสโซ่รสเข้ม
ให้เราค่อยๆ เติมฟองนมนุ่มกับไซรัปได้ตามชอบ ความพิเศษของแก้วนี้คือรสชาติ
จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ จากเอสเพรสโซ่ที่ละลายลง ต่างกาแฟเย็นทั่วไปที่เราเคยดื่มกัน
หรือจะลอง Iced Caffe‘ Latte (100 บาท) หวานหอมกลมกล่อมแบบพอดี

มาถึงไฮไลท์ของที่นี่คือ Hawaiian Kona Coffee (140 บาท) กับดีกรีความเข้ม
ที่บางกว่าเอสเพรสโซ ดื่มร้อนๆ ผ่อนคลาย หอมกลิ่นซินนามอนอ่อนๆ แนะนำให้
ทานคู่กับ Croissant (45 บาท) ครัวซองท์โฮมเมดแป้งหอมนุ่ม ไม่เพียงกาแฟ
รสชาติดี มีเครื่องดื่มชาให้ชิมตั้งหลายอย่าง ที่อยากให้ลองคือ Matcha Float
(140 บาท) ชาเขียวญี่ปุ่นแท้กับนมสด ท้อปปิ้งด้วยไอศครีมวนิลลา แก้วนี้ขอบอก
ว่าหอมกลิ่นมัชฉะสุดๆ เลยล่ะ

เบเกอรี่โฮมเมดที่เรา Highly Recommend คือ Chocolate Mauna Loa
(200 บาท) เค้กช็อกโกแลตอุ่นๆ ตักเจอไส้ช็อกโกแลตลาวาเข้มข้ม ทานคู่กับ
ไอศครีมวานิลลาและวิปปิ้งครีม, Strawberry Waffle with Vanilla Ice-
cream (180 บาท) แป้งวาฟเฟิลอบอุ่นๆ กรอบนอกนุ่มในกับสตรอเบอร์รี่สด
มีไซรัปให้หยดเติมความหวานได้อีก, Fudge Brownies (40 บาท) ชอบตรง
เนื้อฟัดจ์บราวนี่ส์นุ่มหนึบกับช็อกโกแลตเข้มข้น

ใครท้องว่างแนะนำแซนด์วิชอร่อยๆ อย่าง Parma Ham with Rocket and
Tomato Sandwich (240 บาท) ขนมปังฝรั่งเศสอบทำใหม่ๆ ไส้พาร์มาแฮม
มะเขือเทศ ผักร็อกเก็ตสด, Cuban Sandwich (240 บาท) อร่อยแน่นเต็มคำกับ
เนื้อหมูย่าง สวิสชีส แฮม และแตงกวาดอง นอกจากนี้ทางร้านมีเซตอาหารกลาง
วันประเภทพาสต้า สลัด ซุป ไว้บริการด้วยค่ะ

== สิ้นสุดการคัดลอก ==

Link: www.bkkmenu.com


วันนี้.. จู่จู่ก็ฮัมเพลงนี้ขึ้นมาเบาเบา
ก็เลยเปิด iTunes นั่งฟังเพลงนี้อยู่หลายรอบ

ฟังไปฟังมา
แล้วก็เลยหาเนื้อเพลงมาใส่เข้าไปในไฟล์เพลงซะเลย
จนไปเจอกระทู้ในพันทิพ
มีประเด็นที่น่าคิดตามอยู่เหมือนกัน

== เริ่มต้นการคัดลอก ==

สุดท้ายคนเราก็ต้องอยู่คนเดียว…คนรักก็แค่ตัวแถมของชีวิต << สัจธรรมหรือแค่คำปลอบใจ?

…ใช่อยู่หรอกว่า คนเราควรดำรงชีวิตคนเดียวให้ได้ เกิดมาคนเดียว ก็ตายคนเดียวล่ะนะ
แต่ที่เป็น สัจธรรมจริงๆ คือ มนุษย์น่ะ เป็นสัตว์สังคม ที่ช่างอ่อนแอ น่าสมเพชจะตาย
เราอยู่ไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีใครสักคน หรือ อะไรสักอย่าง…
เราๆ ไม่ว่าจะ ชาย หญิง หรือ เพศทางเลือกไหนๆ ต่างก็ หมกมุ่น ฝักใฝ่ ยึดติด ศรัทธา กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ
แต่ละคน ก็สรรหากันมา ไม่ว่าจะเป็น คนรัก พ่อแม่ ลูกหลาน เพื่อน หมา แมว
การเรียน การงาน เงินทอง เสื้อผ้า ยาสูบ รถยนต์ เซ็กส์ แสงสี
ธรรมชาติ สังคม การเมือง สัทธิ ศาสนา ศาสดา พระเจ้า อวกาศ…
โอ้ววว… และอื่นๆ อีกมากมาย… (-_-“)

…เหมือนเราเกิดมาเพื่อ”ขาด” แล้วใฝ่หาอะไรมาเติมให้เต็มตลอดเวลา…

มันจึงไม่แปลกอะไร ที่จะเห็นคู่(ที่เค้าว่า)รัก
ที่มีแต่ความทุกข์(ในสายตาเรา) แต่ก็ยังทนอยู่กันได้ คงเพราะ…
…we all need somebody… (-_-“)

สรุป… ใครบอกว่าอยู่คนเดียวก็มีความสุขได้ ข้าพเจ้าไม่เชื่อ ไม่จริ๊งงงงงง….
ไม่มีคนรักน่ะใช่นะ แต่ไม่มีใครสักคนเลยน่ะ เป็นไปไม่ด๊ายยยยย…. >_<”

== สิ้นสุดการคัดลอก ==
Link: www.pantip.com

เพื่อนๆ คิดกันยังไงบ้าง

:cool::cool:


More Posts


Canon Photo Marathon Thailand 2009
September 30, 2009

Canon Photo Marathon Thailand 2009

Country Story
September 29, 2009

Country Story

Green Concert #12
September 27, 2009

Green Concert #12

Music Chill Out – Sep 2009
September 26, 2009

Music Chill Out – Sep 2009