สัปดาห์ก่อน
ผิดหวังเล็กๆ กับ push
ที่ไปหามาดูตาม Top Movie Sale ใน iTunes Store
สัปดาห์นี้ยังไม่เข็ด
เห็นเรื่องนี้น่าสนใจ
เปิด trailer ดู
โห.. animation เรื่องนี้สีสวย
เนื้อเรื่องก็เหมือนจะใช้ได้
รีบหามาดูเลย

เอาไว้รอดูกับหวานใจดีกว่า
เดี๋ยวโดนบ่น
หุ..หุ


หลายสัปดาห์ก่อน
เห็น tweet เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
ตอนนี้เห็นโปสเตอร์เต็มๆ ของหนัง
น่าสนใจทีเดียว
หุหุ

Official Link: www.myexthemovie.com 


วันนี้อ่าน tweet แล้วของขึ้นอีกแล้ว
ฮ่า..ฮ่า
ด้วยการนำเสนอ
ของบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกตนเองว่า
“สื่อ”

หลายต่อหลายครั้ง
ที่มีการนำเสนอข่าวสาร
ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ รับรู้
โดยใช้ “ข้อความชี้นำ”
ไม่ว่าจะเป็นการจงใจ ให้ดูมีสำนวนของตนเอง
หรือเป็นความเคยชิน เขียนความคิดตนเองเข้าไปด้วย
แมวดื้อมองว่าเป็นการชี้นำ.. แบบน่ารำคาญ

แมวดื้อไม่รู้ว่า ในหลักสุตรเค้าเรียนอะไรกันบ้าง
อาจจะเรียนวิชาการปลุกระดม หรือจิตวิทยา
แบบที่มีการศึกษาในวิชาทหาร
(เรียน ร.ด. ก็มีเหมือนกัน)
จึงทำให้พยายาม “ยัดเยียด” หรือชี้นำให้ผู้รับสาร
เกิดความคล้อยตาม

สำหรับการศึกษาทางสายการแพทย์
แมวดื้อเข้าใจว่าจะถูกสอนให้ระวัง การกระทำดังกล่าวเป็นอย่างมาก
เพราะการชี้นำจะทำให้เรารวบรวมข้อมูลได้ผิดพลาดง่ายมาก
เช่น

“น้ำมูกข้นไหม”

คำถามมันจะกลายเป็นขั้นแอดวานซ์
คำถามก่อนหน้านั้น ควรจะเป็น
“มีน้ำมูกหรือไม่”
คนไข้อาจจะหยุดคิดสักนิด
ว่าตนมีน้ำมูกหรือไม่
การถามคำถามว่าน้ำมูกข้นหรือไม่
เป็นการชี้นำให้คนไข้คิดไปก่อนว่ามีน้ำมูกแน่นอนแล้ว

ยิ่งเป็นในสัตว์
การถามเจ้าของสัตว์ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก
เจ้าของบางราย
แยกระบบทางเดินหายใจ กับระบบทางเดินอาหารไม่ได้
ซึ่งการขี้นำ โดยคำถามที่ใช้คำว่า “อาเจียน”
ต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะสิ่งที่สัตว์แสดงอาการ มีเสมหะในคอ และพยายาม “ขาก” ออกมา
(อยู่ในระบบทางเดินหายใจ)
แต่คำว่า “อาเจียน”
จะนำไปสู่ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร
มันคนละเรื่อง (คนละระบบ) กันเลย

:evil::evil:


เมื่อตอนต้นเดือน พี่ป๊อบ ทรงศักดิ์
ส่งลิงค์ไอทูนส์มาให้
เป็น pilot episode ของซีรีส์เรื่องใหม่
Warehouse 13

เรื่องราวของ warehouse 13
แหล่งเก็บสิ่งของ ชิ้นส่วน ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ
ตัวซีรีส์ออกเป็นแนว sci-fi แบบจบในตอน
วันนี้ที่ US ฉายถึง episode 04 แล้ว
เริ่มมีเนื้อเรื่องน่าสนใจ นอกเหนือจากพลังที่อยู่ในสิ่งของต่างๆ
ดูทันที่ออกอากาศใน US เลย
หุ..หุ

;-);-)


สำหรับหลายคนที่ใช้ twitter client
อาจจะยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
หรือหากไม่ได้ใช้ twitter client
แต่ login ทิ้งไว้เลย
ก็จะเข้าไปยังหน้า timeline ของ user ไป
ซึ่งก็จะไม่เห็นหน้าตาแบบนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร
จากคำโปรยเดิม
What are you doing?
ที่เรามักจะใช้เป็นคำตอบ
เวลามีคนถามว่า twitter คืออะไร
ถ้าลองเล่นดูสักระยะหนึ่ง
จะเข้าใจแนวคิดของ
What are you doing?
ว่ามันคืออะไร
แต่สำหรับมือใหม่
หรือคนที่ยังไม่เคยเล่น
จะนึกไม่ค่อยออก
แล้วจะมีคำถามกลับมาทุกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น

“ทำไมฉันต้องบอกเรื่องของตัวเองให้คนอื่นรู้ด้วย”
“ทำไม่่ฉันต้องอยากรู้เรื่องคนอื่นด้วย”

มันมักจะเป็นทำนองนี้
ลองอธิบายสัก 2-3 รอบ
หากไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องเล่นแล้วกัน
เอิ้ก..เอิ้ก

จากการเปลี่ยนแปลงเป็น

See what people are saying about…

เป็นการเปิดความคิดให้กว้างไป
จากสิ่งที่หวนคิดไปถึง “เรื่องของตัวเอง”
ไปเป็นข้อมูล หรือเรื่องราว มากมาย ที่เค้าคุยกัน
ในขณะเดียวกันมันก็จะยังมีรูปแบบแนวคิดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ยกตัวอย่างคล้ายๆ กับว่าเราเป็นผู้พูด
มีเพื่อนๆ หลายคน พูดคุยกันถึงเรื่องเดียวกัน
(ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว)
เมื่อถึงเวลาทำงาน หรือครอบครัว หรือเวลาส่วนตัว
เราก็จะบอกว่าเราไม่พร้อมที่จะพูดคุยในขณะนั้น
(เป็นเรื่องส่วนตัว เช่น ไปห้องน้ำ, ปิดคอมกลับบ้าน, ไปรับลูก, นอนแล้ว ฯลฯ)
นับว่าเป็นวิธีคิดอันแยบยลทีเดียว

แล้ววันนี้..คุณ tweet หรือยัง

:x :x

 


More Posts


Chocolate
July 27, 2009

Chocolate

PEPTEiN
July 26, 2009

PEPTEiN

Push
July 26, 2009

Push

iMac Faulty Screen
July 25, 2009

iMac Faulty Screen

จีจ้า ดื้อ สวย ดุ
July 25, 2009

จีจ้า ดื้อ สวย ดุ