ต่อกับวันที่สอง
เนื่องจากเป็นทริปพักผ่อน
ก็เลยไม่ได้วางแผน จะไปเที่ยวที่ไหน
ตื่นเช้ามา
ก็ลุยอาหารเช้าของทางโรงแรมเลย
เนื่องจากค่าที่พัก รวมอาหารเช้า
มีเหรอจะพลาด
อิอิ


ABF ตามสไตล์โปรด 


แน่นอน กาแฟ ขาดไม่ได้
รูปนี้ เป็น error ของไอโฟนนะนี่ ไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย 😉


ABF ของหวานใจ
เห็นรังไหม คว้าน้องมานั่งกินอาหารเช้าด้วย

อาหารเช้าที่โรงแรมนี้ นอกจากจะมีอาหารเช้าแบบฝรั่งแล้ว
ก็ยังมีสลัด ข้าวแกง แล้วก็ข้าวต้มแบบไทยๆ ด้วย
ลองสักหนึ่งถ้วย

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ
ก็นั่งๆ นอนๆ อยู่แถวโรงแรม
ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ ซึ่งนานทีปีหนจะลงสระของโรงแรมที่ไปพัก
ส่วนใหญ่จะนอนเป็นหลักมากกว่า ฮ่า..ฮ่า
เล่นน้ำไปพักใหญ่ๆ ฝนก็ตกไล่ให้ขึ้นจากสระ
หมดวันไปโดยเร็ว

มื้อเย็น
ตั้งเป้าเอาไว้ว่า ยังไงมื้อนี้ ก็ขอกินอาหารทะเลให้เต็มที่
ไม่ได้แบกกล้อง SLR ไปกินข้าวด้วย
(รู้สึกว่าทริปนี้ แบก D-SLR กับขาตั้งกล้องไป แต่แทบไม่ได้ใช้เลย ฮ่า..ฮ่า)
สองแถวมาส่งพวกเราที่สุดหาดพัทยาใต้
ก็เล่นมาจนถึงร้านประจำ “ตังเก”
ที่ดูหรูหราไฮโซยิ่งขึ้น
น่าเดินเข้าไป มากกว่าแต่ก่อน ที่แทบจะเป็นทางมืดๆ แคบๆ น่ากลัว

บรรยากาศคืนนี้ สบายดีทีเดียว
ไม่ร้อนอบอ้าว ไม่มีฝนด้วย
ได้บรรยากาศแบบนี้ ต้องสั่ง “ชาเขียวดาวแดง” กันหน่อย


H/L 135 บาท


มีแอลกอฮอล์ ต้องกินอาหารทะเล น้ำจิ้มเปรี้ยวๆ :P~


ข้าวผัดปู M (150 บาท)
แมวดื้อชอบข้าวผัดปู ร้านตังเก กับที่โรงแรมเอเซียมากเลย
มันไม่เหมือนที่อื่นนะ ต้องลองไปกินดู
ตอนแรกหวานใจเฉยๆ แมวดื้อจะสั่งจาน L มาแล้ว หวานใจบอกกินไม่หมด
ก็เลยสั่ง M สุดท้ายก็ต้องเบิ้ล สองจาน
อิอิ
นานๆ จะเห็นหวานใจ “เบิ้ล” สักที ปกติจะบอกว่า กินที่ไม่ได้กินดีกว่า 😉


กุ้งลายเผา 4 ตัว (จานนี้ 759 บาท)
เนื้อแน่น ตัวใหญ่ อร่อยมาก :P~


ปลากระพงขาวนึ่งมะนาว (420 บาท)
กินปลาซะหน่อย จะได้บำรุงสมอง
หวานใจบอกว่าจานนี้ธรรมดา
แมวดื้อก็ว่าใช้ได้ แต่ต้องกินตอนร้อนๆ ถ้าเย็นแล้วมันจะจืดนิดๆ


กั้งทอดกระเทียมพริกไทย 2 ตัว (380 บาท)
หวานใจบอกว่า กั้งที่นี่อร่อยกว่ากุ้ง
แต่แมวดื้อว่าเนื้อกุ้งมันมากกว่านะ ราคาก็พอๆ กัน

รวมค่าเสียหาย ข้าวเปล่า ผลไม้ น้ำเปล่า น้ำแข็ง
เบ็ดเสร็จแล้ว มื้อนี้สองพันเศษ
ก็โอเคนะ เอาหวานใจมาเลี้ยงวันเกิดล่วงหน้า laugh

เดินออกจากร้านตังเกมา ก็เจอไอติมหลายร้าน
ก็อยากกินนะ แต่ว่าอิ่มมากเลย
หวานใจ ไปซื้อเสื้อใน royal garden plaza pattaya
เดินย่อยกันไม่ถึงชั่วโมงดี
เดินผ่านร้าน pan pan
แมวดื้อก็เลยชวนแวะ
กินกาแฟซะหน่อย


บรรยากาศร้านนี้ดีมากเลย
ถ้านั่งห้องแอร์ ก็แอร์เย็น ที่นั่งสบาย
ถ้านั่งข้างนอก ก็รับลมทะเล เพราะอยู่ติดชายหาดเลย

ขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่นั่น
ก็เจอพิธีกรในทีวี (ที่เพิ่งดูวันนี้เอง)
ฮ่า..ฮ่า
เป็นพิธีกรของ RS ก็คุ้นๆ กันนะ แต่ไม่แน่ใจ
สักพัก ก็มีศิลปินของอาร์เอส สาวๆ ค่อยๆ เดินเข้าร้านมาหลายคน
โป๊ะเชะเลย แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปไว้หรอกนะ เฉย..เฉย

ตลกดี
บ่อยครั้งที่ไปทริป yummy ที่ไหน มักจะเจอศิลปินอาร์เอส
แต่ถ้าไปเดินห้าง หรืองานไอที มักจะเจอศิลปินแกรมมี่ 

หวานใจสั่งไอติมมาจนได้

สรุปวันนี้ อิ่มมากอีกวัน

-enjoy eating-


สัปดาห์นี้เปลี่ยนบรรยากาศ
ไปหาอะไร yummy ถึงพัทยา
ประจวบเหมาะกับทาง hosting จะอัพเกรด server พอดี 
แปลว่าสุดสัปดาห์นี้ อาจไม่ต้องสนใจเว็บที่ดูแลอยู่ก็ได้
จัดแจง backup ข้อมูลเว็บทั้งหมดเสร็จ
ก็ยัดกล้องใส่กระเป๋า เดินทางสู่พัทยา

เหมือนฟ้าฝนไม่เป็นใจ
เริ่มออกเดินทางตอนบ่ายสาม
ฝนก็ตกลงมาสู่มหานครเมืองหลวงอย่างหนัก
กว่าจะขึ้นรถทัวร์มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยาก็ห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว

สืบเนื่องจากงานท่องเที่ยวฯ ในคราวก่อน
(สุดสัปดาห์นี้ ก็มีงานท่องเที่ยวฯ อีกรอบพอดี)
หวานใจได้ไปจองแพคเกจโรงแรมไว้สองครั้ง
แต่ก็ไม่ได้ไปสักที จนกระทั่งสิ้นสุดเดือนนี้
แมวดื้อเลยหาทางรวมสองครั้งนั้น ให้กลายเป็นสามวันสองคืนแทน
ซึ่งทางโรงแรมก็ยินดี อาจด้วยเป็นเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซัน (อย่างหนัก) หุหุ

หลังจากหลับเป็นตายบนรถทัวร์ไปสองชั่วโมง
เราก็มาถึงท่ารถที่พัทยา
ลงจากรถได้ ไม่แน่ใจเรื่องการเดินทางระหว่างโรงแรมกับแหล่ง (เที่ยว) กิน
จริงๆ โรงแรมนี้อยู่บนเขา ซึ่งหากไม่ได้ขับรถไป อาจลำบากนิดนึง
ค่าเหมารถจากโรงแรม ลงมายังพัทยาใต้ ย่านท่องเที่ยว (กลางคืน) 
ครั้งละร้อย ถือว่าค่อนข้างเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 
แต่ทำไงได้ เพราะมันอยู่บนเขา ไม่ใช่เส้นทางผ่าน ตามปกติ
ทริปครั้งนี้ ก็เลยต้องวางแผนกันสักนิด ว่าจะไปไหน อย่างไร
สำหรับวันนี้ ไม่แน่ใจว่า จะมีรถหรือไม่ ก็ตัดสินใจเข้าโรงแรมก่อน
หลังจากเช็คอินเรียบร้อย ก็ออกหากิน เอ้ย.. หาอะไรกินทันที
แต่ด้วยความที่ืมืดแล้ว ไม่อยากออกไปในเมือง (พัทยา)
เลยหาอะไรกินแถวหน้าโรงแรมแทน (ก็ไม่ค่อยอยากอาหารโรงแรมนี่นา)

และแล้วก็กินกับข้าวกันตาย
ที่เรียกว่าหากินได้ง่ายมาก
ไม่ต้องไปถึงพัทยาก็ได้
ฮ่า..ฮ่า


เพิ่มบรรยากาศด้วยแอลกอฮอล์


ไข่ยัดไส้


ปลาหมึกผัดพริกแกง


เผ็ดๆ ก็ต้องกินกับไอ้นี่ อิอิ


กระเพราเนื้อ
ที่กทม.หากินยากสักหน่อย เพราะไม่ค่อยขายเนื้อกัน
แต่ต่างจังหวัด แม้ร้านเล็กๆ ก็มีเนื้อ (วัว) กินกัน


ราดซอสสักนิด แล้วเปิดให้ดูไส้ข้างใน

มื้อนี้ enjoy แบบทั่วไป
กระเพราเนื้อเผ็ดนิดนึง แต่สะใจดี เนื้อแน่นไม่ติดมัน
ไข่ยัดไส้ มีหมูสับ วุ้นเส้นด้วย อร่อยดี
ปลาหมึกผัดพริกแกง เด้งดึ๋งดั๋ง กินกับแอลกอฮอล์ เวิร์คมาก
ยิ่งมากินถึงชายทะเล (แม้ร้านไม่ได้เห็นทะเลเลยสักนิดเดียว) ยิ่งได้บรรยากาศ

 


เพิ่งรู้สึกตัวเอง ว่าเดินร้านหนังสือน้อยลง
จากที่เคยเดินบ่อยๆ ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ
หรือต้องรอใคร ก็จะเข้าร้านหนังสือ
แต่เดี๋ยวนี้ แทบไม่ได้เข้าร้านหนังสือเลย
มีหนังสือหลายเล่ม ที่เล็งๆ ไว้ ก็พลาดไปหลายเล่มเหมือนกัน
คือกว่าจะนึกออก ก็หมดซะก่อน

หนังสือเกี่ยวกับไอโฟน ที่เล็งไว้คราวก่อน
ได้เวลาซื้อสักที
เปิดอ่านแบบผ่านๆ ตามเคย
เหมือนสมาธิสั้นลง
คงต้องหาหนังสือมาอ่านมากขึ้นแล้ว


งานนี้มีไปเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา
วันอาทิตย์ หลังจากออกจากสวนรถไฟ
ก็มาต่อกับงานของ green wave ที่เซนทรัลเวิร์ด
แล้วก็เดินมายังพารากอน
ปกติ ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปบุคคลสักเท่าไหร่
แต่เห็นเค้าถ่ายกัน แบกกล้องมาพอดี
ก็เลยเอาซะหน่อย
จะบอกว่า “ตกยุค” อย่างแรง
รู้จักอยู่ไม่กี่ตัวละครเอง
ไม่รู้ว่า น้องๆ หลานๆ เค้าแต่งคอสเพลย์เป็นตัวอะไร
ฮ่า..ฮ่า


ป้ายงาน ที่ลานด้านนอกของ siam paragon


คาแรกเตอร์ตัวนี้ กินชอคโกแลตตลอด (หรือไงหว่า) กลับบ้านไป น้องอ้วนแน่ๆ (ฮา)


อีกหนึ่งคาแรกเตอร์ที่เกี่ยวพันกับชอคโกแลต


หวานใจชอบน้องคนนี้ ตาแดง เท่มาเชียว


คนนี้ เท่ไม่แพ้กัน จะแต่งไฟลุกบนมือให้แล้ว ทำไม่เป็น (ฮา)


คาแรกเตอร์นี้ เห็นกรงเล็บ แล้วหนักแทน


คาแรกเตอร์สุดฮิต กับเด็กในยุคนี้


น้องคนนี้ อยู่ท่านี้ตลอด ไม่รู้ปวดหัว หรือยังไง คริคริ


คาแรกเตอร์นี้ ไม่รู้ตัวอะไร แต่น้องน่ารักมาก ขอบอก (ฮิ้ว)


มีเดี่ยว ก็ต้องมีแบบมาเป็นคู่


คาแรกเตอร์นี้ กลัวดำ เอ้ย.. ต้องอำพราง เห็นแล้วร้อนแทนเลย


น้องคนนี้เล่นกล้องมาก ถ่ายมาหลายรูป ตามองกล้องทุกรูปเลยสิน่า มีแววเป็นดาราได้เลยน้อง


ชุดเมด หรือที่ตาลุงทั้งหลายชื่นชอบ (ฮา)


หวานใจส่งเจ้าเคโระ โคเระ อะไรวะ (ฮ่า..ฮ่า) ให้เค้าถือ เพื่อถ่ายรูปซะงั้น

รูปสุดท้ายก่อนจากงาน Japan Festa in Bangkok 2008

 


สัปดาห์นี้มีรูปหลายเซต ต้องแบ่งลงเป็นหลายเอนทรี
มาว่ากันด้วย “แกงค์ปากมัน” ของเรา
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
เนื่องจากรูปเยอะ ไปลุยกันเลย

เริ่มจากมื้อเช้า
ไปถึงสวนรถไฟ ก็โจ้ ข้าวหน้าเป็ด ต้มเลือดหมูกันก่อนเลย
แต่ด้วยความที่หิวแต่เช้า เลยไม่ถ่ายรูปอะไรทั้งนั้น ฮ่า..ฮ่า
ต่อกันกับมื้อสาย
ปั่นจักรยานอยู่ดีๆ พี่เสือก็โทรหา บอกว่านั่งอยู่ที่ร้านฐิตารีย์
ก็เลยได้ซัดของว่าง ทั้งที่ยังย่อยมื้อเช้าไม่นานนัก


ไส้กรอกทอด และมินิสลัด


น้ำสตอเบอรี่


เฟรนฟรายด์ (สั่งให้ดูเป็นของว่าง แต่กินเยอะๆ ก็หนักได้เหมือนกัน)


กาแฟปั่น มิ้นอะไรสักอย่าง ลืมชื่อไปหล่ะ

หลังจากนั้นไปถ่ายรูปอีกชั่วโมงกว่าๆ ก็กลับมาที่ร้านฐิตารีย์อีกครั้ง
-*-
นั่งตากแอร์ สั่งมื้อเที่ยงทันที


สารพัดน้ำ


ข้าวผัดรถไฟ

ที่จริงมีอีกจาน เป็นข้าวไข่เจียวกุ้งสับ ที่เรียกว่า เยอะมาก กินไม่หมดอีกต่างหาก
รูปอยู่ที่น้องลูกพรุน หุหุ

จากนั้นก็ไปเตร็ดเตร่ที่เซนทรัลเวิร์ด และพารากอน
ไปทำไมหน่ะหรือ เอาไว้เอนทรีหน้าแล้วกัน มีรูปอีกชุด 😛

ตอนเย็น
ก็ได้เวลาไปปากมันกันอีกแล้ว
โดยที่ยังไม่ทันจะย่อยดี เรียกว่าตึงๆ ตลอด
ก็พาแกงค์สะเต้อมาถึงซอยทองหล่อจนได้
จุดหมายของเรา ร้าน Haru
ไปยังไง อ่านเอนทรี คอลัมน์ yummy วันศุกร์ที่ผ่านมาเน้อ

หลังจากที่เดินตามคำบอกเล่าแม่ค้า
ว่าให้เดินไปถึงโค้ง เจอ Top supermarket ไม่ไกล
(ที่จริง เดินไปตั้งหลายโค้ง)
เราก็มาถึงตึกอเนกวานิช ที่อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 4 กับ 6
สรุปง่ายๆ ถ้าไม่ไปตอนกลางวัน แดดเปรี้ยงๆ ก็เดินได้ ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าแดดแรง ขึ้นรถแดงดีกว่า เหอเหอ

พอเข้าไปในร้าน เราก็ถูกจูงจมูกมายังโต๊ะใหญ่ ติดกระจก
มีแนะนำอาหารชุดราคาโหดของทางร้าน
ดีนะ ที่ไม่มีใครสนใจ เพราะว่า ฟังจากชื่อ แล้วไปกินที่ร้านประจำ น่าจะถูกกว่า
หลังจากสมาชิกแกงค์สั่งอาหารกันครบเรียบร้อย ก็ไปลุยไลน์บุฟเฟ่ต์กันเลย
โดยต้องอธิบายกันแบบนี้ก่อน
คือว่า ที่นี่ จะมีอาหารจากหลักอยู่ ราคาก็ตั้งแต่ร้อยกว่าๆ ไปจนหลายร้อย
หากจ่ายเพิ่ม 70 บาท ก็จะได้ไลน์บุฟเฟ่ต์กันด้วย
จากข้อมูลของ manager online พวกเราก็เลยตัดสินใจลองกัน
ร้านนี้เพิ่งเปิดมาได้ 2-3 เดือน ดีไม่ดี เดี๋ยวได้รู้กัน
ไม่เขียนบรรยายเยอะแล้วกัน ไปตามรูปเลย


สลัดของแมวดื้อ (จากไลน์บุฟเฟ่ต์)
ผลไม้โดยรวม ก็สดดี น้ำสลัดมีให้เลือกพอสมควร
มีผัก ผลไม้ เส้นพาสต้า ซุป คล้ายที่ซิสเลอร์
แต่ที่ซิสเลอร์มีความหลากหลาย แล้วก็ปริมาณเยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด


ซุปอิตาเลียน
แมวดื้อ ทดลองเอามาชิม น้ำซุปลอยๆ คือมันไม่เข้มข้น
ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ไม่เคยกินแบบนี้
จะว่าคล้ายต้มยำบ้านเรา ก็ไม่เชิง
รสชาดกลางๆ ใส่เนื้อไก่มาด้วย นิ่มกำลังดี ไม่เละจนเกินไป


เครื่องดื่มมีให้เลือกหลายอย่าง ทั้งน้ำอัดลม และน้ำผลไม้
พวกเรา เลือกที่จะสั่งชาเขียว ที่เติมฟรีไม่อั้นกันแทน
ที่เห็นไกลๆ นั่นคือซุปผักขม ที่หวานใจ เอามาลอง
เห็นว่าถูกใจ 😉


ไลน์บุฟเฟ่ต์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่
ที่จะมีข้าวปั้นหน้าต่างๆ คอยเติมตลอด
แต่จากที่ได้ชิม
สรุปว่า “ไม่ผ่าน” เหอเหอ


ช่วงนี้ เป็นช่วงโปรโมตร้าน เพราะเพิ่งเปิด
หากใครเอาโบรชัวร์ของทางร้านไป
จะได้ชุดนี้ 1 ชุด ต่อ 2 ที่
เราไปกัน 4 คน ก็เลยได้มา 2 ชุด
แซลมอนเวิร์คมาก ละลายในปากเลย
หั่นตามไลน์เนื้อปลา ไม่ต้องเคี้ยว ทาวาซาบิลงไป
โอ้ย.. น้ำลายไหล ฮ่า..ฮ่า


พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ (230 บาท)
จานหลัก จานแรกของโต๊ะ
จานนี้เป็นจานที่พวกเราลงความเห็นว่า “ไม่ผ่าน”
ด้วยเหตุที่ว่า เส้นแข็งเกินไป แม้ว่าจะหอมชีส แต่ว่ากินไปนานแล้วเลี่ยน
วิธีที่พวกเราหาทางกำจัดมันลงกระเพาะ ก็คือใส่พริกป่นลงไป
ลดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี
ใครไปกิน ไม่แนะนำให้สั่งโดยเด็ดขาด


ให้ดูรูปกันอีกที สั่งเป็นชุด ก็จะมีเครื่องเคียงคือ กิมจิ ซุปมิโซะ และเต้าหู้ ด้วย


กุ้งทอดราดซอสเผ็ด (200 บาท)
ชุดนี้ของหวานใจ กุ้งทอดกรอบ ไม่อมน้ำมัน (สักเท่าไหร่) กับซอสเผ็ด ดูจะเข้ากันมากที่สุด
ชุดนี้ถือว่าผ่าน กินได้สบายๆ เรื่อยๆ


แซลมอนย่างซีอิ้ว (180 บาท)
ชุดนี้ของแมวดื้อ เหตุที่เลือกคือ เมนูเบสิค น่าจะวัดรสชาดได้ส่วนนึง
คือถ้าเมนูง่ายๆ ยังทำไม่อร่อย ก็คงไม่มีเมนูอื่นให้เราเลือกแล้วหล่ะ
เนื้อปลาแซลมอนแน่นกำลังดี ไม่แข็งแบบบางที่ แต่ก็ไม่ได้นิ่มตามแบบร้านหรู
ถือว่ากินได้ ตินิดนึงตรงที่ หนังเค็มไปหน่อย แต่โดยรวมถือว่าผ่าน


มาถึงตอนนี้ โต๊ะของเรา ก็มีของวางกันเต็มไปหมด
ดังที่เห็นนั่นแล
น้องเนเน่ เพื่อนน้องลูกพรุน โดนหลอกให้มาชิมกับแกงค์ปากมัน
ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ อิอิ

เอ่อ… อีกจานรูปหาย
หายไปไหนหว่า
ปลาซาบะย่างซีอิ้ว (150 บาท)
ของน้องลูกพรุน
สงสัยเริ่มกิน เลยไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมาเป็นจานสุดท้าย 😛
รสชาดปลาซาบะ เรียกว่าพื้นๆ ตามสไตล์ซาบะ
เนื้อมันจะมันๆ ไม่แห้งแบบตามซุปเปอร์ แต่ไม่ถึงกับเยิ้มนะ
ย่างซีอิ้วเหมือนแซลมอน แต่เค็มน้อยกว่า
ถือว่าจานนี้ผ่านอีกเช่นเดียวกัน

หลังจากนั้น พวกเราก็ทำการระเบิดอาหาร ที่อยู่ตรงหน้าจนหมดสิ้น
พนักงาน ก็บริการใช้ได้ คอยเติมน้ำ และเก็บจานที่ไม่ใช้แล้ว ให้ตลอด
แล้วก็มาถึงของหวาน


หวานใจอาศัยความไว
ลุยของคาว ด้วยความคล่องแคล่ว ต่อด้วยของหวานทันที
ช๊อคโกแลตฟองดูว์ ที่มีผลไม้ให้เลือกจุ่ม เลือกราด กันได้เต็มที่


หากไม่เลือกผลไม้ จะเอาเยลลี่ หรือแคกเกอร์ก็พอไหว

สรุปค่าเสียหายกันก่อน
กุ้งทอดราดซอสเผ็ด 200 บาท
พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ 230 บาท
แซลมอนย่างซีอิ้ว 180 บาท
ปลาซาบะย่างซีอิ้ว 150 บาท
เพิ่มเป็นอาหารชุด (ฟรีไลน์บุฟเฟ่ต์) x4 280 บาท

ยอดรวม 1040 บาท
Service charge 10%
Discount: F&B 10% – อันนี้ไม่รู้เฉพาะช่วงนี้หรือเปล่า
หักลบไปกับ service charge เลยไม่ต้องจ่าย
vat 7% (รวมอยู่ในค่าอาหารแล้ว)

ทั้งหมดต้องจ่าย 1040 บาท
หาร 4 แล้ว ตกคนละ 255 บาท
ถามว่าโอไหม ก็ถือว่าโอในระดับหนึ่ง
หากไปกินซิสเลอร์ ราคานี้ก็ยังไม่รวมน้ำ แล้วยังเน้นอาหารฝรั่งเป็นหลัก
หากใครต้องการอาหาร (จากหลัก) ที่มีให้เลือกหลายประเภท
Haru ก็ยังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
แต่หากมองย้อนไปถึงเมนูที่สั่งกัน
หากไปนั่งกินคนเดียว สั่ง พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ 230 บาท
บวกค่าอาหารชุด (รวมบุฟเฟ่ต์) รวมไปแล้ว 300 บาท
กับรสชาดที่อาจไม่ถูกใจ แบบนั้นก็อาจคิดไปกินอย่างอื่นดีกว่า เหอ..เหอ

สรุปวันนี้ เข้าไปนั่งกินตั้งแต่แดดเปรี้ยง
กลับออกมา ฟ้ามืดซะแล้ว
อิ่มจนแทบเดินไม่ไหว แต่ก็ยังมองของกินตลอดทางที่ออกจากซอยทองหล่อ
ฮ่า..ฮ่า

 


More Posts


Train Park: 31 Aug 2008
August 31, 2008

Train Park: 31 Aug 2008

Re-edit site
August 30, 2008

Re-edit site

Haru
August 29, 2008

Haru

222
August 28, 2008

222

ไอโฟน202
August 27, 2008

ไอโฟน202