หนังสือเกี่ยวกับไอโฟน
ที่รวบรวมกับทิปและเทคนิคการใช้งาน
ที่นอกเหนือจาก manual จาก Apple เอง
มีข้อมูลหลายส่วนน่าสนใจ
หลังจากออก edition แรกไป หลังจาก iPhone วางจำหน่ายไป
ตอนนี้ก็มาถึง second edition
สนับสนุนข้อมูลของ iPhone 3G ด้วย

ราคา $24.99 ทั้งแบบที่เป็นหนังสือ และแบบ digital
หากต้องการทั้งสองแบบ ราคา $32.49

Link: Oreilly.com


นับตั้งแต่เดือนเมษายน
ก็ไม่ได้พักผ่อนในสวนรถไฟแบบจริงจังเลย
คือ ก็ไปบ้างนะ
ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เสร็จแล้วก็ไปเตร็ดเตร่ที่อื่นต่อ
แต่วันนี้
รู้สึกสบายๆ
จริงๆ ก็มีแพลนอยู่ในหัวแหละ
แต่ว่าไม่รีบร้อน
ตื่นสายเล็กน้อย
แม้ว่าจะไปถึงตอนเจ็ดโมง แต่ว่าก็อดตักบาตร (พระภิกษุกลับไปแล้ว) – -”
พาพัดชากับน้องพลีส ออกมาเที่ยวสวนรถไฟ
อากาศตอนเช้าไม่ร้อนมาก
มี “gangตะกร้า”
 gang ใหม่ที่ตั้งชื่อให้
วันอาทิตย์นี้ คนปั่นจักรยานกันเยอะทีเดียว
จักรยานร้านลุงเลยเกือบหมด
จักรยานที่มีตะกร้า (ซึ่งตามปกติ ไม่ค่อยมีคนเลือกใช้เท่าไหร่)
ก็มากระจายเต็มสวนรถไฟไปหมด
มีทั้งจักรยานที่มีตะกร้าด้านหน้า (เอาไว้ใส่กระเป๋า/ของ)
จักรยานที่มีตะกร้าด้านหลัง (ให้เด็กนั่งได้)
แถมยังมีจักรยาน 4 ล้อ (ของเด็กเล็ก) อีก
เหอ..เหอ
ปั่นไป หลบไป
เออ.. ฝึกสติ ดีเหมือนกัน

น้องพัดชาอยู่ในบ้านคุ้กกี้นาน แอบหัวฟุยเล็กน้อย
พอออกมาวิ่งในสวน ยิ้มใหญ่เลย

อยากใส่ข้อความเหมือนกัน แต่ง่วงหล่ะ เอาไว้ก่อนแล้วกัน อิอิ


ผ่านไปเกือบปี สำหรับเว็บไซต์ Thai iPhone Club
ขึ้นสู่ปีที่สองในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
เลยเตรียมเปลี่ยนแปลงบางส่วน
ธีมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่คิดๆ ไว้
เพราะธีมปัจจุบัน มันแบ่งข่าวออกเป็นสองคอลัมน์
มันก็ดูสวยดี
แต่ว่า มองในแง่ของคนเขียน content แล้ว ออกจะขัดใจเล็กน้อย
ด้วยเหตุว่า มันบีบให้ช่องในการเขียน content เล็กลง
คือรูปจะเหลือความกว้างแค่ประมาณ 200 พิกเซล
หากเป็นรูปแนวตั้ง มันก็พอจะโอเคอยู่บ้าง
แต่รูปแนวนอน แล้วถูกบีบให้เหลือแค่ 200 พิกเซล นี่ ไม่สวยเลย
เล็ก แถมมองไม่ชัดอีกต่างหาก
ก็เลยต้องมาแก้ธีมกันใหม่

วันนี้นั่งแก้ธีมไปครึ่งวัน
ถือว่าได้ตามที่ตั้งใจไว้
แต่พอลองรันดู
เกิด error ซะงั้น
พอเช็คไปเช็คมา ธีมต้นแบบที่นำมาแก้ มันไม่ใช่มาตรฐานด้วย
จะเอาโค้ดที่แก้ไปแทนที่ธีมอื่น มันก็ใช้ไม่ได้อีก
ต้องทำใหม่กันหมด
– -“


จากที่แพลนไว้ว่าวันอาทิตย์
จะไปลุยบุฟเฟ่ต์ ที่ 222
มาเจออันนี้ น่าสนใจไม่แพ้กัน
ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะเปลี่ยนแล้วกัน
ลงเอาไว้เรียกน้ำลายก่อน
ราคาต่างกัน พอสมควร
คือที่นี่ สั่งอาหารจานหลัก แล้วที่เหลือก็ไปลุยได้เต็มที่
ถ้าสั่งจานหลักไม่แพงมาก มันก็ไม่แพงไง
ฉกมาจาก manager online เช่นเคย

“ฮารุ” อิ่มจุใจ ในสไตล์ญี่ปุ่นฟิวชั่น


 บรรยากาศภายในร้าน “ฮารุ” โปร่งโล่งนั่งสบาย

       ไม่รู้ว่ามิตรรักนักกินทั้งหลายจะมีความรู้สึกเหมือน “ผู้จัดการตระเวนกิน” บ้างไหม?? ว่าประเทศไทยของเรานี้ช่างอุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยเรื่องอาหารการกินอันมากมายเสียจริงเชียว

       นอกเหนือจากอาหารไทยประจำชาติอันเลิศรสแล้ว ก็ยังมีอาหารต่างชาติอื่นๆ อีกมากไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อิตาเลียน ฝรั่งเศสและอาหารชาติอื่นๆ อีกมากมายที่ต่างพากันมาเปิดให้บริการความอิ่มอร่อยกันถึงถิ่นที่เมืองไทย โดยไม่ต้องแสวงหาเดินทางไปกินไกล ก็สามารถที่จะลิ้มรสชาติอาหารชาตินั้นๆ ได้อย่างอิ่มหนำสำราญปาก

       อย่างในมื้อนี้เมื่อ “ผู้จัดการตระเวนกิน” นึกอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นขึ้นมา เราก็แค่นึกว่าอยากจะเดินทางไปกินอาหารญี่ปุ่นกันที่ร้านไหนดี และในที่สุดเราก็ตกลงปลงใจที่จะขอเลือกไปอิ่มหนำกับอาหารยุ่นกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นน้องใหม่ในย่านซอยทองหล่อที่มีชื่อว่า “ฮารุ” (HARU) ที่เพิ่งเปิดตัวเข้าสู่ยุทธจักรร้านอาหารญี่ปุ่นมาแบบสดๆ ร้อนๆ แค่ 2 เดือน แต่ว่ามีแรงดึงดูดอันน่าสนใจจนทำให้เราต้องเดินทางมาลิ้มลองรสชาติกันให้จงได้

       เพราะว่าที่ร้านฮารุแห่งนี้ บริการอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและแบบญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นที่ไม่เหมือนร้านไหน มีรสชาติแปลกใหม่อันหลากหลาย และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ดึงดูดใจให้เราอยากมากินอาหารญี่ปุ่นที่นี่เป็นอย่างมาก นั่นก็คือการที่ทางร้านจะมีบริการอาหารแบบให้อิ่มฟรีไม่มีอั้น เพียงแค่เราเลือกสั่งอาหารหลักชุดเมนูใดก็ได้ 1 ชุดจากในเมนูอาหาร เราก็จะสามารถที่จะเลือกอิ่มเพิ่มเติมแบบฟรีไม่มีอั้นกับเคาน์เตอร์บุฟเฟต์อาหารที่จะตั้งอยู่ตรงกลางร้าน ให้เราได้เดินไปเลือกตักอาหารได้ตามใจชอบ ที่ทางร้านมีบริการไว้หลากหลายกว่า 40 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซูชิสารพัดหน้า สลัดบาร์ที่มีผักและผลไม้ให้เลือกมากมายพร้อมกับน้ำสลัดรสดี หรือจะเป็นซุปร้อนๆ สารพัดอย่างที่จะสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปตามแต่ละวัน และก็ยังมีของหวานอย่างฟองดูช็อคโกแลตที่ทางร้านเลือกใช้ช็อคโกแลตอย่างดีจากเบลเยี่ยมมาให้ลิ้มรส


เลือกตักได้ไม่อั้นกับสลัดบาร์

       สำหรับเมนูอาหารญี่ปุ่นอันชวนสั่งมากินของที่ร้านฮารุนั้นก็มีมากหลาย อีกทั้งอาหารที่นี่มีให้เลือกสั่งมากินแบบจานเดี่ยว หรือจะเลือกสั่งแบบเป็นเซ็ทอิ่มคุ้ม ซึ่งจะมีข้าว กิมจิ ยำสาหร่าย หมูลวกราดด้วยซอสผสมงาขาว และซุปมิโซะร้อนๆ เสิร์ฟมาให้อิ่มแบบครบเซ็ท ในมื้อนี้เราอยากจะแนะนำเมนูจานเด่นๆ ที่ขายดีของที่นี่ ที่ทางร้านแนะนำมาเลยว่าเป็นเมนูจานเด็ดที่หากว่ามาแล้วไม่ควรพลาดสั่งมาลิ้มรสกัน


หอยเชลล์โอทาเตะใหญ่พิเศษราดซอสไวน์ขาว

       เริ่มขบวนจานเด็ดด้วย หอยเชลล์โอทาเตะใหญ่พิเศษราดซอสไวน์ขาว (400 บาท เซ็ท 470 บาท) ทางร้านนำหอยเชลล์สดๆ ตัวใหญ่คัดพิเศษมากริลล์มากับซอสไวน์ขาวสูตรพิเศษของทางร้าน เสิร์ฟมาพร้อมกับซัลซ่ามะเขือเทศ ชิมหอยเชล์ตัวใหญ่เคี้ยวเนื้อแน่นหนึบนุ่มหวาน ได้รสชาติซอสไวน์ขาวที่หอมละมุน


แซลมอนเทริยากิซอสไวน์ขาว

       ถัดมาทางร้านนำเสนอเมนูปลาเพื่อสุขภาพอย่าง แซลมอนเทริยากิซอสไวน์ขาว (270 บาท เซ็ท 340 บาท) ปลาแซลมอนชิ้นโตที่ย่างจนสุกหอมและราดด้วยซอสเทริยากิที่ปรุงรสชาติผสมกับซอสไวน์ขาว ลิ้มรสเนื้อปลาแซลมอนย่างหอมๆ เนื้อหวานนุ่มซึมรสชาติซอสเทริยากิที่ออกเค็มๆ หวานๆ ผสานรสชาติเข้ากับซอสไวน์ขาวได้เป็นอย่างดี


ทูน่าทาทากิพริกไทยดำ

       ต่อด้วยอีกหนึ่งเมนูปลาจานเด็ด ทูน่าทาทากิพริกไทยดำ (280 บาท เซ็ท 350 บาท) เป็นทูน่าสดๆ นำมากริลล์กับพริกไทยดำแบบข้างนอกพอสุกแต่เนื้อในยังฉ่ำสดอยู่ และมีน้ำซอสสูตรเด็ดที่ทางร้านปรุงพิเศษจะออกเปรี้ยวนิดๆ เจือเผ็ดหน่อยๆ กินเข้าคู่กันดีกับปลาทูน่าเนื้อหวานนุ่ม ที่หอมกลิ่นพริกไทยดำขึ้นจมูกเวลาเคี้ยวอยู่ปาก


พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ

       กินเมนูปลาติดๆ ไปแล้วถึง 2 จานหันมากินเมนูจานเส้นที่ทางร้านบอกว่าขึ้นชื่อและขายดีกันบ้าง เมนูนี้คือ พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ (230 บาท เซ็ท 300 บาท) เป็นเส้นสปาเกตตี้ผัดกับไข่ปลาเมนไตโกะ และผัดปรุงรสใส่วิปปิ้งครีมและครีมนมสด โรยหน้าด้วยไข่กุ้งสีส้มสด สาหร่ายญี่ปุ่น และถั่วแระญี่ปุ่น ม้วนเส้นสปาเกตตี้ส่งเข้าปาก ออกรสชาติหอมหวานเนียนนุ่มลิ้น และเคี้ยวกรุบๆ กับไข่ปลาและไข่กุ้ง


สเต็กเนื้อออสเตรเลีย

       ส่งท้ายขบวนด้วยเมนูเนื้อจานเด็ดที่ถ้าใครชอบกินเนื้อไม่ควรพลาดสั่ง สเต็กเนื้อออสเตรเลีย (580 บาท เซ็ท 650 บาท) เป็นเนื้อวัวออสเตรเลียส่วนสันนอกอย่างดีนำมากริลล์และปรุงรสตามสูตรเด็ดของเชฟ แล้วแล่มาเป็นชิ้นพอดีคำเสิร์ฟมาบนกระทะร้อนๆ และมาพร้อมกับซอสรสเด็ด 3 อย่างมาให้จิ้มกันกับเนื้อวัวที่เคี้ยวนุ่มหนึบหนับปากได้รสชาติความหวานสดของเนื้อวัวชั้นดี


สารพัดซูชิมีให้เลือกอิ่มแบบไม่จำกัด

       แต่ถ้าใครคิดว่าเมนูที่นำเสนอมานี้อาจจะยังไม่หนำใจปาก ขอบอกว่าในเมนูอาหารที่ได้เปิดดูนั้นยังมีเมนูเด่นๆ อีกเพียบที่ชวนกิน อาทิ กุ้งเทมปุระสไปซี่ซอส (160 บาท เซ็ท 230 บาท)ข้าวแกงกะหรี่ (170 บาท เซ็ท 240 บาท) หมูห่อชีสทอด (200 บาท เซ็ท 270 บาท) ซาบะย่างซีอิ้ว (150 บาท เซ็ท 220 บาท) ข้าวหน้าหมูผัดกิมจิ (170 บาท เซ็ท 240 บาท) และอีกสารพัดอาหารญี่ปุ่นจานเด็ด ที่อยากจะชวนให้คออาหารยุ่น ลองแวะมาตระเวนกินกันด้วยตัวเองที่ร้าน“ฮารุ” แล้วจะได้พบกับความอิ่มแบบจุใจในรสชาติญี่ปุ่นฟิวชั่นกลับไป

       ชื่อร้าน : ฮารุ (HARU)
       
       ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น
       
       เมนูจานเด่น : หอยเชลล์โอทาเตะใหญ่พิเศษราดซอสไวน์ขาว, แซลมอนเทริยากิซอสไวน์ขาว, ทูน่าทาทากิพริกไทยดำ, พาสต้าไข่ปลาเมนไตโกะ, สเต็กเนื้อออสเตรเลีย
       
       บรรยากาศร้าน : กว้างขวาง โปร่งโล่งนั่งสบาย
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารอเนกวานิช ในซอยทองหล่อ การเดินทางถ้านั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีทองหล่อ แล้วเข้ามาในซ.ทองหล่อ ระหว่างทองหล่อซ. 4 และ ซ.6 จะเห็นตึกอเนกวานิชตั้งอยู่ริมถนนข้างท็อปส์ มาร์เก็ตเพลส เดินเข้าไปในตึกแล้วขึ้นไปที่ชั้น 2 จะเห็นร้านฮารุตั้งอยู่
       
       สถานที่จอดรถ : จอดรถได้ภายในอาคารอเนกวานิช
       
       บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิต
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดจันทร์-ศุกร์ 10.30-14.30 และ 17.30-23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.30-23.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ :ถ้ามากินควรโทร. มาจองโต๊ะก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2392-4765

Link: Manager Online


==ชวนกันบุฟเฟ่ต์จ้า==
@kangg ได้ tweet เอาไว้ใน twitter วันก่อน
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

นัดกันวันอาทิตย์นี้ (31 สิงหาคม) สิ้นเดือนพอดี
ยังไม่ได้ชวนใคร
แต่อยากกิน
ฮ่า..ฮ่า

“ทริปเปิ้ลทู” ซีฟู้ดและเนื้อนอก กินได้ไม่อั้น
คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม
โดย ปิ่นโตเถาเล็ก 

วันนี้ปิ่นโตเถาเล็ก จะพาไปกินบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว และซีฟู้ดในโรงแรม 

จุดขายของที่นี่ช่างโดดเด่นยิ่งนัก คือนอกจากจะสนนราคาต่อหัวเพียง 650 บาท (ไม่บวกภาษีและค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น) แล้ว เขายังมีเนื้อนอกที่ท่านสามารถจะสั่งให้หั่นหรือ cut เป็นชิ้นใหญ่แค่ไหนก็ได้ อยากกินสเต๊กชิ้นยักษ์ขนาดครึ่งกิโลก็ไม่มีใครว่า 

สนใจแล้วใช่ไหมล่ะ ในยามน้ำมันแพงเหมือนทองคำเช่นนี้ คงหาใครกล้าหาญชาญชัยเช่นนี้ได้ยากยิ่ง

บุฟเฟ่ต์ที่ว่านี้อยู่ในโรงแรมทริปเปิ้ลทู (222) ติดกับโรงแรมนารายณ์บนถนนสีลม ถ้าวิ่งจากเจริญกรุงมุ่งหน้าไปถนนพระราม 4 จะอยู่ทางฝั่งซ้ายก่อนถึงสามแยกถนนเดโช จอดรถที่เดียวกับโรงแรมนารายณ์ โดยตึกจอดรถอยู่แยกต่างหากใน “ซอยสีลม 18 (ซอย ม.รัตนบัณฑิต)” 

ถ้ามาจากเจริญกรุง (หรือริมน้ำเจ้าพระยา) ซอยจะอยู่ก่อนถึงโรงแรมทริปเปิ้ลทู ปากซอยมีป้าย RBAC เบ้อเริ่มเทิ่ม จอดเสร็จแล้วให้เดินทะลุเข้าโรงแรมทริปเปิ้ลทูได้เลย ห้องอาหารอยู่ชั้นล่างติดกับถนนใหญ่ มีอยู่ห้องเดียวหาไม่ยาก

ลืมบอกไปว่า บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวและซีฟู้ดมีเฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่หกโมงเย็นไปจนถึงสี่ทุ่มทุกวัน (ส่วนกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์เวียดนาม) ไปถึงแล้วให้มองหามุมของกินเล่นสารพัดอาหารเวียดนามก่อน เขามี “ป่อเปี๊ยะสดทั้งไส้กุ้งและไส้ปูอัด” 

อีกอย่างที่ห่อเครื่องสำเร็จเป็นแท่งๆ เหมือนป่อเปี๊ยะสดคือ “แหนมเนือง” (ที่ผมชอบเรียกว่าหมูสะเต๊ะญวน) กินได้สะดวกดี แค่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วจิ้มน้ำจิ้มแหนมเนืองข้นๆ เอาเข้าปากได้เลย 

มีของอร่อยอีกอย่างเรียกว่า “ขลุ่ยปู” ทำจากแป้งป่อเปี๊ยะจีนใส่เนื้อปู แล้วนำไปทอด ทำเป็นแท่งยาวๆ เหมือนขนมปังขาไก่ 

อย่าลืมลิ้มลอง “กุ้งพันอ้อย” ไม้เล็กกะทัดรัด และยังมี “ขนมเบื้องญวน” แป้งกรอบๆ อีกด้วย ทั้งหมดนี้ให้ชิมอย่างละคำ เพราะเดี๋ยวท่านจะต้องเจอศึกหนักที่มุมบาร์บีคิว

มาว่าเรื่องเนื้อก่อน ทั้ง “สเต๊กเนื้อสันนอก (Striploin) และซี่โครงแกะ” มาไกลจากออสเตรเลีย อยากให้เขาตัดเนื้อขนาดไหนบอกได้เลย ตั้งแต่ 100 150 200 300 400 ไปจนถึง 500 กรัม (แต่ควรเขมือบให้หมดนะครับ) ที่เห็นในรูปนั้นแค่ขนาด 200 กรัมก็ได้เนื้อชิ้นโตๆ หนาๆ แล้ว 

ส่วนซี่โครงแกะ หรือ Rack of Lamb นั้นอยากได้ชิ้นใหญ่แค่ไหนก็บอกเขาไป สั่งได้ว่าจะเอาสุกมากสุกน้อย จะกินเนื้อให้อร่อยควรสั่งอย่างสุกปานกลาง (medium) หรือสุกแบบ medium rare ที่เนื้อยังมีสีแดงเรื่อ เนื้อสันนอกติดมันชุ่มฉ่ำนุ่มอร่อยอย่าบอกใคร ส่วนซี่โครงแกะก็นุ่มมีรสมีชาติอีกด้วย ใครชอบแกะต้องรีบไปชิม จะราดซอสพริกไทย หรือจิ้มแจ่วแล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆ เหมือนผม ก็ไม่ผิดกติกาอันใด 

นอกจากนี้ยังมี หมูติดซี่โครงชิ้นโตๆ (Pock Chop) ไส้กรอกเนื้อลูกวัว เนื้อ หมูและไก่สะเต๊ะ และอื่นๆ อีก

ยังอิ่มไม่ได้นะ ซีฟู้ดก็น่ากินเหลือหลาย วันนี้เรามีนายแบบชื่อ “เชฟกังวาล” ยืนแบกจานซีฟู้ดให้เราชม มีทั้งหมึกกระดอง ปลาอินทรี หอยเชลล์ “หอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์” ตัวโตๆ ที่ทั้งสดทั้งหวานอร่อย และ “ปลาแซลมอน” สดๆ มันๆ จากชิลี อเมริกาใต้ อยากให้เขาหั่นปลาแซลมอนเป็นสเต๊กปลาชิ้นหนาแค่ไหนก็ได้เช่นกัน (จิ้มกับซอสไวน์ขาวครีมๆ ข้นๆ) 

ยังไม่หมดนะมีของดีเป็น “กุ้งแม่น้ำ” จากสุราษฎร์ฯขนาด 12 ตัวต่อหนึ่งกิโล แกะหัวกุ้งแล้วควักมันกุ้งมาคลุกข้าวราดน้ำจิ้มซีฟู้ด เด็ดมากๆ ขอบอกไว้ว่ามีสถิติที่นักกินแหลกเคยมาทำไว้ที่นี่ได้ถึง “54 ตัว” หรือ 4 กิโลครึ่งในมื้อเดียว โอ้โฮ เยี่ยมจริงๆ

จะแกล้มด้วยขนมปังกระเทียม ข้าวโพดปิ้งใส่เนย มันบด มันอบ มันผัด สลัดผักดีๆ ที่มีทั้งผักร็อกเก็ต สลัดคอสก์ เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค ราดน้ำสลัดบัลซามิคเปรี้ยวๆ หอมๆ หรือเทาว์เซินไอร์แลนด์รสเข้มข้น หรือจะเป็นซีซาร์และเฟรนช์เดรสซิ่ง ก็ใช้ได้ทั้งนั้น 

อยากชิมต้มยำซีฟู้ดแซ่บๆ ก็สั่งให้ทำมาในถ้วยเล็กๆ ได้ ส่วนเครื่องดื่มที่ให้ไม่อั้นมีทั้งชามะนาว กาแฟเย็น น้ำเปล่า น้ำใบเตย ชาร้อน กาแฟร้อน

เห็นมุมเล็กๆ อย่างนี้แต่มีของกินให้เลือกเพียบ บรรยายเท่าไหร่ก็ไม่หมด อ่านจบแล้วรีบโทร.ไปจองได้เลยที่เบอร์ 0-2627-2222 เพราะที่นั่งมีจำนวนจำกัดแค่ 85 ที่เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องกลัวของหมด ที่นี่เขารู้ใจท่าน มีให้ชิมไม่อั้นจริงๆ

ข้อมูล

โรงแรมทริปเปิ้ลทู (Triple Two) (222) สีลม

ที่ตั้ง 222 ถ.สีลม สุริยวงศ์ บางรัก กรุงเทพฯ 10500

โทร. 0-2627-2222

เปิดบริการ 18.00-22.00 น. ทุกวัน (บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว)

แนะนำ บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวและซีฟู้ด

หมายเหตุ จอดรถที่ตึกจอดรถในซอยสีลม 18

หน้า 19

Link: www.matichon.co.th


More Posts


Primeval
August 26, 2008

Primeval

ไปลองมาแล้ว: HYPE
August 25, 2008

ไปลองมาแล้ว: HYPE

iPhone book
August 23, 2008

iPhone book

HYPE
August 22, 2008

HYPE