บทความนี้หยิบมาจากเว็บ www.bwthai.org
เว็บไซต์ที่เน้นไปทางการถ่ายรูปภาพขาวดำ
ที่นี่มีบทความดีๆ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจเลยก็ว่าได้
มันคงไม่มีว่าใครถูกหรือผิด
คือทฤษฎีอาจจะถูกในด้านหนึ่ง แต่หากการปฏิบัติหากทำตรงข้ามกับทฤษฎี ก็อาจจะถูกก็ได้
ชอบคำกล่าวที่ว่า
“ทฤษฎี มีเอาไว้ให้รู้ เพื่อให้เราปฏิบัติในนอกกรอบ”
อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง
คือหากเริ่มจาก “ไม่รู้” แล้วหล่ะก็ ปฏิบัติก็จะได้แค่ “จำ” ของคนอื่นมา
ลอกเลียนสไตล์เค้ามา แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร คิดนอกกรอบไม่เป็น สุดท้ายมันก็จะตัน เพราะคิดต่อไม่ได้
ก่อนจะบ่นไปยาวกว่านี้ ขอเอาบทความมาแปะเลยนะ

 

 

จากบทความ “What is a good portrait”
ในการโปรโมทหนังสือ Greatest portraits ของนิตยสารสารคดี และการภาพถ่ายที่ลือลั่นสะท้านโลกันต์ “NATIONAL GEOGRAPHIC”
เป็นบทความเป็นภาษาอังกฤษ จากการสัมภาษณ์กองบรรณาธิการผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้ ผมได้แปลออกมาเท่าที่จะแปลได้ ลองอ่านดูแล้วกันครับ …
150 รูปทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้คัดเลือกจากภาพถ่ายประมาณ 10.5 ล้านภาพ!! ผมไม่ได้พิมพ์ผิดครับ “10.5 million photographs” Leah Bendavid-Val และ Chris Johns. พูดถึงเรื่องภาพ portrait ที่ดีรวมไปถึงคำแนะนำสำหรับช่างภาพด้วย

อะไรคือ portrait ที่ดี??

เป็นคำถามที่ยากมากที่จริงแล้วมันอาจจะไม่คำตอบด้วยซ้ำ บางคนอาจจะถามง่ายกว่านั้น portrait คืออะไร?

ช่างภาพของ NG ได้ถ่ายรูปผู้คนนับพันรูป และก็มีรูปที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย แต่รูปเหล่านั้นเป็น portrait รึเปล่า?

รูป portrait ที่ดีนั้นมันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ช่างภาพและตัวแบบ
ความสัมพันธ์นั้น จะถูกแสดงออกมาเมื่อตัวแบบมองที่ช่างภาพ
ถึงตอนนี้ คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์นี้จะทำให้รูปออกมาดีได้?
คำตอบก็คือ เมื่อช่างภาพมองแบบที่ดวงตา และมองลึกเข้าไปถึงจิตใจของเขาได้

กับคำถามว่า
“คุณมองหาอะไรในภาพ portrait ??”
Bendavid-dal กล่าวว่า “สิ่งแรกผมคิดก็คือรูปนี้สามารถสื่ออะไรออกมาหรือไม่?”

ถ้ารูปไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกของคนดูได้ หรือถ้าคนดูไม่สามารถรับรู้อะไรบางอย่างจากตัวแบบได้ “ภาพนั้นก็ไม่มีความหมาย” ช่างภาพส่วนใหญ่สามารถทำให้ภาพออกมาเป็นอย่างนั้นได้ แต่ถ้าในความเป็นจริง อารมณ์ของสิ่งต่างๆ ในภาพนั้นไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตัวแบบไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ภาพนั้นก็จะไม่มีอะไรที่น่าจดจำ

ในบางครั้ง…
ภาพที่พิจารณาทางเทกนิคการถ่ายภาพ หรือการจัดวางองค์ประกอบแล้วเป็นภาพที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ (เช่นมัน under หรือมัน out focus หรือ compose แย่ ฉากหลังรก)
แต่ภาพนั้นกลับมีพลังและอารมณ์อย่างมหาศาล ที่สามารถสื่อออกมาได้จนเรา ลืมไปเลยว่าภาพนั้น ถ่ายไม่ถูกต้องตามหลักการถ่ายภาพเลย

Johns บอกว่า…
ผมจะมองหารูปที่มีความสัมพันธ์และความเกี่ยวเนื่องในภาพอย่างชั ดเจนและยังสามารถบอกเรื่องราวความคิดและสื่ออารมณ์ออกมาได้ ภาพเหล่านั้นเป็นภาพที่อยู่เหนือกาลเวลาและสถานที่ และมันจะคงอยู่ตราบนานเท่านาน

ภาพเหล่านั้นจะสามารถสัมผัสกับจิตใจของผู้ชมได้ ผู้ชมจะสามารถรับรู้และเข้าใจภาพได้
และถ้าหากรูปนั้นมีสิ่งเหล่านี้อยู่มันก็จะไม่มีวันตายไม่ว่ากา ลเวลาจะผ่านไป
และจะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นมนุษย์ไปชั่วลูกชั่วหลาน
ภาพประเภทนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ จะต้องมาจากความมุ่งมั่น และทุ่มเทของช่างภาพ และคนแต่งภาพโดยแท้

เอาเป็นว่า
ผมมาเสนอให้เพื่อนๆชมกันว่า พวกระดับโลกอย่าง NG เขาคิดกันอย่างไร? คำว่า PORTRAIT ในมุมมองของเขาคืออะไร? ซึ่งต่างจากในบ้านเราที่ว่ากันว่า portrait ที่ดีต้อง สวยใส หน้าเด้ง หน้าชัด หลังเบลอ นางแบบสวย เห็นแล้วต้องเพ้อ

ในความคิดผม
พวกรูปสาวๆสวยๆหน้าขาวๆ โพสท์ท่าเซ็กซี่ เห็นแล้วต้องอู้หู ช่างภาพระดับโลกนับภาพพวกนั้นเป็นภาพ Fashion ไม่ใช่ภาพ PORTRAIT ลองดูผลงานของช่างภาพระดับโลกซิครับ ใน Portfolio หัวข้อ Portrait ของเขาจะไม่มีพวก Fashion แบบที่ผมว่าเลย

ทุกรูปจะเป็นรูปที่สื่อความเป็นตัวของตัวเองของแบบออกมา

portrait ของเขาไม่ใช่หน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งใครๆ ที่จัดแสงดีๆ มีเลนส์ f กว้างๆ ก็ถ่ายได้ แต่เป็นการสื่อในสิ่งที่ เวลาดูรูปแล้วรับรู้หรือรู้สึกถึงพลัง หรืออารมณ์ในตัวของคนคนนั้น ในขณะนั้นได้ เหมือนอย่างที่ Johns และ Bendavid-dal ได้กล่าวไว้

โลกแห่งการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น

Link: www.bwthai.org


จากนิสัยชอบดูหนัง หรือซีรีส์บนฝ่ามือ
เอิ้ก..เอิ้ก
คือชอบมาตั้งแต่พีดีเอแล้ว
พอมาใช้ไอโฟน ก็ยังคงชอบอยู่
จะนอนพลิกซ้าย พลิกขวาดูยังไงก็ได้
เรื่องดูผ่านคอมนี่ก็พอดูบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก
ส่วนดูผ่านเครื่องเล่น DVD นี่หมดสิทธิ์ ไม่มีทีวี ฮ่า..ฮ่า
ตอนใช้ Windows โปรแกรมแปลงหนัง/ไฟล์ต่างๆ นั้นมีให้เลือกมากมาย
แต่พอมาใช้ Mac OS X โปรแกรมนั้นมีน้อย (กว่าWindows)
แต่ว่า.. แต่ละตัว มีคุณสมบัติที่น่าสนใจทั้งนั้น
วันนี้ไปเจอโปรแกรมนี้
ส่วนที่น่าสนใจก็คือ ความสามารถในการรวม subtitle เข้าไป
คือ handbrake, visualhub, ffmpegX มันไม่สะดวกในเรื่องนี้
นอกจากนี้ยังมีส่วนของ metadata และ chapter ที่ใช้ง่ายมาก
และที่เจ๋งสุดๆ ก็คือความสามารถในการ upload ขึ้น server ได้ด้วย
หรือว่าจะสั่งให้แปลงแล้วโยนเข้า iTunes เพื่อจะ sync ลงไอโฟนต่อไปก็ได้

โปรแกรมนี้มี requirement Mac OS X 10.5.2 ซึ่งถือว่าสูงเหมือนกัน
เอา OS ล่าสุดเลย

ผลการทดสอบด้วย
iMac2 GHz Intel Core 2 Duo RAM 2GB 667 MHz DDR2

ไฟล์ต้นฉบับเป็น avi ขนาดไฟล์ 349.7 MB มีความยาว 41 นาที
สั่งรวมกับไฟล์ subtitle ที่เป็น srt (แปลงจาก ssa ไปเป็น srt ก่อน เพราะโปรแกรมไม่สนับสนุน ssa)
เลือก preset เป็น iPhone
ได้ไฟล์ mov ที่มีขนาด 281.8 MB
ใช้เวลาในการแปลงไป 35 นาที ซึ่งเทียบกับไฟล์ยาว 41 นาทีแล้ว ถือว่าค่อนข้างเร็ว เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น
ฝัง sub ไทยลงไปแล้ว ปรับขนาดตัวอักษรเล็กน้อย ได้มาประมาณนี้


* รูปที่แสดงมีการย่อขนาดและ save for web ทำให้คุณภาพอาจต่ำกว่าความเป็นจริง

โปรแกรมนี้เป็น shareware ราคา $19.95 USD
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.bitfield.se/roadmovie/index.html


Interface


Subtitle support


Metadata support


Chapter support


Presets


File transfer

Naughtycat rate:
ขอหักนิดนึงตรงส่วนของ presets ที่ไม่สนับสนุน custom presets


วันนี้หยิบเอาเรื่องนี้มาคุยกันเบาๆ ครับ
เนื่องจาก entry ที่แล้ว มีผู้สงสัยเกี่ยวกับหน่วยความจำของไอโฟนกัน
จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงแค่ไอโฟนครับ แต่อุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น memory card หรือ Hard Disk ต่างก็คิดหลักการนี้ครับ
หลายท่านอาจสงสัยว่า เวลาไปซื้อ Hard Disk (HD) ขนาด 250GB แต่เครื่องบอกว่าประมาณ 233GB
หรือแผ่น DVD ที่เขียนเอาไว้ว่าความจุ 4.7GB แต่ทำไมเครื่อง writer บอกว่าแค่ 4.4GB
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องของ “หน่วย” ครับ

“หน่วย” ที่ว่านี้
หากมองในแง่การตลาด เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่าย
ทำให้เป็นเลขฐาน 10 จะเข้าใจง่ายครับ
เช่น
1000KB (กิโลไบต์) =1MB (เมกกะไบต์)
1000MB (เมกกะไบต์) = 1GB (กิ๊กกะไบต์)
แบบนี้ พอได้ยินก็จะเข้าใจทันที ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก

แต่ในทางคอมพิวเตอร์มันไม่ใช่ครับ
หน่วยตามคอมพิวเตอร์นั้น
หนึ่งพันจะใช้เลขฐานสองครับ เลยเท่ากับ 1024

หยิบเอาไอโฟนขนาดความจุ 8GB มาอธิบายนะครับ จะได้เห็นภาพ

หน่วยทางการตลาดจะคิดแบบนี้ครับ

1000 B (byte) = 1 KB (kilobyte)
1000 KB (byte) = 1 MB (megabyte)
1000 MB (byte) = 1 GB (gigabyte)
ดังนั้น 8 GB ที่ว่า จึงคิดว่าเท่ากับ 8,000,000,000 byte

ในขณะที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นจะใช้เลขฐานสอง ค่าที่ควรจะเป็นคือดังนี้

1024 B (byte) = 1 KB (kilobyte)
1024 (kilobyte) = 1 MB (megabyte)
1024 MB = 1 GB (gigabyte)

ดังนั้น หากนำหน่วยความจำที่ทางการตลาดมาคิด ให้กลายเป็นหน่วยความจำของระบบคอมพิวเตอร์
สามารถคิดได้ดังนี้

8,000,000,000 bytes / 1024
เพื่อทำให้กลายเป็น kilobyte บนระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้นคิดต่อ
(8,000,000,000/1024) / 1024
เพื่อทำให้กลายเป็น megabyte บนระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้นคิดต่อ
((8,000,000,000/1024)/1024) / 1024
เพื่อทำให้กลายเป็น gigabyte บนระบบคอมพิวเตอร์

ผลลัพธ์ได้เท่ากับ
7.450580596
ปัดจุดทศนิยมเอาแค่ 2 หลัก นั่นคือ 7.45 GB ครับ
นี่คือหน่วยความจำที่ระบบคอมพิวเตอร์เห็นตรงกันครับ

ถ้าคิดแบบเดียวกันสำหรับไอโฟน 16 GB
ก็จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 14.9 GB

หรือหากซื้อ HD 500 GB มา
เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะมองเห็นเป็นประมาณ 465 GB

หน่วยความจำเหล่านี้เป็น “ความจุ” ทั้งหมดเลยครับ
นี่ยังไม่ได้คิดถึงไฟล์ระบบใดๆ ทั้งสิ้นครับ
หน่วยความจำไม่ได้หายไป ตามที่หลายท่านเข้าใจแต่อย่างใดครับ

คราวนี้วกมาเรื่องไอโฟนกันต่อ
ด้วยระบบโครงสร้างของไอโฟนนั้น
จากความจุที่มีทั้งหมด
เครื่องรุ่น 4 GB (ที่จริง 3.72 GB)
เครื่องรุ่น 8 GB (ที่จริง 7.45GB)
เครื่องรุ่น 16 GB (ที่จริง 14.9 GB)
แบ่งออกเป็น System Partition เพื่อติดตั้งไฟล์ระบบ มีเนื้อที่ประมาณ 300MB
ที่เหลือจะเป็นส่วน User Partition ให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานตรงส่วนนี้

ลองคิดง่ายๆ นะครับ
ท่านที่ใช้ iPhone Firmware มีขนาดเฟิร์มแวร์ประมาณร้อยกว่าๆ
iPhone Firmware 1.02 มีขนาด 91.2 MB
iPhone Firmware 1.1.1 มีขนาด 152 MB
iPhone Firmware 1.1.2 มีขนาด 160 MB
iPhone Firmware 1.1.3 – 1.1.4 มีขนาด 162 MB
หากติดตั้งลงบนไอโฟนรุ่น 8 GB
คุณก็จะเหลือหน่วยความจำ ที่แสดงใน Settings > General > About
เท่ากับ 7.45 – 0.1x GB
ประมาณ 7.3 GB ถูกต้องไหมครับ

สำหรับ Spec ของไอโฟน
มาดูกันครับ
จากเว็บไซต์ของ Apple.com เอง
อ้างอิงจากหน้านี้ครับ
www.apple.com/iphone/specs.html

อ่านตรงหมายเหตุ 1 นะครับ

นอกจากนี้หากคุณใช้งานไอโฟนมานานพอ อาจจะผ่านในช่วงเฟิร์มแวร์ 1.1.1 – 1.1.2
ที่การอัพเดตเฟิร์มแวร์ นั้นใช้วิธี ที่นำไฟล์ไปวางไว้ตรง System Partition ด้วย
ส่งผลให้ไอโฟนแสดงความจุแค่เพียง 7.1 GB
ลองค้น 300MB issue ดูก็ได้ครับ

ป.ล. ไม่ต้องเชื่อผมนะครับ


เมื่อวานนี้แวะ ITMall ซื้อ DVD เปล่า เพราะ HD เต็มอีกแล้ว ฮ่า..ฮ่า
เลยได้ซื้อหนังสือติดมือมาด้วย
หนึ่งในนั้น ก็หนังสือไอโฟน (อีกหล่ะ)
เล่มนี้ จาก provision
เดี๋ยวนี้หนังสือออกมาก็ต้อง “ฉบับสมบูรณ์” กันหมดแล้ว
พิมพ์สี่สีทั้งหมด

ลักษณะการเขียนเป็นแบบ step by step
เนื้อหาในส่วนการใช้งานบนไอโฟน ครอบคลุมดี
แต่ในส่วนของ iTunes เรียกได้ว่าเขียนหมดโปรแกรมเลย เกือบ 50 หน้า
มีทั้งสอนพิมพ์ปก (CD) รวมถึงเผาแผ่นเป็น Audio CD ด้วย
<<มันเกี่ยวกับไอโฟนตรงไหนเนี่ย>> เอิ้ก..เอิ้ก
นอกจากนี้การเขียนทิปโน้ต เป็นเหมือนดาบสองคม
กับการพยายามอธิบายเพิ่มเติม
เช่น หน้า 80 เขียนเอาไว้ว่าไม่สามารถใช้งาน MMS ได้
ซึ่งหากมองว่า ต้องการเขียนถึงคุณสมบัติของไอโฟนเท่านั้น -ผ่าน-
แต่ในหน้า 83 เขียนเอาไว้ว่า หากต้องการลบข้อความ SMS ให้ใช้โปรแกรม SMSD
ตกลงว่าต้องการจะเขียนถึง 3rd party applications หรือไม่?

นอกจากนี้ยังไม่รวมข้อมูล “แบบแปลกๆ”
อาทิเช่น

ในหน้า 404
…ระวัง!! เมื่อเข้ามาที่โปรแกรม Installer แล้ว หากขึ้นหน้าจอให้อัพเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันใหม่
เช่น 1.1.3 หรือ 1.1.4 ห้ามคลิกอัพเดตเป็นอันขาด ไม่งั้นเครื่องจะใช้โทรศัพท์ไม่ได้อีกเลย

หรือ

ในหน้า 285
iPhone มีความจุ 8-16GB โดยรุ่น 8 GB จะสามารถใช้เก็บเพลงและวิดีโอได้ 1800 เพลงเท่านั้น
(ความจริงใช้เก็บได้เพียง 7.3 GB เท่านั้น เพราะระบบปฏิบัติการของ iPhone เอง
ก็กินเนื้อที่เข้าไปตั้ง 700 MB แล้ว)

เหอ..เหอ
นี่ถ้าใช้ 16 GB แล้วเห็นว่าเหลือความจุแค่ 14.9 GB คงบอกว่า OS กินไป 1.1 GB แล้ว
ฮ่า..ฮ่า

 


วันนี้ตื่นสาย
เนื่องจากเมื่อคืนโหมดู US series จนถึงเช้า
Prison Break จบ season 3
Grey’s Anatomy season 4 ep 14
Lost season 4 ep 11
แล้วก็เริ่มดู 24
ฮ่า..ฮ่า

ตื่นมา เห็น miss call เพียบ 😛
พี่เสือจะโทรมาชวนไปถ่ายรูปพอร์ทเทรตที่สวนรถไฟ
พี่แมค รอให้ของฝาก อยู่ที่สวนรถไฟ
น้องลูกพรุนไปปั่นจักรยาน ออกกำลังกายที่สวนรถไฟ
เอิ้ก..เอิ้ก

เหตุด้วยเมื่อคืนนี้ มีผ่าตัดรอบดึก
เลยไม่ได้นัดใครเลย
แถมยังดูซีรีส์จนถึงเช้า
วันนี้เลยพลาดแก๊งสวนรถไฟไปอย่างน่าเสียดาย

11 โมง น้องลูกพรุน โทรมาถามโปรแกรมวันนี้อีกรอบ
เลยบอกว่ายังไม่ได้แพลนเลย
ที่จริง คือเพิ่งตื่นต่างหาก 😛
รู้แค่ว่า อยากหาของกินอร่อยๆ
อาทิตย์ที่แล้ว ที่สามชุกตลาดร้อยปี มัวแต่ห่วงถ่ายรูป เลยไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่
อาทิตย์นี้ ก็เลยลองชวนท่านแม่ (แบบชวนตอนนี้เลย) ฮ่า..ฮ่า
“ไปเกาะเกร็ดกันไหม”
ท่านแม่มองดูเวลา แล้วรีบตอบรับทันที
OK นัดเจอกัน บ่ายโมง
แมวดื้ออยู่สาธุประดิษฐ์
น้องลูกพรุนอยู่สวนรถไฟ
ท่านแม่อยู่บ้าน โชคชัย 4
ด้วยกำลังหิว นึกถึงข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย ที่เพิ่งเอาข้อมูลมาลง
เลยนัดกันเดี๋ยวนั้นเลย ฮ่า..ฮ่า
ท่านแม่ ไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด

บ่ายโมงเจอกันที่หน้าปากซอย ร้านเจ๊อ้อย
พอแมวดื้อไปถึง ท่านแม่ก็เซอร์เวย์ร้านของกินในละแวกนั้นเรียบร้อย
– -”
แม่ใครฟร่ะเนี่ย
แถมให้ข้อมูลเสร็จสรรพ
ถ้าวันอาทิตย์ ร้านเจ๊อ้อยออกไปขายที่ริมถนน (พหลโยธิน)
วันธรรมดาจะขายในซอย
…ง่า…
แค่บอกชื่อร้านไปเอง บอกว่าอยู่ซอยนี้
ยังไม่เคยไปกินเลย (ท่านแม่ก็ไม่เคยเหมือนกัน แต่มาถึงก็ได้ข้อมูลมาเพียบ)

หลังจากเดินออกมาจากซอย
ก็เจอร้านเจ๊อ้อย ขายอยู่ปากซอย ริมถนนพหลโยธินนั่นเอง
เจ๊อ้อย เป็นกันเอง แถมเปรี้ยวมากๆ เรียกว่าลดวัยสุดๆ คริคริ
พอบอกว่าอ่านเจอจากเว็บผู้จัดการ เจ๊อ้อยก็ยิ้มหวาน ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
คะยั้นคะยอให้ชิมสารพัดหมู + เนื้อ ที่วางอยู่ตรงหน้า
แมวดื้อมีข้อมูลอยู่แล้ว เลยไม่รอช้า ที่จะสั่ง “ทุกอย่างห่อนึงครับ”
ท่านแม่ไม่กินเนื้อ ก็เลยสั่งหน้าปลา
น้องลูกพรุนก็สั่งสารพัดหมูไป
จากนั้นก็เริ่มเม้าท์กัน
อ้าว.. ซี้กันซะแล้ว
เจ๊อ้อยเล่าให้ฟังว่า มีรายการมาถ่ายทำหลายรายการ
ทั้งตลาดสดสนามเป้า ตี๋อ้วนชวนหิว ทไวไลท์โชว์ หรือแม้แต่ the shock
แรกๆ เจ๊อ้อยไม่ได้คิดอะไร แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่มีคนเริ่มรู้จัก
ล่าสุด มีหลายเว็บเขียนถึง ก็ยิ่งมีลูกค้าเยอะขึ้น

ที่จริงเจ๊อ้อย อยากให้มาถ่ายรูปวันธรรมดา ช่วงเช้าๆ
เพราะจัดร้านสวย ตั้งวางไว้อย่างดี
แต่วันอาทิตย์เจ๊อ้อยก็จะออกมาขายที่ริมถนน
ใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันฝุ่นและควันรถ
เอาไว้มีโอกาสจะกลับไปอุดหนุน + เม้าท์ใหม่นะ
วันนี้ขอลองชิมดูก่อน

ข้าวเหนียวนิ่มดี
มีหน้าให้เลือกมากมาย
คนที่ชอบกินหมู ก็มีหมูแผ่น หมูฝอย หมูเค็ม หมูกระเทียมให้เลือก
สำหรับเนื้อ ก็มีเนื้อเค็ม เนื้อฝอย ให้เลือก
นอกจากนี้ยังมีเนื้อไก่ ตับ และเนื้อปลาให้เลือก
จากที่ชิม เนื้อไม่แข็งมาก คือเนื้อที่เจ๊อ้อยบอกว่าเหนียวที่สุด ก็ยังไม่เหนียวมากนัก
ตับออกรสหวานเล็กน้อย ไม่คาวหรือแข็ง (อันเกิดจากการต้มนานเกินไป)
ห่อด้วยใบตอง ซ้อนด้วยกระดาษ ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นาน ข้าวเหนียวไม่แข็ง

จากที่คุย เจ๊อ้อยก็เป็นนักชิมเหมือนกัน
บอกว่าเดี๋ยวไปเกาะเกร็ดต่อ
เจ๊อ้อยบอกว่าเพิ่งไปมาเมื่อวาน ไม่มีอะไรเลย
(อ้าว.. แล้วใครอยู่ร้าน)
ไม่ให้ไปตอนบ่าย ให้ไปตอนเช้า
ok เชื่อเจ๊
ประกอบกับฝนเริ่มเทลงมา
สรุป.. เลยอดไปเกาะเกร็ด ติดท่านแม่ไว้ก่อน เอิ้ก..เอิ้ก


More Posts


ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย
May 9, 2008

ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย

วันเดอร์เกิร์ล
May 8, 2008

วันเดอร์เกิร์ล

สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 3
May 6, 2008

สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 3

สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 2
May 5, 2008

สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 2