วันนี้สะสางข่าวกับกระทู้ใน TIC
ก็ ok นะ
ได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้
พอทำเสร็จ
มันก็เบื่อๆ
หยิบกล้องขึ้นมาดู
อ้าว.. มีรูปค้างอยู่ใน CF
ปกติแล้ว เวลาต่อกับคอมแล้ว มันจะดูดลงคอมหมดเลย
ไม่รู้มันค้างได้ยังไง
เลยลองจับๆ มายำในโปรแกรมใหม่ที่เพิ่งโหลดมาลอง
เออ.. มันก็ทำง่ายเหมือนกันแฮะ
ไม่กิน RAM แบบ Photoshop

Pixelmator
www.pixelmator.com
for Mac OS X only

Tool ต่างๆ เหมือนโปรแกรมตกแต่งรุ่นใหญ่ อย่าง Photoshop หรือ GIMP เลย
แค่ plugin หรือ action มันยังไม่มีแค่นั้น

ที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ

 

The World’s First GPU-Powered Image Editor

Pixelmator is based on Core Image technology that uses your Mac’s video card for image processing. Core Image utilizes the graphics card for image processing operations, freeing the CPU for other tasks. And if you have a high-performance card with increased video memory (VRAM), you’ll find real-time responsiveness across a wide variety of Pixelmator operations. Pixelmator is blistering-fast on the latest PowerPC and all Intel-based Mac’s.

สรุปง่ายๆ โปรแกรมนี้ใช้ความสามารถของการ์ดจอ มากกว่าใช้ความสามารถของระบบ
ดังนั้น หากการ์ดจอดี ไม่ต้องกลัวว่าทำงานอื่นแล้วจะช้าไปด้วย
เพราะโปรแกรมไม่ได้ไปดึงเอาทรัพยากรในเครื่องมาใช้มากนัก

ลองทำรูปที่ค้างไว้เล่นๆ ออกมาประมาณนี้


ข้าวเหนียวร้อนๆ หมูปิ้ง หมูฝอยจ้า
คำพูดที่ติดหู เวลานั่งรถไฟในสมัยก่อน
ปัจจุบัน ไม่ได้นั่งแล้ว
เลยไม่รู้ว่ายังมีขายข้าวเหนียวบนรถไฟอยู่หรือเปล่า
ร้านที่หยิบมาแนะนำวันนี้
เดินทางไปกินด้วยรถไฟเหมือนกัน
แต่เป็นรถไฟฟ้า BTS 😉


บรรยากาศร้าน“ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย”

       “ข้าวเหนียว” เป็นข้าวอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยนิยมกินกันนอกจากข้าวเจ้า เพราะว่าข้าวเหนียวนั้นมีความนุ่ม เหนียว หอม กินแล้วจะรู้สึกว่าอิ่มแน่นอยู่ท้องได้นาน หากได้ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ เอามากินคู่กับอาหารคาวอย่าง พวกส้มตำ ลาบ น้ำตก หรือจะกินแบบง่ายๆ กับพวกหมูปิ้ง ไก่ย่าง หรือหมูทอด แหม!! พูดถึงแล้วน้ำลายมันสอปาก นึกอยากกินข้าวเหนียวร้อนๆ กับหมูทอดหอมๆ ขึ้นมาทันที


เจ๊อ้อย กำลังขะมักเขม้น กับการห่อข้าวเหนียวหมู

       มื้อนี้ “ผ่านมาแวะกิน” เลยสนองความอยากของตัวเองให้สมใจ ด้วยการพาเอาท้องน้อยๆ มาที่ร้าน “ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย” เจ้าเด็ด ที่เปิดขายข้าวเหนียวหมูอยู่ในซอยเล็กๆ ข้างตึกพหลโยธินเพลสมานานกว่า 8 ปีแล้ว มีเจ๊อ้อย หรือนิภาภรณ์ นาคประเสริฐ์ เป็นเจ้าของร้าน ที่จะทำข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ มาขายพร้อมกับพวกเครื่องโรยหน้าสารพัดอย่าง


ข้าวเหนียวนุ่มๆ กับหมูสารพัดอย่าง

       ข้าวเหนียวที่ร้านเจ๊อ้อยนี้ จะขายแบบเป็นห่อคือมีข้าวเหนียว แล้วก็ให้ลูกค้าเลือกเครื่องโรยหน้าที่อยากจะสั่ง ซึ่งเครื่องโรยหน้าที่ว่านั้นมีให้เลือกกินกันถึง 14 อย่าง มีทั้งหมูฝอยนุ่ม หมูฝอยกรอบ หมูสวรรค์ หมูแผ่น หมูเค็ม หมูทอด และหมูกระเทียมที่ ถือว่าเป็นพระเอกของที่ร้าน ทำมาจากเนื้อหมูสันนอกสไลด์เป็นแผ่นบางๆ ปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดของทางร้าน และทอดจนหมูสุกหอม กินคู่กับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ หมูนิ่มรสเข้มข้น กินเข้ากันกับข้าวเหนียวนุ่มๆ ถูกปากนักเชียว

       ส่วนถ้าใครชอบกินเนื้อ ที่นี่ก็มีเนื้อถึง 3 อย่าง ให้เลือกกิน มีเนื้อแผ่นดั้งเดิม รสชาติดีเคี้ยวหนึบหนับปาก เนื้อฝอย ที่ฉีกเป็นเส้นทอดก็รสชาติดีไม่แพ้กัน หรือจะเป็น เนื้อโคขุนที่ทางร้านคัดมาอย่างดีนำมาสไลด์เป็นชิ้นปรุงรสและทอด รสชาตินั้นเนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบหนับมันปาก

 

       นอกจากนี้ยังมี ไก่ทอด เนื้อนุ่มๆ ตับหมู เคี้ยวนิ่มปากรสชาติหวานๆ เค็มๆ มีปลาผัดน้ำพริกเผา และปลาสลิดทอดกรอบ ซึ่งพวกเครื่องสารพัดหน้านี้ล้วนแล้วแต่มีรสชาติดีที่ถูกปาก ยามกินคู่กับข้าวข้าวเหนียวนึ่งที่มีความหอมและนุ่มเป็นพิเศษ เพราะทางร้านจะใส่ถั่วเขียวลงไปด้วย และยังมีข้าวเหนียวดำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ


ข้าวเหนียวหน้าเนื้อ (บน) ข้าวเหนียวดำหน้าสารพัดหมู (ล่าง)

       สำหรับราคาขายข้าวเหนียวพร้อมใส่เครื่องโรยหน้า 1 อย่าง ราคาห่อละ 20 บาท ถ้าใส่หน้า 2 อย่าง 25 บาท และถ้าสั่งแบบเอา 7 หน้า 30 บาท แต่ถ้าเป็นหน้าเนื้อโคขุนจะคิดห่อละ 30 บาทขึ้นไป และถ้าใครอยากซื้อแต่พวกหมู เนื้อ หรือเครื่องโรยหน้าอื่นๆ อย่างเดียว ก็ขายในราคา 30-50 บาท และถ้าอยากซื้อแต่ข้าวเหนียวอย่างเดียวก็ขายห่อละ 10 บาท กก. ละ 50 บาท ถึงตรงนี้หากใครกำลังนึกอยากกินข้าวเหนียวร้อนๆ กับหน้าหมูทอดรสดีหอมๆ ขึ้นมาบ้าง ก็ตรงดิ่งออกจากบ้านมาที่ร้าน “ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย” นี้กันได้เลย

ชื่อร้าน : ข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย

ประเภทอาหาร : ข้าวเหนียวหมู

เมนูจานเด่น : ข้าวเหนียวร้อนๆ กับเครื่องสารพัดอย่าง อาทิ หมูกระเทียม หมูฝอย หมูนุ่ม เนื้อฝอย ไก่ทอด

บรรยากาศร้าน : แผงลอย

ที่ตั้ง และการเดินทาง : การเดินทางมาร้าน ถ้านั่งรถไฟฟ้ามาให้ลงที่สถานีอารีย์ และเดินลงมาทางฝั่งตึกไอบีเอ็ม แล้วเดินตรงมาทางที่จะไปจตุจักร เดินผ่านธ.กสิกรไทย ธ.กรุงเทพฯ ผ่าน7-11 แล้วจะเห็นซอยเล็กๆ ทางขวามือที่อยู่ติดกับตึกพหลโยธินเพลส ให้เดินตรงเข้าไปในซอยเล็กๆ นั้นนิดเดียวก็จะเห็นร้านข้าวเหนียวหมู เจ๊อ้อย อยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายให้เห็นชัดเจน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดจันทร์-ศุกร์ 06.00-19.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 06.00-15.00 น.

เบอร์โทรศัพท์ :ทางร้านรับออกงานด้วย โทร. 08-1924-0921, 08-1830-3615

Link: Manager Online

วันอาทิตย์เปิดด้วย อันนี้น่าลุ้นหน่อย
อิอิ
เห็นรูปแล้วก็กลืนน้ำลาย
เอื้อก


วันนี้ ขณะสอดส่องสายตา ไปตามข้อความ twitter
ก็ไปเจอบทสนทนา ที่พูดถึง “วันเดอร์เกิร์ล”
เกิดความสนใจ อยากรู้ว่า
“ใครฟร่ะ”
ฮ่า..ฮ่า
ก็เลยลองหาในเนทดู
ไปเจอข่าวนี้
เลยถึงบางอ้อ.. ว่าที่เค้าจะไปดูกันก็คือวงนี้นั่นเอง

 

วันเดอร์เกิร์ล 5 สาวน้อยมหัศจรรย์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงปีที่ผ่านมานี้ ศิลปินกลุ่มหญิงเกาหลี ที่มาแรงที่สุดคงไม่มีใคร เกินหน้าเกินตาห้าสาววัยสดใสวง วันเดอร์เกิร์ล ไปได้ หลังจากที่การันตีความสามารถ ไปด้วยการคว้ารางวัลมาได้เพียบ ทั้งรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และศิลปินยอดนิยม จากเวทีประกาศรางวัลเอ็มเคเอ็มเอฟ และโกลเดน ดิสก์ อวอร์ด ที่ผ่านมา

วันเดอร์เกิร์ล ศิลปินหญิงกลุ่มแรกจากสังกัดเจวายพี (ค่ายเดียวกับเรน) ได้แก่ ห้านักร้องสาวสายเลือดใหม่ประกอบด้วย ซอน มี, ซอน เย, เย อึน, โซ ฮี และฮยอน อา (ปัจจุบันเปลี่ยนสมาชิกเป็น ยู บิน) สาว ๆ ทั้งหมดแจ้งเกิดด้วยความน่ารัก ความสดใสเป็นครั้งแรกกับเพลงจังหวะสนุก ๆ อย่าง Irony ซิงเกิ้ลแรกที่พาให้สาว ๆ ทั้งห้ากลายเป็นที่รู้จัก ในหมู่วัยรุ่นเกาหลีด้วยท่าเต้นที่น่ารัก และจังหวะเพลงที่สดใส สนุกสนาน ทำให้ Irony กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฮอตฮิต ติดชาร์ตไปอย่างง่ายดาย

หลังจากที่ส่งซิงเกิ้ลแรกออกมา ละลายใจบรรดาแฟนคลับแล้ว สาว ๆ ทั้งห้าก็ได้ซุ่มทำอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมา แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ ฮยอน อา หนึ่งในสมาชิกวงตัดสินใจลาออกไป เนื่องจากปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ที่ไม่เอื้ออำนวยต่ออาชีพนักร้องของเธอ จนมาได้สาวหัวใจฮิปฮอป ยู บิน เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ทดแทนกระทั่งปัจจุบัน

เมื่อสมาชิกกลับมาครบ 5 คนอีกครั้ง ทั้งห้าสาวก็ปล่อยให้อัลบั้มเต็ม ของพวกเธอออกมาทันที ในชื่ออัลบั้มว่า The Wonder Years พร้อมเปิดตัวด้วยเพลงฮิตอย่าง Tell Me ที่พาให้ทั้งห้าสาวดังเป็นพลุแตก ชนิดฉุดไม่อยู่ ด้วยกลิ่นอายของยุค 80 ที่นอกจากจะครองใจวัยรุ่นเกาหลีทั่วไปได้แล้ว ยังสามารถครองใจผู้ฟังวัยทำงานได้อีกด้วย

ซอน เย บอกว่า คนส่วนใหญ่ที่ได้ฟังบอกว่า ชอบ Tell Me เพราะเพลงนี้ทำให้พวกเขาคิดถึงสมัยก่อน ๆ ครั้งยังเป็นนักเรียนอยู่ ในขณะที่วัยรุ่นปัจจุบันจะชอบเพราะเป็นดนตรีแบบใหม่ที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

นอกจากเพลง Tell Me จะฮิตแล้ว ท่าเต้นของพวกสาว ๆ ก็ยังเป็นที่นิยมด้วยเช่นกัน  ห้าสาวเล่าว่า ตอนแรกพวกเราก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับท่าเต้นสักเท่าไหร่ เนื่องจากเราเองยังใหม่กับดนตรีแนวนี้ ก็เลยยังจับจังหวะไม่ค่อยได้ ท่าเต้นก็ดูเหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ซะอีก เพราะต้องขยับ ตะโพก คาง และไหล่ซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้สมดุล แต่ถึงจะยากพวกเราก็รู้สึกสนุกมาก

ถึงแม้วันนี้  วันเดอร์เกิร์ล จะประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ แต่ทั้งหมดยังยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้พวกเธอต้องผ่านการฝึกฝนที่ยากลำบาก และต้องอาศัยความอดทนอย่างมากเป็นเวลาหลายปี จนบางครั้งทำให้รู้สึกท้อแท้และเหนื่อย แต่ที่สุดแล้วพวกเธอก็ไม่เคยถอย   ยังพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไปบนเส้นทางสายบันเทิง  โดยห้าสาวได้เดินหน้าโปรโมตซิงเกิ้ลใหม่ในชื่อว่า E Pabo ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกด้วย หลังจากที่ประสบความสำเร็จในซิงเกิ้ลแรก ๆ

และในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ห้าสาวน้อยมหัศจรรย์จะมาพบกับแฟน ๆ ชาวไทย เพื่อให้สัมผัสกับความน่ารัก สดใส และความสามารถอันเต็มเปี่ยมของสาว ๆ ในคอนเสิร์ต Modernine Live Wonder Show with Wonder Girls  ณ ลานพาร์พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชาว Wonderful ทั้งหลายไม่ควรพลาด.

Link: Daily News

วันเสาร์ ใครว่างก็ลองแวะไปที่พารากอนดูนะ


คิดอยู่หลายตลบ
กับค่าใช้จ่าย server ที่เริ่มจากทำ thaipsp.net เล่นๆ
ทำเอามัน
พอเริ่มมีเพื่อนๆ ที่รู้จักกันมาใช้ host ด้วยกัน
“คุณภาพ” มันก็เลยเป็นสิ่งที่ห่วง
เพราะถ้าเว็บตัวเอง จะล่ม จะอะไรก็ช่าง
แต่เว็บของคนอื่น มันก็มีผลเหมือนกัน
บางเว็บที่มาแจม มันมีเรื่องธุรกิจ (ของเค้า) เข้ามาด้วย
มันก็เลยอาจต้องการความเสถียรในการทำงานเช่นเดียวกัน
จนขยายเพิ่ม server เพื่อเว็บที่มากขึ้น (มีคนต้องการใช้ แต่มันเต็ม ก็เลยเปิดเพิ่มให้)
คราวนี้ก็เลยมี “ที่ว่าง” เปล่าๆ อีก 2-3 เว็บ
ที่ยังไม่มีแพลนจะทำอะไร
ทิ้งไว้ก็เสียเงินไปเปล่า (เพราะจ่ายตังไปแล้ว)
เลยขอแบ่ง host ให้เพื่อนๆ ที่สนใจแล้วกัน

OS: linux <<แปลว่าไม่รองรับเว็บที่ต้องการทำ asp หรือ jsp แต่ php/html ไม่มีปัญหา>>
พื้นที่: 1GB <<thaipsp กับ tic เปิดมานาน ยังไม่ถึง 1GB สักที>>
bandwidth: 10 GB/เดือน <<อันนี้ถ้าไม่ใช่เว็บ community แรงๆ ใช้เว็บบอร์ดเยอะๆ น่าจะ ok>>
Mail+Subdomain: unlimited <<แต่จัดการดูแลเองเน้อ>>
ค่าใช้จ่าย: 200 บาท/เดือน
net แล้ว no vat
กรุณา no หัก ณ ที่จ่าย, no bills
ไม่ได้ทำแบบการค้า เอาที่จ่ายไปมาแบ่งแค่นั้น

ป.ล.ช่วยจัดการดูแลเว็บคร่าวๆ ให้ได้บ้างตามโอกาส ติดตั้ง CMS ให้ได้ หากต้องการ
แต่ให้แบบดูแลเต็มๆ จัดการ content ด้วยนี่ขอผ่านเลย ตอนนี้ก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้ว
สนใจติดต่อได้เลย เต็มแล้วก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาให้แล้วนะ ฮ่า..ฮ่า


หลังจากเดินไปครึ่งตลาด ก็เริ่มหิว แวะเติมพลังกันหน่อย

ก๋วยเตี๋ยวเรือ เส้นนุ่ม เนื้อนิ่มมาก ลูกชิ้น (หมู) เนื้อล้วนๆ ไม่รู้สึกเหมือนลูกชิ้นแป้งเลย ชามแรก สั่งมาเป็นแห้งก่อน

ตามต่อด้วยน้ำตก+ต้มยำ กินแล้วอร่อยแบบไม่เผ็ด ไม่ได้ปรุงเลย แต่พอกินคำสุดท้าย ทั้งน้องลูกพรุน ทั้งแมวดื้อ แทบจะสำลัก มันขึ้นจมูกเลย สงสัยว่าเพราะพริกไทย แต่สงสัยตอนที่กิน แทบไม่รู้สึกเลย

ร้านนี้ขายลูกชิ้นหมูด้วย ลูกใหญ่ ราคาไม่แพง (ไม้ละ 10) ที่จริงมีขนมถ้วยด้วย แต่กว่าจะมาชิมก็บ่าย เห็นแต่ถ้วยเปล่าๆ อดเลย ยิ่งอยากกินอยู่ ฝั่งตรงข้ามก็ขายของกินหลายอย่าง

ขนมไข่ปลา

ข้าวห่อใบบัว

หลังจากนั้นหวานใจก็โทรมาบอกว่า พี่เสือง่วงแล้ว ฮ่า..ฮ่า เรียกว่าสมาชิกเสร็จกันแล้ว แมวดื้อเหลืออีกครึ่งตลาด ทำไงดีหว่า เอาฟร่ะ.. ถือว่ามา survey แล้วกัน รีบเดินในซอยอย่างรวดเร็ว

ร้านแกลอรี่ ที่ทำสมุดภาพออกมาขาย เล่มละ 149 บาท รายได้ช่วยเหลือนักเรียน

ร้านรัชพร ร้านนาฬิกาโบราณ แมวดื้อเอานาฬิกาข้อมูลที่ถ่านหมดมาพอดี (หลังจากหาข้อมูล ก็เลยคิดว่าไหนๆ มาแล้ว เอานาฬิกามาเปลี่ยนถ่านซะเลย) มาเห็นวิธีการเปลี่ยนถ่าน ถอดสายออก หมุนด้านหลังนาฬิกา เครื่องไม้ เครื่องมือโบราณ บอกได้คำเดียวว่าสุดยอดมาก ใช้เวลาเปลี่ยนไม่นาน แอบถ่ายรูปในร้านไปเรื่อยไม่เท่าไหร่ ก็เสร็จแล้ว ค่าบริการ 60 บาทเท่านั้น หาได้ไหมเนี่ยในกทม. 😉

ร้านศรีพุทธทอง ประตูสีสดใส เขียวไปหมด สบายตา เสียดายที่วันนี้หยุด เลยไม่รู้ว่ารับ “ดัดผม” เพียงอย่างเดียว (ไม่ตัด) หรือไม่ 😛

ร้านขายยา ฮกฮันโอสถ คนขายได้รับ ภ.บ. มาเลย จึงรับรองว่าไม่มั่วแน่นอน ทางร้านขายสบู่ที่ทำขึ้นมาเองด้วย น่าสนใจทีเดียว หน้าร้านมีรางบดยาขนาดใหญ่ตั้งอยู่

เลยมาหน่อยก็เป็นร้านศิลป์ธรรมชาติ

ร้านถ่ายรูปโบราณ ซึ่งปัจจุบัน เปิดกิจการถ่ายรูปโบราณ ให้นักท่องเที่ยวแต่งตัวโบราณ ไม่นานก็ได้รูปออกมาแล้ว

กล้องถ่ายรูปในตู้กระจกหน้าร้าน อ่าน spec แล้วเป็นกล้องเทพในสมัยนั้นจริงๆ

สุดท้ายมาจบที่ร้านบุญช่วยหัตถกิจ

ร้านนาฬิกาโบราณ ที่มีสไตล์เป็นของตนเอง นาฬิกาที่นี่ เน้นส่วนประกอบที่เป็นไม้ นาฬิกาข้อมือก็มีบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าที่ร้านรัชพร จุดเด่นคือนาฬิกาแขวนผนังที่มีมากมาย

จบทริปสามชุกตลาดร้อยปี ไว้แต่เพียงเท่านี้ รูปอื่นๆ มันไม่เก่าเข้ากับ set แล้ว หุ..หุ ปิดท้ายด้วยกระป๋องนี้ เหมือนเคยเห็นที่บ้าน ไม่รู้ยังอยู่หรือเปล่า

ขายอันละตั้ง 600 แน่ะ 😛

ขอขอบคุณ – แก๊งร่วมทริปทุกท่าน สนุกมากมาย – พี่เสือ ใจดี ขับรถให้ ค่าน้ำมันหาร 4 ก็ได้พี่ – นู๋เมย์ มาเปิดสตูถ่ายตุ๊กตากันดีกว่า อิอิ – คุณน้อง สำหรับการต้อนรับอย่างดี และอาหารอร่อยๆ – น้องลูกพรุน ที่คอยเดินตาม (คนอื่นไม่มาถ่ายรูปแนวนี้แน่ๆ ฮ่า..ฮ่า) – น้องซันคิสกับน้องน้ำส้ม ที่เบี่ยงเบนความสนใจคุณแม่ไปได้ เรียกว่าหายไปเลย แทบไม่ได้คุยกัน 😛


More Posts


สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 1
May 4, 2008

สามชุกตลาดร้อยปี ตอนที่ 1

Pre Trip: สามชุกตลาดร้อยปี
May 3, 2008

Pre Trip: สามชุกตลาดร้อยปี

โค.. โค้.. โค
May 1, 2008

โค.. โค้.. โค

Train park: 27 Apr 2008
April 30, 2008

Train park: 27 Apr 2008