วันนี้ได้แรงใจ ที่จะทำเว็บขึ้นมาได้อีก
ด้วย pages hit ของ TIC ที่ขยับไปถึงหลักหมื่นต่อวัน
เอิ้ก..เอิ้ก
thaipsp ที่ไม่ได้ไปทำอะไรนานแรมเดือน
ก็ยังมีสมาชิกมาสมัครเพิ่มเติมทุกวัน
แอบไปเจอใน hi5 มีคนเขียนถึงว่าเข้าเว็บทุกวันด้วย
เหอ..เหอ
ประเด็นนี้เคยคุยกับหวานใจหลายครั้งมากแล้ว
ว่าจะปิด thaipsp ดีไหม
พอมาดูว่าทั้ง blog แมวดื้อ blog หวานใจ ก็ยังใช้โดเมนอันนี้
ถึงจะเปิดทิ้งไว้ก็คงไม่เสียหายอะไร
ยังไงก็จ่ายตังไปอยู่ดี

 

คิดอะไรไปเพลินๆ
ลองเปิดดูเว็บที่เคยเข้ามาเมื่อหลายปีที่แล้ว
หลายเว็บหายสาบสูญไปแล้ว
อาทิเช่น CLIE หรือเว็บไทยบางเว็บ
แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ block ด้านข้างของ pocketpcthai

คำว่าดำเนินการมายาวนานที่สุด
มันบ่งบอกอะไรหลายๆ อย่าง
มันไม่เกี่ยวกับว่า เว็บดังหรือไม่ดัง
จะมีสมาชิกมากน้อยแค่ไหน
แต่เป็นเรื่องของ “ความสนใจ” ที่มีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
แม้ว่า psp นั้นเป็น game platform ที่เทียบไม่ได้กับ windows (mobile)
ก็ thaipsp ก็เป็นเว็บไซต์ในเริ่มทำตั้งแต่ยุคแรกๆ ของ PSP เลย
เมื่อลองย้อนกลับไปมองดูแล้ว
จากที่เคยเป็นแค่ user ตอบกระทู้ใน mrpalm
จากที่เคยเป็น moderator ใน TPUG
กลับผันตัวเอง มาเป็น “webmaster”
งานที่ดูเหมือนชื่อจะเท่
แต่ด้วยงานของตำแหน่งนี้ มันไม่ง่ายเลย

ด้วย webmaster ทำให้ต้องศึกษาเรื่อง web coding
ด้วย webmaster ทำให้ต้องศึกษาเรื่อง web hosting
ด้วย webmaster ทำให้ต้องดูแลจัดการเว็บในทุกส่วน
ด้วย webmaster ทำให้ต้องหัดติดต่อหน่วยงาน ทั้ง partner, sponsor หรืออื่นๆ

จากตรงนั้น
ทำเว็บขึ้นมา
บริหารจัดการ
ตอบคำถามในเว็บบอร์ด
อ่านข่าวสารในอินเทอร์เนท
จัดมีตติ้ง
เล่นเกมในเว็บ

ทำให้แมวดื้อรู้ตัวเองว่า
“ทำได้”
แล้วก็ได้ทำแล้วด้วย

แม้ว่าต่อไป
อาจจะลดบทบาทความเป็น webmaster หรือ guru ให้น้อยลง
จะได้มีเวลา “ศึกษา” เรื่องต่างๆ ที่สนใจมากขึ้น
ก็น่าจะเป็นการดี
บางครั้ง การเป็น guru มันก็พ่วงมาด้วยการโอ้อวดความรู้
ทั้งที่ ความรู้ มันอยู่รอบๆ ตัวทั้งนั้น
อยู่ที่ใครจะคว้ามันมาได้ก่อนกันเท่านั้น


วันนี้ก็ยังมีเรื่องไอโฟนที่ต้องจัดการอีกเครื่อง
แต่มี step อยู่ในหัวอยู่แล้ว
ถ้าได้ก็คือได้ ถ้าไม่ได้ก็จบ.. ส่งคืน
หลังจากลองอยู่พักใหญ่
ก็สรุปได้ว่าเป็นปัญหาของ Hardware
งานนี้ไม่เครียดมาก
เจ้าของเคยอ่านเจอในกระทู้มาเหมือนกัน
ที่เมืองนอกมีคนเจอปัญหานี้ ต้องเปลียนบอร์ด ไม่ก็แกะเครื่องมาไขน้อตตัวนึง เป็นอันจบ
แต่ใครจะแกะเครื่องแค่นั้น
เจ้าของมารับเครื่องตอนบ่าย
ไม่มีอะไรติดใจกัน เคลียร์

หลังจากนั้น ช่วงบ่ายแก่ๆ
เพื่อนที่คณะฯ ก็มาที่ร้าน
กำลังจะทำโน่นทำนี่ เพราะค้างคาหลายวัน
ทั้งเว็บ ทั้งงานส่วนตัว ทั้งงานคลินิก
มาถึง ท่านก็ยิงคำถามเป็นชุด
เกี่ยวกับการทำเว็บ
พร้อมต้องการ solution ด้วย
ทีนี้ก็เอาหล่ะสิ
ต้องลุย google หาคำตอบมาให้
สรุปเหลือคำถามยาก
เลยต้องลองกับ server nightycat
สรุป “ไม่ได้”
เราก็ไม่คิดว่าจะมี solution หรอก

คำถามคือ
มีเอกสารเป็น pdf อยู่
จะทำยังไงให้ข้อมูลขึ้นไปยังบล็อค โดยที่รูปแบบฟอนต์ และรูปยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ
จากที่คิดออก ถ้าจาก pdf -> html อันนี้ง่ายมาก
แต่พวกบล๊อคมันจะเป็น php หรือ asp นี่สิ พอมันไม่ใช่ html มันก็เลยไปต่อไม่ได้
ลองไปลองมา คิดไปคิดมา
ก็นึกได้ แล้วทำไมต้องไปยึดติดกับ pdf ด้วยหล่ะ
คนทำเว็บ หรือ webmaster ยังไงคุณก็ต้องศึกษาภาษาของเว็บไซต์
ไม่ว่าจะเป็น html xml php หรือ asp
มันหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกอย่างการจัดรูปแบบหน้าเองบนเว็บเพจมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนาอะไร
หลังจากสรุป แล้วก็หา solution ในเรื่องต่างๆ ได้แล้ว ก็รอดไปอีกเปราะ
พอจะกลับมาทำงาน ก็มีคำถามมาจาก MSN ลอยว่อนไปหมด
อ๊ากก….กกกก
กว่าจะตอบหมด ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน
คืนนี้หวานใจ พยายามจะทำงานที่บ้าน
คอมที่บ้านหวานใจมันก็ monitor เพี้ยน ใช้ ibook ก็อืดมาก
บ่นใหญ่เลย
เอิ้ก..เอิ้ก

ยังไงแมวดื้อก็ยังมองว่า ตราบใดที่เรายังคงต้องวิ่งตาม software
ยังไงเรื่อง hardware ก็ต้องอัพตามกันไป
มันไปอย่างเดียวไม่ได้หรอก
หยุดอยู่กับที่ ใช้เครื่องเก่า software เก่า มันก็ทำงานได้ในระดับหนึ่ง
แต่มันจะนานแค่ไหนหล่ะ
คนอื่นเค้าไปเวอร์ชันใหม่กันหมดแล้ว
เราใช้เวอร์ชันเก่า
มันก็อาจมีปัญหากับงานในเวอร์ชันใหม่อยู่ดี


วันนี้ยังคงอารมณ์ต่อเนื่องจากเมื่อวาน
ตอนเช้าได้ไอเดียในการแก้ปัญหา
ก็เลยแก้ไอโฟนที่บริคให้กลับกลายมาเป็นไอพอดทัชได้สำเร็จ
พอได้แล้ว ก็เลยรีบโทรไปบอกเจ้าของเครื่อง
จริงๆ ต้องเรียกว่าโดนโทรจิกมากกว่า
ตั้งแต่ดึกคืนวันอาทิตย์ จนถึงเช้าวันอังคาร
โทรมาอย่างกะ call center
ให้ตายสิ พับผ่า
กลัวขโมยเครื่องไปเหรอไง
แก้ก็แก้ให้ฟรี
เป็นคนทำให้เจ๊ง ฤาก็ไม่ใช่
ทำไมต้องทำอย่างกะช่างซ่อมที่ MBK ด้วยฟร่ะ

โทรไปบอกว่าทำเป็นไอพอดทัชได้แล้ว จะให้ทำต่อ (อันล๊อคซิม) ไหม
เจ้าของบอกว่า เอาแค่นี้แล้วกัน ไม่ต้องทำต่อแล้ว
ก็เลยนัดคืนตอนบ่ายสาม ที่ BTS
และแล้วก็มีโทรศัพท์โทรจิก ตั้งแต่บ่ายสอง
ตกลงเอาไงฟร่ะ
เอ็งไม่ต้องไปเรียน แต่ข้าต้องทำงานนี่หว่า
นี่ข้าไปอ้อนวอน กราบกรานขอให้เอ็งเอาเครื่องมาให้ซ่อมเหรอไงฟร่ะ
แบบนี้ ครั้งเดียวเลย ครั้งหน้า ต่อให้บริค ก็ช่วยตัวเองเหอะ
เด็กไรฟร่ะ  ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่เคยไหว้ ไม่เคยขอบคุณ
เจอหน้าคำถามแรก “เท่าไหร่”
เฮ้ย.. นี่ตรูไปรับจ้างมันตั้งแต่เมื่อไหร่
เค้าไปมีตติ้งกัน ก็เพราะจะได้รู้จักคนมากขึ้น ไม่ใช่ไปซ่อมเครื่อง หรือแก้ปัญหาให้แล้วเก็บตัง
พอบอกไม่คิดตัง ก็หยิบไอโฟนไปจากมือเลย
ก่อนเดินออกไป หันกลับมาถามว่า
“นี่ผมเอาซิมใส่แล้วใช้ได้เลยหรือเปล่า”
อ้าว… แล้วที่ข้าโทรไปบอกเอ็งอ่ะ ไม่เข้าใจเลยเหรอ
-*-
รมณ์เสีย


คืนวันเสาร์นอนไม่เต็มอ่ิม
เพราะวันอาทิตย์มีมีตติ้ง tic
ก็เตรียมโน่นเตรียมนี่ ของรางวัล
เตรียมข้อมูล ที่เดาว่าน่าจะมีคนถามแน่ๆ
เผาแผ่น DVD โปรแกรมให้หวานใจ
เตรียมกล้อง เผื่อจะตื่นเช้าออกไปถ่ายรูปก่อน
แพลนอะไรไว้ในหัวเต็มไปหมด
ตื่นขึ้นมา ก็ไม่สายมากนะ แต่รู้สึกว่าหากต้องรีบๆ ทำอะไรตามแพลนไปเสียทั้งหมด
ตัดอะไรที่ไม่สำคัญออก ตาม priority ดีกว่า
สรุป ตอนเช้าไป survey ร้าน kakoa cafe’
นัดกำชับหวานใจไว้ให้มาตอนเช้า
จะได้มีเวลานั่งไปเรื่อยเปื่อยก่อนไปมีตติ้ง
สรุป หวานใจมาสาย
-อด-

มีตติ้ง tic
ขลุกขลักนิดหน่อย
ก็สถานที่เปิด แล้วก็ดูไม่ขลังเท่าไรนัก
คนเข้าออกมีตติ้ง เดี๋ยวหายไป เดี๋ยวกลับมา
ตั้งใจว่าไม่จะทำเป็นไอโฟนคลินิกให้
สุดท้ายก็อดสงสารไม่ได้
เอาไอโฟนมาแก้ให้เค้าสองเครื่อง
นั่งทำจนถึงตีสองก็ยังไม่ได้ แต่ต้องนอนแล้ว เพราะตอนเช้ามีผ่าตัด

เช้าวันจันทร์
ตื่นมายังเบลอๆ อยู่ เหมือนไม่ได้หลับ เพราะสมองยังคิดหาวิธีแก้ไอโฟนอยู่
ผ่าตัดเสร็จ ก็เริ่มมีโทรศัพท์มาจากสมาชิกมีตติ้ง
ถามปัญหา ถามถึงไอโฟนที่ฝากไว้ ฯลฯ สารพัด

วันนี้เหมือนไม่มีสมาธิทำอย่างอื่นเลย
นั่งแก้ไอโฟน ตอบคำถามไอโฟน
พอมีเคส มันก็หลุดไปได้นิดนึง แต่แป้บเดียว ก็กลับมาเหมือนเดิมอีก
เริ่มปวดหัวหล่ะ
เดี๋ยวต้องถอดปลั๊กตัวเองสักที
ไม่งั้น RAM จะเต็ม เพราะ CPU สมองทำงานอยู่ตลอดเวลา
สุดท้ายก็ hang
กว่าจะ restart ได้ ก็หลายวันอยู่นา
เอิ้ก..เอิ้ก


อ่านคอลัมน์นี้แล้วเกิดอยากไปลั่นชัตเตอร์ขึ้นมา
ลองดูรูปสิ

 


หนุ่มสาวพากันควงคู่ไปพักผ่อนที่สวนรถไฟ

พอถึงวันวาเลนไทน์ทีไร ก็มักจะได้ยินคำรำพันจากคนไม่มีคู่ประเภทว่า เมื่อไหร่จะได้เจอคนดีๆ เมื่อไรจะมีแฟนเสียที ฯลฯ อันนี้ฟังแล้วฉันก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร แต่สำหรับคนที่มีแฟนแล้วก็มักจะได้ยินคำถามว่า วาเลนไทน์นี้จะพาแฟนไปไหนดี อันนี้ฉันพอตอบได้ เพราะสถานที่โรแมนติกที่เหมาะจะพาคนรักไปเที่ยวนั้นก็มีอยู่หลากหลาย

ในกรุงเทพฯ เองก็มีมุมสวีทหวานโรแมนติกอยู่หลายที่ด้วยกันที่สามารถพาหวานใจไปนั่งเล่น พูดคุยจู๋จี๋กัน โดยไม่ต้องพึ่งพาร้านอาหารหรูๆแพงๆ แบบที่หลายคนนิยมกัน แต่เป็นสถานที่ง่ายๆ(เพียงแต่ต้องไปให้ถูกช่วงจังหวะเวลา)ที่บางคนคุ้นเลย แต่อาจมองเลยผ่าน ซึ่งฉันเล็งมาแล้วว่าเหมาะกับคู่รักที่นิยมการท่องเที่ยวในเมืองกรุงฯ โดยมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวพักผ่อนชื่นชมสิ่งสวยๆงามๆ โดยไม่ได้ต้องการให้คู่หนุ่มสาวไปเพื่อแสดงออกทางความรักอย่างเกินพอดี ผิดศีลธรรมครรลองของวัฒนธรรมไทยแต่อย่างใด


บรรยากาศดีๆน่าไปเที่ยวที่สวนรถไฟ

ที่แรก ฉันขอแนะนำสวนสาธารณะอย่าง“สวนรถไฟ”  หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สวนวชิรเบญจทัศ” สวนสาธารณะในเขตจตุจักรที่หลายๆ คนรู้จักดีและคงเคยไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันมาบ้างแล้ว สวนรถไฟนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 375 ไร่ พื้นที่กว้างๆ ของสวนรถไฟนี้ก็ได้บรรจุเอาสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจไว้นอกจากความร่มรื่นจากต้นไม้ตามแบบสวนสาธารณะแล้ว ที่นี่ก็ยังมี “อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ”  ที่นอกจากจะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวงจรชีวิตของผีเสื้อแล้ว ก็ยังมีกรงจัดแสดงผีเสื้อ ซึ่งเป็นกรงตาข่ายขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งให้มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับธรรมชาติ โดยมีทั้งลำธาร น้ำตก ต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ และมีผีเสื้อตัวเป็นๆ พากันบินวนเวียนดอมดมดอกไม้เต็มไปหมด แต่อย่าถามนะว่ามีกี่ตัว เพราะนับกันไม่ทันเลยทีเดียว

นอกจากอุทยานผีเสื้อฯ แล้ว ที่นี่ก็ยังมี “เมืองจราจรจำลอง” ที่ให้เด็กๆ เข้ามาเรียนรู้เรื่องกฎจราจรขั้นต้น เช่น เครื่องหมายจราจร ไฟสัญญาณต่างๆ บนท้องถนน และหัดขี่จักรยานกันในเมืองจราจรนี้ แต่เท่าที่ฉันเห็นนั้น ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่มาขี่ แต่บรรดาผู้ใหญ่ใจเด็กก็เข้ามาขี่จักรยานกันมากเช่นกัน


ชมพูพันทิพย์กำลังบานสะพรั่งที่สวนรถไฟ

นอกจากขี่จักรยาน ก็ยังสามารถมาพายเรือคายักในสระน้ำกันได้อีกด้วย เรียกว่าสามารถมาพักผ่อนและสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัว ทั้งกลุ่มเพื่อน และสำหรับคู่รักทั้งหลาย ฉันก็ยิ่งขอแนะนำให้มาที่สวนรถไฟกันในช่วงนี้ เพราะต้นชมพูพันทิพย์กำลังออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งไปทั่วสวนรถไฟ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีชมพู ถ้าพาแฟนมาซ้อนจักรยานแล้วขี่ชมดอกไม้สีชมพูหวานแหววไปด้วยกันตอนช่วงแดดร่ม ลมตกก็คงจะโรแมนติกน่าดู อย่าลืมเตือนแฟนด้วยว่าให้กอดเอวแน่นๆ นะจ๊ะ เดี๋ยวตกจักรยาน

พูดถึงบรรยากาศโรแมนติกอีกอย่างหนึ่ง ฉันก็นึกถึงบรรยากาศในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน หรือถ้าตกน้ำได้ก็ยิ่งดี ถ้าใครชอบบรรยากาศแบบที่ว่านั้นฉันก็ขอแนะนำให้ไปที่ “สะพานพระราม 8” สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน ข้ามมายังถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย สะพานพระราม 8 นี้เป็นสะพานขึงแบบอสมมาตร ไม่มีเสารับน้ำหนักตั้งอยู่ในแม่น้ำ ทำให้เรือวิ่งผ่านได้สะดวก


บรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินที่สะพานพระราม 8

สิ่งที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของสะพานพระราม 8 นี้ก็น่าจะเป็นสายเคเบิลที่รับน้ำหนักตัวสะพาน เป็นสายเคเบิลสีเหลืองสดใสในตอนกลางวัน และดูโดดเด่นจากแสงสปอร์ตไลท์บนสะพานในตอนกลางคืน คนสร้างสะพานคงตั้งใจจะให้มีคนขึ้นมาเดินเล่นบนสะพานกันอยู่แล้ว จึงได้สร้างทางคนเดินเสียกว้างขวาง เดินกันได้แบบสบายๆ หรือจะเอาจักรยานขึ้นมาขี่ก็ยังได้

วิวทิวทัศน์บนสะพานพระราม 8 นั้นก็งามจริงๆ เสียด้วย โดยเฉพาะในยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ท้องฟ้าเหมือนทาด้วยสีส้มอมชมพู และทำให้ตึกรามบ้านช่องและแม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นสีส้มอมชมพูด้วยเช่นกัน ยืนรับลมส่งพระอาทิตย์กลับบ้านอยู่เพียงครู่เดียว พอหันหลังกลับมาอีกที สะพานพระราม 8 ก็ถูกจุดให้สว่างไสวขึ้นมาด้วยแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ที่ส่องขึ้นไปยังด้านบนของสะพาน


ใต้สะพานพระราม 8 มุมโรแมนติกอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

ฉันขอแนะนำให้เดินจากฝั่งพระนครไปยังฝั่งธนบุรี เพราะหลังจากที่ได้ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามบนสะพานแล้ว จะได้มาพักเหนื่อยที่ลานริมน้ำใต้สะพานพระราม 8 ทางฝั่งธนฯ และนอกจากจะได้นั่งพักแล้ว หากใครเกิดหิวขึ้นมา บริเวณใต้สะพานแห่งนี้ก็มีอาหารบริการ เป็นประเภทอาหารว่างอย่างยำมะม่วง ลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกปิ้ง ฯลฯ ให้เลือกกินกัน ซึ่งก็มีคนมาปูเสื่อนั่งกินอาหารกันอยู่เต็มพื้นที่เลยทีเดียว หรือหากใครไม่อยากกิน แต่จะอยากนั่งมองแม่น้ำหรือนั่งคุยกันเงียบๆ อย่างเดียว บริเวณใต้สะพานพระราม 8 นี้ก็มีพื้นที่ให้เลือกนั่งหลายมุมด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าใครอยากจะได้บรรยากาศสวีทแบบนอนนับดาวกันในความมืด ขอบอกว่าในกรุงเทพฯ ก็มีเช่นกัน แต่หากจะดูกันบนฟ้าจริงๆ เห็นทีว่าท้องฟ้าคงจะถูกฝุ่นควันและมลพิษในกรุงเทพฯ บดบังไปเสียหมด เพราะฉะนั้น หากอยากเห็นดาวแบบชัดๆ จะๆ แถมไม่ต้องรอดูตอนกลางคืนก็ได้ ก็ต้องไปที่ “ท้องฟ้าจำลอง” หรือ “ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” ที่ตรงแถวๆ เอกมัยนั่นเอง


สามารถนอนนับดาวในตอนกลางวันที่ท้องฟ้าจำลอง

บางคนอาจจะบอกว่า จะไปเดทกับแฟนทั้งทีดันแนะนำให้มาศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ แค่ฟังชื่อก็น่าเบื่อเสียแล้ว ฉันก็ขอออกตัวก่อนว่า ในส่วนของศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ให้เด็กๆ และผู้ที่มาเข้าชมได้ค้นคว้า สัมผัส ทดลองวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ นั้น หากไม่อยากชมจะข้ามไปเสียก็ได้ แต่ต้องไม่พลาดท้องฟ้าจำลอง อีกหนึ่งสถานที่โรแมนติกที่ฉันขอแนะนำ

ที่ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้ ได้เปิดการแสดงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 แล้วโดยมีเครื่องฉายดาวเป็นพระเอกของงาน เพราะสามารถฉายดาวฤกษ์ได้ประมาณ 8,900 ดวง ขณะที่ตาเปล่าเราสามารถมองเห็นดวงดาวได้แค่ 3,000 ดวง ในการชมดวงดาวในท้องฟ้าจำลองนี้ก็จะมีผู้บรรยายถึงดวงดาวต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูเอาเองแล้วก็คงจะไม่รู้ว่าดวงไหนเป็นดวงไหนแน่ๆ


ลูกโลกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารท้องฟ้าจำลอง

ผู้บรรยายจะเริ่มพาเราเข้าสู่ช่วงพลบค่ำของกรุงเทพมหานคร อันเต็มไปด้วยฝุ่นควันที่ปกคลุมเมืองทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจน เหมือนอยู่ในต่างจังหวัดหรืออยู่บนยอดเขาสูง ดังนั้นเราจึงต้องบินขึ้นสูงเหนือชั้นบรรยากาศขึ้นไป เพื่อให้เห็นดวงดาวชัดเจนขึ้น พอผู้บรรยายพาเราขึ้นไปเหนือชั้นบรรยากาศ ก็ปรากฏเสียงอู้หูอื้อหือมาจากบรรดาผู้ชมทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เพราะภาพที่เห็นตรงหน้านั้นสวยงามจนทุกคนต้องร้องออกมา เป็นภาพของดวงดาวหลายพันดวงกำลังส่องแสงวิบวับในท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้เมฆ หมอกไร้มลพิษมาบดบัง ถึงแม้จะเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ แต่ก็งดงามเหมือนจริง

นอกจากจะได้ชมความสวยงามของท้องฟ้าแล้ว ก็ยังได้ความรู้เกี่ยวกับกลุ่มดาวต่างๆ ทั้งกลุ่มดาวหมีน้อย กลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวจระเข้ กลุ่มดาวเต่า ฯลฯ ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับดวงดาวอีกด้วย

ตระเวนไปครบสถานที่โรแมนติกเหล่านี้แล้ว ฉันขอปิดท้ายด้วยการมาขอพรในเรื่องของความรักกับ “พระตรีมูรติ” บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชประสงค์ ซึ่งถือว่าเป็นย่านเทพเจ้าก็ ว่าได้ เพราะเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าหลากหลายองค์ตามคติความเชื่อแบบฮินดู (พราหมณ์) ซึ่งหนึ่งในเทพที่ประดิษฐานอยู่บริเวณนี้ก็คือพระตรีมูรติ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งความรักอีกด้วย


พระตรีมูรติ เทพเจ้าแห่งความรัก

พระตรีมูรติ เป็นเทพที่รวม 3 เทพไว้ด้วยกันในรูปเดียว ได้แก่ พระพรหม พระผู้สร้าง พระวิษณุ พระผู้รักษา และพระศิวะ พระผู้ทำลาย การรวมตัวของพลังทั้ง 3 ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดไว้ในรูปเดียวกันนี้เองทำให้พระตรีมูรติเป็นดั่งพลัง อันยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า และเป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่มีอำนาจสูงสุด

แม้จะไม่ปรากฏที่มาของความเชื่อเรื่องที่พระตรีมูรติเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก แต่ในทุกค่ำคืนของวันพฤหัสบดี เวลา 21.30น. ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวลาดีที่เทพจะเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ลงมาประทานพรให้ผู้ ที่มากราบไหว้ ก็จะมีผู้คนที่อยากสมหวังในรักมาอธิษฐานขอพรพร้อมกับดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ธูปสีแดง 9 ดอก หรือจะเป็นพวงมาลัยกุหลาบ 1 พวง ก็ได้ เทียนแดง 1 เล่ม หรือ 1 คู่ก็ได้ แต่ถ้าเป็น 1 คู่ ก็ต้องประกบให้แน่นตามเคล็ดที่ว่าชีวิตรักจะได้แนบแน่นตลอดไป ส่วนผลไม้นั้นนิยมมะพร้าว น้ำอ้อย นมสดหรือของหวานอะไรก็ได้ แต่ที่ห้ามอย่างเด็ดขาดคืออาหารคาวทั้งหลาย


อธิษฐานขอความรักกับพระตรีมูรติ

Link: Manager Online


More Posts


“kakao cafe”หวานรักรสช็อคโกแลต
February 15, 2008

“kakao cafe”หวานรักรสช็อคโกแลต

เฉลย: ถัง 5 ลิตร กับ ถัง 3 ลิตร
February 14, 2008

เฉลย: ถัง 5 ลิตร กับ ถัง 3 ลิตร

Mathematic
February 13, 2008

Mathematic

Social network
February 12, 2008

Social network

เก็บตกทริปขึ้นเหนือ
February 11, 2008

เก็บตกทริปขึ้นเหนือ