วันนี้เปิดตัวคอลัมน์ใหม่ในเว็บ tic
นั่งเขียนอยู่นาน
แต่เนื่องด้วยเคสเยอะมาก
ก็เลยเขียนๆ หยุดๆ
ไม่ต่อเนื่องกัน
อารมณ์ เนื้อหามันเลยขาดๆ เกินๆ
เขียนเสร็จตอนหกโมงเย็น
เหลือ banner ยังไม่ได้ทำเลย
บอกหวานใจกระชั้นชิดไปหน่อย
ก็เลยไม่ได้จากหวานใจ
มั่วทำเองแก้ขัดไปก่อน

แล้วก็รีบอัพ ตอนสองทุ่ม
เผลอแป้บเดียว คนอ่านเยอะเหมือนกัน
ส่วนใหญ่ก็เป็นคนใน MSN ส่งลิงค์ไปให้อ่าน ฮ่า..ฮ่า
พรุ่งนี้มีมีตติ้ง tic
หวานใจมีแพลนตอนเช้า
แมวดื้อก็ยังไม่รู้ว่าจะตื่นตอนเช้าหรือเปล่า
ถ้าตื่น คงไปถ่ายรูปแต่เช้าอีก
ถ้าไม่ตื่น ก็เจอกันสายๆ เลย
เอิ้ก..เอิ้ก


เหมือนเคยผ่านตาร้านนี้มาแล้ว
แต่ก็มาได้เจออีกครั้งใน manager online
อยากชวนหวานใจไปกินจัง
ไม่รู้จะได้ไปหรือเปล่า
แอบเซอร์ไพรส์หวานใจ
แค่คาดว่ามีสิทธิ์ fail ค่อนข้างสูง
ไม่เป็นไร ถ้าช่วงนี้ไม่ได้ไปกิน ไว้มีโอกาสก็แล้วกันนะ
ร้านน่ารักดี ถ้ายอมให้ถ่ายรูปก็คงดี


บรรยากาศสบายๆภายในโซนคาเฟ่ชั้นสอง

รู้กันไหมว่า “ช็อคโกแลต”เป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณสมบัติ พิเศษ ที่ช่วยเสริมสร้างไฟรักในร่างกายให้ลุกโชนเป็นอาหารเสริมพลังรักอย่างดี ช็อคโกแลตช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน กินแล้วช่วยผ่อนคลายความเครียด หลายคนกินช็อคโกแลตแล้วจะรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุข เป็นขนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตและไขมันวิตามิน เอ ดี เค และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง

จึงไม่แปลกที่ในโอกาสพิเศษต่างๆหลายครั้ง ช็อคโกแลต จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสิ่งพิเศษให้แก่คนสำคัญของเรา อย่าง”วันวาเลนไทน์”ปีนี้ นอกเหนือจากกุหลาบแดงแทนใจแล้ว “ผู้จัดการตระเวนกิน”แนะนำให้ลองพาคนที่คุณรักและห่วงใยมาเติมพลังรักแสนหวานแก่ชีวิตด้วยช็อคโกแลตกันที่ “kakao cafe”(คาเคา คาเฟ่) ในซอยสุขุมวิท 24 กันดู แล้วจะรู้ว่าความหวานของช็อคโกแลตช่วยคุณได้อย่างไร


เก้าอี้ช็อคโกแลตในร้าน kakao cafe

“kakao cafe” เป็นร้านช็อคโกแลตเพื่อคนรักช็อคโกแลต ซึ่งนำเสนออาหารรูปแบบใหม่ที่ชูช็อคโกแลตให้เป็นพระเอก เป็นจุดเด่นของร้าน แถมด้วยไอเดียเก๋ไก๋ทั้งรูปลักษณ์และการดีไซน์ ที่โดยมาก ช็อคโกแลต ที่นิยมกินกันแล้วสัมผัสได้ว่ามีรสลื่นๆในปากและละลายช้านั้น เกิดจากการใช้ส่วนผสมของ palm oil ในการทำ แต่ช็อคโกแลตของ kakao จะใช้ส่วนผสมของ cocoa butter ซึ่งมีราคาสูงและหายากในเมืองไทย

รสชาติของช็อคโกแลตที่ kakao จึงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งแหล่งที่มาของช็อคโกแลตที่นี่ ก็ล้วนแต่คัดมาจากแหล่งผลิตช็อคโกแลตชั้นเยี่ยมจากทุกมุมโลก อาทิ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เป็นต้น

kakao cafe เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยความร่วมสมัย สไตล์หลุยส์ประยุกต์ บรรยากาศตกแต่งโทนสีเย็นตา ที่ร้านมี 2 ชั้น ชั้นล่างจัดเป็นที่นั่งมีเก้าอี้รูปช็อคโกแลตแปลกตา มีตู้โชว์สินค้าคือช็อคโกแลต ที่ด้านในมีช็อคโกแลตชนิดพอดีคำมากมายหลายรสยั่วยวนอยู่ เมื่อขึ้นมาชั้นสองจึงจะพบโซนของคาเฟ่ ที่มีมุมนั่งสบายๆทั้งในห้องแอร์และส่วนให้นั่งรับลมที่ระเบียงด้านนอก


Pure Kakao

ด้านเมนูอาหาร พระเอกยอดนิยมของ kakao cafe ที่ใครมาเป็นต้องสั่งเห็นจะหนีไม่พ้น Pure Kakao (140บาท++) นมสดร้อนๆจุดไฟด้านล่าง แก้วเพื่อในนมอุ่นตลอดเวลา เสิร์ฟพร้อมกับเม็ดช็อคโกแลต ที่สามารถเลือกได้ว่าจะกินรสไหนระหว่าง ดาร์กช็อคโกแลต มิลค์ช็อคโกแลต และไวท์ช็อคโกแลต หรือ เหมาหมดทั้งสามอย่างก็ยังได้

แต่ทางร้านมักแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่รสชาติจะได้กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกัน Pure Kakao มีความน่าสนใจอยู่ที่ วิธีการกิน คือการนำช็อคโกแลตเม็ดกลมใส่ลงไปในนมสดที่ร้อนๆใช้ช้อนคนให้ช็อคโกแลตละลาย ง่ายๆเท่านี้ก็ได้ลิ้มรสอัน หอม หวาน ของช็อคโกแลตที่ละลายในนมสดได้แล้ว


Kakao Lava Metl

มีพระเอกแล้วก็ต้องมีนางเอก Kakao Lava Metl (240บาท++) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนางเอกของร้านที่ได้รับความนิยม นอกเหนือจากจากส่วนผสมของ แป้ง ไข่ น้ำตาล เนย เมนูนี้ยังรังสรรค์จากช็อคโกแลตเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเม็ดวนิลาแท้ ช่วยส่งให้อาหารจานนี้หอมกรุ่นน่ากินยิ่งขึ้น เคล็ดลับจานนี้เชฟมือทองของร้านแอบกระซิบว่าอยู่ที่กระบวนการอบที่ลองผิดลอง ถูกนานกว่า 7 เดือน จึงออกมาเป็นลาวาเมลท์แสนถูกใจนักกินช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ทั้งหลาย

ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ เค้กลาวาเมลท์แสนนุ่ม ที่เมื่อตักผ่านเนื้อนอกเข้าไปชั้นใน จะเจอช็อคโกแลตเหลวที่ยังร้อนๆอยู่ กินคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานเย็น ที่ราดท็อปปิ้งสตรอเบอรี่ และมีสตรอเบอรี่สดวางตกแต่งอยู่พร้อมกับใบสาระแหน่ ข้างๆมีวิปปิ้งครีมที่เป็นสูตรพิเศษคิดค้นมาเพื่อความลงตัวของช็อคโกแลต เคียงคู่อยู่


Waffles kakao

อีกหนึ่งเมนูที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน”ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวและอยากบอกต่อคือ Waffles kakao (240บาท++) วาฟเฟิลสูตรพิเศษลับเฉพาะที่มีทั้งความ กรอบ หวาน นุ่ม และหอมกลิ่นวนิลากลิ่นที่ช่วยกระตุ้นไฟรักในลุกโชน กินคู่กับไอศกรีมวนิลา ราดหน้าด้วยช็อคโกแลตเข้มข้นและวิปปิ้งครีม โรยด้วยผงช็อคโกแลต ตกแต่งด้วยใบสาระแหน่ มีกล้วยหอมตัดเป็นชิ้นๆ รสหวานละมุนดี


Mill Crepe

และถ้าคุณเป็นกูเมต์ช็อคโกแลตตัวจริงไม่ควรพลาดที่จะลิ้มลอง Mill Crepe (140บาท++) เครปที่มีความสูงถึง 22 ชั้น สอดแทรกด้วยวนิลา คัสตาสด์ และช็อคโกแลต ในแต่ละชั้นสลับกันไปจนครบ 22 ชั้น ราดด้วยท็อปปิ้งสตรอเบอรี่และตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สีแดงจะได้เครปที่มี รสชาติหวานหอมและเปรี้ยวนิดๆ


อีกมุมน่านั่งภายในร้าน

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาว่างพอจะพาคนรู้ใจมานั่งกินที่ร้าน ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สั่งกลับบ้านเป็นของขวัญของฝากด้วย ช็อคโกแลตแบบชิ้น ที่มีให้เลือกหมุนเวียนมากกว่า 30 รายการ สนนราคาอยู่ที่ชิ้นละ30บาทและ40บาทต่อชิ้น

แต่สำหรับวาเลนไทน์นี้ทางร้านมีช็อคโกแลตพิเศษเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ให้ลิ้มลองอย่าง Sexy Champagne (40บาทต่อชิ้น) ช็อคโกแลตรูปหัวใจสีแดงที่มีส่วนผสมของแชมเปญเวลากัดเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงกลิ่นของแชมเปญได้ทันที นอกจากนี้ยังมี pink Champagne ช็อคโกแลตสีชมพูก้อนกลม คลุกเคล้าด้วยไอซิ่งสีชมพูรสหวาน (40บาทต่อชิ้น)เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแด่คนรู้ใจเช่นกัน


Sexy Champagne และ pink Champagne

เพราะความที่เป็นร้านช็อคโกแลต kakao cafe จึงสะสมเมนูช็อคโกแลตไว้มากมายรอให้ชาวช็อคโกแลตมาชมชิม เครื่องดื่มที่อยากแนะนำในช่วงวาเลนไทน์นี้ก็มีอย่าง Strawberry Kiss (220บาท) เครื่องดื่มที่เหมาะกับคุณผู้หญิงมีส่วนผสมของวอดก้าอ่อนๆอาหารก็หลากหลายเมนูเช่น Deep Freeze Chocolate (180บาท++), Caramel Freeze (180บาท++), Extreme Kakao Cake (240บาท++), Virgin Strawberries (110บาท++)


ระเบียงด้านนอกก็น่านั่งไม่เบา

       และเนื่องในวันแห่งความรักนี้ หากใครจะจูงมือคนรู้ใจไปนั่งกินช็อคโกแลตที่ kakao cafe ก็เก๋ไม่หยอกเลยทีเดียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้าน “kakao cafe” ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 500 เมตร จุดสังเกตร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงแรม The Davis ร้านอยู่ขวามือในตึก President Park เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00น.ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-24.00น.ยินดีรับเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด รับประทานเกิน 1,000 รับบัตรสมาชิก โทร.0-2661-1777,0-2661-1766-7

ชื่อร้าน : “kakao cafe”

ประเภทอาหาร : ช็อคโกแลต

เมนูจานเด่น : Kakao Lava Metl,Mill Crepe

บรรยากาศร้าน : นั่งสบายสไตล์หลุยส์

ที่ตั้ง และการเดินทาง : ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 จากปากซอยเข้ามาประมาณ 500 เมตร จุดสังเกตร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงแรม The Davis ร้านอยู่ขวามือในตึก President Park

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00น.ในวันจันทร์-พฤหัสบดี และวัน ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-24.00น.

เบอร์โทรศัพท์ : โทร.0-2661-1777,0-2661-1766-7

บัตรเครดิต:ยินดีรับเครดิตของวีซ่า มาสเตอร์การ์ด รับประทานเกิน 1,000 รับบัตรสมาชิก

Link: Manager Online


มีถังน้ำ 2 ถัง จุได้ 5 ลิตร กะ 3 ลิตร อยากได้น้ำ 4 ลิตร ทำไงดี

 

เฉลยจ้า

 

1- เทน้ำใส่ถัง 5 ลิตร ให้เต็ม
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 5 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 0 ลิตร

2- เทน้ำในถัง 5 ลิตร ใส่ถัง 3 ลิตรให้เต็ม
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 2 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 3 ลิตร

3- เทน้ำในถัง 3 ลิตร ทิ้งไป
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 2 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 0 ลิตร

4- เทน้ำในถัง 5 ลิตร ที่เหลือใส่ในถัง 3 ลิตร
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 0 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 2 ลิตร

5- เทน้ำใส่ถัง 5 ลิตร ให้เต็มอีกครั้ง
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 5 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 2 ลิตร

6- เทน้ำจากถัง 5 ลิตร ใส่ถัง 3 ลิตรให้เต็ม
(ถัง 5 ลิตร) มีน้ำ = 4 ลิตร
(ถัง 3 ลิตร) มีน้ำ = 3 ลิตร

 

คราวนี้ถามต่อ ถ้าต้องการน้ำแค่ 1 ลิตร ต้องทำยังไง 😉


เรื่องราวของคณิตศาสตร์
เค้าว่ากันว่า มาพร้อมกับผู้ชาย
หรือผู้ที่ใช้สมองสำหรับวิทยาศาสตร์ มากกว่าศิลปะ

วันนี้มี 3 เรื่องราวเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ที่บังเอิญแมวดื้อสัมผัสมาในช่วง 2-3 วันนี้

I.Die Hard 3
หลังจากโหลดหนังเรื่องนี้มา ตั้งแต่กลับมาจากแม่ฮ่องสอน
เพิ่งมีโอกาสได้ดู
คำถามหนึ่งในหนังเรื่องนี้

“มีถังน้ำ 2 ใบ ใบแรกจุ 3 ลิตร ใบที่สองจุ 5 ลิตร จงทำให้ได้น้ำ 4 ลิตร”
แมวดื้อคิดไม่ออกในทันทีหรอกนะ ต้อง pause หนังไว้ แล้วคิดก่อนที่หนังจะเฉลย
คิดตั้งนานแน่ะ เอิ้ก..เอิ้ก
รู้กันไหมว่าทำยังไง
ในหนังก็เฉลยแบบไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยนะ

II.NUMB3RS
ซีรีส์เรื่องใหม่ ที่เอาคณิตศาสตร์มาคำนวณ หาตัวคนร้าย หรือระบุอะไรต่อมิอะไรมากมาย
ดูแล้วก็รู้สึก “เว่อร์” นะ
แต่ก็ต้องยอมรับว่า การใช้ชีวิตประจำวัน มันมีคณิตศาสตร์อยู่ในตัวด้วยเสมอ
ที่ชอบมากๆ ก็คือ เว็บไซต์ของซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะมีเฉพาะส่วนของตัวซีรีส์แล้ว
ยังมีคำอธิบายทางคณิตศาสตร์จากในซีรีส์อีกด้วย
ทฤษฏีต่างๆ รวมถึงความเป็นไปได้ ในการนำทฤษฎีทางคณิตศาสตร์มาใช้จริง

III.kanid.com
ไปเจอเว็บนี้โดยบังเอิญ
ตอนแรกเข้าใจว่าเว็บนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนเตรียมสอบ Ent’
แต่ที่ไหนได้ ที่นี่เรียกว่าเป็นแหล่ง Mathematic ที่เป็นภาษาไทยชั้นเยี่ยมเลย
ทั้งคำถาม ทั้งคำตอบต่างๆ
มีทั้งที่เป็นข้อสอบ (สำหรับเตรียมสอบ)
และการคำนวณสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในรูปแบบต่างๆ
บางอันเป็นแบบทฤษฎีที่คิดขึ้นมาเอง แม้ว่าผลที่ได้จะไม่ตรงกับทฤษฎีจริงๆ แต่ก็ใกล้เคียงมาก


วันนี้อยากเขียนถึงเรื่องนี้
Social network
ไม่รู้ว่าจริงๆ เค้าแบ่งกันยังไงนะ
แมวดื้อแบ่งแบบ (ส่วนตัว) นี้แล้วกัน อิอิ

 

ย้อนกลับไป ในยุคแรกๆ ที่แมวดื้อรู้จักคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ
การสนทนาผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Telnet (Telecommunication Network) ก็ได้ก่อเกิดขึ้นมาแล้ว
ซึ่งมันมีประโยชน์มากมาย
ตั้งแต่ admin ที่เข้าไปสั่งงาน server หรือนักเรียน สามารถเข้าไปเช็คเมล์ของโรงเรียนได้
และแน่นอน เราเอามาใช้ connect server ที่ให้บริการ สำหรับพูดคุยได้ด้วยเช่นเดียวกัน
ลักษณะของ Telnet Chat นั้นเป็นลักษณะตัวหนังสือล้วนๆ เป็นหลัก

ต่อมาเมื่อระบบปฏิบัติการต่างๆ พัฒนาเพิ่มเติม
ก็ได้มีการแชตที่เรียกว่า IRC (Internet Relay Chat) ขึ้นมา
หน้าตา interface ดีขึ้น มีลูกเล่นมากมาย ทั้งการใส่สี emotion หรืออื่นๆ

จะเห็นได้ว่าแต่ละคนแสดง “ความเป็นตัวเอง” ผ่านตัวอักษรแค่นั้น
ซึ่งก็อยู่ที่คนอ่าน ว่าจะตีความว่าอย่างไร

ต่อมา เครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มมีราคาถูกลง
คนมีฐานะปานกลาง พอที่จะหาซื้อมาใช้ที่บ้านกันได้มากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ html
ซึ่งก่อให้เกิด web page มากมาย
มีทั้งที่ใช้งาน ในธุรกิจ หรือใช้ส่วนตัว
กลุ่มที่ใช้ส่วนตัวนี้เอง ทำให้เกิด personal web pages ขึ้น
แสดงตัวตนในแบบที่เราต้องการ
อยากเขียนอะไรเขียน อยากนำเสนออะไรก็ทำได้
ทั้งสิ่งที่สนใจ หรือสิ่งที่ไม่ชอบ รวมไปจนถึงสิ่งรอบๆ ตัวอื่นๆ เช่นการเมือง เป็นต้น

Hosting ที่รู้จักกันดีในยุค เช่น Geocities

ปัจจุบันเป็น Yahoo! Geocities
ให้บริการสำหรับผู้ที่มีเมล์ของ YahooMail ได้ใช้งานกัน

ตรงนี้จะเห็นได้ว่าการติดต่อสื่อสารเป็นไปในทิศทางเดียว
คนเขียนไม่รู้ feedback/comment นอกจากคนอ่านจะส่งเมล์ติดต่อไป

ต่อมาเป็นยุคของ BLOG
เว็บที่ให้บริการ blog ในยุคแรกๆ ที่แมวดื้อพอจะจำได้ก็คือ Blogger

ระบบของ blogger นั้นเรียบง่าย
คนที่เข้ามาอ่าน สามารถ comment ได้ทันที
คนเขียน สามารถเขียนเป็นไดอารีประจำวัน หรือสิ่งที่ตนเองสนใจ ได้อย่างอิสระ

ต่อมาหลายๆ network ก็เลยพัฒนา blog program ของตนให้เป็นที่สนใจอาทิเช่น

สำหรับในบ้านเรา ก็มี diary / blog network ที่ดำเนินการมาถึงปัจจุบันหลายแหล่งเช่น

ทั้ง blog และ diary นั้นหากเรียกว่าเป็นเวอร์ชัน 1.0 ก็คงไม่ผิด
แม้ว่าอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่ก็มีความสัมพันธ์กันแค่ เข้าไปอ่าน แล้วคอมเม้นท์
ถ้าเข้าไปอ่านเฉยๆ ผู้เขียนก็จะไม่ทราบว่ามีคนเข้ามาอ่านเป็นใครบ้าง (ระบบส่วนใหญ่ทำได้แค่ว่าเปิดเพจนี้ไปแล้วกี่ครั้งแค่นั้น)

นอกจาก blog และ diary แล้ว
ยังมี network เฉพาะเกิดขึ้นมา
โดยเน้นเป็นเรื่องๆ ที่ชัดเจนไปเลย
เช่น
Musics
ใครฟังเพลงอะไร ชื่นชอบศิลปินคนไหน discuss กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
รวมถึงการเผยแพร่เพลงทางอินเทอร์เนตไปอย่างรวดเร็ว

หรือ
Photos
ที่นอกจากจะเป็นการแสดงรูปของตนเอง
ทั้ง photos แล้ว ยังรวมถึงการ process และ pictures อีกด้วย

ปัจจุบัน ใครๆ ก็พูดถึง web 2.0
มันจะคืออะไรก็ช่างมันไว้ก่อนแล้วกัน
เมื่อการพัฒนาเว็บอัพเดตตัวเอง
ทำให้เกิด features ใหม่ๆ มากมาย
สิ่งที่เกิดขึ้นที่น่าสนใจก็คือ social network
ที่ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
เพื่อนเรา กลายเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน
และเจ้า social network นี้เอง ที่ทำให้เรารู้จักคนอื่น มากขึ้น
(จากเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน)
สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงจำไว้ก็คือ ไม่ได้มีตัวตนที่เป็น “ของจริง” ในโลกอินเทอร์เนต 100%
มันยังมี “สีเทา” หรือ “สีดำ” ปะปนอยู่มากมาย
การรู้จักคนเยอะๆ น่าจะเป็นการดี แต่ก็ต้อง protect ตัวเองไว้บ้าง

เรามาดูกันว่า social network ในปัจจุบัน ไปกันถึงไหนแล้ว

ที่นี่ ดังในกลุ่มที่เรียกว่า “Real World”
หากคุณไม่ใช่คนที่ยึดติดกับเพื่อนตัวเอง ตามไปดูแค่ของเพื่อนตัวเอง
จะมีคนที่เรียกตัวเองว่า “real world” เยอะมาก คือชาติไหน ภาษาไหนก็เป็นเพื่อนกันได้
สถิติ: มีสมาชิกประมาณ 7 ล้าน 5 แสนคน
ระบบโดยรวมถือว่าพอใช้ได้
เวลาใครไป ใครมา ใครเพื่อนใคร เชื่อมโยงกันได้ง่าย
แต่ server ถือว่าค่อนข้างช้า และพบปัญหาการใช้งานใน Mac OS X บ้าง
ปัจจุบัน มักจะเป็น portfolio แสดงงานหรือ gallery ส่วนตัวไปแล้ว
หลายๆ คน ใช้เป็นที่ฝากรูป เพื่อลิงค์ไปยังเว็บ หรือเว็บบอร์ดที่เล่นกัน
แม้่ว่าจะมีส่วนของ journal/blog แต่ก็ไม่ค่อยมีคนเขียนกันเท่าไหร่
ส่วนใหญ่เอาไว้ฝากรูป/เพลง มากกว่า
หน้าตา interface นั้น หากพอที่จะมีความรู้เรื่อง CSS อยู่บ้าง การปรับแต่งก็ง่ายมาก

ที่นี่เรียกได้ว่า ดังที่สุดในเมืองไทย ตอนนี้
ด้วยระบบ friend
ที่พอเพื่อนเรามีเพื่อนใหม่ เราก็รู้ด้วย
เวลาใครไปใครมา ก็รับรู้เช่นเดียวกัน
ลูกเล่นโดนใจวัยโจ๋ เพราะสามารถใส่รูป ใส่เพลง รวมถึงเขียนไดอารี่ หรืออื่นๆ ได้
จากการสำรวจพบว่าในรับความนิยมใน latin american และ asian teens
สถิติ: มีสมาชิกประมาณ 98 ล้านคน
จากการทดสอบ แมวดื้อรู้สึกว่า hi5 จะ spam ไปหน่อย
เอาง่ายๆ แค่เอา email hotmail ไปสมัคร
พอ sign up เสร็จ
ตัวโปรแกรมก็จะถามว่า เราจะ add friend / invite รายชื่อทั้งหมดเลยหรือไม่
ซึ่งนั่นจะอยู่ใน contact list เมล์ของ hotmail รวมถึง MSN ด้วย
ทั้งหมดจะถูกทำโดยอัตโนมัติเพียงแค่คลิ้กเดียว
และจากที่ผ่านมา แมวดื้อได้รับเมล์ invite hi5 ตลอด แม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นสมาชิก hi5
ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น
หน้าตา interface นั้นมีธีมให้เลือกใช้งาน แต่ไม่เหมาะสำหรับ advance ที่ต้องการความเป็นตัวของตัวเองสูง

ที่นี่ เป็นที่รู้จักกันดีใน US, canada, UK และ New Zealand
รับสมัครสมาชิกที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป
สถิติ: มีสมาชิกประมาณ 62 ล้านคน
ระบบโดยรวมคล้าย hi5
แต่ระบบ widget ก้าวหน้ากว่ามาก
จากที่ลองเล่นดู อารมณ์ก็เป็นผู้ใหญ่ (มีความคิด) มากกว่าไปเจอเด็กๆ (บ้านเรา) ใน hi5
หน้าตา interface ไม่ค่อยหวือหวาเหมือนใน hi5 แต่สามารถโยกย้าย widget ได้อย่างอิสระ
พร้อมระบบที่เรียกว่า friend gift ซึ่งทำออกมาได้น่าสนใจทีเดียว
สามารถเขียน journal/blog
upload รูป / เพลง ได้เช่นเดียวกับที่อื่นๆ
พร้อมกับ group discuss หลากหลายเรื่องราว

ไม่รู้ว่าต่อไป จะมีอะไรออกมาอีกหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ มันเป็นสีสันใน internet network ยุคปัจจุบัน


More Posts


Sunday fine day: 10 Feb 2008
February 10, 2008

Sunday fine day: 10 Feb 2008

Canon 450D
February 9, 2008

Canon 450D

หนังโม
February 7, 2008

หนังโม

No.43
February 6, 2008

No.43