น้องลูกพรุนอัพเดตรูปใน multiply
เลยไปจิ๊กมา
ฮ่า..ฮ่า


ป๊ะแมว กับเป้ที่ต้องแขวน devil ด้วย


ป๊ะแมว สลึมสลือ หนาวเฟร้ย ยังไม่อยากตื่น (หน้าดำเลย อิอิ)


ปล่อยโคมกับหวานใจ วี้ดวิ้ว~ อ่ะ..ม่ายช่าย ปล่อยโคมกันสามคน น้องลูกพรุนเป็นคนถ่ายอ่ะ

 

ป.ล.เท้าระบมไปหมด วันนี้เลยเดินเท้าเปล่าในร้านตลอดเลย – -“


วันนี้รู้สึกเป็นวันหยุดจริงๆ
ตื่นตั้งแต่ 6 โมง
เช้ากว่าวันทำงานอีก เหอ..เหอ
อาบน้ำ แต่งตัว
เอากล้องใส่เป้
ออกจากบ้าน
ไปไหนดีหล่ะ
เอิ้ก..เอิ้ก
รู้แค่ว่า ไม่อยากอยู่บ้าน เปิดคอม เล่นเนทอยู่เฉยๆ
มีงานรับปริญญาของนู๋เมย์ ที่ศูนย์ประชุมฯ
แต่ไม่อยากไปตั้งแต่ไก่โห่ ญาติก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่ใช่ รีบไปทำไมกัน

คิดไปคิดมา
แวะ 7/11 ซื้ออะไรรองท้องก่อน
จากนั้นก็นั่งรถสองแถวไปถึงถนนจันทน์
ไปไหนต่อดีหว่า
ว่าแล้ว รถเมล์สาย 1 ผ่านมา ก็รีบขึ้นรถไปเลย
หยิบไอโฟนเสียบหูฟัง
อากาศเย็นๆ รถไม่ติดให้อารมณ์เสีย
ดีเหมือนกัน
สาย 1 วิ่งไปตามถนนเจริญกรุง
ผ่านตลาดน้อย.. ที่ที่มีความจำดีๆ แถวนี้เยอะ
เยาวราช.. เห็นวัดตรงหัวมุม น่าถ่ายรูปมั่กๆ เพิ่งจะมีงานตรุษจีนหมาดๆ ยังมีกลิ่นไอของเทศกาลหลงเหลืออยู่
คลองถม.. มีของที่แพลนว่าต้องมาซื้อเยอะเลย แต่ยังเช้าอยู่ ไม่ลงดีกว่า
สะพานเหล็ก.. ตอนเด็กๆ เคยใส่ชุดนอนมาซื้อเกมตั้งแต่เช้า หลายสิบปีแล้วเนอะ 😛
วังบูรพา.. แถวนี้เมื่อก่อนเดินบ่อยมาก มีอะไรให้เดินได้เป็นวันๆ

กำลังเพลิดเพลินกับสถานที่ต่างๆ กับความทรงจำอยู่เพลินๆ
ก็มีนักเรียนนายร้อยขึ้นรถเมล์มากับเพื่อนสาว
ให้ตายสิ
ระเบียบเป๊ะๆ นั่งหลังตรง นิ่งมาก เท่มากเพ่
แต่สงสารเพื่อนสาวฟร่ะ ต้องนั่งหลังตรง นิ่งตามไปด้วย
ไม่รู้ว่านิสัยเป็นแบบนี้ หรือว่าต้องทำตัวให้เข้ากับแฟน
เห็นแล้วอดขำไม่ได้
แมวดื้อกับหวานใจหน่ะเหรอ นิสัยคนละขั้วเล้ย…

หลังจากแอบเม้าท์ (ในใจ) ไปพักนึง
รถเมล์สาย 1 ก็พาแมวดื้อมาถึงท่าเตียน
ด้วยร่างกายไวกว่าสมอง แมวดื้อก็ลงจากรถเมล์เป็นที่เรียบร้อย
ลงมาเสร็จก็อึ้ง
ตรูจะไปไหนต่อฟร่ะเนี่ย
มองไปทางไหน ก็เห็นแต่วัด
ในหัวปิ๊งออกมาอย่างแรก
ไปไหว้พระก็ดีเหมือนกัน
ไหว้พระ 9 วัด อะไรทำนองนี้
ไม่ต้องถึง 9 วัดก็ได้
ว่าแล้วก็ไปกันเลย
ถ้าจำไม่ผิด เค้าไปกันที่ศาลเจ้าพ่อเสือกัน
เหมือนจะไม่เคยไป ลองไปดูแล้วกัน
หลังจากเดินสูดอากาศดีๆ ตอนเช้า ฟังเพลงผ่านไอโฟน จากท่าเตียนมาจนถึงท่าช้างแล้ว
ก็งงอีก
ไม่ได้มาแถวนี้นาน ไปยังไงต่อฟร่ะ
ถ้าเข้าซอยนี้ไปท่าพระจันทร์ ก็ไม่มีวัดอะไรนี่นา
เดินไปทางวัดพระแก้วแล้วกัน
โทรไปหาน้องลูกพรุนว่า ศาลเจ้าพ่อเสืออยู่ตรงไหน
น้องลูกพรุนบอกอยู่คนละทางแล้วเพ่… แปร่วววว

ก็คุ้นๆ ว่าใกล้ๆ วัดพระแก้วมีนี่นา
ระหว่างทางกดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ
process แบบ lomo ดู (จริงๆ ต้นฉบับมันเน่าอ่ะ ฮ่า..ฮ่า)


นกพิราบเต็มไปหมด


รถ (ราง) รอบเกาะรัตนโกสินทร์


ครอบครัวนี้ ซื้ออาหารจากคนที่เดินขายอยู่รอบสนามหลวง เลี้ยงนกอยู่นานมาก

เดินมาจนถึงทางแยก
ก็ถึงบางอ้อ
ตรงนี้ ไม่ใช่ศาลเจ้าพ่อเสือ แต่เป็นศาลหลักเมืองต่างหาก
อ้าย..อาย ฮ่า..ฮ่า
มาแล้วก็แวะไหว้สักนิดก็แล้วกัน
คนอื่นเค้าใส่เสื้อดำกัน เพราะมาร่วมลงนามฯ กัน
แมวดื้อใส่เสื้อสีน้ำเงินมาเลย รีบๆ ไหวแล้วก็เดินทางต่อ

หลังจากเดินลัดเลาะ ตามเส้นทางที่แม่ค้าบอก
ก็มาโผล่ที่หลังกระทรวง.. ที่นี่เคยเดินเลือกกีต้าร์เป็นวันๆ
เลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวขวา เลี้ยวไปเลี้ยวมา รองเท้าเจ้ากรรมก็ดันมากัดซะนี่ เลือดออกซิบๆ
ตายหล่ะ เพิ่งจะ 8 โมงกว่า ยังไม่ได้ไปไหนเลย เจ็บเท้าจะซะแล้ว
เดินหา 7/11 แล้วแวะซื้อถุงเท้าทันที
ถุงเท้าที่มี ดันเป็นถุงเท้าแบบ business อีก บางยังกะถุงน่อง มันจะช่วยได้ไหมเนี่ย – -”
เอาฟร่ะ ซื้อมาแล้ว เอาทิชชู่พันรอบแผลไว้ แล้วใส่ถุงเท้าไป มันก็พอช่วยได้แหละ

เดินต่อมาจนถึงวัดมหรรณพารามวรวิหาร
แล้วก็เป็นทางแยก ซ้ายหรือขวาดี
เปิดไอโฟน เข้า Maps เลย เคย bookmark ศาลเจ้าพ่อเสือไว้แล้ว



เข้าไม่ได้


เฮ่อ.. หมดสิทธิ์ สงสัย GPRS ไม่แรง ไม่ก็มีปัญหา เพราะเข้าเว็บก็ไม่ได้เหมือนกัน
ระหว่างที่เริ่มหงุดหงิด ตาก็เหลือบไปเห็นป้ายของกทม. บอกทางไว้ วัดโน้นวัดนี่ สถานที่ต่างๆ
อืม.. ได้ประโยชน์เลย ขอบคุณผู้ว่าฯ เน้อ
พอเดินกระโผลกกระเผลกไปจนถึงศาลเจ้าพ่อเสือ
โห… คนอย่างกะมด.. แน่นมาก
ยืนไหว้ข้างนอกก็แล้วกันนะ
อากาศเริ่มร้อน ไปไหนต่อดีหล่ะ
อ๊ะ.. เห็นป้าย ทางไปเสาชิงช้า
งั้นไปนั่งร้านมนต์นมสดเย็นๆ ดีกว่า
ไหนลองโทรหาหวานใจสิ


เงียบ.. ไม่รับ
ok อาจยังไม่ตื่น

เดินไปถึงร้านมนต์
โอ้ว..แม่เจ้า ร้านปิด
ปิดตรุษจีน 8-10 ก.พ.
ซวยจริงๆ
เริ่มร้อนแล้ว ทำไงดี
เอาฟร่ะ หาร้านประจำ สมัยที่เคยมาเรียนที่สงวนนี่แล้วกัน
เย็นตาโฟ เจ้าเก่า ยังขายอยู่เลย
เริ่มจากเย็นตาโฟ + ปอเปี๊ยะสด
แอบกินโค้ก (ธรรมดา) ดับความร้อนไปขวดนึง
OK
เริ่มตึงๆ เดินออกมาทางศาลาว่าการฯ
เห็นปาท่องโก๋
ก็แวะชิมอีก เอิ้ก..เอิ้ก
ปาท่องโก๋รสหวาน รสเค็ม กินกับแยม นม สุดยอดมั่กๆ

เดินมาจนถึงป้ายรถเมล์ เอาไงดีหล่ะ
วัดก็อยู่คนละทางแล้ว จะเดินข้ามไปวัดสุทัศน์ แล้วไปสวนสาธารณะข้างเรือนจำดีไหมนะ
ปอ. สาย 12 ผ่านมาพอดี
ร่างกายไวกว่าความคิด (อีกแล้ว)
แมวดื้อก็กระโดดขึ้นไปเรียบร้อย
จุดหมายปลายทาง (ที่คิด ณ ตอนนั้นคืออนุสาวรีย์ชัย)
โทรหาหวานใจ อีกหลายรอบ
ก็ไม่ติด
เอาไงดีหว่า
นั่งชมทิวทัศน์ไปพลางๆ หวานใจก็โทรกลับมา
หวานใจ “งอน” ที่ไม่ยอมชวน เอิ้ก..เอิ้ก
แล้วก็คุยเรื่องกล้อง ที่หวานใจแอบไปซื้อมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
แมวดื้อยังคิดอยู่เลยว่า วันนี้จะต้องพาหวานใจไปซื้อกล้องแน่ๆ สรุป.. ไปซื้อมาแล้ว เหอ..เหอ
หวานใจต้องถ่ายรูปขวด M150 ใครว่าถ่าย product ง่าย จริงๆ มันมีปัจจัยเยอะมาก
หวานใจขอเวลาถ่ายรูปทำงานก่อน
แมวดื้อก็มาถึงอนุสาวรีย์เรียบร้อยแล้ว

สายๆ ขนาดนี้ ยังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี
เลยลองเดินไปห้าง century
เมื่อก่อนเคยอยู่อพาร์ตเม้นท์ซอยรางน้ำ พอออกปุ๊บ เค้าก็มาสร้างเลย 😛
ตั้งแต่เปิด ก็ไม่เคยมาสักครั้ง ลองเดินเล่นดูแล้วกัน
อืม.. ก็เหมือน major cineplex ทั่วไปนะ
โดนไล่ออกจากร้านหนังสือด้วย
สาเหตุจากเป้ (กล้อง) เค้าบอกให้ฝาก เราก็บอกว่าเป็นเป้กล่อง มันแพงมาก ไม่ฝากหรอก
ทางร้านก็ไม่ยอม ก็เลยเดินออกมาเลย ว่าจะซื้อหนังสืออยู่แล้วเชียว
ไม่ง้อก็ได้
สิบโมงกว่า ส่ง sms ไปบอก (แฟน) นู๋เมย์ว่าคงไม่ได้ไปงานรับปริญญาแล้ว
เหตุจากเหงื่อโทรมกาย เกรงว่าจะไม่เหมาะ
รองเท้าก็ยังกัดไม่เลิก
ได้ sms ตอบกลับมา ไม่เป็นไร ก็ใจชื้นหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผิดนัด
จากนั้นก็นั่ง BTS มารอหวานใจที่ McCafe’
วันอาทิตย์นี้ มี meeting TIC ที่ McCafe’ ด้วย เลยมาดูสถานที่เล็กน้อย
Mocha Chip Frappe
เมนูที่พนักงานแนะนำ
ใช้ได้เลย

หวานใจมาถึงตอนเที่ยงกว่า แล้วก็กลับไปใช้ชีวิตแบบคนเมือง
เดินห้าง กิน junk food shopping
ไว้มีโอกาส จะไปเที่ยวแบบบ้านๆ อีก
ไปด้วยรถเมล์ no BTS/MRT
กินข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง
แบบนี้ก็มีความสุขได้

หนังสือที่จะซื้อในร้านหนังสือ
“คนเดียวก็เที่ยวได้”
เรื่องราวการเดินทางเที่ยวในกทม.และปริมณฑล
ไปแบบบ้านๆ ไม่ไฮโซ แต่ได้สิ่งที่เรียกว่า “วิถีชีวิต” ที่ไม่ใช่ “คนเมือง” ใช้กันเท่าไหร่นัก
ถ้าซื้อหนังสือเล่มนี้มาแล้ว ไว้มาเล่าให้ฟังอีกที


เมื่อวานนี้หวานใจคุยถึงเรื่องกล้อง
แล้วก็พูดถึง canon 450D
แมวดื้อเคยอ่าน spec ผ่านๆ แล้วหล่ะ
ก็รู้สึกเฉยๆ นะ
แต่พอหวานใจ บอกว่า canon 450D ดีกว่า canon 40D ของแมวดื้อ
ก็เลยต้องกลับไปดู spec กันอีกรอบ
คือ
ตกใจไง
ตามปกติแล้ว canon จะวางกล้อง D-SLR ไว้หลายระดับ
1D พวกนี้เป็นที่หนึ่ง กล้องโปรมากๆ เฉพาะ body อย่างเดียวก็สองแสน แบกไปไหนอย่างกะพกปืนกล
xD พวกนี้ รองลงมาเล็กน้อย กล้องยังโปรอยู่ คนมีกะตังหน่อยก็พอซื้อได้ canon 5D เป็นรุ่นยอดนิยมในปัจจุบัน ราคาเกือบแสน
xxD พวกนี้กล้องมือสมัครเล่น แต่ body แข็งแรงทนทาน แมวดื้อใช้ 40D รุ่นล่าสุดในระดับนี้ ราคาประมาณครึ่งแสน
xxxD พวกนี้กล้องมือสมัครเล่น แต่ลดต้นทุนลง เป็น body พลาสติก ล่าสุด 450D กำลังมาแทนที่ 400D ราคาประมาณเสี้ยวแสน

จากที่หาข้อมูลรู้มาว่า 450D เฉพาะ body อย่างเดียว ราคาเปิดตัวที่  $799 หรือประมาณ 27000 บาท
หากรวมชุดเลนส์คิท ก็ตกแล้วสามหมื่น นี่คือราคาต่างประเทศนะ เอาเข้าไทยก็คงบวกเพิ่มไปอีก
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา (อย่างเห็นได้ชัด)
รูปความละเอียด 12.2 ล้านพิเซล
เรื่องความละเอียด ถ้าไม่ได้จะอัด แทบไม่ต้องสนใจ
(1) Large/Fine:    Approx. 4.3 MB (4272 x 2848 pixels)
(2) Large/Normal:    Approx. 2.2 MB (4272 x 2848 pixels)
(3) Medium/Fine:    Approx. 2.5 MB (3088 x 2056 pixels)
(4) Medium/Normal:    Approx. 1.3 MB (3088 x 2056 pixels)
(5) Small/Fine:    Approx. 1.6 MB (2256 x 1504 pixels)
(6) Small/Normal:    Approx. 0.8 MB (2256 x 1504 pixels)
(7) RAW:    Approx. 15.3 MB (4272 x 2848 pixels)

ไฟล์ RAW 14 bit
ซึ่งเรียกได้ว่าดีที่สุดในระดับ xxxD แต่เป็นมาตรฐานปกติของ xD และ xxD ไปนานแล้ว

ระบบวัดแสงแบบ DIGIC III
อันนี้ใหม่จริง เพราะเพิ่งจะมีในกล้อง canon D-SLR ไม่กี่รุ่น (5D/40D)

Cross Type f/2.8 at center
อันนี้ใหม่สำหรับระดับ xxxD แต่เป็นมาตรฐานของ xD และ xxD

Viewfinder info
อันนี้ถอดมาจากรุ่นใหญ่ทั้งหลาย (น่าจะเอามาใส่ตั้งนานแล้ว)

LCD 3 นิ้ว
เหมือน 40D จอยิ่งใหญ่ ยิ่งกินแบต

LCD live view
เหมือน 40D สามารถดูที่ LCD ว่าเราจะได้ภาพอย่างไรเลย
(ตามปกติ D-SLR ต้องมองที่ viewfinder อย่างเดียวแล้วไม่เห็นรูปก่อน)
แต่เชื่อเถอะ ถ้าถ่ายรูป D-SLR เป็น แทบไม่ได้ใช้ตรงนี้เลย

Storage: SD /SDHC card
อันนี้ใหม่เอี่ยมอ่อง ไม่รู้ canon คิดอะไร เลือก SD แทนที่จะใช้ CF แบบเดิม
เดาว่าด้วย LCD live view จึงกินพลังงานไปมากอยู่แล้ว
แม้ว่า 450D จะมาพร้อมกับ Battery 1050 mAh ที่มากกว่า xxxD เดิม
แต่อาจไม่พอ
จึงต้องหันมาใช้ SD ที่เปลืองแบตน้อยกว่า CF/Microdrive

สรุป ที่ดีกว่า 40D ของแมวดื้อก็เป็นเรื่องความละเอียดที่สูงขึ้น
ของแมวดื้อก็ 10.1 ล้านแล้วนา
อย่างอื่น ยังไม่มีอะไรเทียบได้
เห็นความเร็วในการถ่ายรูปแล้ว
450D ยังคงได้ 3.5 รูปต่อวินาที เช่นเดียวกับ xxxD
ส่วนของแมวดื้อเหรอ 6.5 รูปต่อวินาที อิอิ
แค่นี้ก็กินขาดแล้ว 😛


Single ใหม่ของลุลา
หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเก่า ตุ๊กตา 2become1
เท่าที่จำได้
ฟังเพลงของลุลามาหลายเพลง
มักจะเป็นเพลงช้า
อกหัก รักคุด
ประมาณนี้
ในชุดนี้จะเปลี่ยนลุคของลุลาพอสมควร
ขนาดในอัลบั้มของเอิ้น มีศิลปินหลายคน เพลงของแอร์สดใสมาก แต่เพลงของลุลาก็ยังเศร้าอยู่เหมือนเดิม
พอ singleใหม่ตัวแรกออกมา “ตุ๊กตาหน้ารถ”
มันก็เปลี่ยนไป แบบว่าไม่อกหัก น้ำตานองแบบเดิมแล้ว
แต่ “ตุ๊กตาหน้ารถ” ก็ยังไม่โดนใจเท่าไหร่นัก มันออกจะเป็น bossanova ที่หาฟังได้ไม่ยากนัก
ที่สำคัญ ดนตรีมันใสมาก แต่ลุลาเสียงเป็นแบบแมว มันก็เลยออกจะไม่ไปทางเดียวกันเท่าไรนัก
มาช่วงนี้ กับการโปรโมต single ใหม่ที่สอง “เวลาไม่ช่วยอะไร”
ชอบเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง
เมโลดี้ง่ายๆ ติดหู
เนื้อเพลงที่ยังคงวนเวียนกับเรื่องความรัก ออกแนวผิดหวัง
แต่ด้วยจังหวะและดนตรี
ทำให้เพลงฟังแล้วรู้สึก.. “สบาย”

แม้ในความเศร้าจากการที่ต้องรอ แต่มีความสุขกับการที่ได้รัก
ลองฟังกันดูนะ

มีแต่คนคอยพูดว่าไม่เป็นไรนะ เพราะเวลาจะทำให้ฉันนั้นดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ฉันก็ได้แต่รอแต่คอยเวลานั้น เพราะว่ามันไม่เคยเดินมาถึงฉันเลยสักครั้ง

* เวลาก็เลยผ่านไป แต่ตัวฉันก็ยังคงเศร้าเสียใจ
ฉันไม่เชื่ออีกแล้ว ที่เค้าพูดกัน

 

** เวลาจะช่วยอะไร ถ้าใจฉันยังรอเธอ
ยังคงคิดถึงเธอ ยังคงรักแต่เธอ
เวลาจะช่วยอะไร ถ้าใจฉันยังละเมอ
ยังคงรักแต่เธอ อยู่เสมอ ทุกวัน

 

ฉันจึงเลือกที่จะรอเธออยู่ตรงนี้ แม้ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ไม่รู้ ไม่สนใจ
เพราะฉันไม่มีทางที่ดีกว่าทางนี้ หรือว่าใครมีทางที่ดีก็บอกฉันทีได้ไหม

[Audio:lula.mp3]


กลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์กันไปเสียแล้วในวงการบิท** ข้อมูลเกี่ยวกับคำว่า “วิพากษ์วิจารณ์” ที่น่าสนใจ คลิ้กที่คำได้เลย”

เมื่อหนัง (ภาพยนตร์) และละครโทรทัศน์ (ซีรีส์)ไม่ว่าจะมาจากฝรั่งตะวันตก หรือจากฝั่งตะวันออกพอมีการฉายในประเทศผู้ผลิต ก็จะมีคนบันทึกเอาไว้แล้วก็เอามาปล่อยในบิทหลังจากนั้นไม่นาน ก็จะมี subtitle ภาษาต่างๆ ออกมาจากผู้ชมที่คอยติดตามอยู่เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ไม่ขอกล่าวถึงแล้วกันแต่จะกล่าวถึง “งานโม” ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันขณะนี้

ยกตัวอย่างละครโทรทัศน์ที่ออกอากาศในอเมริกามีหลายเรื่อง ที่ถึงแม้ประเทศที่ติดกันอย่างแคนาดาจะนำไปฉายต่อ (ตามสัญญาของสถานี)แต่ก็ถูกขบวนการบันทึกจากโทรทัศน์จาก US แล้วทำ subtitle ออกมาขายในแคนาดาก่อนที่จะฉายอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำมีทั้งแบบที่เป็น HDTV ซึ่งมีคุณภาพดีกว่า DVD ทั่วไปหรือแบบ 720pบางไฟล์แทบจะเป็น 1080i ด้วยซ้ำ

มาถึงบ้านเราเท่าที่ติดตามทราบมาว่ามีขบวนการ “โม” แผ่นแทบจะทั้งไลน์การผลิต

แบบครอบครัวทำไว้ดูเอง หรือดูในครอบครัวแบบนี้จะเอาไฟล์ต้นฉบับที่คุณภาพพอใช้ได้ เช่น aviแล้วก็นำ subtitle ที่เป็นภาษาอังกฤษ มาแปลเป็นภาษาไทยจากนั้นนำไฟล์หนังกับ subtitle มารวมกันเผาแผ่นออกมาเป็น DVD เก็บไว้แบบนี้เมนูจะบ้านๆ หน่อย

แบบสมัครเล่นแบบนี้จะเล่นไฟล์ที่มีคุณภาพสูง เช่น 720pแล้วก็หา subtitle มารวม เช่นเดียวกันอาจจะได้ DVD9 แทน DVD5ภาพคมชัด ระบบเสียงปานกลางsubtitle ไทยเมนูแบบบ้านๆแบบนี้อาจวางขายได้ตามทั่วไป

แบบมือโปรแบบนี้เอา DVD master ของแท้ จากโซนอื่นซึ่งไม่มี thai subtitleมาโม เอา sub eng ในแผ่นมาแปล แล้วเอา sub thai ฝังเข้าไปด้วยเผาแผ่นออกมาขายด้วย package เดิมๆ (ของโซนอื่น)

แบบมืออาชีพแบบนี้จะมีทีมงานแปล หรือจ้างเค้ามาแปลอาจเป็นไฟล์ 720p หรือ 1080i ถ้าหาไม่ได้อาจเป็น DVD9เอา sub thai ไปใส่จากนั้นก็เอาออกมาขาย

ที่เจ๋งก็คือบางเรื่องDVD master ลิขสิทธิ์ถูกต้องยังมีแค่ sub engแต่แผ่นโม package สวยพอๆ กัน กลับมีพากย์ไทยด้วย เก่งจริงๆ

ข้อวิพากษ์วิจารณ์ในบิทก็คือ..คนโม..ออกมาเรียกร้องให้..คนบิท..ทำการปล่อยหนังที่คนโม “ขาย”หลังจากขายไปแล้ว 4-5 เดือนเพื่อที่คนโมจะได้ขายได้

มองได้หลายแง่นะ-เรื่องลิขสิทธิ์-ไฟล์ที่มีลิขสิทธิ์ คุณยังปล่อยในบิทกันได้เลยไฟล์ที่คุณโมมา มันก็ปล่อยได้เหมือนกัน-เรื่องธุรกิจ-อันนี้เข้าใจแต่ลองมองให้กว้างขึ้นคนเล่นบิท..ไม่ซื้อแผ่นโมคนโม..ไม่ได้ขายแผ่นในบิทคนโม..เล่นบิทคนโม..ขายแผ่นตามห้างไอทีคนเดินห้างไอที..ไม่ได้เล่นบิทก็จะวนกลับมาที่คนเล่นบิท..ไม่ซื้อแผ่นโมตกลงมันคนเดียวกันหรือเปล่าจำนวนคนดูหนังเท่าไหร่ (ไม่ต้องเอาทั้งประเทศ – เอาแค่ในกทม.ก็พอ ไม่ต้องรวมปริมณฑลด้วย)จำนวนคนเล่นบิทเท่าไหร่-เรื่องชุบมือเปิบกันไปมา-สมมติมีหนังเรื่องนึงดังมากแผ่นโมแบบบ้านๆ ออกมาก่อนเลยแผ่นโมแบบเซียนๆ ออกตามมา ด้วยภาพคมชัดDVD master โซนอื่น โมตามออกมาDVD master ถูกต้องในบ้านเราออกมาตีท้ายสถานีโทรทัศน์เอาไปฉาย กินค่าโฆษณาสบาย ไม่รู้เอาแผ่นโมหรือ master ไปฉายนักโมเอาคืน อัดเสียงจากทีวี พากษ์ไทยเรียบร้อย กลับไปโมใหม่ ออกมาขายอีกรอบไม่รู้ใครได้

ตามปกติแมวดื้อไม่ค่อยชอบหนังโมเท่าไหร่นะถ้ามี master ให้ซื้อ ก็ซื้อถ้าซื้อไม่ไหวก็บิทเอา แต่ก็มักจะเลือก master อยู่ดีหลังๆ มานี้ มันไม่มีอะไรรับประกันหรอกmaster หรือ โม บางทีก็ซับนรกพอกันบางที เสียงกับภาพไม่ตรงกันแผ่นเปิดได้บ้าง ไม่ได้บ้างบางซีรีส์ซื้อมาเกือบสองพันมี 7 แผ่น เปิดได้ 2 แผ่นบริษัทไม่รับคืน ทำอะไรไม่ได้ก็น่าเบื่อนะ

ดูแบบสดๆ อาทิตย์ต่ออาทิตย์ไม่ต้องมี subtitle ก็รู้เรื่องอยู่นาหัดดูมาหลายเรื่อง หลายตอนแล้วดู sub thai แล้วมันเรื่องมากดู sub eng ก็ต้องมาอ่านมัน (ทำไมฟร่ะ) ดูแบบไม่มี subtitle นั่นแหละดีสุดเหมือนดูใน US เลยป.ล. ถ้าเป็น asian series ยังไงก็ต้องขอ sub eng อยู่ดีนั่นแหละ ฮ่า..ฮ่า


More Posts


No.43
February 6, 2008

No.43

เที่ยวสวนผึ้งขึ้นเขากระโจม นอนนับดาว เฝ้าชมตะวัน
February 5, 2008

เที่ยวสวนผึ้งขึ้นเขากระโจม นอนนับดาว เฝ้าชมตะวัน

หวานใจกลับกทม.
February 4, 2008

หวานใจกลับกทม.

กูเกิ้ลมีคำตอบ
February 2, 2008

กูเกิ้ลมีคำตอบ

ไอโฟนบริค
February 1, 2008

ไอโฟนบริค