วันนี้ไปเลือกตั้ง
อยู่บ้านจนค่ำ
เลยได้รูปพระจันทร์แบบนี้ติดกล้องมาด้วย

 

อยู่ที่บ้าน (ลาดพร้าว) แล้วรู้สึกดี
ได้รับลมเย็นๆ ที่หาไม่ได้ในกลางเมืองหลวง
ดูเป็นชนบทไหม เอิ้ก..เอิ้ก

จากนั้นก็เข้าเมือง (หลงแสงสีจริงๆ)
มายังแหล่งแสงไฟหลากสี
Central World
เริ่มจากกินข้าวที่ร้าน YA LONG
เรื่องร้านนี้ ติดเอาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมาพูดถึงอีกที
จากนั้นก็เดินเล่นๆ วันนี้ห้างเปิดถึงเที่ยงคืน
ช่วงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว
ใครๆ ก็ดูมีความสุขกันดีเนอะ
ถ่ายรูปกันใหญ่
เลยยืนแอบๆ ถ่ายมาบ้าง
ชอบที่นี่
“บ้านขนมปัง”
นิทานที่ได้อ่านตอนเด็กๆ แล้วสอนให้รู้ว่า
แค่เศษขนมปัง ก็ช่วยชีวิตได้
ฮ่า..ฮ่า

พอออกมาลานเบียร์
คิดถึงหวานใจที่สุด
ก็อะไรซะอีก
ก็เค้าถ่ายรูปกันใหญ่เลย
สาวๆ ยืนโพสท่า (โดยมีหนุ่มคอยตามถ่ายรูป)
อย่างกับประกวดนางงามกันซะงั้น
..เฮ่อ..
เห็นแล้วเศร้าใจ
ถ่ายรูปต้นคริสต์มาสแทนแล้วกัน


ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามรพ.ตำรวจ สีสวยเลย


ใครๆ ก็ถ่ายรูปกัน ช่างเป็นแหล่งที่แสงสีเยอะจริงๆ คืนนี้


Bangkok Countdown to 2008 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 21

หลังจาก central world ก็ไม่รู้จะไปไหน
พรุ่งนี้มีผ่าตัดตอนเช้า
เลยตั้งใจกลับดีกว่า
ถ้าพรุ่งนี้มีแรง ค่อยมาใหม่ 😛
บนเกาะกลางถนนหน้าห้างอัมรินทร์ อันโดดเดี่ยว
ไม่มีตากล้อง หรือนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก
กล่องของขวัญ ตุ๊กตาหิมะ และต้นคริสต์มาส สีสดใส ก็มีให้เห็น

ก่อนจะขึ้นรถกลับ มีรถแท๊กซี่คันนี้ผ่านมา
คว้ากล้องโดยพลัน
เนื่องจากแสงไฟ “ในรถ” ไม่ต่างจากแสงไฟที่ central world เลย
ด้านข้างของรถ ติดสติ้กเกอร์ happy new year 2008 ไว้เต็มไปหมด
ภายในรถก็มีไฟหลากสี
ประมาณว่า ถ้านั่งแท๊กซี่คันนี้มีหวัง เมารถ (เมาไฟ) แน่ๆ
ฮ่า..ฮ่า

นี่แหละน้า
สีสันเมืองหลวง

 

คิดถึงหวานใจจัง
ไปนอนหล่ะ

 


สำหรับคนที่ชอบเล่นเนท
อาจจะคุ้นเคยกับโปรแกรม web browser อย่างเช่น Internet Explorer (IE)
ที่มากับระบบปฏิบัติการ “หน้าต่าง” กันเป็นอย่างดี
แต่นั่นไม่ใช่ทุกอย่าง
บางเว็บไซต์นั้นไม่สามารถใช้ IE ในการเข้าไปดูได้
หรือดูได้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์
แมวดื้อ เลิกใช้ IE มานานมากแล้ว ด้วยเรื่องของ security และการแสดงผล
web browser ตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือ firefox ซึ่งมีทั้งบน “หน้าต่าง” และ “ผลไม้ของอดัม”
ด้วยการทำงานที่รวดเร็ว ปรับแต่งได้ตามต้องการ รวมถึง security ที่ดี (กว่า IE)
ล่าสุด “จิ้งจอกไฟ” ก็ได้มาถึงเวอร์ชัน 3 ซึ่งพัฒนาหลายส่วน
ที่ชอบมากๆ ก็คือเรื่องของ tab

 

 

 

เคยคุยกับหวานใจว่า มีคนมากมายรู้จักแค่ IE ไม่รู้จัก FF (firefox)
ไม่น่าแปลกใจ
แต่ “เสียดาย” ที่คนเหล่านั้นไม่รู้จัก
That’s it!!

 

Link: Firefox


ตอนแรกอ่านชื่อร้านอาหารร้านนี้แล้วงง
คือไม่รู้ว่ามาจาก “โชยุ”ที่เป็นเครื่องปรุง
หรือว่ามาจากภาษาอังกฤษ “Show You” กันแน่
แต่พออ่านไป อืม.. ชาบู  เนื้อย่าง
คงไม่มาจากภาษาอังกฤษเป็นแน่แท้ อิอิ
ปกติแมวดื้อชอบกินเนื้อ (วัว) นะ
พอเห็นเนื้อแดงๆ ในรูปนี้แล้วหิวเลย
😛

 

 
บรรยากาศภายในร้านโชยู

ลมหนาวพัดผ่านมากระทบผิวกาย บ่งบอกให้รู้ว่าหน้าหนาวของเมืองไทยได้เยือนมาถึงแล้ว ซึ่งพออากาศหนาวๆ อย่างนี้ทีไร บรรยากาศมันชวนให้ “ผู้จัดการตระเวนกิน” นึกถึงของกินร้อนๆ ที่ช่วยเพิ่มให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพักก็นึกถึงอาหารญี่ปุ่นประเภทชาบู ชาบู ในหม้อไฟร้อนๆ ขึ้นมา

ทำให้ในมื้อนี้เราจึงเดินทางไปตระเวนกิน ชาบู ชาบู ร้อนๆให้สมใจอยากที่ร้าน“โชยู” ตรงซ.พัฒนาการ 30 ซึ่งที่นีมีชาบูสไตล์ญี่ปุ่นเป็นเมนูเด่นชูโรง และยังมีเมนูยากินิกุ หรือเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มรสกันอีก อีกทั้งยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วๆ ไป ซึ่งเมนูอาหารญี่ปุ่นของที่นี่ต้องบอกว่ามีการปรับแต่งรสชาติให้ถูกลิ้นนัก กินชาวไทยอย่างเรามากยิ่งขึ้น

 
จุ่มๆ ลวกๆ กับเซ็ทชาบูเนื้อ

สำหรับเมนูชาบู ของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย มาแบบเป็นเซ็ทก็มี ซึ่งเราเลือกสั่งมาเป็น เซ็ทชาบูชุดเนื้อ (379 บาท) ประกอบไปด้วยเนื้อวัวเกรดดีส่วนสันกลางกับหัวไหล่ที่มีมันแทรกอยู่พองาม ทำให้ได้เนื้อที่นุ่มสไลด์มาเป็นชิ้น มีผักสดสารพัดทั้งผักกาดขาว บล็อคโคลี เห็ดเข็มทอง แครอท แล้วมีเครื่องอย่างอื่นเช่น ปูอัด เต้าหู้ปลา เต้าหู้ขาว ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น เส้นบุกขาว เส้นอูด้ง และที่สำคัญมีน้ำซุปที่ทำมาจากกระดูกหมูและกระดูกปลาแห้งที่นำมาต้มผสมกันจน ได้น้ำซุปที่หอมหวาน

การกินชาบู ก็คล้ายกับการกินสุกี้ คือนำผักใส่ต้มลงไปในหม้อน้ำซุป และก็ลวกเนื้อลงไปในหม้อน้ำซุป ชิมรสชาติสัมผัสได้ถึงความหอมหวานกลมกล่อมของน้ำซุปร้อนๆ ชุ่มชื่นคล่องคอ ส่วนเนื้อเคี้ยวนิ่มนุ่มปาก และเพิ่มรสชาติด้วยการกินคู่กับน้ำจิ้มชาบูรสเด็ดที่ทางร้านทำเอง มีให้เลือก 3 แบบ 3 รสชาติ มีน้ำจิ้มพอลซึท์ น้ำจิ้มซีอิ๊วที่จะมีหัวไชเท้าและต้นหอมให้ผสมใส่ลงไปด้วย รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นซีอิ้วอ่อนๆ อีกตัวเป็นน้ำจิ้มงา ออกหวานมันหอมกลิ่นงา สุดท้ายเป็นน้ำจิ้มซอสมิโซ ทำมาจากมิโซปรุงรสด้วยน้ำมันงาและพริก ออกรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดอมหวานนิดๆ แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อ ก็มีชุดชาบูเซ็ทอื่นๆ ให้เลือกสั่งอาทิ ชุดหมู (319 บาท) ชุดซีฟู้ด (359 บาท) และชุดผัก (159 บาท) หรือจะเลือกสั่งแบบเนื้อสัตว์เป็นจานๆ ก็ให้มีเลือกมากมาย

 
ยากินิกุเซ็ทเนื้อและเมนูอื่นๆ ย่างกินคู่กัน

และอย่างที่บอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ชาบู ชาบู ที่ชวนกินเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ชวนลิ้มรส นั่นก็คือ ยากินิกุ เป็นเมนูเนื้อย่างของคนญี่ปุ่น ซึ่งที่ร้านนี้มีเซ็ทเมนูเนื้อย่างให้เลือกหลากหลาย เราเลือกสั่งมาลิ้มรสเป็น ซันชุยากิ เซ็ทโตะ (350 บาท) ประกอบไปด้วยเนื้อวัวเกรดเอที่คัดมาเป็นพิเศษ มีทั้งเนื้อส่วนสันกลาง ส่วนท้อง และเนื้อสันส่วนเนื้อแดงที่สไลด์มาเป็นชิ้นๆ ราดด้วยน้ำซอสญี่ปุ่นที่ปรุงรสด้วยโชยุและเครื่องเทศไทย

การกินเนื้อย่าง ก็แค่นำเนื้อลงไปปิ้งๆ ย่างบนเตาให้สุกตามความต้องการ แล้วก็จิ้มกินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเฉพาะของทางร้านที่จะมีโชยุเป็นส่วน ผสมหลัก เคี้ยวเนื้อย่างร้อนๆ นุ่มหนึบหนับปาก ออกรสชาติน้ำจิ้มเค็มๆ หวานๆ ถูกปากดีแท้ แต่ถ้าอยากจะเพิ่มความอร่อยตามแบบฉบับการกินเนื้อย่างให้ครบสูตร แนะนำว่าให้สั่ง ซันชุยาไซ (55 บาท) เป็นผักสดเอาไว้ห่อเนื้อย่าง และมีน้ำซอสซันชุมิโซะให้กินคู่กัน ห่อม้วนเป็นคำเคี้ยวเข้าปาก ผักกรุบกรอบเข้ากับเนื้อนุ่มๆ ผสานกับรสชาติซอสที่ออกหวานๆ เค็มๆ ถูกปากไปอีกแบบ

และยังมี ลิ้นวัวย่างเกลือ (180 บาท) อีกหนึ่งเมนูแนะนำที่สั่งมาย่างกินกับเนื้อย่าง เป็นลิ้นวัวนุ่มๆ ที่คัดมาเป็นพิเศษสไลด์มาเป็นชิ้นปรุงรสชาติด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมันงา แค่นำมาย่างบนเตาให้พอสุกและจิ้มกินคู่กับน้ำมะนาว จะได้รสชาติของลิ้นวัวย่างที่เคี้ยวนุ่ม หนึบหนับปาก ได้ความหวานของลิ้นวัวสด

 
ลิ้นวัวย่างเกลือ


สารพัดเมนูชวนกินที่ร้านโชยู

แต่ถ้าหากใครเกรงว่ากินแค่ชาบู ชาบู และเมนูเนื้อย่างแล้วจะไม่อิ่ม ก็ยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นปนความเป็นเกาหลีนิดๆ ให้ลิ้มรสอีกเพียบ อาทิ ชุดข้าวยำเกาหลี (90 บาท) ชุดข้าวซี่โครงหมู (120 บาท) ผักยำเกาหลี (80 บาท) กิมจิ (40 บาท) ข้าวผัดปลาแซลมอน (85 บาท) วาฮูสลัด (150 บาท) คารุบิซุป (80 บาท) เรียกว่าหากใครอยากจะเพิ่มความอุ่นให้กับกระเพาะในช่วงที่อากาศเย็นๆ แบบนี้ ก็ลองมาอิ่มอุ่นท้องกับชาบู และยากินิกุ ที่ร้าน “โชยู” เหมือน “ผู้จัดการตระเวนกิน” ก็ได้เพราะของแบบนี้ไม่สงวนสิทธิ์ในการลิ้มรสอยู่แล้ว

 

ชื่อร้าน : โชยู
ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่นประเภทชาบู และปิ้งย่าง
เมนูจานเด่น : ชาบู ชาบู, ซันชุยากิ เซ็ทโตะ, ซันชุยาไซ, ลิ้นวัวย่างเกลือ
บรรยากาศร้าน : โปร่งโล่งสบาย มี 2 ชั้นให้เลือกนั่ง
ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 1144/14-15 ซ.พัฒนาการ 30 แขวง/เขตสวนหลวง กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกคลองตันขับตรงมาทางถ.พัฒนาการ ตรงมาเรื่อยๆ และไปกลับรถตรงอุโมงค์ แล้วเลี้ยวเข้าซ.พัฒนาการ 30 ทางซ้ายมือ เข้าซอยประมาณ 10 ม. จะเห็นร้านโชยูอยู่ซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน
สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดจันทร์-ศุกร์ 17.00-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00-22.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2319-6353

Link: Manager Online


ข่าว PR งานนี้น่าสนใจ
แม้ว่าดูตามข้อมูลแล้ว
ร้านต่างๆ ไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่า การเข้าร่วมโครงการ
ซึ่งดีหรือไม่ดี ก็ไม่รู้
แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ไปลอง
โครงการนี้ยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2551 เลย

 

 

 

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กว่า 30 แห่ง เปิดโครงการ “Bangkok Dining Festival” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครภายใต้ “เสน่ห์ปลายจวัก” 1 ใน 5 เสน่ห์กรุงเทพฯ เป็นการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาสัมผัสกับความรื่นรมย์ของบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมกับชิมอาหารไทยอร่อยๆ อันหลากหลายจากร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับมีการมอบส่วนลดค่าอาหาร 5-15 % จนถึงสิ้นเดือนก.พ. นี้ พร้อมกับมอบสัญลักษณ์ “Bangkok Recommended” ให้ร้านอาหารต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ

อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า งาน “Bangkok Dining Festival” เป็นหนึ่งในเสน่ห์ 5 ด้านที่จะดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ที่เป็นกิจกรรมถึงเสน่ห์ปลายจวัก ที่กรุงเทพมหานคร ได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร ที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ร่วมกันจัดโปรโมชั่นพิเศษ รื่นรมย์ ชม ชิม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับจุดเด่นของทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ฝั่ง และสัมผัสกับรสชาติความอร่อยของอาหารหลายหลากชนิด ที่มีให้เลือกลิ้มรสมากมาย ทั้งนี้ยังได้มีการมอบส่วนลดพิเศษค่าอาหาร 5-15 % จนถึงสิ้นเดือนก.พ. นี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว นักชิม ชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาสัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำ และรสชาติอาหารไทย

“อาหารไทยถือว่าเป็นเสน่ห์ปลายจวักที่สร้างชื่อเสียงขจรขจายไกลไป ทั่วโลกด้วยสีสันสวยงามตามธรรมชาติ รสชาติที่กลมกล่อม ทำให้อาหารไทยมีความโดดเด่นในรสชาติ แตกต่างจากอาหารชาติอื่นๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสังเกตสัญลักษณ์ Bangkok Recommended เพื่อความมั่นใจในการได้รับสิทธิพิเศษ กับร้านอาหารหรือภัตตาคารที่เข้าร่วมโครงการBangkok Dining Festival ในครั้งนี้” ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร กล่าว

ทั้งนี้ “เสน่ห์ปลายจวัก” เป็น 1 ใน 5 เสน่ห์ในโครงการ “Saneh Bangkok-เสน่ห์กรุงเทพ” ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร โดยชูจุดขายเสน่ห์ 5 ด้าน ได้แก่ เสน่ห์การจับจ่าย เสน่ห์วัฒนธรรม เสน่ห์งามยามราตรี และเสน่ห์แม่น้ำแห่งแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายจะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลกภายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยตอกย้ำและเชื่อมโยงกิจกรรมในแนวทางที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยว (World’s Best Award) และยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครให้ทันสมัยและโดดเด่น ผ่านการจักกิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างการจดจำในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลักจากเคยได้รับการโหวตจากนิตยสาร Travel & Leisure ในปี 2549 ได้โหวตให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย

  Link: Manager Online


วันนี้ได้รับการ์ดปีใหม่ด้วยแหละ เลยเอามาอวด
ฮ่า..ฮ่า
เป็นของลูกค้ายังไงมาดูกัน


จาก Cindy & Nicky & KoKo


หน้าตาการ์ด

มีคำอวยพร
รูป Cindy & Nicky
พร้อมลายเซ็น (ประทับรอยเท้า)
ขอบคุณ คุณหมอที่ดูแลมาอย่างดี
ฮ่า..ฮ่า


More Posts


Trip notes: tantawan2550
December 18, 2007

Trip notes: tantawan2550

ไปรษณีย์
December 17, 2007

ไปรษณีย์

BAROQUE
December 15, 2007

BAROQUE

Trip notes: ปาย – ปางมะผ้า – ห้วยน้ำดัง (1)
December 14, 2007

Trip notes: ปาย – ปางมะผ้า – ห้วยน้ำดัง (1)