วันนี้แนะนำร้านอาหารเจ
ให้เข้ากับเทศกาลช่วงนี้
หน้าตาอาหาร
แทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นเจ
ใครกินเจ ก็ลองแวะเวียนไปกันได้

กินอาหารเจรสดีที่ร้าน “กวนอิมเจ”


บรรยากาศภายในร้านกวนอิมเจ

เผลอแป๊บเดียว “เทศกาลกินเจ” ก็เวียนมาครบรอบอีกหนึ่งปีแล้ว ซึ่งในปีนี้ตรงกับช่วงวันที่ 10-19 ต.ค. นี้ สำหรับ “เทศกาลกินเจ”ถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยถือว่าเป็นเทศกาลที่ทุกคนจะได้ร่วมกันทำบุญ ละเว้นการทำบาป โดยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด หันมาบริโภคพวกพืช ผัก ถั่ว และธัญญาหารอื่นๆ แทน

“ผู้จัดการตระเวนกิน”ก็เป็นอีกคนที่ถือโอกาสอันดีนี้ ร่วมประเพณีถือศีลกินเจกับเขาด้วย โดยในมื้อนี้เราเลือกที่จะมาอิ่มบุญและอิ่มท้องกับอาหารเจรสดีที่ร้าน “กวนอิมเจ” ตรงซ. สุขุมวิท 24/1 ที่เปิดบริการขายอาหารเจมานานกว่า 10 ปีแล้ว และบริการอาหารเจตลอดทั้งปีมาโดยตลอด


ตับหมูผัดพริกหวาน

สำหรับอาหารเจของร้านนี้ ต้องบอกว่าเป็นเจแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเจ้าของร้านเขากินเจ และก็ลงมือทำอาหารเจเองอีกด้วย ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่นำมาปรุงเป็นเมนูเจ ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี มีทั้งวัตถุดิบเจของไทยและนำเข้ามาเป็นพิเศษจากประเทศไต้หวัน และเน้นวัตถุดิบที่ทำมาจากฟองเต้าหู้สด ไม่ได้เน้นแป้ง ส่วนชื่อเมนูก็ตั้งชื่อเหมือนอาหารทั่วไป แต่ทุกเมนูล้วนแล้วแต่เป็นอาหารเจ ที่ทั้งหน้าตาและรสชาติชวนกินทั้งนั้น

อย่างเมนูเจที่ “ผู้จัดการตระเวนกิน” ได้เลือกมาลองลิ้มรสก็มีอยู่หลายเมนู เริ่มจากเมนูแรก ตับหมูผัดพริกหวาน (80 บาท) ที่ว่าตับหมูนั้น ที่จริงทำมาจากเนื้อเห็ดหอมที่นำมาบดและปรุงรสชาติแต่งรส แต่งกลิ่น ทำออกมาให้เหมือนตับหมู แล้วก็นำมาผัดกับพริกหวานสามสีปรุงรสชาติ ตับหมูนั้นเคี้ยวนุ่มปาก ออกรสชาติเค็มๆ กลมกล่อมปาก และหอมกลิ่นพริกหวานด้วย


ลาบเป็ด

ตามมาด้วยเมนูเจรสแซบอย่าง ลาบเป็ด (60 บาท) ซึ่งเนื้อเป็ดที่ว่านั้น คือฟองเต้าหู้ที่นำมาผสมกับแป้งแล้วปรุงรส ให้เหมือนเนื้อเป็ดจริงๆ และก็นำเนื้อเป็ดเจนั้นมาหั่นเป็นชิ้นๆ ปรุงรสชาติครบเครื่องรสลาบแบบไทยๆ ชิมลาบเป็ดแล้วโดนใจเนื้อเป็ดเคี้ยวนุ่มได้อารมณ์เหมือนกินเนื้อเป็ดจริงๆ แถมยังเข้มข้นรสลาบแซบถูกปาก


คะน้าเนื้อห่าน

ถัดมาเป็นเมนู คะน้าเนื้อห่าน (120 บาท)ที่หน้าตาชวนกินเอามากๆ เหมือนชิ้นเนื้อห่านจริงๆ แต่ที่จริงแล้วคือฟองเต้าหู้สดที่นำมารมควันแต่งกลิ่น แต่งรสชาติให้เหมือนเนื้อห่าน และมีไส้เห็ดหอมกับแครอทปรุงรสชาติ ยัดเข้าไปในฟองเต้าหู้แล้วทอด จากนั้นก็ทำน้ำราดสูตรพิเศษ ราดมาบนเนื้อห่านเจและผักคะน้าต้นเขียวสดน่ากิน ลิ้มรสเนื้อห่านหนังกรอบเนื้อในนุ่ม น้ำราดออกรสเค็มๆ หวานๆ ถูกปากดี เคี้ยวแกล้มด้วยคะน้ากรุบกรอบ


มินิสุกี้

ต่อด้วยเมนูซดน้ำซุปร้อนๆ อย่าง มินิสุกี้ (60 บาท) สุกี้หน้าตาดี เหมือนกินสุกี้ทั่วไป คือมีผักและเห็ด และใส่เครื่องที่เป็นของเจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฟองเต้าหู้ เผือกทอด ลูกชิ้นกุ้งเจ กุ้งเจ ปูอัดเจ ปลาหมึกหลอดเจ ที่ทำออกมาได้เหมือนเนื้อสัตว์จริงๆ ที่มีความใกล้เคียงทั้งกลิ่น และรสชาติที่ถูกลิ้น กินคู่กับน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดที่ทางร้านทำเอง และซดน้ำซุปต้มผักหวานๆ ชุ่มชื่นคล่องคอ

สุดท้ายปิดมื้อด้วยเมนู เนื้อแพะตุ๋นยาจีน (90 บาท) ที่สั่งมากินช่วยเพิ่มความคล่องคอและดีต่อสุขภาพ เพราะทางร้านนำเนื้อแพะ ที่ไม่ใช่เนื้อแพะจริงๆ หรอก แต่เป็นขาเห็ดหอมญี่ปุ่นที่นำมาตุ๋นกับเครื่องเทศยาจีน และใส่เห็ดหอม ซดน้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อมหอมกลิ่นเครื่องเทศ ส่วนขาเห็ดหอมนั้นเคี้ยวนุ่ม กรุบกรึบปาก

ถึงแม้ว่า “ผู้จัดการตระเวนกิน” จะเลือกอิ่มกับแค่ 5 เมนูเจจานเด็ดเหล่านี้ แต่ว่าในรายการอาหารยังมีเมนูเจอื่นๆ อีกหลายเมนูที่ชวนกินไม่น้อยเช่นกัน อาทิ ปลาอินทรีนึ่งมะนาว (80 บาท) ส้มตำเจ + แคบหมูเจ (60 บาท) ฉู่ฉี่ปลา (120 บาท) เกี๊ยวซ่า (60บาท)

เรียกว่าหากมิตรรักนักกินท่านใดอยากจะร่วมกินเจ ในช่วง”เทศกาลกินเจ” นี้ แล้วกำลังเมียงมองหาร้านอาหารเจรสเด็ดอยู่ละก็ “กวนอิมเจ” ร้านนี้ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะที่นี่มีเมนูเจรสดี ที่กินแล้วอิ่มบุญ อิ่มท้องรอทุกคนอยู่

ชื่อร้าน : กวนอิมเจ

ประเภทอาหาร : อาหารเจ

เมนูจานเด่น : ตับหมูผัดพริกหวาน, ลาบเป็ด, คะน้าเนื้อห่าน, มินิสุกี้

บรรยากาศร้าน : ตึกแถว ห้องแอร์ มีห้องจัดเลี้ยงอยู่ด้านบน

ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 6/15-16 ซ.สุขุมวิท 24/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองตัน กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงมาทางฝั่งห้างเอ็มโพเรียม และเดินไปทางซ.สุขุมวิท 24/1 หน้าปากซอยมีจุดสังเกตคือมีวินมอเตอร์ไซด์บริการอยู่ ให้เดินเลี้ยวเข้าไปในซอยประมาณ 50 ม. จะเห็นร้านกวนอิมเจอยู่ทางขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.00 และ 17.00-22.00 น.

เบอร์โทรศัพท์ : ถ้าต้องการห้องจัดเลี้ยงต้องโทร.จองก่อนล่วงหน้าที่เบอร์ 0-2259-6466, 0-2259-4531

Link: Manager online


 

ถึงเทศกาลกินเจแล้ว
ก็เฉยๆ นะ
กินก็ได้

 

แต่

 

มันต้องกินหน่ะสิ
เพราะมันไม่มีอะไรขาย
มีแต่ของกินที่เป็นเจ
แถมราคาก็แพงกว่าอาหารปกติอีก
เหอ..เหอ


ช่วงนี้งานคลินิกยุ่งมาก
เหนื่อย
ไม่ได้คุยกับหวานใจด้วย
งอนกัน
กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
แต่ก็นะ
คิดถึง
เลยส่ง SMS ไปบอก
แล้วก็เข้าสู่โหมดยุ่งอีก

วันนี้มีหม๋ามาตายที่ร้านตัวนึง
เจ้าของล่ามแล้ววางไว้บนเก้าอี้ที่บ้าน
ปรากฏว่า
ตกลงมา
เชือกก็เลยรัดคอ
ขาดอากาศไปนาน
มาถึงคลินิก ด้วยอาการไม่รู้สึกตัวแล้ว
ลิ้นม่วงไปหมด
สุดท้ายก็กู้ชีวิตไว้ไม่ได้

เฮ่อ

 

วันนี้ฟังเพลงนี้ทั้งวันเลย
มัน random มาเจอเพลงนี้บ่อยมาก
ฮ่า..ฮ่า
ตอนนี้ไอโฟนเป็นรอยเพียบ
เลิกเห่อถนอมมันแล้ว
อิอิ

 

ถ้าโลกนี้ไม่มี
เบล สุพล (เบล วงพาย)
อัลบั้ม D.I.Y by Narongvit

 

[Audio:if_this_world_have_not.mp3]

 


และแล้ว
สิ่งที่คิดว่าวันนึงต้องมาถึง
มันก็มาเร็วจริงๆ
เพิ่งจะเขียนไปได้แค่สองร้อยกว่า entry เอง
มันคือ spam
ที่ตามหลอกหลอนอยู่ในโลกอินเทอร์เนท
ตอนนี้มันมาบุก blog แห่งนี้แล้ว
ตอนนี้เลยต้องขอปิด anonymous comment
รบกวนเพื่อนๆ ที่คอมเม้นท์ ช่วย register หน่อยนะ
สองวันนี้มันมากันเยอะมาก
ไม่น่าเขียนเรื่องไอโฟนเลยตรู
มันตามมาจาก entry นั้น
น่าเบื่อจริงๆ
-________-“

 

ลืมให้ลิงค์

Register Page

Login Page


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีโอกาสได้ดู DVD หนังไทย
สองเรื่อง สองรส
ดูจบแล้วก็หาคำตอบให้ตัวเองได้ว่า
ทำไมถึงชอบดูหนังซีรีส์

นั่นเป็นเพราะหนังไทย ละครไทย
มันขาดการเข้าถึง “บท” และ “มุมกล้อง”
ทำให้ไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนดูเข้าไปได้
หากเป็นหนังผีบ้านเรา
จากที่เคยดู
มันมีจุดที่ “คล้าย” หนังผีญี่ปุ่น ผีเกาหลี
ซึ่งเอกลักษณ์มันคือ “ตกใจ”
เน้นที่เสียงเอฟเฟคและเพลงประกอบ
หนังผีบ้านเราก็ไม่ได้น้อยหน้า
แต่สำหรับหนังแนวอื่นๆ นั้น
จากประสบการณ์ที่ดู
ยัง “ไม่โดน” อารมณ์เท่าที่ควร

 

สำหรับหนังที่เพิ่งได้ดูไป
เรื่องแรก
เมล์นรก หมวกยกล้อ

 

 

ตัวละครหลักที่หยิบเอา
เทพ โพธิ์งาม
โน้ต อุดม
กิ๊ก กิจเจริญ
เนาวรัตน์
อิม อชิตะ
ซึ่งชื่อเสียง แค่ได้ยิน ก็ตลกแล้ว

 

 

แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่ประทับใจ
ในเรื่องความตลก
ทั้งบทภาพยนตร์
เพลงประกอบ
มุมกล้อง
มันไม่รู้จะสื่อถึงอะไร
ชีวิตของพนักงานรถโดยสารก็ไม่ใช่
ชีวิตของผู้โดยสารก็ไม่ใช่
วิถีชีวิตของคนเมืองก็ไม่ใช่
ประเพณีสงกรานต์ก็ไม่ใช่
ดูจบแล้ว
มันทำให้เกิดคำบ่นในใจว่า “อะไรวะ”
ตรู “เสียเวลา” ดูอะไรอยู่ตั้งหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีเนี่ย

 

เรื่องถัดมา
หอแต๋วแตก
หนังเรื่องนี้ต้องบอกด้วยความสัตย์จริงว่า
ไม่รู้แบลคกราวน์อะไรเลย
ใครเล่นบ้าง
หนังเกี่ยวกับอะไร
คือไม่มีทีวีดู
ซึ่งก็ขาดเรื่องสื่อไปเลย
เคยได้ฟังประกอบจากวิทยุ
แค่นั้นเอง

 

 

หนังเรื่องนี้
มีคำเตือนเรื่องภาษาที่ใช้ในหนัง
ตั้งแต่เฟรมแรกๆ ของ DVD เลย
ซึ่งก็ทำใจตั้งแต่แรกแล้วว่า
มันต้องมีคำสมัยพ่อขุนรามเยอะแน่ๆ
แต่ก็คิดว่าหนังตลกสมัยนี้
มันก็แทบจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด

 

 

ตัวละครของหนังเรื่องนี้
จตุรงค์ มกจ๊ก
เอกชัย
อ.ยิ่งศักดิ์
โก๊ะตี๋
แต่ละคนเอามาเล่น
ในคาแรกเตอร์ที่เห็นกันบ่อยๆ ในทีวี
มันก็เลยดูไม่ขัด
แต่ยอมรับว่า
ดูในช่วงแรกแล้วมึนตึ๊บ
เนื่องจากโดนตัดออกไปพอสมควร
เลยทำให้การดำเนินเรื่องมันกระโดด
แต่ก็ยังสามารถเอามุขกระบือมาทำให้หายมึนไปได้

 

สรุปหนังสองเรื่องนี้
ขอไม่ให้คะแนนแล้วกัน
ใครดูแล้วก็คงรู้ว่าเป็นยังไง
ส่วนใครยังไม่ดู
แนะนำให้เป็นตัวเลือกหลังๆ แล้วกัน
เอิ้ก..เอิ้ก


More Posts


Heroes Season 2
October 6, 2007

Heroes Season 2

Zsa Zsa Zsu
October 5, 2007

Zsa Zsa Zsu

ข้าวน้ำพริกปลาทู
October 3, 2007

ข้าวน้ำพริกปลาทู

PR: CyberSim by True
October 2, 2007

PR: CyberSim by True