สัปดาห์นี้ฉายเดี่ยว
เนื่องจากเมื่อคืน “ง้องแง้ง” กับหวานใจ
ก็เลยเงียบกันทั้งสองฝ่าย
วันนี้อยากนอน ฝังตัวอยู่ในที่นอน
ก็เลยไม่ยอมลุก ตอนเช้าไปสวนรถไฟ
สายหน่อย ก่อนที่ตัวขี้เกียจจะกัดกินเวลา ไปมากกว่านี้
ก็แซะตัวเองจากที่นอน ลุกขึ้นมาเปิดคอม
backup web ที่ดูแลอยู่
แล้วก็อ่านข่าวไปเรื่อย
รอเวลา และอารมณ์ ออกไปโดนแดดบ้าง
บ่ายโมง คือเวลาที่งัดตัวเอง ออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
หยิบกล้องใส่เป้ แล้วออกเดินทาง
จุดหมายสัปดาห์นี้ คือ “ตลาดน้ำอัมพวา”

ตลาดน้ำอัมพวา
ได้ยินชื่อเสียงมานาน
เคยอ่านข้อมูลมาบ้าง
แต่ไม่รู้เป็นอะไร
วันนี้เกิดไม่อยากอ่าน ไม่อยากค้นข้อมูลซะงั้น
จำได้ลางๆ ว่า ถ้าไม่ไปขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ ก็ขึ้นรถตู้ตรงอนุสาวรีย์ชัยฯ ได้
ตัดสินใจตบเท้า เดินขึ้น BTS ไปยังสถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ

เดินจดๆ จ้องๆ อยู่แถวคิวรถตู้ ที่มีมากมายเหลือเกิน
ตัดสินใจเดินเข้าไปถาม (เดาว่า) พี่คนขับรถ
เค้าบอกให้ขึ้นได้เลย พลางก็ชี้ไปยังรถตู้ที่อยู่ทางด้านหน้า
พร้อมฝากฝังคนขับรถ (คนนี้) ว่าให้พาไปส่ง “ท่ารถ” เพื่อไปตลาดน้ำอัมพวา
เรียกว่า รถตู้ต่อเดียว ไม่ถึง ว่างั้นเถอะ
เอาฟร่ะ ลุยโล้ด

พอขึ้นรถตู้ได้ ก็จ่ายค่าโดยสาร 70 บาท ทันที
หยิบหูฟัง เสียบไอโฟน เปิด Depapepe
เมฆเยอะ แต่แดดออก
ห้านาทีต่อมา รถตู้เริ่มออกเดินทาง
เสียงกีต้าร์ใสๆ ท่วงทำนองสบายๆ 
ทำให้ได้ปลดปล่อยอารมณ์
เหมือนออกเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ หลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง
แม้ว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย
แต่ก็ยังมีสิ่งกังวลในใจ
อยากให้หวานใจมาด้วยจัง
….

ยี่สิบนาทีถัดมา
เราก็ออกจากเขตเมืองหลวงเสียที
คุณลุงนั่งข้างๆ ดูเกิดอาการกระวนกระวายพอสมควร
ได้ยินว่าต้องเดินทางไปสัมนาอะไรสักอย่าง
เดินทางคนเดียว
และดูเหมือน พี่คนขับรถตู้ จะไม่ให้ความสนใจเท่าไรนัก
คาดเดาว่า ก็คงตกที่นั่งเดียวกัน
– -” 

แล้วฝนก็ตกปรอยๆ ลงมากระทบกระจกหน้ารถตู้
จำได้ว่า หลายครั้งที่มา (หรือผ่าน) จังหวัดนี้
ก็จะเจอกับฝนอยู่ร่ำไป
แต่วันนี้ ไม่ได้เตรียมตัวมาลุยฝน ออกจะห่วงๆ กล้องนิดหน่อย
น่าแปลกใจว่า ฝนตกแบบแบ่งเขต เรียกว่าเขตใครเขตมัน
อยู่ๆ พอรถข้ามแยกไฟแดง มันก็หยุดซะอย่างงั้น
พอข้ามคลองอีกที ก็เจอฝนอีก
เป็นเช่นนี้เรื่อยไป
ทำให้ใจชื้นขึ้นมานิดนึงว่า ตอนที่ลงจากรถตู้ ฝนอาจไม่ตกตรงนั้นก็ได้ 😛

ผู้โดยสารหลายคน ทยอยลงกลางทางกันไปเรื่อย
หลายคน ลงตรงโรงงาน
บางคนลงตรงนาเกลือ
บางคนลงหน้าบ้านพอดี
แสดงถึงความเชี่ยวชาญในเส้นทาง
แต่สำหรับคนเมืองอย่างแมวดื้อ
นี่ตรูอยู่ตรงไหนของประเทศไทยฟร่ะ
ฮ่า..ฮ่า
ก็ยังใจเย็น เปิด Maps บนไอโฟน ดูตำแหน่งคร่าวๆ ให้พอรู้ทิศทางบ้าง

นั่งคิดอะไรเพลินๆ
พี่คนขับก็จอดรถ
คนลงไปเกือบหมด แล้วก็หันมาบอกว่าน้องลงเลย แล้วไม่พูดอะไรต่อ
ลงก็ลงฟร่ะ
ลงเสร็จ ซ้ายมือเป็นนาเกลือ ขวามือเป็นโรงงาน ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าวัด
– -”
เอาหล่ะสิ
พอลงเสร็จ รถตู้มันก็ออกไปเลย
ซวยแล้ว
ลอง tweet ดู เผื่อมีคนแถวนี้ ฮ่า..ฮ่า
น้องนักเรียน ที่มารถตู้คันเดียวกัน เดินไปลิบๆ
รีบเดินตามไป
สุดท้าย ก็พาตัวเองมาถึงตลาดแม่กลองจนได้
เห็นทางรถไฟ และตลาด ก็เลยนึกออก
ยังไง.. จากตรงนี้ ก็คงหารถกลับกรุงเทพฯ ได้ไม่ยากแล้ว

ฝนตกปรอยๆ
อยากเดินเข้าไปเที่ยวตลาดรถไฟ แต่คงไม่ไหว เปียกแน่ๆ
พยายามเดินเลาะใต้ชายคา บ้านคน ตึกแถว ไปเรื่อยๆ
ตามองหาร้านขายของ
ประมาณว่า ถ้าเจอร้านไหนขายร่ม ก็คงซื้อเลย 😛
แต่ยังไม่ทันเจอร้านขายร่ม
เจอพี่ตำรวจเสียก่อน
ตำรวจช่วยเหลือประชาชน
เดินไปถามทาง ว่าจะไปตลาดน้ำอัมพวา ไปยังไง
คำตอบแรกที่ได้
“น้องมายังไง ก็ไปทางนั้นแหละ”
– -”
ผมมารถตู้ครับพี่
“ก็นั่นแหละ นั่งรถตู้ ต่อไปอัมพวา”
แป่วว
มีทางอื่นไหมครับ
“อืม.. ก็มีนะ น้องไปทางนี้ก็แล้วกัน”
“น้องมองเห็นเซเว่นนั่นไหม”
มองตามไป เห็นป้ายจิ๋วตัวเท่ามด
“เดินไปถึงเซเว่นนั้น จากนั้นเดินตามตึกแถวไปเรื่อยๆ เจอทางแยกให้เลี้ยวซ้าย
ข้ามทางรถไฟไป จะเจออีกเซเว่นนึง จากนั้นถามคนแถวนั้นก็แล้วกัน”
โห.. เหมือนจะใกล้
โอเค.. เดิน (ตากฝน) เล่นๆ ไป
ผ่านไปสองเซเว่น (เออ.. เมืองนี้เซเว่นเยอะดี)
ไปจนถึงสี่แยก เห็นรถสองแถวจอดกันเต็ม
แต่มีหลายสายมาก
ไปสายไหนดีหว่า
ถามคุณยายขายลูกชิ้นข้างๆ ได้ความว่า ขึ้นคันนั้นเลย
ขึ้นเลย ขึ้นเลย จะออกแล้ว
แมวดื้อก็กระโดดขึ้นรถโดยพลัน
ข้างรถเขียนไว้ว่า “โรงเจอัมพวา”

ฝนตกสลับกับหยุด ไปตามพื้นที่ต่างๆ เช่นเคย
รถสองแถว พาผู้โดยสาร ฝ่าฝนไปส่ง
หลายคนลงหน้าบ้าน (อีกแล้ว)
มาได้สักระยะ ก็มาติดที่แยกไฟแดง
แมวดื้อยังไม่ทันคิดอะไร
พอรถออก หันมองกลับไป
มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า “ตลาดน้ำอัมพวา, อุทยานร.2” เลี้ยวซ้าย
ซวยแล้วไง
รถก็ออกมาตั้งไกลแล้ว ฝนตกด้วย ลงแล้วเดินย้อนกลับไป ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ๆ
คิดในใจ คุณยายไม่เห็นบอกอะไร มีความเป็นไปได้ว่า รถสองแถว อาจจะยูเทิร์นก็ได้
หรือถ้ามันเลวร้าย จนหลงหลุดโลกไปเลย
ก็นั่งคันเดิมนี่แหละ กลับไปที่เดิม ฮ่า..ฮ่า

หลังจากคิดได้ดังนั้น 
ก็ขยับตัวเอง ไปด้านในสุด (จะได้เปียกน้อยที่สุด)
รถพาเลี้ยวเข้าชุมชนแห่งนึง
มายังโรงเจอัมพวา
ซึ่งเดาว่าเป็นจุดหมายปลายทางของสายนี้
ดังที่เขียนไว้ข้างรถ
แต่ก็ยังดื้อไม่ลงจากรถ
..ก็คนอื่นไม่เห็นลงกันเลยอ่ะ..
คนขับจอดรถพูดคุยกับแม่ค้า พอหอมปากหอมคอ ก็เดินทางต่อ
เลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้าน สักพักก็มีนักท่องเที่ยวขึ้นรถ มาเป็นระยะ
ใจชื้นขึ้นมานิดนึง
จากทิศทางที่รถวิ่ง น่าจะย้อนกลับมาทางป้ายที่บอกทางไป ตลาดน้ำอัมพวา

และแล้วก็ผ่านที่จอดรถ อุทยาน ร.2
โอ้ว.. ใช่เลย ถูกทาง
เอาไว้คราวหน้า มาแวะเที่ยวที่นี่ด้วย
รถเลยมาได้อีกหน่อย ขึ้นสะพานสูงๆ
ตาเหลือบมองลงไปที่แม่น้ำ
อ้าว.. ตลาดน้ำอัมพวา ตรงนี้นี่เอง
รีบคว้ากระเป๋า กดอ่อด ลงจากรถสองแถวทันที

มาถึง ตลาดน้ำอัมพวาจนได้
ไม่ขับรถ
ไม่เตรียมการ การเดินทาง
มาถึงได้เหมือนกัน
เดี๋ยวขากลับ ค่อยว่ากันอีกที
ตอนนี้ไปเที่ยวเล่น ตลาดน้ำอัมพวากันดีกว่า

— โปรดติดตามตอนต่อไป — 

 


เมื่อวาน จับไอโฟน restore firmware ไป
ช่วงกลางวัน ที่ชอบ tweet ก็เลยไม่มีโปรแกรม twinkle ใช้งาน
จับ D-SLR ถ่ายเล่นๆ เอามาลง twitter ซะงั้น
ฮ่า..ฮ่า

ไม่ได้จับกล้องหลายวัน
มือสั่นเหมือนกัน
พรุ่งนี้ ต้องไปออกไปถ่ายรูปซะหน่อยแล้ว


ถึงวันศุกร์อีกแล้ว เร็วจริงๆ เลย
สัปดาห์นี้ ตอนแรก จะเอาข้อมูลร้านบุฟเฟ่ต์ที่ king power มาลงแล้ว
แต่ดูจากราคา ไม่ค่อยแตกต่างจากบุฟเฟ่ต์ตามโรงแรมสักเท่าไหร่
เลยเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน
อ่านไปอ่านมา
มาเจอร้านนี้
อยู่ใน Central World
เป็นอาหารหลัก แต่ไม่หนักมาก
น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
สมาชิก BKKMenu ลด 10% จ้า

Link: BKKMenu.com 


สัปดาห์ที่แล้ว แมวดื้อไม่ค่อยสบาย
หวานใจ ออกไปถ่ายรูปกับพี่เสือตอนเช้า
เริ่มเบื่อสวนรถไฟกันแล้วมั้ง
เลยไปถ่ายรูปกันที่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
พอดี manager online เขียนถึงสวนนี้พอดี
จิ๊กมาอีกเช่นเคย
เห็นมีพรรณไม้เยอะเหมือนกัน เอาไว้ไปฝึกถ่ายมาโครดีกว่า

“สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” สวนของแม่ เพื่อคนรักต้นไม้


ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

       เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวันแม่ 12 สิงหาคมอย่างนี้ ฉันจึงเลือกมาเที่ยวยัง “สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” สวนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ ตลาดนัดสวนจตุจักร ที่ภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันสมทบทุนสร้างถวาย เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษาในปี 2535 

       จากนั้นอีก 12 ปีต่อมา สวนแห่งนี้ก็ถูกทำให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาขึ้นในพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวน เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงสนพระทัยให้มีการอนุรักษ์พรรณไม้หอมต่างๆ ไม่ให้สูญพันธุ์ และให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และในโครงการนั้นเอง ก็ทำให้เกิดสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ ภายในสวนมากมาย ที่ฉันจะพาไปชมกันวันนี้


ต้นไม้ร่มรื่นภายในอาคารพรรณไม้ไทยฯ

       ฉันก้าวเท้าเข้ามา ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทางฝั่งประตูใกล้กับพิพิธภัณฑ์เด็ก เมื่อเข้ามาปุ๊บ ก็เริ่มเห็นสีสันสดใสของบรรดาดอกไม้ใบหญ้า ภายในสวนฯ ทางซ้ายมือของประตูทางเข้า มีอาคารสีขาวหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางแมกไม้ ฉันจะเริ่มต้นชมสวนฯ จากอาคารนี้เป็นที่แรก เพราะนี่คือ “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ที่จะทำให้เรารู้จักกับภาพกว้างๆของสวนฯ และรู้จักที่มาของโครงการเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาอีกด้วย

       เมื่อเดินเข้ามาภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ นั้น ก็จะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมกับตัวหนังสือซึ่งเป็นพระราชดำรัสของพระองค์ที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” ซึ่งแสดงให้เห็นความสนพระทัยของพระองค์เกี่ยวกับป่าไม้มาโดยตลอด


ทางเดินในสวนพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อผู้พิการทางสายตา

       เรื่องราวภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากจะมีเรื่องเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริของ ก็จะเป็นเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าฯ กับพรรณไม้ต่างๆ ได้แก่ พรรณไม้เฉลิมพระเกียรติ เช่น กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ พรรณไม้พระราชทานนาม เช่น ดุสิตา นิมมานนรดี มณีเทวา และพรรณไม้หอมที่โปรด เช่น กุหลาบมอญ นางแย้ม สายหยุด

       นอกจากนั้นก็ยังมีวงศ์ไม้เด่น 5 วงศ์ในด้านพฤกษศาสตร์ที่มี ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์จากทั้งหมด 106 วงศ์ ได้แก่ วงศ์เข็ม ที่มีอยู่ด้วยกัน 52 ชนิด เช่น ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ เข็มชะวา พุดน้ำบุษย์ ฯลฯ วงศ์กล้วย ซึ่งมี 3 ประเภทคือ กล้วยป่า กล้วยกินได้ และกล้วยประดับ รวมกันแล้วกว่า 68 ชนิด เช่น กล้วยดารารัศมี กล้วยร้อยหวี ฯลฯ


ด้านหน้าอาคารพรรณไม้ไทยฯ

       วงศ์ปาล์ม ที่มีปาล์มพันธุ์ไทย 57 ชนิด และปาล์มพันธุ์ต่างประเทศ 41 ชนิดด้วยกัน เช่น หมากแดง ตาลโตนด ช้างร้องไห้ ฯลฯ วงศ์ลั่นทม มี 57 ชนิด เช่น ลั่นทมลูกศร รำเพย ยี่โถ ฯลฯ และสุดท้ายคือวงศ์บัว มีสองวงศ์คือบัวหลวง และบัวสาย

       อ่านข้อมูล ในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯดู แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่า สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์นี้ ไม่ใช่เป็นเพียงสวนธรรมดาๆ ที่เอาไว้เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ แต่ถือได้ว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ที่รวมเอาพรรณไม้นานาพรรณ ไว้ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษากัน


บัวดอกงามๆในลานบัว

       ออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติฯแล้ว เราข้ามมาดูกันอีกอาคารหนึ่งคือ “อาคารพรรณไม้ไทย เทิดไท้ บรมราชินีนาถ” ที่ประกอบด้วยอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน คืออาคารพรรณไม้ภาคกลาง และภาคตะวันตก อาคารพรรณไม้ภาคใต้ และภาคตะวันออก และอาคารพรรณไม้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีตัวอย่างต้นไม้ จากแต่ละภูมิภาคมาปลูกไว้ภายใน และทำเป็นทางเดินในสวน ให้เดินชมต้นไม้เหล่านี้กันอย่างใกล้ชิด

       บริเวณด้านหน้าอาคารพรรณไม้ไทยฯ เป็นที่ตั้งของ “สวนพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อผู้พิการทางสายตา” ซึ่งเป็นสวนสำหรับผู้พิการทางสายตาแห่งแรกของประเทศไทย ในบริเวณสวนแห่งนี้ ก็จะปลูกไม้ดอกกลิ่นหอมๆ เช่นกุหลาบกอใหญ่ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตา ได้สัมผัสกับกลิ่นของดอกไม้ แทนการมองเห็น มีราวเหล็กไว้ให้จับเดินตลอดทาง


ชบาสีชมพูหวานในลานชบา

       อีกทั้งบนราวเหล็ก ก็ยังมีอักษรเบลล์เป็นบางช่วง เพื่อให้ผู้พิการทางสายตา ได้ทราบข้อมูลว่า ขณะนี้เขากำลังเดินอยู่ใกล้พรรณไม้อะไร มีลักษณะเป็นอย่างไร อีกทั้งบางช่วงของทางเดิน ก็จะมีเสียงผู้บรรยายดังขึ้น อธิบายถึงต้นไม้ที่อยู่บริเวณนั้นด้วย นับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งหนึ่ง ของผู้พิการทางสายตาได้ดีทีเดียว

       และบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็ยังมี “สวนไม้หอมน้อมเกล้าฯ” ที่รวบรวมพรรณไม้หอมประเภทต่างๆ ทั้งประเภทที่มีดอกหอม เปลือกไม้หอม เนื้อไม้หอม ใบหอม ผลหอม ยางหอม หอมไปหมดทั้งต้น ให้ได้รู้จักกัน และ “สวนพรรณไม้ อันเกี่ยวเนื่องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์” เช่น พรรณไม้พระนาม พรรณไม้ที่โปรด และพรรณไม้บางชนิด ที่เกี่ยวเนื่องกับ โครงการพระราชดำริ รวมไปถึงพรรณไม้ที่ได้รับพระราชานุญาต ให้ตั้งชื่อตามพระนามาภิไธย ถ้าใครอยากเห็นมะม่วงมหาชนก ใบไม้สีทอง ก็มาหาความรู้กันได้ที่นี่


บรรยากาศภายในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

       ทั้ง 5 สิ่งที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ก็เป็นสิ่งที่จัดทำขึ้นในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษานั่นเอง แต่ใช่ว่าสิ่งที่น่าสนใจ ภายในสวนจะหมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีพื้นที่อีกเกือบ 200 ไร่ ให้เดินชมต้นไม้กันอย่างจุใจ สมดังความตั้งใจที่จะสร้างสวนนี้ให้เป็น “ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่มีระบบนิเวศและความหลากหลาย ที่สมบูรณ์คล้ายกับป่าธรรมชาติ

       ฉันเดินเลียบเลาะริมสระน้ำในสวนฯไปเรื่อยๆ มองจากระดับสายตา ก็จะเห็นเป็นสระน้ำธรรมดา แต่หากบินขึ้นไปบนฟ้า แล้วมองลงมาแล้วจะเห็นว่าสระน้ำนั้น เป็นรูปตัวอักษรไทย ส เสือ และตัวอักษรภาษาอังกฤษ S เกาะเกี่ยวกันอยู่ และบริเวณรอบๆ สระน้ำนั้น ก็มีต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอกไม้ใบให้เลือกชม เช่น สวนไม้มงคลพระราชทาน 76 จังหวัด ที่จำลองแผนที่ประเทศไทย และปลูกไม้มงคลพระราชทาน ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ตามตำแหน่งของแต่ละจังหวัด ลานชบา ที่มีดอกชบาหลากหลายสี ออกดอกสวยๆแข่งกัน ลานอโศก ต้นไม้ที่ฉันมักเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง ลานบัว ที่มีดอกบัวงามๆ บานอยู่ในสระน้ำหลายต่อหลายดอก และสวนหิน ที่จัดวางหินขนาดต่างๆ ไว้อย่างน่าชม


สวนหินที่ตกแต่งไว้อย่างงดงาม

       แม้สิ่งที่น่าสนใจ ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์จะมีอยู่มากมาย แต่หากใครจะไม่เดินชมให้ทั่ว ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก เพราะเข้าใจว่าสวนแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล แต่สำหรับคนที่รักต้นไม้ และกำลังศึกษาเกี่ยวกับพรรณไม้อยู่ละก็ แม้สวนจะกว้างแค่ไหน ขาจะเมื่อยล้าเพียงใด ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการได้มาชมมากทีเดียว

 

       สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-18.30 น. ที่ตั้งของสวนฯ อยู่ในรั้วเดียวกับพิพิธภัณฑ์เด็ก และอยู่บริเวณด้านหลังสวนจตุจักร ติดกับสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) หากมาจากทางถนนกำแพงเพชรสอง มุ่งหน้าถนนพหลโยธิน สวนฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ มีที่จอดรถให้บริการ สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีหมอชิต หรือรถไฟใต้ดินมาขึ้นที่สถานีกำแพงเพชร แล้วเดินต่อมายังสวนฯ หรือหากเดินทางมาโดยรถประจำทาง ก็มีรถสาย 3, 8, 28, 29, 44, 52, 59, 69, 108, 134, 138, 145, 509, 510, 512, 134 ฯลฯ ผ่านบริเวณด้านหน้าสวนจตุจักร สอบถามรายละเอียดโทร.0-2272-4358 

Link: Manager Online


ปีนี้เพิ่งจะได้ไปงานสัมนา
ตอนแรก ตั้งใจว่าจะไปสัมนาที่เชียงใหม่
แต่ก็มีเรื่องเดียวกันที่มหิดลพอดี
เรื่องเดียวกัน คนพูดคนเดียวกัน ตารางเหมือนกัน
แต่ราคาต่างกัน กว่าครึ่ง!!
ก็เลยโชคดี ที่ไม่ได้ไปที่เชียงใหม่ 😛
ตอนจะกลับ เห็นรถราง ที่เคยนั่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์
เลยถ่ายรูปเก็บไว้

ม.มหิดล เอามาใช้ เป็นพาหนะเดินทางรอบมหาวิทยาลัยเหรอเนี่ย
ฮ่า..ฮ่า


More Posts


The Cave
August 12, 2008

The Cave

4bia
August 11, 2008

4bia

Sick
August 10, 2008

Sick

Murahata
August 8, 2008

Murahata

Bangkok Art and Culture Centre
August 7, 2008

Bangkok Art and Culture Centre