ช่วงนี้โหลดซีรีส์มาเพียบ
ไม่มีเวลาดูเลยแฮะ
มีเกมโชว์สองอันนี้ ที่เป็นตอนสั้นๆ พอดูไปได้บ้าง
สนุกดี
อารมณ์เหมือน โหด มัน ฮา
จริงๆ มันก็เครียดนิดนึงแหละ เพราะเป็นการแข่งขัน มีเงินรางวัลด้วยนี่

คนเราก็ชอบดูความทุกข์ของคนอื่นนะ
คือมันขำขำ แต่ให้ไปเล่นเพลง เจ็บตัวแบบนี้ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

สองอันนี้เริ่มพร้อมกัน มาได้สองตอนหล่ะ


วันนี้ตื่นขึ้นมาก็อยากกินบุฟเฟ่ต์เลย
ไม่ได้กินนานหล่ะ
เริ่มลงแดง ฮ่า..ฮ่า
เปิด bookmark ที่เก็บไว้
ก็ไปเจอกระทู้ของป้าแมว แห่งเว็บ AnneFriday.com
เอามาแปะไว้เช่นเคย
เครดิตรูปและบทความโดยป้าแมวจ้า
ป้าแมวเป็นแฟน AF ตัวยง
ได้ใกล้ชิดหนุ่มๆ AF หลายต่อหลายคน
หุ..หุ

ข้อมูลจำเพาะ

ห้องอาหาร The Fountain Cafe
โรงแรม Swissotel Le Concorde
204 ถนนรัชดาภิเษก
ห้วยขวาง กทม.
โทร. 02- 694-2222

วันเดือนปีที่ไปกินล่าสุด 13 พย.50
เวลา 18.00 -22.45 น.
(ห้องอาหารเปิด 24 ชม. เลยคุยกันยาววว)

บุฟเฟต์กลางวัน 448 เน็ต
ลด 15 % สำหรับบัตร citi Bank, Amex และอื่นๆ (สอบถามได้)

บุฟเฟต์อาหารค่ำ 648 เน็ต
ถ้าไป 4 คนจ่าย 3 คน (เฉพาะมื้อเย็น)

อาหาร International Buffet มีทุกอย่าง อาหารและขนมเยอะมากกก
คุณภาพเหมาะสมกับราคาดีคือในระดับ 4 ดาว
เหมาะสำหรับไปนั่งกินและคุยกันสบายๆ
กลางวันอาจมีแขกมากเพราะมีสัมมนาบ่อย
แต่ตอนเย็นแขกไม่ค่อยมาก
สถานที่กว้างขวาง นั่งสบายทุกโต๊ะ
ที่สำคัญคือ พนักงานบริการดีมากทุกคน
เต็มอกเต็มใจช่วยเหลือทุกอย่าง
ไปกี่ครั้งๆก็บริการดีเหมือนเดิม
ป้าแมวไปบ่อยเพราะใกล้บ้าน
ไปจนพนักงานจำได้จะทุกคนแล้วค่ะ

แล้วไปทำไมเมื่อคืน
ไปกินเพื่อเลี้ยงส่งสมาชิกอาวุโสบ้านน้องโจ เอเอฟ 2 ไปบวชค่ะ
ท่านจะบวชถวายเป็นพระราชกุศลประมาณ 1 เดือนเท่าที่ลาได้
คนแก่ชอบที่พนักงานเขาดูแลผู้สูงวัยดีมาก

ก็เลยนัดกันไปเม้าท์ส่งท้ายก่อนบวชค่ะ

อาหารคาวก็มีทุกอย่างตามแบบโรงแรมชั้นดีทั่วไป
มีสลัดบาร์ มีออร์เดิฟอาหารไทย ผรั่ง
มีอาหารใส่แร็คแบบนานาชาติ มีอาหารญี่ปุ่น
มีบุลโกกิแบบปรุงทีละจาน มีสุกี้แบบไทยปรุงทีละถ้วย
มีพาสต้าปรุงร้อนตามแต่จะเลือก มีจานหลักพวกเนื้ออบ ฯลฯ
มีขนมเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขอบอก
น้องนิกกินเท่าไรก็ไม่หมดทุกอย่างแน่
มีเนยแข็ง 6-7 ชนิด ขนมปังทำเองก็อร่อย
มีช้อคโกแลตฟองดู มีไอศครีมวันละ 4 ชนิด
คือเป็นอาหารมื้อแบบสบายๆได้มาตรฐานราคาก็สบายๆไม่หูอื้อเพราะความสูงเหมือน Vertigo 555

อาหารคาวนั้นป้าแมวไม่ค่อยได้ถ่ายมาเท่าไร
หนักไปทางของหวานมาให้น้องๆดูมากกว่านะคะ

เริ่มด้วยกาแฟเย็นของป้าแมว
ไปไหนก็ต้องเริ่มด้วยกาแฟเย็น

สลัดกับแซมมอนและอาหารทะเลตามปกติ

พวกยำ พล่า ปลานึ่งซีอิ๊ว (อร่อยมาก ย่อยง่ายสำหรับคนอายุมาก)

เมื่อคืนอาหารจานหลักคือแซมมอนอบราดซอสขาว

เอ่อ อย่าเพิ่งตกใจ
ป้าแมวกินนิดเดียว
อาศัยถ่ายจานที่ สว. ทั้งหลายตักมากินน่ะค่ะ
จานนี้ก็พาสต้าแบบปรุงตามต้องการทีละจาน

ซุปมิโสะและเทมปุระ
มีซาชิมิกับซูชิด้วยแน่นอนแต่ป้าแมวไม่แรงกิน
แล้วอีกอย่างก็เป็น standard fare แบบธรรมดาทั่วไป

เทมปุระที่ทอดใหม่ๆอยู่เสมอ

บุลโกกิปรุงทีละจาน

พาสต้าสเตชั่น

ตัวอย่างอาหารในแร็ค
ผัดรวมมิตรแบบจีน

แกงเขียวลูกชิ้นปลากราย

สตูเนื้อ

หมูอบราสซอส

ก็อะไรทำนองนี้แหละค่ะ
ไปเอาของหวานมาให้น้องๆกินกันดีกว่า

ขนมไทยใส่ถ้วย

ทาร์ตต่างๆ

ชีสเค้ก

ทาร์ตผลไม้

เค้กต่างๆ

เค้กช็อคโกแลต

ช้อคโกแลตมูส (อร่อยค่า)

ทีรามิสุ

คัสตาร์ด

มูสต่างๆ

พันนา ค้อตต้า

แรสเบอรี่มูส(มั้ง)

ช้อคโกแลตฟองดู

ผลไม้สำหรับช้อคโกแลตฟองดู

แอปเปิ้ลกับกล้วยหอมทอด

แอปเปิ้ลทอด

กล้วยหอมทอด

ไอศครีม

กาแฟร้อนหลังกินจนเหน็ดเหนื่อย
เขาชงกาแฟบดให้ทีละถ้วย
ไม่ได้ชงตั้งอุ่นไว้แต่อย่างใดค่ะ
แปลกดีเพราะปกติทั่วไปเขาจะชงใส่กาอุ่นทิ้งไว้เนอะ

จบมื้อนี้ค่ะ
ป้าแมวแปะรูปจนหน้ามืดแล้ว
ไปนอนล่ะค่ะ
สรุปก็เป็นอาหารบุฟเฟต์กินสบายๆ
เหมาะสำหรับกินกันแบบธรรมดาๆไม่ต้องคิดมาก
เขาบอกว่าถ้ามาหลายๆคนเป็นสิบยี่สิบขึ้นไป
เขาก้ยินดีให้บริการพิเศษ
อาจจะมีเค้กวันเกิดให้หรืออยากจะได้อะไรก็บอกเขาได้
พนักงานเขาก็พากันแปลกใจที่คราวนี้ป้าแมวถ่ายรูปง่วน
เพราะไปทีไรก็เอาแต่คุยกับกิน
ก็เลยบอกว่าตอนนี้มีหน้าที่ต้องไปบอกกล่าวเพื่อนฝูง
เขาก็เลยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งขึ้นไปอีก
ลูกชายของเพื่อนมารับคุณแม่ตอนดึก
เขาก็เลยให้กินเค้กและกาแฟฟรีเพราะแขกก็หมดแล้ว
พ่อเจ้าประคุณคุณหลานเลยจัดการซะ 5-6 ชิ้นใหญ่ๆกับอีกสองสามถ้วยเลยค่ะ

Link:AnneFriday.com


วันนี้ตื่นไปสวนรถไฟตั้งแต่เช้า
อยากกินข้าวต้ม+โจ๊ก
แต่ว่าคนนั่งกันเต็ม ไม่มีที่นั่ง อดเลย
สุดท้ายก็ไปโซ้ยข้าวหน้าเป็ด กับหมูสะเต๊ะเหมือนเดิม

 

วันนี้แบกอุปกรณ์กล้องชุดใหม่
เล่นเอาหนัก ไม่คุ้นเคย
ปั่นจักรยานไปได้หลายรอบ เลยนั่งพักตรงสวนผีเสื้อ
ที่สวนรถไฟวันนี้ มีกิจกรรมต่างๆ เยอะเลย
เริ่มตั้งแต่กิจกรรมออกกำลังกาย หน้าประตู
ไล่มาถึงแก๊งพอร์ทเทรต ตรงรถไฟ
สมาคมดูนก ตรงกลางสวน
กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ ผู้ปกครอง-คุณครู หน้าสวนผีเสื้อ
สุดท้าย กิจกรรมเข้ากลุ่มของนักเรียน ด้านหลังสวนรถไฟ (เดาว่ามากับกิจกรรมก่อนหน้านี้) 
นอกจากนี้ ยังมีแก๊งโรลเลอร์เบลด และแก๊งจักรยานเด็กอีก
นับว่าเป็นอีกวันนึงที่คนมาใช้บริการสวนรถไฟเยอะมาก

บ่าย.. แมวดื้อไปลา วิลล่า เพื่อเอา ext HD กลับมา
ใช้เวลาเคลมไป 20 วัน
อุปกรณ์ถูกเปลี่ยนทั้งหมด
ทั้ง HD ทั้ง box แล้วก็ adaptor
เหอ..เหอ
สงสัยจะแจคพอตไปเจอล๊อตที่มีปัญหาจริงๆ
น้องลูกพรุนก็เอา macbook ไปตรวจเหมือนกัน
(รอบที่เท่าไหร่แล้วฟร่ะเนี่ย)
อาการเหมือน HD มีปัญหา
ก็เลยให้ทางร้านย้ายข้อมูลจาก macbook ไปลง ext HD เลย
แล้วก็แว่บกันไปเกาะเกร็ด
นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัย แป้บเดียวก็ถึงปากเกร็ด
ที่ท่าน้ำปากเกร็ด บริเวณใต้สะพาน
เค้าว่ากันว่า มีก๋วยเตี๋ยวเรือขายด้วย ถ้ามีโอกาส (แล้วอยาก) ก็ลุยกันได้

แต่เนื่องจากเห็นว่าฝนกำลังมา
พวกเราก็เลยข้ามเรือไปเกาะเกร็ดกันทันที
หลังจากข้ามมาถึงเกาะเกร็ดแล้ว ก็หยิบกล้อง
เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย

 

วัดนี้ มีเสน่ห์ให้ถ่ายรูป ได้ทุกครั้ง ที่แวะเวียนไป

เดินเข้าเส้นทางเดินรอบเกาะเกร็ด
ตาก็สอดส่องเล็งของกินไปเรื่อยเปื่อย หมายมั่นว่าขากลับจะได้ซื้อติดมือกลับไปด้วย
แต่แล้ว ฟ้าฝนไม่เป็นใจ
อยู่ๆ ก็เทลงมา
เลยต้องไปแวะพักที่ร้านร้อยแปดพันเก้า ชิมเฉาก๊วยโบราณ เช่นเคย

หลังจากฝนซา แต่ก็ยังปรอย
เลยเดินกันต่อ
แต่ว่าเก็บกล้องไปแล้ว เพราะว่าฝนตกหนักเป็นระยะ
พอคราวนี้ ไม่ได้ถือกล้อง มือเลยว่าง อิอิ
ถ่ายมาได้อีกรูป ก่อนที่กล้องจะนอนอยู่ในกระเป๋า ไม่ได้ออกมาอีกเลย 😛

วันนี้ซื้อของกินแปลกๆ กลับไปลองเยอะเหมือนกัน
แต่ว่าไม่ได้ถ่ายรูป (กินหมดซะก่อน) ฮ่า..ฮ่า
เอาไว้รีวิวใหม่นะ 


แมวดื้อย้ายค่ายมาใช้กล้อง canon มาปลายปีที่แล้ว
ผ่านมาครึ่งปี
พอดีน้องลูกพรุนอยากได้กริป
ก็เลยนัดไปเจอกันที่โฟโต้ไฟล์กรุ๊ป สาขา (เดอะมอลล์) บางกะปิ
จากการที่ตั้งใจว่าจะซื้อเพียงแค่กริป (สำหรับน้องลูกพรุน)
ก็กลายเป็นการช้อปครั้งใหญ่
กริป x สอง
แบต x สอง
สายคล้องมือ
แฟลช
แล้วก็เลนส์อีกตัว
เหอ..เหอ

ตอนแรกจะเอาเลนส์ ร้อยมาโคร
เลนส์มาโคร ระยะเทเลที่อยากได้ 

จากการทดสอบ
ไม่ค่อยแตกต่างจากหกสิบมาโคร ที่มีอยู่เท่าไหร่
ตกไปก่อน
แอบแต่ง hue ให้เป็นยักษ์เขียว อิอิ 

เลนส์ยี่สิบ สองจุดแปด
เลนส์วาย ที่เป็นเลนส์ฟิก

คุณภาพดีเลย สว่าง
รูปไม่ค่อยบิดมาก อย่างเลนส์มุมกว้างบางตัว
เลือกมาเป็นตัวเลือกแรก

เลนส์ สิบ-ยี่สิบสอง
เลนส์ช่วงซูม ที่เป็นเลนส์วาย

รูปที่ได้ คล้ายยี่สิบ สองจุดแปด
แต่หมุนไปให้กว้างได้อีก

สีสวย ทีเดียว ถ้าเทียบกับสิบแปด-ห้าสิบห้า ไอเอสที่ใช้อยู่แล้วคนละชั้นกันเลย
รูปนี้ก็ปกติดี ไม่เห็นบิดสักเท่าไหร่
ลองมุมเฉียง (ตั้งใจทำให้เป็นเปอร์สเปกทีฟ)

ก็พบว่ารูปถูกบิด โค้ง อย่างสังเกตได้
แม้ว่าจะไม่โค้งมากเหมือนฟิชอาย
เข้าใจว่าเป็นกล้องที่มีตัวคูณด้วย หากใช้กล้องฟลูเฟรมอาจโค้งกว่านี้
เลยลองอยู่นาน

เลยต้องตัดสินใจระหว่างเลนส์ฟิก กับเลนส์ซูม
ช่วงวายเหมือนกัน

สุดท้ายก็เอา สิบ-ยี่สิบสอง มาใช้
เพราะอาจได้รูปแปลกๆ โค้งๆ บิดๆ บ้าง
รูปปกติ ตรงๆ ก็ยังพอจะถ่ายได้บ้าง
สีของรูปถือว่าดีใช้ได้

รวมเบ็ดเสร็จแล้ว
หนักมาก!!
อาจต้องไปเพาะกาย เพื่อแบกกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ
ฮ่า..ฮ่า


วันศุกร์อีกแล้วเหรอเนี่ย
สัปดาห์นี้เหมือนเวลาหมุนไปเร็วจริงๆ
วันนี้มีร้านราเมน ร้านใหม่มาแนะนำ
อันที่น่าสนใจก็คือ ซีเคเมน ราเมง กับ มิโซะบูตะ ราเมง
เอาไว้ต้องลอง
หุหุ

 


บรรยากาศโต๊ะนั่งภายในร้าน “บังคาร่า ราเม็ง”

       “อิ รัด ไช มา เสะ” เสียงบริกรหนุ่มสาว กล่าวคำทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ยินดีต้อนรับ ดังลั่นร้าน เมื่อ “ผู้จัดการตระเวนกิน” เดินเยื้องกายเข้ามาภายใน ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ที่มีนามว่า “บังคาร่า ราเม็ง” (Bankara Ramen) เป็นร้านราเม็งน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในเมืองไทยได้ไม่ถึงเดือน แต่นับว่ามีความน่าสนใจ เชิญชวนให้มากินเป็นอย่างมาก


มุมโต๊ะนั่งสบายๆ ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ

       บังคาร่าฯ ร้านนี้นำเสนอราเม็งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะเป็นเฟรนไชส์ของร้านบังคาร่า ราเม็งชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่ เส้นราเม็ง และน้ำซุปอันเลิศรส เมื่อมาอยู่ในเมืองไทย ก็ยังคงรสชาติราเม็ง แบบต้นตำรับแท้ๆ จากญี่ปุ่นไว้ โดยไม่ได้มีการปรับแต่งรสชาติ แต่อย่างใดเลย พวกวัตถุดิบแทบจะทุกอย่าง ในการทำราเม็งของที่นี่ ส่งตรงมาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุป เส้นราเม็ง และวัตถุดิบปรุงรสอื่นๆ แถมยังมีพ่อครัวญี่ปุ่น มาลงฝีมือปรุงราเม็งรสเลิศ ให้กินกันด้วย


บังคาร่า ราเม็ง

       สำหรับราเม็งที่ชวนกินของที่นี่ มีราเม็งหลักๆ อยู่ 4 แบบให้เลือกกินกันตามใจชอบ มี บังคาร่า ราเม็ง (160 บาท) เป็นราเม็งต้นตำรับ จากสูตรของเจ้าของร้านบังคาร่าฯ ที่ญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นอยู่ตรงที่ น้ำซุปเป็นน้ำซุปกระดูกหมู ที่ผ่านการเคี่ยวกรำ นานกว่า 15 ชม. จนได้น้ำซุปกระดูกหมูที่เข้มข้น และผสมกับซอสโชยุญี่ปุ่น สูตรพิเศษ ส่วนเส้นราเม็ง เป็นเส้นหยักขนาดกลาง พร้อมกับใส่เครื่อง มีชาชูคือหมูสไลด์ หน่อไม้ญี่ปุ่น สาหร่ายและโรยหน้า ด้วยต้นหอมซอย ลิ้มรสราเม็งคีบเส้นส่งเข้าปาก เส้นราเม็งเคี้ยวนิ่มเหนียวนุ่มปาก เข้ากับน้ำซุปที่ซดแล้วรสชาติเข้มข้น ออกเค็มนิดๆ และมีกลิ่นของโชยุ หน่อยๆ ส่วนเนื้อหมูรสดีเคี้ยวนุ่ม หน่อไม้ญี่ปุ่นมีรสชาติ เคี้ยวกรึบกรับปากดี


ทงคัตซึ ราเม็ง

       ชามต่อมาเป็น ทงคัตสึ ราเม็ง (170 บาท) ที่ส่งกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูยั่วน้ำลาย น้ำซุปกระดูกหมูนั้นผ่านการเคี่ยวกรำ นานหลายชั่วโมง จนกระดูกหมูนั้นละลาย ได้น้ำซุปเป็นสีขาวๆ เหมือนน้ำนมที่มีความเข้มข้นมากๆ ส่วนเส้นเป็นราเม็งเส้นเล็กยาวตรง และก็ใส่เครื่องอย่างเห็ดหูหนู ชาชู และต้นหอมซอย กินแล้วต้องบอกว่าถูกปากเอามากๆ ตรงที่ได้ซดน้ำซุปกระดูกหมู ที่หอมหวานกลมกล่อมลิ้น บวกกับได้เคี้ยวเส้นราเม็งเล็กๆ ที่เหนียวนุ่มนิ่ม เข้ากันดีกับเครื่องที่ใส่มา


ซึเคเมน ราเม็ง

       กินราเม็งแบบมีน้ำซุปร้อนๆ ใส่มาไปแล้วถึง 2 ชาม ชามต่อมาขอแนะนำ ซึเคเมน ราเม็ง(190 บาท) ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ น้ำซุปกับเส้นนั้นมาแยกกัน ทางร้านใช้เส้นราเม็งขนาดใหญ่ นำมาต้มจนสุกแล้วนำไปแช่เย็น ออกมาเหมือนบะหมี่เย็น เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปสูตรเด็ด ที่มีส่วนผสมของน้ำซุปถึง 2 อย่างคือซุปกระดูกหมูและน้ำซุปทะเล ที่ได้จากปลาต่างๆ เคี่ยวจนเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น แล้วใส่เครื่องมีชาชู หน่อไม้ญี่ปุ่น และหอมซอย ตามด้วยใส่น้ำมันพริกเผาของญี่ปุ่นคล้ายๆ กับน้ำพริกเผาบ้านเรา เวลากินต้องคีบเส้นราเม็ง มาจุ่มในน้ำซุป แล้วก็ส่งเส้นเข้าปาก เคี้ยวเส้นราเม็งเต็มปาก เค็มปากเหนียวนุ่มเด้งๆ อยู่ในปาก และได้รสชาติน้ำซุปออกมัน เค็ม เจือหวานและเผ็ดนิดหน่อย จากน้ำมันพริกเผา


มิโซะบูตะ ราเม็ง

       ราเม็งชามสุดท้าย มิโซะบูตะ ราเม็ง (230 บาท) เป็นราเม็งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยความกลมกล่อม ของน้ำซุปที่ได้จากน้ำซุปกระดูกหมู บวกกับใส่มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) และซอสสูตรพิเศษปรุงรส ลงไปจนได้น้ำซุปที่เข้มข้น หอมกลิ่นเต้าเจี้ยว ส่วนเส้นเป็นเส้นราเม็งขนาดใหญ่ สำหรับมิโซะโดยเฉพาะ พร้อมกับยังใส่เครื่องหลายอย่าง มีถั่วงอกผัด บูตะเป็นหมูสไลด์เป็นแผ่น และผัดกับซอสพิเศษ โรยหน้าด้วยต้นหอม คีบเส้นราเม็งเข้าปากเคี้ยวนุ่ม ซดน้ำซุปร้อนๆ ตามไปออกรสซอสมิโซะ ที่เค็มๆ หวานๆ แล้วก็เคี้ยวหมูบูตะนุ่มๆ ที่มีรสชาติกลมกล่อม ถูกปากเอามากๆ


คาคูนิด้ง

       และการกินราเม็งของที่นี่ ทางร้านยังมีท็อปปิ้งอีกกว่า 7 อย่าง ให้สามารถสั่งใส่เพิ่ม มาในราเม็งแต่ละอย่าง ทำให้การกินราเม็ง เพิ่มรสชาติความอร่อย ไปอีกแบบ มีทามาโกะ (25 บาท) เป็นไข่ต้มยางมะตูม คาคูนิ (40 บาท) เป็นหมูสามชั้นตุ๋นชาชู (30 บาท) คือหมูแผ่นหมักซอสหั่นเป็นแผ่นๆ คาราเนงิ (20 บาท) เป็นต้นหอมคลุกกับพริกเผาญี่ปุ่น โนริ (25 บาท) คือสาหร่ายแผ่น เนยแข็ง (10 บาท) และข้าวโพดต้ม (10 บาท)

       นอกจากราเม็ง ที่เป็นเมนูเด่นชูโรงแล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูกินเล่นอื่นๆ ที่ชวนสั่งมาลิ้มลองอีกมาก อาทิ คาคูนิด้ง (90 บาท) เป็นข้าวญี่ปุ่นใส่คาคูนิ ไข่ต้มยางมะตูม ราดด้วยมายองเนส โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย และสาหร่ายซอย เกี๊ยวซ่า (60 บาท) ที่แป้งเกี๊ยวบางนุ่ม ไส้เกี๊ยวเป็นหมู รสกลมกล่อม เนงิบูตะเมชิ (60 บาท) เป็นหมูชาชูนำมาสับปรุงรสชาติ ซึมามิชาชู (70 บาท) เป็นหมูชาชู ผัดกับน้ำซุปสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมซอสญี่ปุ่น และมีของหวานอย่าง แอนนินโดฟุ (40 บาท) เป็นเต้าฮวยเย็นญี่ปุ่นที่ชวนกิน “ผู้จัดการตระเวนกิน”  ขอแนะนำว่าร้าน “บังคาร่า ราเม็ง” เป็นอีกหนึ่งร้านราเม็ง สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ชวนให้มาลองลิ้ม รสชาติกันไม่น้อยเลย


เกี๊ยวซ่า

       ชื่อร้าน : บังคาร่า ราเม็ง
       

       ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น
       
       เมนูจานเด่น : บังคาร่า ราเม็ง, ทงคัตซึ ราเม็ง, ซึเคเมน ราเม็ง, มิโซะบูตะ ราเม็ง, คาคูนิด้ง, เกี๊ยวซ่า
       
       บรรยากาศร้าน : มีโต๊ะนั่งสบายๆ ให้เลือกหลายหลายมุมได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ
       
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ภายในเดอะ แมนเนอร์ ซ.สุขุมวิท 39 ถ.สุขุมวิท กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้า มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วลงทางฝั่ง ซ.สุขุมวิท 39 ตรงเข้ามาใน ซ.สุขุมวิท 39 ประมาณ 400 ม. จะเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ทางขวามือ ร้านบังคาร่าฯ จะตั้งอยู่ภายในตึกนั้น มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน
       
       สถานที่จอดรถ : มีที่จอดรถด้านในร้าน
       
       บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิต
       
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ :0-2662-5162-3

Link: Manager Online


More Posts


Direct Mail
July 2, 2008

Direct Mail

Internet Addict
July 1, 2008

Internet Addict

Red Book
June 30, 2008

Red Book

Yummy Sunday: 29 June 2008
June 29, 2008

Yummy Sunday: 29 June 2008

Life run fast
June 28, 2008

Life run fast