วันนี้ยังคงตื่นเช้าต่อเนื่องได้อีกวัน
ตื่นมาอ่านข่าวตามปกติ
รู้สึกลัน~ลา
ได้ตามไปอ่านเว็บๆ นึง
ที่เคยบ่นไปว่า “ลอก” บทความไป
ตอนนี้ก็ยังลอกอยู่เหมือนเดิม
ฮ่า..ฮ่า

มันก็รู้สึกโกรธนะ เพราะแต่ละบทความ ต้องใช้เวลาในการเขียน
แต่พอคิดว่า
เออ.. มันก็คิดได้แค่นี้ คิดเองไม่เป็น ทำเองไม่เป็น
ก็รู้สึกว่า
เออ.. เราก็ยังดีแฮะ ที่คิดได้เอง
ก็ปล่อยมันไป
ไม่เก็บเอามาทำให้เสียอารมณ์

 

วันนี้อาจจะต้องไปพารากอน
ถ้ามีเวลาจะไปเปลี่ยนโปรโมชันมือถือซะหน่อย
เดี๋ยวนี้ AIS โทรหา Dtac ถ้าไม่ใช่อยู่ในโปรโมชัน อัตราสูงกว่าในเครือข่ายเดียวกัน
ตั้งใจว่าจะไปเปลี่ยนเป็นอันนี้

 

 

ตะลึง! แพ็คเกจค่าโทร.ใหม่ล่าสุดจากจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ ชูแนวคิด ความง่ายที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบแก่ลูกค้าจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ ทุกท่าน ให้โทร.ได้นาทีละ 1 บาท ทุกเวลา ทุกเครือข่าย แถมโทรฟรีทุกวัน สูงสุด 40 นาที

 

  • ง่ายไม่ซับซ้อน
    ง่ายๆไม่ซับซ้อนไม่ต้องมานั่งจดจำโปรโมชั่นให้ปวดหัว GSM ตะลึง! ให้คุณโทรนาทีละ 1 บาท ทุกเวลา ทุกเครือข่าย แถมโทรฟรีสูงสุด 40 นาทีต่อวัน
  • ลูกค้าเก่าหรือใหม่ก็เลือกได้
    จะเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ ก็สามารถเลือกตะลึงกับ GSM ตะลึง! แพ็คเกจได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
  • ราคาเดียวทุกวันทุกเวลา
    ตะลึง! โทรตอนไหน เวลาใด GSM ตะลึง! คิดค่าโทรเพียงนาทีละ 1 บาท (นาทีแรก 2 บาท) เท่านั้น โทรราคาเดียวได้ทุกวันทุกเวลา ไม่ต้องมานั่งคิดอัตราค่าโทรแต่ละช่วงเวลาให้ปวดหัว
  • ราคาเดียวทุกเครือข่าย
    ตะลึง! ให้คุณโทรไปเครือข่ายใดก็ได้ในราคาเดียวทุกเครือข่าย หมดปัญหาเรื่องค่าโทรข้ามเครือข่ายแสนแพง
  • โทรฟรีทุกวัน
    ตะลึง! ให้คุณได้มีช่วงเวลาโทรฟรีที่คุณสามารถเลือกได้เองทุกวัน ได้สูงสุดถึง 40 นาทีต่อวัน โทรฟรีทุกวัน ทุกเครือข่าย อย่างนี้ถึงเรียกว่าช่วงเวลาโทรฟรีที่แท้จริง 

    • GSM ตะลึง 300 รับโทรฟรีทุกวันวันละ 10 นาที โทรฟรีสูงสุดถึง 300 นาทีต่อเดือน
    • GSM ตะลึง 600 รับโทรฟรีทุกวันวันละ 25 นาที โทรฟรีสูงสุดถึง 750 นาทีต่อเดือน
    • GSM ตะลึง 900 รับโทรฟรีทุกวันวันละ 40 นาที โทรฟรีสูงสุดได้ถึง 1,200 นาทีต่อเดือน

 

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเลือกโปรโมชั่น “ตะลึง!” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงสิ้นเดือนกันยายนศกนี้ ที่ เอไอเอส คอลล์เซ็นเตอร์ 1175 หรือ ที่ www.gsmadvance.ais.co.th

 

 


วันนี้เป็นอีกวันนึงที่รู้สึกสบายตัว
เพราะว่างานเว็บ ถึงจุดลงตัวในระดับหนึ่ง
คือไม่ต้องปั่นๆ อีกแล้ว
ทำไปแบบชิล..ชิล
ทำเอามันส์แบบเดิม

 

^______^

 

นู๋จ๋อมาทักว่าเขียนถึงเรื่องคอม (IT) กว่า 95%
ก็บอกว่าไงดีหล่ะ
ทุกๆ คนเค้าก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน
เหมือนเป็นสัตวแพทย์ เป็นงานอดิเรก
ส่วนงานหลัก มาทาง IT ซะมากกว่า
ทั้งเขียนหนังสือ (เกี่ยวกับ IT) ทำเว็บ อะไรพวกนี้
พรุ่งนี้คิดว่าคงจะมีอะไรให้ทำ (เกี่ยวกับ IT) มากขึ้นอีกงานหนึ่ง
ก็ีคงน่าสนุก
ไว้ได้รายละเอียดจริงๆ มาแล้วจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน

 

สำหรับงานสัตวแพทย์ช่วงนี้ก็มีผ่าตัดเกือบทุกวัน
เป็นปกติ
น้องแป้งไม่สบาย
ฉี่กระปริบกระปรอย
ก็ต้องคอยดูอาการ
ฉีดยา+ป้อนยาอยู่ทุกวัน

 

หวานใจก็งานเยอะ
แต่ก็ดีที่คุยกันตลอด
มีหงุดหงิดบ้าง
ตามประสาโรคของผู้หญิง 😛

 

เมื่อเช้าตื่นเช้ามานั่งอ่าน feed เจออันนี้
มาย้ำเตือนกันอีกที

 

เพื่อตอบแทนกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ไอพอดที่ดาวน์โหลดเพลงของแกรมมี่ กับบริการ iKey for iPod จึงขยายเวลาให้ดาวน์โหลดเพลงแกรมมี่5 อัลบั้ม เพียง 90 บาท จากราคาปกติ 450 บาท ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ สามารถสอบถามวิธีการ และขอรับบริการได้ที่ร้าน iBeat และ iStudio ทุกสาขา หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iKey Hot Line 0 2669 9666 (10.00-19.00 น.)

 

คนที่ใช้ iPod แล้วอยากซื้อเพลง (แบบถูกต้องลิขสิทธิ์) ในราคาถูก ก็ลองดูนะ

 

 


วันนี้ตื่นเช้าเป็นพิเศษ
เมื่อคืนอ่านกิกิ สไตร์ก ไปได้บทเดียวก็หลับซะแล้ว
เช้าตื่นขึ้นมา ก็ลุกจากเตียงได้เองเลย
ตื่นมาก็เปิด iMac อ่านข่าวเช่นเคย
เช้านี้ฟังเพลงนี้แล้วสบายใจจัง
อาจด้วยจังหวะ และดนตรีแบบนี้

 

 

 

Friday กับผลผลิตชุดที่ 3
จากความทรงจำและมิตรภาพหนึ่งทศวรรษ

 

“วันศุกร์” …บางคนอาจจะเคยอินเลิฟ
บางศุกร์อาจจะทำให้บางคนเหมือนอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์
ลองคิดดูอีกที…ถึงใครที่เราคุ้นเคยมาเกือบจะ 10 ปี
ยังจำความรู้สึกแรกที่ได้ฟังเสียงร้องเพราะๆ และดนตรีแสนอบอุ่นได้
“ยังมีเสียงเพลงที่ทำให้ใจสดใส ดวงดาวมากมายมีให้เราดูเต็มฟ้า…”
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้เรารู้จักกับพวกเขา… Friday

 

 

 

ตรัย ภูมิรัตน (บอย), อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์ (ดุลย์), และ เกรียงไกร วงษ์วานิช (หนึ่ง)
เป็นเพื่อนกันแต่เด็ก เรียนและเติบโตมาด้วยกัน เล่นดนตรีและช่วยกันทำเพลง
รวมกันเป็น Friday กับอัลบั้มชุดแรก Friday I’m in Love ในปี 1997
พาเพลงน่าฟังอย่าง ฉันมีความสุข, สุขล้ำ, เหนื่อย มาอยู่ในความทรงจำของนักฟัง
ก่อนจะทิ้งช่วงไปสักพัก และกลับมาในโปรเจกต์เฉพาะกิจ 2 Day ago Kids
ปล่อยซิงเกิลเพลง กลับมา ไปแทรกอยู่ในชาร์ตของทุกคลื่นวิทยุ
ย้ำความแรงของ 2 Day ago Kids เข้าไปอีกด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ
นำ Friday หวนคืนสู่เวที ร้องเพลงในความทรงจำไปทีละเพลงๆ
ทุกคนร้องตาม ทุกคนยังร้องเพลงของพวกเขาได้ทั้งๆ ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 4 ปี
และนั่นคือช่วงเวลาที่ Friday เริ่มตระหนักถึงอัลบั้มที่ 2 เพื่อนักฟังที่เฝ้ารอ

พวกเขาทำเพลงของตัวเองอีกครั้ง ลงทุนทำกันเอง สำเร็จเป็น Magic Moment อัลบั้มที่ 2
โปรโมตกันเอง เดินสายแสดงคอนเสิร์ตไปตามที่ต่างๆ อย่างสนุกสนาน
พร้อมๆ กับเพลง ชั่วโมงต้องมนต์, เปลี่ยนไปทุกอย่าง, อยู่คนเดียวอีกแล้ว และหนาวนี้
ซึ่งพอจะสร้างความอบอุ่นเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในใจของคนฟังทุกครั้ง ทั้งที่บางครั้งแค่เพียงได้ยิน

ตลอดเวลาเกือบทศวรรษ นอกจากงานดนตรีที่ทำด้วยกันทั้ง 2 อัลบั้ม
ก็มีบ้างที่ทั้ง 3 แยกย้ายไปทำงานส่วนตัวหรือร่วมงานกับคนอื่นๆ
ดุลย์ มือกีตาร์ เป็นเจ้าของซิงเกิลเพราะๆ อย่าง หันมามอง (Please Turn Around)
ส่วน หนึ่ง เปิดค่ายเพลงเล็กๆ แต่มีพลังล้นเหลือชื่อ No More Belt
ผลิตผลงานในนาม ‘สลีเปอร์ วัน’ ตั้งแต่อีพีอัลบั้ม Pls.Listen ในปี 2002
มาจนถึง Difference part 1 ปี 2005 และ Difference part 2 ปี 2006
สำหรับ ตรัย นักร้องนำ ก็รับแต่งเพลงให้กับศิลปินหลายต่อหลายราย
สร้างเพลงในความทรงจำไว้ไม่น้อย อย่าง ความลับ ของ Project H,
เผลอ ของ Mr.Z , Romio & Julite ของวงพรู, อีกแล้ว ของ โยคีเพลย์บอย,
ย้ำ ของ บอดี้สแลม และ รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป ของ Groove Rider
รวมถึงยังมีอัลบั้มเดี่ยวอีก 2 ชุด ชุดแรก My Diary Original Sound Track ปี 2004
กับอีกชุด บุคคลที่ 3 ปี 2006 ซึ่งเป็นปีที่ทั้ง 3 ในนาม Friday ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
มีอคูสติกคอนเสิร์ตเป็นการเฉพาะกิจ หลังจากห่างหายกันไปนานถึง 3 ปี

ต้นปี 2007 ที่เชียงใหม่ ณ เวทีกลางแจ้งกับอัฒจันทร์ครึ่งวงกลมใต้เงาต้นไม้ใหญ่ใน ม.พายัพ
ท่ามกลางบรรยากาศหนาวๆ คืนนั้น หัวใจของหนุ่มสาว 3,000 คนกลับอบอุ่น
และอบอวลไปด้วยบทเพลงแห่งความสุขและความทรงจำดีๆ จาก 3 คนบนเวที
ซึ่งกำลังหัวใจพองโตไม่แพ้แฟนๆ 3,000 คนที่ตั้งใจมาอบอุ่นด้วยกัน
ทั้งสามหอบกำลังใจมากมายในคืนนั้นกลับมากรุงเทพฯ เพื่อทำอัลบั้มชุดใหม่
จังหวะชีวิตหมุนวนมาถึงวันที่วง Friday จะกลับมาเล่นดนตรีด้วยกันเสียที

เพลงได้รับการแต่งขึ้นใหม่ทั้งหมด อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้น
ด้วยประสบการณ์ ด้วยมิตรภาพ และด้วยพลังบางอย่างที่จะเกิดจากทั้ง 3 คนนี้เท่านั้น
และนั่นคือ Song For Tomorrow อัลบั้มชุดที่ 3 จาก Friday

เพลงของวันพรุ่งนี้ก็คือเพลงที่จะพาเราไปสู่กำลังในใจวันพรุ่งนี้
ถึงแม้ว่าวันนี้จะเจอเรื่องอะไรร้ายๆ หรือยากๆ แต่ถ้าเรามีกำลังใจซะอย่าง เราจะผ่านไปได้
เราอยากจะร้องเพลงที่ทำให้เรามีกำลังใจไปสู่วันพรุ่งนี้
ตรัยพูดถึงงานใหม่ด้วยความภูมิใจ
“อัลบั้มนี้เป็นป๊อปที่มีความเป็นร็อก เราแต่งตัวให้เพลงของเราดูหนักแน่นขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ส่วนเนื้อหาจะเป็นมุมที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของเรื่องทั่วไปรอบตัว
ยังพูดถึงความสัมพันธ์ต่างๆ เหมือนกับที่ Friday เคยทำมาตลอด

นอกจากนี้ Song For Tomorrow ยังเป็นงานที่อยู่ในวาระครบรอบ 10 ปี ของ Friday
และตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขาก็คือ ‘มิตรภาพ’

Friday ต้องมี 3 คน น้อยกว่านี้ไม่ได้” Friday บอก “เราสามคนมีวงแค่วงเดียวในชีวิต
อาจจะมีบ้างที่แยกไปทำเดี่ยวหรือเฉพาะกิจ แต่สุดท้ายในใจเราก็มีแค่วงเดียวคือวงนี้
การเป็นวงดนตรีก็คงคล้ายกับการมีคู่รัก การเดินไปพร้อมๆ กัน 3 คนต้องสมดุลกันให้ได้
สำคัญที่สุด คือเวลาทำงานเป็นวง มีเรื่องดีใจก็จะดีใจได้มากกว่าตอนอยู่คนเดียวครับ

และเมื่อขอคำจำกัดความสั้นๆ ของ Song For Tomorrow จาก Friday
Song For Tomorrow คือการมองไปยังวันพรุ่งนี้ผ่านสายตาของเพื่อนที่รู้จักรู้ใจ
ซึ่งมีอดีต มีความทรงจำร่วมกัน และมิตรภาพที่ยั่งยืนมาแล้วถึง 10 ปีครับ

[audio:10year.mp3]

Link ข้อมูลและภาพ: www.centerpoint108.com 


อ่าน RSS รอบดึก

เจออันนี้

หิวเลย

 

 

ด้วยการคัดสรรไก่ 2 ชิ้นส่วนขนาดพิเศษ ได้แก่ อกปีก และ น่องสะโพก หมักด้วยเครื่องเทศร้อนแรง เผ็ดร้อนถึงใจ ถูกปากคนไทยที่มีให้เลือกทั้งแบบทอดและย่าง ไก่ทอดสูตรสไปซี่ ราคาพิเศษ ชิ้นละ 29 บาท ส่วนไก่ย่างสูตรสไปซี่ ราคาชิ้นละ 32 บาท พร้อมให้ชิมรสชาติความอร่อยแล้ววันนี้ที่ซุ้มไก่ย่างและซุ้มไก่ทอด ห้าดาวใกล้บ้านคุณ


เมื่อวานนี้ไปงาน mini meeting iPhone มา

ด้วยความที่เป็นวงในสุดๆ

มีข้อมูลเชิงลึกมากมาย

ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

ซึ่งอย่างน้อยก็แอบดีใจเล็กๆ

อิอิ

 

ส่วนเรื่อง iPhone จากการทดสอบ

จาการพูดคุย

ได้ข้อมูลมาพอสมควร

สรุปสั้นๆ เครื่อง unlockable iPhone

สามารถใช้งานในบ้านเราไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะใช้ค่ายไหน

ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังคงให้รายละเอียดไม่ได้นะ 😉

ทั้งเรื่อง application

ทั้งเรื่อง BT

หรือการ update firmware และ upgrade OS

ตอนนี้การใช้งานส่วนใหญ่ก็ทำได้แล้ว (ด้วยการ hack)

สำหรับใครที่อยากใช้แบบไม่ต้อง hack

แนะนำได้เพียงให้รอเท่านั้น

 

มีข้อมูลเรื่องนึงที่ได้รับการยืนยัน

สำหรับคนที่กลัวว่า iPod จะหายไป

จะมี product line แค่ iPhone เพียงอย่างเดียว

ว่า “impossible” จ้า

สาวก iPod ไม่ต้องกลัว

จะมีอะไรให้รอดูตอนปลายปีนี้แน่นอน

 

หลังจากมีตติ้งกันอย่างสนุกสนาน

ก็ไปดู new iMac กัน

สรุปเรื่องจอ

เห็นตรงกันหมด

ไม่ว่าจะเป็น Mac user นานแล้ว หรือ new Mac user

“หน้าจอมันสะท้อน”

เนื่องจากไปกัน 10 คน

เลยจับ new iMac หมุนซ้ายหมุนขวา

จับเงยหน้า ก้มลง

จนน้องพนักงานหวาดเสียวเครื่องจะพังคามือ

อิอิ

สุดท้าย

ไม่ว่าะมองมุมไหน มันก็สะท้อนอยู่ดี

จากการสอบถามทางร้านก็พบว่า

เดือนหน้านี้ จะมีแผ่นปิดหน้าจอ ทำให้มันไม่สะท้อน

 

-______-“

 

แล้วจะทำให้มันสะท้อนทำไมฟร่ะ

แต่ก็เข้าใจนะ

คือคนใช้งานทั่วๆ ไป เค้าก็มองว่าจอแบบนี้มันสวยดี

แต่คนที่คิดจะทำงานกราฟฟิค

หรือไม่ต้องกราฟฟิค แค่ดูหนังแบบ full screen ก็สะท้อนให้เห็นแล้ว

ก็คงต้องรอดูต่อไป ว่าจะมี option ให้เลือกหน้าจอหรือเปล่า

หรือว่าต้องยอมใช้แผ่นปิดหน้าจอแทน 😛

 

 

 

วกมาถึงหัวข้อแล้วกัน เมื่อวานนี้ไปซื้อคีย์บอร์ดแมครุ่นใหม่มา

จับมารีวิวสักหน่อย

 

 

แกะกล่องกันก่อน

 

กล่องเรียบๆ ที่สันกล่องด้านนึง เขียนไว้แค่คำว่า “Keyboard”

ดูจากรูปแทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นคีย์บอร์ด

 

เปิดกล่องออกดูพบคีย์บอร์ด นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างใน โดยมีพลาสติกห่อไว้อีกชั้น

 

ยกคีย์บอร์ดออกมา จะพบสายต่อ USB และคู่มือการใช้งาน อยู่ด้านล่าง

 

หน้าตาของสายต่อ USB

 

แกะพลาสติกออกมาอวดโฉม จะเห็นว่า USB port อยู่ทางด้านข้าง ทั้งสองข้าง

จากตำแหน่งและลักษณะการออกแบบ ทำให้เดาเอาว่า สายต่อ USB มีไว้เพื่อการนี้

เนื่องจากหากอุปกรณ์ที่นำมาต่อ มี USB connector ที่หนาก็อาจจะค้ำตัวคีย์บอร์ดได้

 

layout keyboard หน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิม มีสัญลักษณ์ปรับความสว่าง, Expose’ และ Dashboard เพิ่มขึ้นมาที่ปุ่ม F1-F4

 

layout keyboard สำหรับปุ่ม F7-F12 ก็เปลี่ยนไปด้วย คำสั่งการเล่นเพลง และปุ่มปรับระดับเสียง

ตามด้วยปุ่ม Eject ซึ่งเคยอยู่มุมขวาสุดของคีย์บอร์ด เลื่อนมายังติดกับปุ่ม F12 แล้วเลื่อนปุ่ม F13 ออกไป จัดเป็นแป้นชุดใหม่ F13-F15 และ F16-F19

 

สัญลักษณ์ apple หายไป มีคำว่า “Command” มาแทนที่

 

ด้านหลังคีย์บอร์ดมีเพียงสันเล็กๆ ที่น่าจะเป็นการเชื่อมต่อ USB port ทั้งสองด้าน

ยางกันลื่น 4 จุดนั้นฝังเข้าไปในด้านหลังของคีย์บอร์ด ไม่น่าจะหลุดออกมาง่ายๆ

 

นับว่าเป็นคีย์บอร์ดที่ออกแบบมาได้ดีทีเดียว

ต้องชมหล่ะ เสียเงินซื้อมาแล้วนี่นา

ฮ่า..ฮ่า

 

การใช้งานนั้น ไม่ใช่ว่าถอดเอาคีย์บอร์ดตัวเดิม พอใส่ปุ๊บจะใช้งานได้ทันที
จริงๆ ก็ใช้งานพิมพ์ได้ทั่วๆ ไป แต่ว่าปุ่มคำสั่งต่างๆ จะใช้ไม่ได้ ปุ่ม expose’, desktop, application, ปรับความสว่างหน้าจอทำได้เช่นเดิม ด้วยปุ่มเดิม ไม่สามารถปรับระดับเสียงได้

หลังจากเสียบสายคีย์บอร์ดใหม่แล้ว ควรจะต้องลง software ใหม่ด้วย โดยสามารถทำได้สองวิธีคือเข้าไปที่ software update ก็จะพบหน้าจอดังรูป

หรือเข้าไปยัง http://www.apple.com/support/downloads

แล้วพิมพ์หา Apple Keyboard Software ก็จะพบดังรูป

ซึ่งจะเห็นได้ว่าขนาดไฟล์ไม่เท่ากัน ซึ่งผมเดาว่าหากใช้วิธีการ update software อาจะมีไฟล์เดิมที่ไม่ต้องอัพเดตอยู่แล้ว แต่การดาวน์โหลดผ่านเว็บ อาจจะมีไฟล์รวมอยู่ทั้งหมด

หลังจาก install ก็จะ restart เครื่องครั้งหนึ่ง พอเปิดเครื่องอีกครั้ง ก็พร้อมจะใช้งานแล้วครับ

จากการใช้งานพบว่า…

 

 

  • สามารถพิมพ์สัมผัสได้จริงๆ คือสัมผัสก็ติดแล้วครับ ไม่ต้องเคาะแบบพิมพ์ดีดสมัยก่อนจริงๆ แถมการก้าวนิ้วยังทำได้ไม่ยากนัก สามารถรัวนิ้วได้อย่างดี การวางนิ้ว หากเป็นคีย์บอร์ดรุ่นเก่า จะโค้งเว้า และเป็นระดับ เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์ดีด ส่วนคีย์บอร์ดรุ่นใหม่จะค่อนข้างเป็นระนาบ แต่หากดูจริงๆ จะพบว่าส่วนกลางจะนูนขึ้นเล็กน้อย
  • ตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้น ในรุ่นเก่าจะเป็นแบบที่เราต้องกดลงไปตรงๆ ตรงกลาง ส่วนรุ่นใหม่จะรองรับการกดจากทุกด้านมากกว่า ทำให้นิ้วเราไม่จำเป็นต้องกดตรงกลางของแป้น แต่กดขอบๆ ก็ติดแล้วครับ
  • การใช้งานคำสั่งต่างๆ ต้องปรับตัวนิดนึงครับ ปกติเวลาทำงาน ผมมักจะฟังเพลงไปด้วย ผมจะใช้มือซ้ายในการควบคุมความสว่างหน้าจอ, expose’ และ dashboard ส่วนมือขวาจะปรับการเล่นเพลง รวมถึงระดับเสียง และหากนิ้วยาวสักนิด ก็สามารถกดปุ่ม eject ได้เลย โดยแทบไม่ต้องยกมือเลยครับ
  • สามารถตั้งค่าให้ใช้งานคำสั่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปรับความสว่าง ปรับระดับเสียง หรือควบคุมการเล่นเพลงในโปรแกรม iTune เลือกได้ ว่าให้กดไปตรงๆ หรือกดร่วมกับปุ่ม fn ก็ได้ครับ หากเลือกเป็นให้กดร่วมกับปุ่ม fn ปุ่ม F9-F12 ก็จะทำงานเช่นเดิม (expose’-application-desktop-dashboard)
  • สายคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ บางกว่าเดิม ซึ่งมองได้สองแง่ก็คือ ไม่เกะกะ แต่ก็กลัวว่าสายข้างในจะชำรุดได้ง่ายกว่าเดิม (หรือเปล่า)
  • สัญลักษณ์ apple ตรง USB หายไป และไม่มีพลาสติกปิด USB พร้อมตัวล๊อค ซึ่งผมมองว่ามันสะดวกและดีมากๆ ตรงนี้ไม่แน่ใจว่า คีย์บอร์ดที่มาพร้อมกับ iMac รุ่นใหม่นั้นมีหรือไม่นะครับ แต่ของผมไม่มีครับ

 

ช่วงนี้หวานใจอารมณ์ไม่ดี กวนไม่ได้

เมื่อวานโทรไปก็ไม่รับ นอนหลับอยู่

เอิ้ก..เอิ้ก

พอหวานใจอยากจะคุย โทรมา

แมวดื้อก็มีตติ้งอยู่

ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน

 

อยากบอกว่า “คิดถึง” นะจ้ะคนดี

 

 

 


More Posts


Book: Kiki Strike
August 20, 2007

Book: Kiki Strike

Free @ MRT
August 20, 2007

Free @ MRT

Sushi
August 18, 2007

Sushi

PaPaPond
August 17, 2007

PaPaPond