Tuesday nerD
สัปดาห์นี้แปะเกมที่เล่นบนไอโฟนตอนนี้เสียหน่อย
กับเกมอมตะสุดฮิต
Final Fantasy
เกมจาก Square อันลือชื่อ
(ปัจจุบันกลายเป็น Square Enix เป็นที่เรียบร้อย)

เมื่อปี 2007 นับเป็นปีเริ่มต้นแห่งการเฉลิมฉลอง
20th Anniversary Final Fantasy
ไม่น่าเชื่อเลยว่า แมวดื้อเองก็เล่นเกม Final Fantasy ภาคแรก
บนเครื่อง Famicom
สมัยนั้นหาซื้อตลับ Final Fantasy แบบของแท้ค่อนข้างยาก
ตลับของปลอม ข้อสังเกตก็คือเซฟจะไม่ค่อยอยู่
คือมันชอบหาย (แปลว่าต้องเล่นใหม่)
จนหลายคนต้องแอบเสียบปลั๊กเครื่องทิ้งไว้เลย
(โดยไม่ให้ผู้ปกครองรู้)
ปิดแต่ทีวีไว้อย่างเดียว
เลิกเรียนเสร็จ ก็กลับบ้านมานั่งเล่นต่อ

ในยุคนั้นเกมในแนว Traditional RPG ก็มี
Dragon Quest (ของ Enix) และ Final Fantasy (ของ Square)
ที่มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป
ทั้งลักษณะตัวละคร เนื้อเรื่อง ไปถึงระบบการเล่น
Final Fantasy นั้นจะเด่นในแง่ของเนื้อเรื่องหลัก และเนื้อเรื่องเสริม
คือหากจะเล่นเอาจบเร็วๆ ก็เล่นเฉพาะเนื้อเรื่องหลัก
แต่ถ้าจะเอาแบบสมบูรณ์ในทุกๆ อย่าง
ทั้งเนื้อเรื่อง และอาวุธสุดยอดของแต่ละตัวละคร
ก็จะสามารถเลือกเล่นได้ยาวนาน โดยไม่กระทบกับเนื้อเรื่องหลัก
จึงเป็นที่ท้าทายมากในยุคนั้น
(ในขณะที่ Dragon Quest นั้นจะเป็นแบบเนื้อเรื่องบังคับเป็ฯส่วนใหญ่)

จาก Famicom
ก็มี Final Fantasy ออกมาอีกหลายรอบ
ทั้งแบบทำใหม่กับพอร์ตมาตรงๆ เลยก็มี
ทั้งสำหรับ SuperFamicom, Playstation, PSP และล่าสุดกับ iPod Touch / iPhone

ราคาที่จำหน่ายสำหรับเวอร์ชัน iPod Touch / iPhone
$8.99 ซึ่ีงถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับ Final Fantasy I-II สำหรับ PSP
เนื้อเรื่องยังคงเดิมๆ ไว้หมดทุกอย่าง
กราฟฟิคก็พัฒนาขึ้นบ้าง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็คือจากการควบคุมโดยใช้ D-pad
ก็มาใช้ touch screen แทน
แมวดื้อยังคงใช้ iPhone อยู่
เวลาเล่นก็มีหน่วงๆ อยู่บ้าง
แต่ถ้าใช้ iPhone 3G หรือ iPhone 3GS น่าจะทำงานได้เร็วกว่า

== แมวดื้อ capture รูปจาก VNC นะ เลยอาจเห็น strip ของ refresh screen บ้าง ==


เนื้อเรื่องหลักแรกสุด
ต้องไปช่วยเหลือ Princess Sarah แห่ง Cornelia


King จะสั่งให้มีการสร้างสะพานเชื่อมต่อ Cornelia กับโลกภายนอก


เมื่อเหล่า Warrior of light เดินทางข้ามสะพานนั้น
จะมี animation ให้ดู
ตรงจุดนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละเวอร์ชัน
ในเวอร์ชันนี้ก็สวยแบบเรียบๆ


เมื่อได้เรือก็สามารถเดินทางภายในโลกของ Final Fantasy ได้สนุกยิ่งขึ้น


เนื่องจากเกม crash หลายครั้ง
ทำให้เซฟหายไป
(อารมณ์เดียวกับยี่สิบกว่าปีก่อนเลย)
แมวดื้อเริ่มเล่นใหม่ ตั้งชื่อใหม่ แต่ว่า ssh เข้าไป backup เซฟไฟล์ไว้เลย
ตอนนี้เล่นมาจนถึงผลึก crystal ที่สอง
เปลี่ยน class กับ bahamut เรียบร้อย

ในเวอร์ชันอื่น จะมีมินิเกมซ่อนอยู่่
(ต้องกดขณะล่องเรือ)
ไม่รู้ว่าเวอร์ชันนี้จะมีวิธีเรียกออกมาหรือเปล่านะ
เดี๋ยวเล่นจบแล้วว่าจะเขียนรีวิวเต็มๆ อีกที

Final Fantasy (iTunes Link)


มาต่อภาคกลางคืน
แอบดองบล๊อกไว้เสียนาน
เนื่องจากรูปเยอะมาก..ถึงมากที่สุด
ขนาดคอนเสิร์ต love song @ sea ว่ารูปเยอะแล้ว
คอนเสิร์ตนี้รูปเยอะกว่าอีก
(เยอะตามปริมาณแอลกอฮอล์ด้วยหรือเปล่าเนี่ย)
นี่ขนาดหวานใจบอกว่า
ไม่อยากให้ถ่ายรูปเยอะๆ แล้ว
อยากให้นั่งด้วยกัน ไม่ต้องลุกไปไหน
ก็ไม่ได้ลุกไปไหนนะ
นั่งอยู่หน้าสุด เกาะขอบเวทีเลย
หุหุ
เอาเป็นว่า ไม่บรรยายแล้วกันนะ
แอบขี้โกงเล็กน้อย
โปรเซสรูปแนวนี้ (ประหยัดเวลา)
แหะ..แหะ
ตอนแรกทำรูปสีก็สวยนะ ขอบอก
แต่ทำๆ ไปแล้ว รู้ตัวว่าต้องใช้เวลาทำมากกว่านี้
ก็เปลี่ยนแนว ลองทำแนวนี้ ซึ่งก็แปลกตาดี
เพราะปกติแมวดื้อชอบสีแรงๆ
ลองทำดูสักอัลบั้ม ก็ชอบนะ
ไล่โทนดี มีนอยส์กับเกรนให้เห็นเต็มไปหมด
แบบว่าชอบ action ของเหล่าศิลปินมาก
บางรูปหน้า ผม หล่อสวยเริด
ดูแค่หน้าก็พอ
แต่บางรูป หน้าอาจตลก แต่ว่า action สวย
มัดรวมไว้ด้วยกันเลย
จะมีใครเข้ามาดูไหมนะ

:x :x

เวทีตั้งอยู่ด้านเดิมกับคอนเสิร์ต love song @ sea

แต่คราวนี้มีพร๊อพรอบหาดเลย

จะเสื่อ ผ้า กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือแบกเก้าอี้มาเอง ก็ตามสะดวก

นั่งกันตามอัธยาศัย

สำหรับคู่รักแบบหวานใจกับแมวดื้อ
จะได้สร้อยผูกข้อมือเป็นคู่แบบนี้

ต้องนั่งดูคอนเสิร์ตกันยาวหลายชั่วโมง
เลือกเอามุมที่ถนัด
ใกล้ร้านอาหาร ใกล้เวที ใกล้ร้านขายเครื่องดื่ม

บริเวณ Lucks Market
ที่มีสินค้าให้เลือกสรร
จะหารองเท้าแตะ เสื้อยืด กางเกง หมอน ผ้าห่ม ผ้าคลุม
มาหาได้ที่นี่เลย

คืนที่จัดคอนเสิร์ต เป็นวันขึ้น 14 ค่ำ
พรุ่งนี้วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 (วันมาฆบูชา)
ก็เลยทำให้่ทะเลสว่างแบบนี้
คนที่มาเป็นคู่.. คงโรแมนติกน่าดู
แต่ใครที่มาคนเดียว.. ก็คงเหงาไม่แพ้กัน

== ต่อไปคงไม่บรรยายแล้วนะ==
ขอเชิญทัศนาคอนเสิร์ตจากมุมมองของแมวดื้อแล้วกัน
(ถ้าจะให้ดี ให้เปิดเพลงของศิลปินเหล่านั้นไปฟังด้วย)

:lol::lol:

หมดสักที.. แฮ่ก..แฮ่ก
ขอบคุณเพื่อนๆ สำหรับการติดตาม
และขออภัยเพื่อนๆ หากทำให้ต้องโหลดเพจเป็นเวลานาน
เนื่องจากรูปเยอะจริง
ไว้เจอกันใหม่คอนเสิร์ตหน้า
อิอิ

:oops::oops:


ในที่สุด ก็ถึงวันที่ได้ไปทะเลเสียที
จาก ได้ทราบข่าว มาถึง จองตั๋วบัตรคอนเสิร์ตและที่พัก
จนมาถึงตัวคอนเสิร์ต
ที่คราวนี้แอบผิดหวังเล็กๆ
แต่คงเป็นเพราะคาดหวังไว้เยอะพอสมควร
กับการประทับใจในครั้งแรก
พอครั้งนี้ มันไม่ได้ตามที่คาด ก็เลยเฟลไปตามระเบียบ

เรื่องของเรื่อง
ก็คือที่พักโรงแรมสวนบวกหาด
มีกลุ่มลูกค้า SCB (ซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายหนึ่งของงานนี้) มาพัก
และวันก่อนหน้าจะมีคอนเสิร์ตก็มีกลุ่มผู้พักจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ซึ่งมาสัมนากันที่นี่
ผลก็คือทางโรงแรมเคลียร์ห้องให้ไม่ทัน
ลูกค้ามาถึงแต่ยังใช้ห้องไม่ได้
ก็เลยแกร่วกันอยู่ที่ฟร้อน
ไหนจะลูกเด็กเล็กแดงกระจองอแงอีก
ก็เลยต้องมีการสับเปลี่ยนห้องให้แก่กลุ่มลูกค้า SCB กันมั่วไปหมด
คือให้ห้องที่พร้อมแก่ลูกค้าที่มาก่อนไปก่อน
แล้วก็ต้องสลับห้องให้ลูกค้าที่เหลือ
หวานใจกับแมวดื้อเอง
แม้ว่าจะไม่ต้องไปสลับห้องกับใคร
แต่แม่บ้านก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จเหมือนกัน
ตอนแมวดื้อเดินเข้าไปในห้อง
พื้นยังเปียกอยู่เลย
แล้วยุงก็เยอะมากด้วย
(ประมาณว่าเปิดประตูทิ้งไว้ตั้งแต่แขกที่มาพักเช็คเอ้าท์ออกไป)

:cry: :cry:

หลังจากแมวดื้อทำตัวเป็นแมวกระโดดตบยุงอยู่พักใหญ่
พอจะทำใจกับเรื่องที่พักได้
ก็เหลือบไปเป็นบริเวณที่ทางทีมงานกันเอาไว้
ให้ลูกค้า SCB เป็นกรณีพิเศษ
เพื่อมา meet & greet ศิลปิน
แมวดื้อนึกในใจ
โหย.. คราวที่แล้ว ใครจะ meet & greet นี่ต้องพิเศษนะ
คือต้องพักที่โรงแรมสวนบวกหาดด้วย
ถือเป็นสเปเชียลเลย
แล้วนี่ไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อน
แล้วอยากรู้ว่าคนที่มาเนี่ย เค้าอยากจะมาคอนเสิร์ต
หรือแค่มาพักผ่อน (พักที่โรงแรมนี้) เท่านั้น
หรือว่าแลกคะแนนรีวอร์ดได้ก็เลยมา

:oops: :oops:

เอาฟร่ะ
ไหนๆ ก็อยากมาพักผ่อน เปิดสมองให้โล่งๆ
อย่าไปเก็บอะไรมาคิดให้มันมาก
มีเวลาแค่นี้ พอกลับเมืองหลวง ก็ต้องมีภาระหน้าที่ต้องทำต้องคิดอีกเยอะแยะ
เลยชวนหวานใจไปเดินเล่น ดูทีมงานทำงานกัน

แผนผังของงานที่ตั้งไว้ทางด้านหน้า
แอบเห็นป้ายดำๆ ปิดทับคำว่า “Spa” ไว้ด้วย
ไม่แน่ใจว่าตอนแรกทางทีมงานจะทำสปา?

บริเวณ Food Zone ก็เริ่มมีการจำหน่ายคูปองและอาหารกันตั้งแต่บ่าย
ดูจากจำนวนร้านแล้วเยอะกว่าครั้งที่แล้วพอสมควร

ตรงทางลงไปทะเล ทางทีมงานไม่ให้พวกเราเข้าไป
ซึ่งแมวดื้อแปลกใจมาก
แมวดื้อพักที่โรงแรมนี้นะ
ลูกค้าของโรงแรมไม่มีสิทธิ์ใช้หาดของโรงแรม?
ก็เข้าใจว่าทีมงาน เตรียมสถานที่ เตรียมการในส่วนต่างๆ
ก็เข้าใจว่าศิลปินซาวด์เช็คอยู่
ก็ไม่ได้จะยุ่มย่ามตรงนั้นเสียหน่อย
แค่จะเดินไปลงทะเลก็ไม่ได้!!

:cry: :cry:

แต่ด้วยประสบการณ์ครั้งที่แล้ว
หวานใจกับแมวดื้อก็เลยเดินผ่านร้านอาหารริมทะเล
ลงมายังชายหาดจนได้

:roll: :roll:

ลมแรงดีมาก
แต่น้ำทะเลไม่ค่อยน่าเล่นสักเท่าไหร่
พนักงานทางโรงแรมบอกว่าช่วงนี้มีแมงกระพรุนด้วย
หวานใจกับแมวดื้อก็เดินเล่นชายหาดกันนิดหน่อย
หวานใจจะถ่ายรูปลูกๆ (ตุ๊กตา) ก็ไม่สามารถ
เพราะลมแรงจัด
ขนาดแมวดื้อยังแทบจะปลิว
เห็นพี่คนนี้เล่นสนุกไปคนเดียวเลย

หลังจาก shot นี้ พี่แกก็หัวทิ่มลงน้ำไป
แต่ก็เห็นขึ้นมาตั้งหลักเล่นต่อ

:lol::lol:

อีกด้านหนึ่ง ก็มีแฟนคลับของน้องกิ่ง
กับ (น่าจะเป็น) ผู้เข้าร่วมคอนเสิร์ตอีกจำนวนหนึ่ง
ยืนเกาะขอบรั้วอยู่ ซึ่งทางทีมงานไม่ให้เข้ามา
(แต่แมวดื้อกับหวานใจอยู่ข้างในไง)

:roll: :roll:

มีผู้มาพักในโรงแรมใกล้เคียงเดินอยู่ริมหาด
แมวดื้อชอบรูปนี้
มันให้ความรู้สึกเป็น “คู่” ดี
แต่กดชัตเตอร์ได้ครั้งเดียว
พอคุณพี่ฝรั่งผู้ชายเห็นกล้อง รีบเดินแยกห่างจากคุณพี่ฝรั่งผู้หญิงทันที
(หรือแอบมากับกิ๊ก)

หวานใจก็เดินเล่นอยู่ริมหาด

แมวดื้อไม่ถ่ายรูปให้
หวานใจถ่ายเองก็ได้
กับมุมยอดนิยมของสาวๆ ใน twitter

เดินมาเอาบรรยากาศคอนเสิร์ตกันนิดนึง

ตามตารางเวลาคอนเสิร์ต
จะเริ่มประมาณหกโมงเย็น
ครั้งที่แล้วพอเคารพธงชาติเสร็จ
แอนก็ขึ้นไปร้องทันที
คราวนี้คนอาจเยอะสักหน่อย
แมวดื้อกับหวานใจก็เลยตั้งใจว่าจะกินอะไรหนักๆ กันเลย
ที่ร้านริมทะเลเช่นเคย

แต่แอบเซ็งเล็กน้อย
ตรงที่เมนูที่สั่งได้ เป็นเมนู I Love You ไปเสียทั้งหมด
ครั้งที่แล้ว เหมือนเป็นเมนูของทางร้าน
คือสั่งกับข้าวเหมือนร้านอาหารทั่วไป
แต่ครั้งนี้ เหมือนทางร้านจะรู้หลัก
คือรู้ว่าคนจะต้องเยอะแน่ๆ ก็เลยจัดเป็นอาหารชุดไปเลย
ทำเมนูไม่ต้องหลากหลายมาก
สะดวกในการทำมากกว่า
แปลว่ามื้อนี้แมวดื้อกับหวานใจอดชิมอาหารอย่างที่ตั้งใจไว้

:o:o

ก็สั่งกันไปไม่กี่อย่าง
รสชาติธรรมดาทั่วไป
แต่ได้รสชาติจากที่พี่เจี๊ยบวัตนามาทักที่โต๊ะอาหารนี่แหละ
(พี่เจี๊ยบยิ้มหวานมากก)


ข้าวผัดปู
ราคาสูงไปนิด เมื่อเทียบกับปริมาณ
แถมไข่ดาวยังไม่สวยอีกต่างหาก

:cry: :cry:


ข้าวผัดกระเพราปลาหมึก
หน้าตาดูดีขึ้นกว่าจานที่แล้ว
หัวใจสวยเชียว


ต้มยำกุ้งที่ติดเปรี้ยวอยู่สักนิด
แต่ซดร้อนๆ คล่องคอดี


อาหารเป็นเซต
ซึ่งครั้งที่แล้วสั่งอีกเซตนึงไป
คราวนี้ก็เลยลองชุดนี้
มีไส้กรอกอิสาน เนื้อแดดเดียว แล้วก็ห่อหมกทอด
ชิมดูแล้ว สั่งเชตคราวที่แล้วท่าทางจะเวิร์คกว่าแฮะ

:o :o

หลังจากินกันเรียบร้อย
ก็กลับห้องไปเอาของสำหรับคืนนี้
เก็บของที่ไม่ใช้ ไม่ต้องคอยห่วงเรื่องทรายด้วย

== จบภาคแรกไว้เพียงเท่านี้ ==
รอต่อภาคกลางคืน


วันนี้หยุดงาน
จะไปต๊ะเล
เย้..เย

นั่งรอหวานใจจะขึ้นรถตู้ไปชะอำ
ก็เลยรอใน Narai Pizzeria
เอิ้ก..เอิ้ก

หยิบกล้องมาทำเล่น
ลองโน่น ลองนี่
เลยฉวยโอกาสกดชัตเตอร์มาจึ้กนึง
หุ..หุ

ไม่ได้เข้าไปนั่งกินร้านนี้นานมากแล้ว
อาหารก็ยังถูกปากอยู่เช่นเคย
ราคาก็ไม่ได้ขึ้น (กว่าเดิม) จนน่าเกลียด
วันนี้ขาดสั่งพิซซ่าแป้งบางอีกอย่างนะนี่
เอาไว้ไปกินอีก
ช่วงนี้ทำน้ำหนัก (ขึ้น)
อิอิ

:roll: :roll:


Saturday petdoC
สัปดาห์นี้แมวดื้อเจอเคสสุนัขที่เป็น “ต้อกระจก” (Cataracts) อยู่หลายเคส
กลับมาค้นข้อมูลว่ามีการอัพเดตไปถึงไหนกันแล้ว
ตอนที่แมวดื้อเรียน มักจะท่องลักษณะอาการที่พบเห็นว่า
Star in the Sky
ลักษณะที่ว่าเห็นคล้ายเช่นนี้

ช่วงที่เรียนแมวดื้อก็งงๆ กับภาษาไทยอยู่พอสมควร
เพราะว่า Cataracts นั้นแปลเป็นไทยว่า ต้อกระจก
แต่ความผิดปกตินั้นไปอยู่ที่ “เลนส์ตา” (lens) ไม่ใช่ “กระจกตา” (cornea)
หากน้องหมาน้องแมวเล่นตบตีกัน
แล้วเกิดเป็นแผลที่กระจกตา
สิ่งที่อาจเห็นได้ก็คือกระจกตาเป็นฝ้าสีฟ้าๆ
อันนี้จะอยู่ที่กระจกตา ซึ่งจะอยู่ด้านนอกของลูกตา
แต่หากเป็น Cataracts จะเป็นที่เลนส์ตา ซึ่งอยู่ทางด้านใน
ซึ่งสามารถแยกจากกันด้วยการส่องไฟ
เข้าไปทางด้านข้างของลูกตา
แล้วตรวจดูว่าเป็นที่ส่วนใดกันแน่

เลนส์ตานั้นทำหน้าที่ในการปรับความชัด
เช่นเดียวกับการโฟกัสของกล้องถ่ายรูป
หากปรับโฟกัสไม่ถูกต้อง ภาพที่ได้ก็จะเบลอ ไม่ชัด

ความสามารถในการโฟกัสของสุนัขเมื่อเทียบกับคน
พบว่าในสุนัขนั้นจะปรับโฟกัสได้น้อยกว่าคนถึง 3 เท่า
ในขณะที่แมวนั้นจะสามารถปรับโฟกัสได้น้อยกว่าคน 2 เท่า
อันนี้เป็นความสามารถในการปรับโฟกัสนะ
ไม่เกี่ยวกับความไวในการรับแสง (แบบการปรับค่า ISO ของกล้อง)
ที่ทั้งสุนัขและแมวทำได้ดีกว่าคน สามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้ดี

เมื่อรู้กันแล้วว่า “ต้อกระจก” เป็นความผิดปกติที่ “เลนส์ตา”
ซึ่งปกติควรจะใส (แบบเดียวกับเลนส์กล้องถ่ายรูป)
แต่เมื่อมันขุ่น ก็จะโฟกัสไม่ได้ ส่งผลให้มองไม่ชัดเจน
และถ้ามันขุ่นมากขึ้น มากขึ้น
แสงผ่านเข้าไปไม่ได้ ก็จะมองไม่เห็น (ตาบอด)

ปัจจัยต่างๆ ที่ “น่าจะ” มีผลต่อต้อกระจกในสัตว์
ได้แก่ อุบัติเหตุ การกระแทก, อายุ, พันธุ์, ความผิดปกติของระบบเมตาโบลิซึม, โรคเบาหวาน,
ความผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เช่นมีการติดเชื้อไวรัสตั้งแต่ในท้องแม่
ในแมวนั้นพบได้น้อยกว่าในสุนัข
หากพบ อาจพบได้ในทุกช่วงอายุ และมักจะไม่เกี่ยวข้องทางกรรมพันธุ์
และมีรายงานว่ามีปัจจัยเกี่ยวกับเรื่องสารอาหารที่ผิดปกติในขณะที่ยังเล็ก
ปัจจัยที่มักจะพบต้อกระจกในแมวก็คือตาอักเสบอย่างเรื้อรัง
ในขณะที่ในสุนัขนั้น ปัจจัยที่มักจะพบต้อกระจก กลับเป็นโรคเบาหวาน หรือกรรมพันธุ์

การรักษานั้นไม่มีวิธีการรักษาทางยาที่ทำให้ “หาย”
มีเพียงการชะลอให้เป็นช้าลงได้บ้างเท่านั้น
มีรายงานว่าการใช้ยาหยอดตาที่มีตัวยา atropine หยอดตา
สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะช่วยในการมองเห็น หากต้อยังไม่สุกเต็มที่
แต่การใช้ยาดังกล่าว ควรอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์
อาจต้องมีการตรวจตาเป็นระยะ

การเพิ่มสารอาหารบางประเภท
จำพวกวิตามิน E และ วิตามิน C ก็มีรายงานว่าช่วยชะลอการเกิดได้บ้าง
ตรงนี้ สำหรับวิตามิน C เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ดังนั้นจึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงสักเท่าใดนัก
แต่สำหรับวิตามิน E ที่เป็นวิตามินละลายในไขมัน การใช้จึงควรอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์
ให้มากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

วิธีการผ่าตัดอาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เจ้าของสัตว์สามารถพิจารณา
(แต่อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง)
การผ่าตัดเอาเลนส์ตาออกเลย เป็นวิธีการที่สามารถทำได้
แม้จะเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการปรับโฟกัส
หากไม่มีแล้ว สัตว์เลี้ยงก็สามารถกลับมามองเห็นได้ แม้จะมองไม่ชัด
(แสงเข้าไปถึงตัวรับแสงภายในลูกตาได้ แต่ไม่มีตัวโฟกัส)
การผ่าตัดแบบที่เปลี่ยนเลนส์เทียม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แต่อาจต้องดูแลภายหลังการผ่าตัดอยู่พอสมควร
ประกอบกับการตรวจ ที่จะบอกได้ว่าสัตว์เลี้ยงมองเห็น “ชัด” หรือ “ไม่ชัด” เป็นเรื่องยาก
จึงประเมินความสำเร็จได้ลำบากอยู่สักนิด
วิธีต่อมาคือการลอกต้อโดยใช้คลื่นเสียง
เป็นอีกวิธีที่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงสัตวแพทย์เฉพาะทาง
จากรายงานประสบความสำเร็จถึง 85-90%
หากใครสนใจลองหาใน youtube ด้วยคำว่า Phacoemulsification
มี video ให้ดูด้วย
แต่วิธีการนี้ ความสำเร็จอยู่ที่ประวัติสัตว์เลี้ยงเอง, การตรวจวินิจฉัยของสัตวแพทย์,
ความผิดปกติในส่วนอื่นๆ ของลูกตา, รวมถึงระยะเวลาในการผ่าตัด
เนื่องจากผ่าเร็วไป ช้าไป ก็อาจมีผลต่ออวัยวะโครงสร้างลูกตาในส่วนอื่นๆ
(ส่วนมาก มักจะพิจารณาเมื่อ “ต้อสุก” แล้ว)

การพยากรณ์โรคต้อกระจก
เนื่องจากต้อกระจกไม่ได้ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเจ็บปวด
มีเพียงการสูญเสียในการมองเห็นเท่านั้น
ซึ่งอย่าลืมว่าทั้งสุนัขและแมวนั้น
มีความสามารถในการได้ยินและรับกลิ่นสูงมาก
การมองไม่เห็น “อาจ” ไม่ได้ไปรบกวน “การใช้ชีวิต” มากนัก
เมื่อสัตว์เลี้ยงมองไม่เห็นแล้วจริงๆ ผู้เลี้ยงก็จะต้องเข้าใจ
รู้วิธีปรับตัว
ข้าวของเครื่องใช้ ภายในบ้าน ก็อย่าปรับเปลี่ยนที่บ่อย
สัตว์เลี้ยงจะจำตำแหน่งของที่ต่างๆ ได้ และจะเดินไม่ชน
(อาจแค่เดินช้าๆ ในช่วงแรก)
การผ่าตัดนั้นก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย
เช่นสัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาพที่พร้อมจะวางยาสลบไหม
สุขภาพแข็งแรงหรือเปล่า
ผู้เลี้ยงสามารถดูแลภายหลังการผ่าตัดได้หรือไม่
อวัยวะภายในลูกตาอื่นๆ ยังคงทำงานได้ดีหรือไม่
เช่นสุนัขเป็นต้อกระจกร่วมกับประสาทตาเสื่อม
แม้จะทำให้แสงผ่านเลนส์ตาเข้าไปได้
ตัวประสาทตาไม่สามารถทำงานได้
สุนัขก็จะมองไม่เห็นเช่นเดิม
กรณีแบบนี้ การผ่าตัดก็อาจไม่ได้ช่วยอะไร

อย่างไรก็ดี
แมวดื้อแนะนำว่า หากสังเกตเห็นลูกตาสัตว์เลี้ยง
ขุ่น ฟ้า มัว
ก็ให้รีบพาไปให้สัตวแพทย์ทำการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ


More Posts


Pandora
February 26, 2010

Pandora

เก็บตกวาเลนไทน์
February 25, 2010

เก็บตกวาเลนไทน์

มหาลัยสยองขวัญ
February 24, 2010

มหาลัยสยองขวัญ

Disposable Restaurant
February 22, 2010

Disposable Restaurant

ยกเขื่อนเข้าเมือง
February 21, 2010

ยกเขื่อนเข้าเมือง